โรคมะเร็งหลอดอาหาร (Esophageal Cancer)

โรคมะเร็งหลอดอาหาร (Esophageal Cancer)
โรคมะเร็งหลอดอาหาร (Esophageal Cancer)

โรคมะเร็งหลอดอาหาร (Esophageal Cancer)

โรคมะเร็งหลอดอาหาร เป็นหนึ่งในมหันต์ภัยโรคร้ายแรงอย่างมะเร็ง เป็นโรคที่นับวันจะดูมีความน่ากลัวมากยิ่งขึ้น กับการที่อวัยวะทุกส่วนในร่างกายของเรา ล้วนแต่มีความเสี่ยงที่จะเกิดเชื้อมะเร็งขึ้นได้ทั้งหมด  ซึ่งยังรวมไปถึงอวัยวะที่มีความสำคัญต่อระบบทางเดินอาหารในร่างกายมนุษย์ อย่างหลอดอาหาร ก็สามารถที่จะมีโอกาสเกิดเป็นเชื้อมะเร็งขึ้นได้เช่นเดียวกัน

หลอดอาหาร เป็นอวัยวะอย่างหนึ่งในร่างกายมนุษย์ มีลักษณะเป็นท่อยาว ต่อจากคอหอยไปถึงกระเพราะอาหาร  ลงไปทางด้านหลังของช่องอก  และจะอยู่ติดกับหลอดลม  มีหน้าที่สำคัญคือ เป็นช่องทางการลำเรียงอาหารที่ได้กินข้าไป จากปากไปยังกระเพราะอาหาร เพื่อนำเข้าไปสู่กระบวนการย่อยอาหารของร่างกายต่อไป ภายในหลอดอาหารจะประกอบไปด้วยเซลล์หลากชนิด เช่น เซลล์เยื่อเมือกบุภายในหลอดอาหาร เซลล์ต่อมน้ำลาย เซลล์ต่อมน้ำเหลือง เป็นต้น ซึ่งเซลล์ทุกชนิด ล้วนแต่สามารถมีโอกาสเกิดเชื้อมะเร็งได้ทั้งหมด แต่ส่วนใหญ่มะเร็งจะเกิดจากเซลล์ของเยื่อเมือกบุภายในหลอดอาหารเกือบทั้งหมด

โรคมะเร็งหลอดอาหาร หมายถึง ภาวะที่เซลล์ของหลอดอาหารมีการเจริญเติบโต มีการแบ่งตัวของเซลล์มากกว่าปกติ  จนเกิดเป็นก้อนเนื้อหรือมีการก่อเชื้อมะเร็งขึ้น

โรคมะเร็งหลอดอาหาร หากปล่อยไว้ไม่ทำการรักษา จะทำให้ก้อนมะเร็งมีขนาดใหญ่มากขึ้น ส่งผลกระทบต่อการกลืนอาหารของผู้ป่วย จากข้อมูลพบว่า โรคนี้เป็นมะเร็งชนิดที่มีผู้ป่วยมากเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศไทย ติด 10 อันดับแรก ของโรคมะเร็งที่พบได้บ่อยๆ  นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ที่มีความเสี่ยงของโรคนี้ มักจะเกิดขึ้นกับผู้ที่อยู่ในวัยกลางคน มีอายุ ตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไป และจะพบในเพศชายได้มากว่าในเพศหญิง  ถือว่าเป็นโรคมะเร็งชนิดที่มีความรุนแรงของโรคสูงมากชนิดหนึ่ง

สาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งหลอดอาหาร

สำหรับสาเหตุที่ทำให้เซลล์ของหลอดอาหารมีการเจริญเติมโตมากเกินปกติ จนทำให้เกิดเป็นเชื้อมะเร็งได้นั้น ปัจจุบันยังคงไม่ทราบสาเหตุที่แน่นอน แต่มีการวิเคราะห์กันว่า อาจะเกิดจากสาเหตุหลักๆ ดังต่อไปนี้

1. การสูบบุหรี่  เป็นที่ทราบกันดีว่าการสูบบุหรี่นั้น เป็นตัวการทำให้เกิดโรคมะเร็งได้เกือบทุกชนิด เนื่องจากสารประกอบบางอย่างในบุหรี่จะไปกระตุ้นให้เชื้อมะเร็งมีการก่อตัวขึ้นภายในร่างกาย

2. ความผิดปกติทางพันธุกรรมชนิดไม่ถ่ายทอด ซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมการแบ่งตัว และการตายของเซลล์ปกติ  ข้อนี้เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ไม่สามารถควบคุมได้

3. การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สำหรับผู้ที่ชอบดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บ่อยๆ เป็นเวลานานๆติดต่อกัน จะมีความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งหลอดอาหารมากว่าผู้ที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์

4. การขาดสารอาหารบางชนิด เช่น ผู้ที่ทานผลไม้น้อยจะมีความเสี่ยงมากว่าผู้ที่ทานผลไม้ปกติ และยังรวมถึงผู้ที่ทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่ บ่อยๆอีกด้วย

5. เชื้อชาติ เนื่องจากคนในบางเชื้อชาติ จะสามารถตรวจพบโรคมะเร็งหลอดอาหารได้มากว่าชาติอื่นๆ  เช่น เชื้อชาติจีน อินเดีย และอิหร่าน เป็นต้น

6. ผู้ที่เป็นโรคอ้วน สำหรับผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกณฑ์มาตรฐาน จนถึงระดับการเป็นโรคอ้วน จะมีความเสี่ยงมากว่าผู้ที่มีน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ปกติ

7. การบริโภคอาหารที่เป็นสารก่อมะเร็งบ่อยๆ เช่นอาหารประเภทปิ้งย่าง อาหารที่ใส่สารกันบูด รวมถึงอาหารที่มีการแปรรูป หรือผ่านการถนอมอาหารบางประเภทด้วย

8. เป็นโรคเรื้องรังเกี่ยวกับหลอดอาหาร ผู้ที่มีภาวะของการเจ็บป่วยเกี่ยวกับหลอดอาหารบ่อยๆ และเรื้อรัง จะมีความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งหลอดอาหารมากว่าคนปกติ

9. ผู้ที่เป็นโรคกรดไหลย้อน เนื่องจากภาวะกรดไหลย้อนจะส่งผลให้ เยื่อบุภายในหลอดอาหารเกิดการบาดเจ็บและเกิดความเสียหายต่อเนื่องจนอาจนำไปสู่มะเร็งในหลอดอาหารได้

10. ผู้ที่เคยป่วยเป็นมะเร็งชนิดอื่นๆมาก่อน โดยเฉพาะมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับศีรษะและลำคอจะมีโอกาสป่วยเป็นโรคมะเร็งหลอดอาหารมากกว่าผู้ที่ไม่เคยป่วยเป็นโรคประเภทนี้มาก่อน

11. การได้รับสารเคมีบางชนิดบ่อยๆ อาจจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ได้ เช่น จากอาชีพในการทำงาน การเผลอกลืนสารเคมีบางชนิดเข้าไป ได้แก่ น้ำยาล้างจาน น้ำยาล้างห้องน้ำ เป็นต้น เข้าไปสะสมจนทำให้เกิดเป็นตัวกระตุ้นมะเร็งนั่นเอง

ชนิดของโรคมะเร็งหลอดอาหาร

โรคมะเร็งหลอดอาหารมีอยู่หลากหลายชนิด แต่ชนิดที่สามารถพบได้บ่อยๆ จะมีอยู่ 2 ชนิด ซึ่งมีความรุนแรงของโรคอยู่ในระดับปานกลางทั้งคู่ มีวิธีการักษาและระยะอาการของโรคที่ใกล้เคียงกัน ดังต่อไปนี้

1. ชนิดสความัส (Squamous Cell Carcinoma) เกิดจากเซลล์เยื่อบุผนังหลอดอาหาร เกิดที่ส่วนต้นและส่วนกลางของหลอดอาหาร

2. ชนิดอดีโนคาร์ซิโนมา (Adenocarcinoma) เกิดจากส่วนที่เป็นต่อมในส่วนปลายของหลอดอาหาร

อาการของโรคมะเร็งหลอดอาหาร

โรคนี้เป็นมะเร็งอีกชนิดหนึ่ง ที่หากเป็นแล้ว จะสังเกตได้ยาก เนื่องจากผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้ในระยะแรกๆ มักจะไม่มีอาการใดๆแสดงออกมา ยังคงใช้ชีวิตได้เหมือนคนปกติ และโรคมะเร็งหลอดอาหารนี้จะไม่มีอาการเฉพาะตัวของโรคที่เด่นชัด โดยอาการทั่วไปที่แสดงออกมา จะมีความคล้ายกับอาการอักเสบของหลอดอาหาร ผู้ป่วยมักทราบว่าตนเองเป็นโรคนี้เมื่อมีอาการที่หนักแล้ว หรือเป็นระยะที่เชื้อมะเร็งเริ่มแพร่กระจายแล้ว โดยอาการที่จะสามารถพบได้บ่อยๆ คือ
กลืนอาหารได้ลำบากมากกว่าปกติ  หรือรู้สึกเจ็บขณะกลืนอาหาร โดยเฉพาะอาหารที่เป็นของแข็ง  หากเป็นมากขึ้นแล้วจะกลืนไม่ลงทั้งอาหารที่เป็นของแข็งและของเหลว แม้กระทั่งน้ำลายก็ตาม
มีอาการไอเรื้อรัง ไอเป็นเลือด หรือ มีเสมหะปดเลือดออกมาบ่อยครั้ง
น้ำหนักตัวลดลงอย่างรวดเร็ว โดยไม่ทรายสาเหตุ
เสียงแหบแห้ง
มีอาการคลื่นไส้และอาเจียนบ่อยครั้ง
รู้สึกปวดที่บริเวณกระดูกซี่โครงส่วนบนหรือในลําคอ
เมื่อโรคลุกลามมากขึ้น อาจมีต่อมน้ำเหลืองเหนือไหปลาร้าโตจนสามารถคลำได้

การตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็งหลอดอาหาร

หากสงสัยว่าตนเองมีอาการป่วยคล้ายกับโรคของมะเร็งหลอดอาหาร ตามอาการที่กล่าวมาข้างต้นนี้  ให้รีบไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยโรค ซึ่งแพทย์จะมีวิธีในการตรวจวินิจฉัยโรคนี้ได้หลากหลายวิธี เช่น
1. การสอบถามประวัติอาการ และการตรวจร่างกาย  เป็นวิธีตรวจเบื้องต้นที่แพทย์มักใช้กับผู้ป่วย

2. การเอกซเรย์กลืนแป้ง แพทย์จะให้ผู้ป่วยกลืนแป้งที่เป็นสารทึบแสงเข้าไปในร่างกาย โดยแป้งชนิดนี้จะไปเคลือบหลอดอาหาร ช่วยทำให้การถ่ายภาพเอกซเรย์ สามารถมองเห็นก้อนเนื้อมะเร็งได้ชัดขึ้น กว่าการเอกซเรย์แบบปกติ

3. การส่องกล้องหลอดอาหาร โดยแพทย์จะใช้กล้องขนาดเล็กส่องผ่านเข้าทางปากผ่านลำคอ เพื่อไปตรวจสอบหลอดอาหารว่ามีความผิดปกติใดๆหรือไม่

4. การตรวจเอกซเรย์ด้วยคอมพิวเตอร์ หรือ CT Scan เป็นวิธีการตรวจที่แพทย์สามารถมองเห็นหลอดอาหารแบบเป็นภาพ 3 มิติ ซึ่งช่วยให้แพทย์สามารถเห็นตำแหน่งและการกระจายของโรคได้ละเอียดกว่าการเอกซเรย์ธรรมดา

5. การตัดชิ้นเนื้อไปตรวจทางพยาธิวิทยา วิธีนี้จะทำขณะที่มีการส่องกล้องเข้าไปตรวจสอบในระบบทางเดินอาหาร ซึ่งเป็นวิธีที่ให้ผลดีแม่นยำที่สุด

ระยะของโรคมะเร็งหลอดอาหาร

โรคมะเร็งหลอดอาหารสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ระยะเหมือนโรคมะเร็งชนิดอื่นๆ  ดังต่อไปนี้
ระยะที่ 1  : เป็นระยะเริ่มต้นของโรค ก้อนเนื้อมะเร็งยังมีขนาดเล็กอยู่ เชื้อยังคงอยู่เฉพาะในหลอดอาหาร ไม่มีการแพร่กระจายไปยังที่อื่นๆ

ระยะที่ 2  : ก้อนมะเร็งเริ่มมีขนาดใหญ่ขึ้น เริ่มกินลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อของหลอดอาหาร และลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลืองไม่เกิน 2 ต่อม

ระยะที่ 3  : เป็นระยะที่เชื้อมะเร็งลุกลามไปยังรอบๆ และมีการลุกลามออกมาทะลุเนื้อเยื่อของหลอดอาหารแล้ว นอกจากนี้ยังลุกลามเข้าไปยังต่อมน้ำเหลืองเกิน 3 ต่อมขึ้นไปแล้ว

ระยะที่ 4  : เป็นระยะสุดท้ายของโรค เชื้อมะเร็งจะกระจายเข้าสู่กระแสเลือด และแพร่ไปยังอวัยวะอื่นๆ รวมถึงต่อมน้ำเหลือง ที่อยู่ห่างไกลออกไป โดยอวัยวะที่พบเชื้อจากการลุกลามได้บ่อยๆ คือ ปอด ตับ กระดูก และผิวหนัง โดยหากเป็นถึงระยะนี้แล้ว จะไม่สามารถรักษาให้หายเป็นปกติได้เลย

ในทางปฏิบัติของแพทย์ จะแบ่งโรคมะเร็งหลอดอาหารออกเป็นแค่ 3 ระยะเท่านั้น คือ ระยะที่สามารถผ่าตัดได้  ระยะที่โรคลุกลามแล้วผ่าตัดไม่ได้แล้ว แต่ยังไม่มีการแพร่กระจายของเชื้อมะเร็ง และ ระยะที่โรคแพร่กระจายแล้ว ไม่สามารถทำการรักษาให้หายขาดได้  ซึ่งแพทย์ผู้รักษาจะเป็นผู้วิเคราะห์เองว่า ผู้ป่วยในแต่ละรายนั้นอยู่ในระยะของโรคขั้นไหนแล้ว เพื่อที่จะได้เตรียมวิธีในการรักษาให้ถูกต้องและเหมาะสมที่สุดการรักษาโรคมะเร็งหลอดอาหาร

ในการรักษาผู้ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งหลอดอาหารนั้น แพทย์จะต้องใช้ดุลยพินิจวิเคราะห์ผู้ป่วยแต่ละรายให้ดีเสียก่อน ที่จะทำการรักษา ซึ่งแพทย์จะต้องคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ เช่น อายุ ความแข็งแรงของผู้ป่วย ระยะของโรค ขนาดและตำแหน่งของมะเร็ง เป็นต้น แต่สิ่งที่สำคัญที่แพทย์จะต้องยึดถือมากที่สุดก็คือ ความปลอดภัยในชีวิตของผู้ป่วยนั้นเอง

การรักษาโรคมะเร็งหลอดอาหาร

1. การผ่าตัด หากแพทย์วิเคราะห์แล้วว่าผู้ป่วยสามารถที่จะผ่าตัดได้ และตัวของผู้ป่วยเองยังไม่มีการแพร่กระจายของโรค  แพทย์จะนิยมใช้วิธีนี้ในการรักษา โดยการผ่าตัดเอาก้อนเนื้อร้ายออกจากหลอดอาหาร  ซึ่งหลังจากผ่าตัดแล้ว แพทย์อาจจะใช้วิธีการรักษาอื่นควบคู่ไปด้วย อย่างเช่น  การให้เคมีบำบัด หรือใช้รังสีรักษา โดยจะต้องดูผลกระทบจากการผ่าตัดก่อน  นอกจากนี้แพทย์อาจใช้วิธี การให้เคมีบำบัด หรือใช้รังสีรักษา เพื่อทำมะเร็งมีขนาดเล็กลงก่อนที่จะผ่าตัดก็เป็นได้

2. การใช้รังสีรักษา เป็นวิธีการรักษาอีกรูปแบบหนึ่ง หากแพทย์วิเคราะห์แล้วว่าไม่สามารถใช้การผ่าตัดได้  ซึ่งวิธีนี้แพทย์จะใช้รังสีที่มีพลังงานสูง เข้าไปทำรายเชื้อมะเร็งที่หลอดอาหาร

3. การใช้เคมีบำบัด หมายถึงการใช้ยาเพื่อให้ไปฆ่าเซลล์มะเร็งที่เกิดขึ้น โดยแพทย์อาจให้ผู้ป่วยกินทางปากหรือฉีดเข้าเส้นเลือดก็ได้ โดยวิธีนี้แพทย์ผู้รักษามักจะใช้ร่วมกับวิธีการผ่าตัด

แม้ว่าจะมีวิธีการรักษาโรคมะเร็งหลอดอาหารหลากหลายวิธีในทางการแพทย์ แต่เนื่องจากโรคมะเร็งชนิดนี้เป็นโรคที่มีความรุนแรงของโรคที่สูงมากชนิดหนึ่ง จึงทำให้รักษาให้หายเป็นปกติได้ยากในระดับหนึ่ง  แต่ทั้งนี้ก็มีโอกาสรักษาให้หายเป็นปกติได้เช่นกัน เพียงต่อผู้ป่วยจะต้องเป็นผู้ที่มีสุขภาพที่แข็งแรง มีตำแหน่งของก้อนมะเร็งอยู่ในบริเวณที่สามารถจะผ่าตัดได้  และต้องมาพบแพทย์ตั้งแต่ระยะของโรคมะเร็งยังไม่เกิดการแพร่กระจาย

การตรวจคัดกรองโรคมะเร็งหลอดอาหารและการป้องกันโรค

นอกจากจะเป็นโรคมะเร็งชนิดที่มีความรุนแรงของโรคสูงแล้ว ความน่ากลัวของโรคมะเร็งหลอดอาหารอีกอย่างหนึ่งคือ ในปัจจุบันยังคงไม่มีวิธีการใดที่สามารถจะป้องกันการเกิดโรคชนิดนี้ได้ รวมถึงยังไม่มีวิธีในการตรวจคัดกรองมะเร็งอีกด้วย ดังนั้นเราจึงควรดูแลสุขภาพร่างกายของตนเองให้มีความสมบรูณ์แข็งแรงอยู่เสมอ และควรหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆที่อาจจะเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดเชื้อมะเร็งขึ้นได้

จะเห็นได้ว่าโรคมะเร็งหลอดอาหารเป็นโรคที่น่ากลัวไม่น้อยเลย  เป็นโรคที่หากเกิดขึ้นแล้ว ย่อมมีความยากต่อการรักษาให้หายดีเป็นปกติ ซึ่งแน่นอนว่าตัวเราเองคงไม่อาจทราบได้เลยว่า ในอนาคตจะมีโอกาสเป็นโรคมะเร็งชนิดนี้หรือไม่ แต่อย่างน้อยสิ่งที่ตัวเราเองพอจะทำได้ดีที่สุดคือ หมั่นดูแลสุขภาพร่างกายตนเองให้ดีให้แข็งแรงเสมอ นอกจากนี้อย่าใช้ชีวิตที่สบายหรือตามใจตนเองให้มากเกินไป โดยไม่คำนึงถึงความเสี่ยงของปัจจัยต่างๆรอบๆตัวเรา ที่อาจก่อให้เกิดเชื้อมะเร็งได้ และเรื่องสุดท้ายที่ใครหลายคนมักมองข้ามก็คือ การตรวจสุขภาพประจำปี ควรทำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อให้ทราบได้ว่าตัวเราเองมีสุขภาพร่างกายเป็นอย่างไร และมีโรคร้ายแรงอะไรที่ต้องรีบเข้ารับการรักษาหรือไม่ ทั้งหมดที่ทำนี้ก็เพื่อสุขภาพของตัวเราเองทั้งสิ้น

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมตามลิ้งค์ด้านล่าง

เอกสารอ้างอิง

พวงทอง ไกรพิบูลย์. ถาม – ตอบ มะเร็งร้ายสารพัดชนิด. กรุงเทพฯ ซีเอ็ดยูเคชั่น, 2557. 264 หน้า 1.มะเร็ง I.ชื่อเรื่อง. 616.994 ISBN 978-616-08-1170-0

Tongaonkar HB, Desai SB (September 2005). “Benign mixed epithelial stromal tumor of the renal pelvis with exophytic growth: case report”. Int Semin Surg Oncol. 2: 18. PMC 1215508 Freely accessible. PMID 16150156. 

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here