3 วิธีปลูกผม Follicular Unit Extraction ( FUE ) ถาวร แบบธรรมชาติ

3วิธีปลูกผม FUE ถาวร แบบธรรมชาติ
ผมร่วงแบบแอนโดรจีนิค เกิดจากการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนเป็นฮอร์โมนดีเอชที ทำให้กระเปราะของรากผมนั้นมีขนาดเล็กลง

ปลูกผม 

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มี ผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้าน เรามีอีกหนึ่งทางเลือกให้คุณ นั่นคือการ ปลูกผม แต่ที่หลายคนสงสัย ก่อนที่เราคิดว่าจะปลูกผมที่ไหนดี เราไปดูก่อนดีกว่าว่าสาเหตุใดบ้างที่จะทำให้ผมร่วง ผมบาง หรือ ศีรษะล้านก่อนวัยอันควร

ส่วนสาเหตุใดบ้างที่ทำให้ ผมร่วง ผมบางนั้น เรามาดูกัน

1.สารเคมี สารเคมีอยู่กับเราในทุกครั้งที่เราเข้าร้านทำผมหรือแม้แต่อยู่ที่บ้าน ไม่ว่าจะเป็น การดัด ย้อม ฟอก ทำสี ซึ่งถ้าคุณทำบ่อยๆ หรือใช้สารที่ไม่ได้มาตรฐาน นั่นก็อาจจะส่งผลทำให้เกิดการสะสมของสารเคมี ดังนั้นเมือ่ไหร่ก็ตามที่รู้สึกว่า ผมเริ่มบางลง หรือมีอาการร่วงเป็นหย่อมๆ ให้ทำการหยุดใช้ไปปรึกษาแพทย์ในทันที นอกจากนี้ การ การทานยาบางชนิด หรือผู้ป่วยมะเร็งที่รักษาด้วยการให้คีโม ก็สามารถทำให้ผมร่วมด้วยเช่นกัน

2.ความไม่สมดุลของฮอร์โมน เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่เห็นที่เห็นได้บ่อย เช่นกลุ่มคนที่เป็นโรคบางชนิด เช่น ไทรอยด์ การผ่าตัดรังไข่ ที่อาจจะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวกับฮอร์โมน นั่นจึงอาจเป้นตุที่ทำให้ผมร่วง รวมถึงระยะช่วงตั้งครรภ์ และหลังคลอด เพราะจะมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนสูง ก็อาจจะทำให้เกิดอาหารผมร่วง แต่ผมในกรณีนี้ ฮอร์โมนจะกลับสู่ภาวะปกติได้ ใน 3-6 เดือน หากฮอร์โมนเข้าสู่ภาวะสมดุลอีกครั้ง

3.พันธุกรรม เรามั่นใจว่าหลานคนคงทราบว่า พันธุกรรมก็เป็นส่วนสำคัญทีเดียว โดยเฉพาะในเพศชาย แต่ถึงอย่างนั้นผู้หญิงก็เป็นเช่นกัน โดยผมร่วงแบบแอนโดรจีนิค ( androgenic alopecia ) นั้นเกิดจากการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนเพศชายเทสโทสเตอโรน แต่สามารถพบทั้งในผู้ชายและผู้หญิง เปลี่ยนไปเป็นฮอร์โมน ดีเอชที ( DHT – dihydrotestosterone ) ทำให้กระเปราะของรากผมนั้นมีขนาดเล็กลง และจะทำให้ผมที่ขึ้นใหม่นั้นมีเส้นเล็กและบางลง ซึ่งก็จะทำให้ผมไม่แข็งแรง ไม่หนา และบางลงเรื่อยๆ ทั้งยังมีการขยายตัวมากขึ้นเรื่อยๆอีกด้วย

นอกจากสาเหตุทั้ง 3 ที่ว่ามาแล้ว ยังมีสาเหตุอื่นๆอีก ไม่ว่าจะเป็น ความเจ็บป่วยทางร่างกาย และจิตใจ การขาดสารอาหารหรือได้รับอาหารที่ไม่จำเป็นต่อร่างกาย ซึ่งวิธีที่พอจะช่วยลดอาการผมบาง และลดความเสี่ยงที่จะหัวล้านในอนาคตนั้น การพบแพทย์จึงเป็นหนทางที่ดีอีกหนึ่งทางที่จะช่วยไม่ให้เกิดปัญหาต่างๆ

หากถามหาการแก้ไขปัญหาหัวล้านด้วย วิธีการปลูกผม นั้น เราคิดว่าในบางรายที่เกิดการผมบางเพราะเคมีบางชนิด หรืออาจจะเป็นความผิดปกติของฮอร์โมน ซึ่งเส้นผมที่ร่วงไปนั้นก็จะสามารถกลับขึ้นมาใหม่ได้ หลังจากหยุดการรับเคมี หรืออยู่ในสภาวะฮอร์โมนสมดุล แต่ในรายที่หัวล้านจากกรรมพันธุ์ การปลูกผมเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

หากถามว่าปลูกผมที่ไหนดี สิ่งแรกที่ควรจะพิจารณาคือวิธีการปลูกผมของแต่ละที่และแต่ละชนิดกันก่อน เราไปดูดีกว่าว่า ปลูกแบบไหนดีกว่ากัน

ปลูกผม Follicular Unit Transplantation ( FUT )

แบบที่ 1 เรียกว่าการตัดหนังศีรษะ หรือ FUT ย่อจาก Follicular Unit Transplantation หรือ Strip Technique

เทคนิคนี้ถือเป็นเทคนิคปลูกผมในยุคแรกๆ ประมาณ 10 ปี ถือเป็นการผ่าตัดขนาดเล็กแพทย์จะทำการตัดหนังศีรษะที่อยู่บริเวณท้ายทอย จากนั้นจะเย็บแผลประกบกัน ในรายที่ปลูกจำนวนมาก จะใช้ลวดในการเย็บเพื่อช่วยประกบแผล จากนั้น ก็จะนำผมที่ได้มาทำการแบ่งเป็นกอ และก็จะนำกอผมนั้น ไปปลูกที่บริเวณที่ต้องการ ซึ่งวิธีนี้จะทำให้มีแผลที่เห็นได้ชัด และเป็นแนวยาวตามรอยผ่าตัด ต้องใช้เวลาพักฟื้นที่ยาวสักหน่อย เพื่อต้องรอให้บาดแผลที่เย็บนั้นปิดสนิท และนอกจากนี้ยังถือว่าเป็นการเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ในปัจจุบันจึงไม่ค่อยนิยม

(จริงๆวิธีปลูกผม ทุกวิธี ก็ดีทั้งหมดแหละ ที่เหลือ ก็ต้องอยู่กับแพทย์ ว่ามีความเชี่ยวชาญพอหรือไม่ )

แบบที่ 2 การเจาะกอผม หรือเรียก FUE ย่อจาก Follicular Unit Extraction

ซึ่งถือว่าเป็นการการพัฒนาในรุ่นต่อมาในการปลูกผม โดยการใช้เครื่องมือที่มีปลายเหมือนหลอดขนาดเล็ก ทำการวางคร่อมกอผม และทำการเจาะกดทีละกอ จากนั้นก็ใช้คีมปลายแหลม คีบผมขึ้นมาพร้อมเซลล์รากผม แล้วก็นำไปปลูกในบริเวณที่ต้องการ ซึ่งจะบอกว่า ข้อดี คือ ไม่ต้องผ่าตัด ก็คงจะไม่ใช่ เพราะถ้าเป็น surgery ยังไงก็ถือว่าเป็นการผ่าตัดอยู่ดี  แต่การปลูกผมด้วยวิธีนี้ สามารถช่วยลดความเสี่ยงต่างๆที่อาจจะเกิดจากการติดเชื้อ แต่เนื่องด้วยระยะเวลาที่เพิ่มขึ้น

การปลูกผม จะค่อนข้างใช้เวลาที่นานมาก ขั้นตอนการดึงผมจากด้านหลังจะใช้เวลาประมาณ 2-3  ช.ม และใช้เวลาในการปลูกอีก ประมาณ 2 ช.ม

# ส่วนสีขาวๆ ที่เห็น มันอาจจะดูน่ากลัวไปหน่อย แต่ความจริงคือ มันเป็นอาหารของเส้นผม เดียวสักพักมันก็จะแห้งไปเอง

เนื่องจากต้องเจาะด้วยมือทีละกอ ซึ่งจะทำให้คุณภาพเซลล์รากผมลดลง นอกจากนี้ การกดเจาะที่อาจจะไม่เชี่ยวชาญนัก อาจทำให้กอผมช้ำ และไม่ได้คุณภาพ และเนื่องด้วยราคาของอุปกรณ์ที่ค่อนของสูง ทำให้โรงพยาบาลในหลายๆที่ ไม่นิยมที่จะใช้วิธีนี้ เพราะเป็นการลงทุนกับอุปกรณ์เพิ่ม

การปลูกผมแบบ FUE จะเห็นผลภายในกี่เดือน :  คำตอบคือ จะเห็นผลแบบชัดเจนประมาณ 8-10 เดือน

คำถามที่พบเจอบ่อย 

ปลูกผมแบบ ( Follicular Unit Extraction ) FUE สามารถย้อม สระ ไดร์ ตัดผม ได้หรือไม่ !

ตอบ : สามารถทำได้ตามปกติเลย เพราะผมที่ใช้ เป็นผมจริง ดังนั้นไม่ต้องห่วง

ผมที่ถูกดึงมาใส่ข้างหน้า ส่วนมากมาจากจุดไหน ?

ตอบ : บริเวณท้ายทอย จะใช้ประมาณ 2,000 – 5,000 เส้น

ตอนปลูกผมเจ็บไหม ?

ตอบ : เจ็บเฉพาะตอนที่ฉีดยาชาเพียงอย่างเดียว ที่เหลือ ฟิน ๆ สบายมาก

แบบที่ 3 แขนกลปลูกผม หรือเรียก Robot Hair Transplant

ซึ่งแบบนี้เป็นการพัฒนาล่าสุดของการปลูกผม ซึ่งจะสามารถช่วยแก้ปัญหาด้านระยะเวลา และลดขนาดของแผลที่เกิดจากการปลูกผมในรูปแบบดั่งเดิมได้ ซึ่งเทคนิคนี้จะมีเจ้าแขนกลที่จะมาช่วยในการเจาะกอผม ซึ่งจะทำหน้าที่ควบคู่กับทีมปลูกผม โดยแพทย์จะทำการประเมินความลาดเอียง ความลึก รวมถึงขนาดของกอผม และจากนั้นจะใช้แขนกลช่วยในการเจาะผม โดยแขนกลนี้จะสามารถทำการปรับความแรง ความลึก และยังช่วยดูดผมให้ออกมาได้เลยในทันทีที่เจาะ ถือเป็นการลดขั้นตอนในการเจาะผม

ด้วยวิธีนี้ จะทำให้รอยเจาะผมนั้น หายสนิทใน 1-2 วัน และเมื่อไม่มีแผลก็จะยิ่งลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ นอกจากนี้ยังสามารถช่วยในการปลูกขนส่วนอื่นได้อีกด้วย เช่น การปลูกคิ้ว ปลูกหนวด ปลูกไรขน ปลูกขน หรือหน้าอก

แบบที่ 4 โดยใช้หุ่นยนต์เต็มรูปแบบ ( the ARTAS® Robotic Procedure )

การพัฒนาล่าสุดของการ ปลูกผม คือ หุ่นยนต์ปลูกผมที่เรียก ARTAS เป็นหุ่นยนต์ที่ทำหน้าที่เจาะผม โดยก่อนจะเริ่มปลูกผม คนไข้จะต้องถูกล็อคกับเครื่องมือ เพื่อไม่ให้มีการขยับศีรษะ จากนั้นเจ้าเครื่องนี้จะทำการประเมินและทำการเลือกกอผม แล้วเจาะออกมาทีละกอ

เนื่องจากเป็นเครื่องมือรุ่นแรก การเจาะด้วย ARTAS นั้น จึงยังมีความล่าช้ากว่าแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และยังต้องมีการพัฒนาเพิ่มเติมอีกมากเพื่อความแม่นยำ และความเร็วที่เพิ่มขึ้น การปลูกผมด้วย ARTAS ยังทำให้เกิดแผลเป็นที่กว้างกว่าแบบแขนกลที่ 1.0 มิลลิเมตร ทำให้ไม่ค่อยเป็นที่นิยมในการใช้งาน ทั้งเครื่องมือยังมีราคาสูงมาก ทำให้ราคาในการปลูกผมด้วยวิธีนี้สูงกว่าปกติ

เมื่อเรารู้แล้วว่า แต่ละที่มีบริการแบบไหน เมื่อเราทำการเทียบวิธีการทำและข้อดีข้อเสียแล้ว เราก็จะสามารถเลือกร้านที่ช่วยทำให้การ ปลูกผม ของเราสมบูรณ์และไม่มีผลข้างเคียงได้แล้ว หวังว่าบทความ 3วิธีปลูกผม FUE ถาวร แบบธรรมชาติ คงถูกใจเพื่อนๆทุกคนนะครับ

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมตามลิ้งค์ด้านล่าง 

เอกสารอ้างอิง

ศัลยา คงสมบูรณ์เวช. บำบัดเบาหวานด้วยอาหาร. พิมพ์ครั้งที่ 4 (ฉบับปรับปรุง). กรุงเทพฯ : อัมรินทร์เฮลท์ อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง, 2559. (12), 311 หน้า. (ชุดชีวิตและสุขภาพ ลำดับที่ 113) 1.เบาหวาน 2.โภชนบำบัด 3.การปรุงอาหารสำหรับผู้ป่วย 4.การดูแลสุขภาพตนเอง. 616.462 ศ7บ6 2559. ISBN 978-616-18-7741-9.