โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ สาเหตุ อาการ วิธีรักษาโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ (Colorectal Cancer)

 

โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ สาเหตุ อาการ วิธีรักษาโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ (Colorectal Cancer)
โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ สาเหตุ อาการ วิธีรักษาโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ (Colorectal Cancer)

โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่

ลำไส้ใหญ่ ของคนเราจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลักๆ คือส่วนที่อยู่ในช่องท้อง เรียกว่า โคลอน และส่วนที่อยู่ในอุ้งเชิงกรานเรียกว่า ลำไส้ตรง ซึ่งลำไส้ทั้งสองส่วนจะมีหน้าที่ที่แตกต่างกันไป กล่าวคือ

ลำไส้ที่อยู่ในช่องท้อง 

จะทำหน้าที่ในการดูดซึม วิตามิน เกลือแร่ น้ำและสารบางชนิดกลับเข้าสู่ร่างกาย เพื่อนำไปใช้ในการบำรุงและฟื้นฟูส่วนต่างๆ ของร่างกายต่อไป และเป็นทางผ่านของกากอาหารอีกด้วย

ลำไส้ตรง 

จะมีหน้าที่ในการดูดซึมน้ำ เกลือแร่ ยาและวิตามินเข้าสู่ร่างกาย พร้อมทั้งทำหน้าที่เก็บกักกากอาหารเอาไว้ก่อนจะขับถ่ายออกมาในรูปของอุจจาระ ซึ่งลำไส้ตรงถือเป็นส่วนที่มีความสำคัญมาก เพราะหากไม่มีลำไส้ส่วนนี้ก็จะทำให้กลั้นอุจจาระไม่อยู่นั่นเอง

การเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ สามารถเกิดได้กับลำไส้ส่วนไหนก็ได้และเกิดได้กับเซลล์ทุกชนิด ได้แก่ เซลล์ต่อมน้ำเหลือง เส้นเลือด กล้ามเนื้อและเซลล์เยื่อเมือกบุภายในลำไส้ใหญ่ แต่ที่มักจะพบได้มากที่สุดก็คือมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่เกิดจากเซลล์เยื่อเมือกบุภายในลำไส้นั่นเอง

ซึ่งพบได้มากถึงร้อยละ 90 และสามารถเกิดได้กับลำไส้ใหญ่หลายๆ จุดพร้อมกันอีกด้วยและถึงแม้ว่าลำไส้ใหญ่ทั้งสองส่วนจะอยู่ในระบบทางเดินอาหารเหมือนกัน แต่เมื่อเป็นมะเร็งจะมีการแพร่กระจายของโลกและวิธีการรักษาที่แตกต่างกัน แพทย์จึงต้องทำการวินิจฉัยให้ดีว่ามะเร็งเกิดตรงส่วนไหนของลำไส้ใหญ่ เพื่อจะได้เลือกวิธีการรักษาได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น

สาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่

โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ยังไม่พบสาเหตุที่แน่ชัด โดยทางการแพทย์เชื่อว่าโรคนี้น่าจะเกิดขึ้นจากหลายปัจจัยประกอบกัน ซึ่งได้แก่

มีติ่งเนื้อเกิดขึ้นในลำไส้ใหญ่ ซึ่งเมื่อปล่อยไว้เป็นเวลานานก็อาจกลายพันธุ์เป็นมะเร็งได้

เกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรมที่มีหน้าที่ในการควบคุมการแบ่งตัวและการตายของเซลล์ โดยอาจเป็นชนิดถ่ายทอดได้หรือชนิดไม่ถ่ายทอดก็ได้

การรับประทานอาหารที่มีไขมันสูงอย่างต่อเนื่อง เพราะไขมันเหล่านี้อาจไปเกาะอยู่ในผนังลำไส้และก่อให้เกิดเป็นมะเร็งในที่สุด

การทานอาหารที่ไม่มีเส้นใยอาหารหรือมีต่ำมากอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน ทำให้เกิดปัญหาในการขับถ่ายและอาจเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้

ผู้ที่เป็นโรคลำไส้ใหญ่อักเสบเรื้อรัง โดยจะมีความเสี่ยงมากกว่าคนปกติทั่วไป

คนที่เคยเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่มาก่อนและรักษาจนหายแล้ว จะมีโอกาสเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้อีก โดยอาจเกิดกับลำไส้ส่วนที่ยังไม่เคยเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นมะเร็งอีกชนิดหนึ่งที่ติด 10 อันดับมะเร็งที่พบได้บ่อยทั้งในผู้หญิงและผู้ชายไทย และมักจะพบได้มากที่สุดในคนที่มีอายุมากกว่า 40 ปีอีกด้วย ส่วนในเด็กโตก็มีโอกาสเป็นได้บ้างแต่พบได้ไม่บ่อยมากนัก และชนิดของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่มักจะพบได้บ่อยที่สุด ก็คือชนิดอะดีโนซิคาร์โนมานั่นเอง

อาการของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่

โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ไม่มีอาการที่ชี้เฉพาะ แต่มีอาการที่สามารถสังเกตได้ ซึ่งจะคล้ายกับอาการของโรคลำไส้ใหญ่อักเสบและโรคริดสีดวงทวาร โดยมีอาการที่มักจะพบได้บ่อยในคนที่เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ดังนี้

– มีอาการท้องผูกสลับกับท้องเสียบ่อยๆ โดยไม่ทราบสาเหตุ

– มีอาการอุจจาระเป็นเลือดหรือเป็นมูกเลือด คล้ายกับโรคริดสีดวงทวาร

– มักจะถ่ายอุจจาระไม่สุด หรือในผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการกลั้นอุจจาระไม่อยู่

– อุจจาระมีขนาดเล็กกว่าปกติ

– ผิวซีดโดยไม่ทราบสาเหตุมาก่อน ซึ่งมักจะเกิดจากการมีเลือดออกจากแผลมะเร็ง เป็นผลให้ร่างกายเสียเลือดมากโดยไม่รู้ตัวและเกิดอาการซีดในที่สุด

สำหรับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่หรือไม่ แพทย์จะตรวจด้วยการสอบถามประวัติอาการของผู้ป่วย ตรวจร่างกาย ตรวจทางทวารหนัก การเอกซเรย์เพื่อดูภาพลำไส้ใหญ่ และการตัดชิ้นเนื้อมาตรวจทางพยาธิวิทยา ซึ่งจะให้ผลการตรวจที่แม่นยำที่สุด และสามารถบอกถึงระยะของโรคมะเร็งที่เป็นอยู่ได้อีกด้วย

ระยะของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่

โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ระยะ โดยมีข้อบ่งชี้ของมะเร็งในระยะต่างๆ ดังนี้

ระยะที่ 1 เป็นระยะที่มะเร็งยังไม่ลุกลาม หรือลุกลามอยู่แค่ในผนังลำไส้ใหญ่เท่านั้น

ระยะที่ 2 เป็นระยะที่มะเร็งลุกลามไปสู่อวัยวะและเนื้อเยื่อที่อยู่ใกล้เคียง

ระยะที่ 3 เป็นระยะที่มะเร็งได้ลุกลามเข้าสู่ต่อมน้ำเหลืองที่อยู่ใกล้กับก้อนมะเร็ง

ระยะที่ 4 เป็นระยะที่มะเร็งได้แพร่กระจายไปยังอวัยวะที่อยู่ไกลออกไป ผ่านทางกระแสเลือด ซึ่งอวัยวะที่พบได้บ่อยๆ ได้แก่ ปอด ตับ กระดูกเป็นต้น

วิธีการรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่

การรักษาโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ จะพิจารณาจากส่วนของลำไส้ที่เป็นมะเร็ง กล่าวคือ

มะเร็งลำไส้ใหญ่ในส่วนช่องท้อง จะรักษาด้วยการผ่าตัดเท่านั้น นอกจากว่ามะเร็งได้เข้าสู่ระยะที่มีการลุกลามและแพร่กระจายออกไป แพทย์จะใช้วิธีการรักษาด้วยการทำเคมีบำบัดอย่างต่อเนื่อง

มะเร็งลำไส้ตรง จะรักษาด้วยการผ่าตัดเช่นกัน หากเป็นระยะแรก แต่ถ้าอยู่ในระยะที่มีการลุกลามและแพร่กระจายออกไป แพทย์จะทำการรักษาด้วยการผ่าตัด ร่วมกับการใช้รังสีรักษาและเคมีบำบัด เพื่อประคับประคองอาการของผู้ป่วยให้ได้มากที่สุด

อย่างไรก็ตาม ในการพิจารณาเลือกวิธีการรักษาของแพทย์นั้น จะคำนึงถึงระยะของโรคมะเร็งเป็นหลัก ตามด้วยตำแหน่งที่เกิดโรค อายุและสุขภาพของผู้ป่วย เพื่อให้ได้วิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพที่สุด ซึ่งผู้ป่วยบางคนนอกจากการรักษาด้วยวิธีข้างต้นแล้วก็อาจต้องผ่าตัดทำทวารเทียมให้อุจจาระออกทางหน้าท้อง เพราะลำไส้ตรงไม่สามารถใช้งานได้ตามปกตินั่นเอง

สำหรับวิธีการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ในระยะเริ่มแรก แพทย์แนะนำให้คนที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ควรไปพบแพทย์เพื่อขอรับการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ โดยแพทย์อาจตรวจด้วยการเอกซเรย์ดูภาพลำไส้ใหญ่ ตรวจอุจจาระ หรือการส่องกล้อง ซึ่งแม้ว่าจะตรวจไม่พบมะเร็งลำไส้ใหญ่แต่ก็ควรตรวจซ้ำบ่อยๆ เช่นกัน ส่วนวิธีการป้องกัน ก็สามารถทำได้ด้วยการหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งได้ในระดับหนึ่ง

เอกสารอ้างอิง

National Cancer Institute. Archived from the original on June 25, 2014. Retrieved June 10, 2014.

General Information About Colon Cancer”. NCI. May 12, 2014. Archived from the original on July 4, 2014. Retrieved June 29, 2014.

Logullo Waitzberg, AG, Kiss, DR, Waitzberg, DL, Habr-Gama, A, Gama-Rodrigues, J (Jan 2005). “Diet and colorectal cancer: current evidence for etiology and prevention”. Nutricion Hospitalaria. 20

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here