สารตรวจค่าเลือด – Ferritin

สารตรวจค่าเลือด - Ferritin
สารตรวจค่าเลือด – Ferritin

 

Ferritin คือสารที่ใช้ในการตรวจเพื่อวัดค่าเลือดในการหาความผิดปกติของเลือดและโอกาสในการป่วยด้วยโรคบางชนิด

ข้อมูลที่ควรทราบเกี่ยวกับ Ferritin

Ferritin มีความหมายว่า โปรตีนที่ถูกธาตุเหล็กฝังตัวจับติดอยู่ภายในเนื้อเยื่อของอวัยวะต่างๆ ซึ่งจะมีลอยอยู่ในเลือดน้อยมากหรือแทบไม่พบเลย โดยอาจสรุปได้ว่าการตรวจวัดหาค่า Ferritin จากเลือดโดยปกติ ก็เท่ากับการตรวจหาค่าธาตุเหล็กในเลือดโดยตรงนั่นเอง

การตรวจหาค่าธาตุเหล็กในเลือดด้วย Ferritin จะทำให้ทราบว่าขณะนี้ธาตุเหล็กอยู่ในระดับความพร่อง ที่อาจนำไปสู่การเกิดโรคโลหิตจาง หรือมีธาตุเหล็กสูงเกินไปที่อาจนำไปสู่การเกิดสภาวะเป็นพิษจากธาตุเหล็กที่มีความอันตรายเช่นกัน และนอกจากนี้การตรวจหาค่า Ferritin ก็สามารถตรวจวัดสัญญาณบ่งชี้โรคมะเร็ง (Tumor marker) ได้อีกด้วย เมื่อพบว่าระดับของ Ferritin มีค่าที่สูงผิดปกติในเลือดนั่นเอง

โดยส่วนใหญ่แล้วธาตุเหล็กภายในร่างกายมักจะรวมอยู่กับโปรตีนเสมอ ทำให้ร่างกายต้องมีการสร้างกรดชนิดหนึ่งขึ้นมา คือ กรดเซียลิค (Sialic Acid) โดยเป็นกรดที่จะทำให้โปรตีนสามารถเก็บรักษาธาตุเหล็กได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งเมื่อกรดเซียลิค รวมกับโปรตีนและน้ำตาล (จากเลือด) ก็จะทำให้เกิดเป็นสารประกอบชนิดหนึ่งที่เรียกว่า SAG หรือ Siakicasid – Rich Glycoprotein นั่นเอง

โดยสาร SAG นี้จะทำให้ธาตุเหล็กทำปฏิกิริยากับออกซิเจนได้ว่องไวมากขึ้น จนเปลี่ยนสถานภาพกลายเป็นสารอนุมูลอิสระ ที่อาจจะทำให้ก่อให้เกิดมะเร็งกับเนื้อเยื่อที่สารตัวนี้ไปสัมผัสกระตุ้นให้เซลล์มะเร็งที่มีอยู่ก่อนแพร่กระจายตัวออกไปอย่างรวดเร็วและลุกลามไปยังอวัยวะอื่นๆเนื่องจากภาวะที่ร่างกายมีระดับของธาตุเหล็กสูงเกินกว่าปกติ จะนำไปสู่การเกิดมะเร็งหรือส่งผลให้มะเร็งเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว

ดร.เออยีน ดี.ไวน์เบิร์ก (Dr.EugeneD.Weinberg) ผู้เป็นศาสตราจารย์แห่งภาคชีววิทยาของมหาวิทยาลัยอินเดียนา สหรัฐฯ และตัวแทนหอสมุดการแพทย์แห่งชาติของสหรัฐอเมริกา จึงได้ทำการจัดทำรายงานขึ้นมาเพื่อเผยแพร่เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวและแถลงเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 1996 เพื่อให้ประชาชนได้ทราบและตระหนักถึงอันตรายที่อาจเกิดจากการได้รับธาตุเหล็กมากเกินไปนั่นเอง

ภาวะธาตุเหล็กเกิน นอกจากจะทำให้เกิดการก่อเซลล์มะเร็งในร่างกายได้แล้ว ก็มีฤทธิ์ในการลดภูมิต้านทาน จนทำให้เซลล์เม็ดเลือดขาวไม่สามารถทำหน้าที่ในการปกป้องร่างกายจากเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมต่างๆ ได้อย่างเต็มที่ จึงทำให้ร่างกายอ่อนแอลงและมีโอกาสที่จะเกิดโรคแทรกซ้อนได้ง่ายขึ้น

จากการรวบรวมข้อมูลของผลการค้นคว้าวิจัยถึงภาวะธาตุเหล็กของ ดร.ไวน์เบิร์ก ก็ได้ผลสรุปอย่างเข้าใจว่า
เมื่อร่างกายได้รับปริมาณของธาตุเหล็กที่เกินพอดี จะทำให้เกิดการสิ้นเปลืองโปรตีน เนื่องจากร่างกายจากนำโปรตีนจำนวนหนึ่งมาสร้าง Ferritin และสร้าง Transferrin เพื่อห่อหุ้มธาตุเหล็กเอาไว้ส่งผลให้ร่างกายมีโปรตีนน้อยลงและไม่สามารถนำมาทดแทนในยามที่ร่างกายทรุดโทรมได้อย่างเพียงพอ ส่งผลให้ร่างกายเกิดการเจ็บป่วย ติดเชื้อได้ง่าย และมีโอกาสเป็นมะเร็งได้

ธาตุเหล็กส่วนเกินในร่างกายส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบไหน มันมักจะนำพาเอาออกซิเจนติดตัวไปด้วยเสมอ เป็นผลให้เกิดประจุไฟฟ้าของเหล็กที่มีความว่องไวมากในรูปแบบของอนุมูลอิสระ ซึ่งอาจเรียกได้ว่ามันมีความว่องไวในระดับ มหาอนุมูลอิสระ (Super Radicals) เลยทีเดียว และเมื่อมันได้ทำปฏิกิริยากับออกซิเจนซ้ำอีกครั้งหนึ่ง ก็จะกลายเป็นอภิมหาวายร้ายอนุมูลอิสระ (Hydroxyl Radicals) ที่สามารถเข้าไปทำลาย DNA ของเซลล์ต่างๆ ภายในร่างกายได้อย่างง่ายดาย และส่งผลให้เซลล์บางส่วนเกิดการกลายพันธุ์จนเป็นเซลล์มะเร็งที่พร้อมจะคร่าชีวิตผู้ป่วยได้ง่าย และสำหรับใครที่ป่วยด้วยโรคมะเร็งอยู่แล้ว มันก็จะยิ่งไปกระตุ้นให้เกิดการลุกลามอย่างรวดเร็วอีกด้วยซึ่งก็จะเห็นได้ว่าการมีภาวะเหล็กเกินในร่างกาย เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามอย่างเด็ดขาด

ในขณะที่ธาตุเหล็กส่วนเกินภายในร่างกายกำลังแผลงฤทธิ์อยู่นั้น หากมีจุลชีพหลุดเข้าไปในร่างกายก็จะยิ่งไปกระตุ้นและเสริมฤทธิ์ให้สามารถสร้างความเสียหายต่อเซลล์ต่างๆ ในร่างกายและก่อให้เกิดโรคร้ายต่างๆ ในรูปของการติดเชื้อหรือการอักเสบได้สูงมากอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นการก่อโรคจากธาตุเหล็กอย่างไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว

ดังนั้นโดยสรุปแล้ว การตรวจวัดค่า Ferritin นอกจากจะช่วยวัดปริมาณของธาตุเหล็กภายร่างกายได้ดีแล้ว ก็เป็นเครื่องมือในการบ่งชี้สัญญาณของโรคมะเร็งได้อีกด้วย การวัดค่า Ferritin จึงเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ได้รับความนิยมในการนำมาตรวจหาสัญญาณบ่งชี้มะเร็งควบคู่ไปกับวิธีอื่นๆ เพื่อยืนยันความแม่นยำ
ค่าความปกติของ Ferritin

ค่าความปกติของ Ferritin

บุรุษ Ferritin :  12 – 300  ng/mL
สตรี Ferritin :  10 – 150  ng/mL

ค่าความผิดปกติของ Ferritin

การตรวจหาค่าความผิดปกติของ Ferritin จะถือเอาตามผลการตรวจค่าที่ได้ออกมาดังนี้

หากการตรวจได้ค่าไปในทางน้อย แสดงว่า

ผู้ป่วยอาจกำลังป่วยด้วยโรคโลหิตจางชนิดขาดธาตุเหล็ก โดยเฉพาะหากพบว่าค่า Ferritin มีค่าเท่ากับหรือต่ำกว่า 10 ng/mL ซึ่งจะให้ความแม่นยำสูงมาก มีการตกเลือดภายในอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย โดยเฉพาะช่องทางเดินอาหาร และลำไส้ หรืออาจเป็นโรคบางชนิดที่ทำให้มีเลือดออกภายในอวัยวะใดอวัยวะหนึ่งในร่างกาย ประจำเดือนมามากกว่าปกติ หรือมานานกว่าปกติ และเป็นต่อเนื่องหลายเดือน

หากการตรวจได้ค่าไปในทางมาก แสดงว่า

เป็นโรคทั่วๆ ไปที่มีความเกี่ยวพันธ์กับธาตุเหล็ก เช่น
1.โรคโลหิตจางชนิดเม็ดเลือดแดงโตผิดปกติ โดยโรคนี้เม็ดเลือดแดงจะมีความเปราะบางและอาจแตกได้ง่าย หรือโรคโลหิตจางชนิดสร้างฮีโมโกลบินไม่ได้แต่ไม่ได้ขาดธาตุเหล็ก รวมถึงอาจเป็นโรคโลหิตจางชนิดทาลัสซีเมียด้วย

2.มีการอักเสบของอวัยวะภายในร่างกาย เช่น ตับอักเสบจากพิษแอลกอฮอล์ (Alcoholic Liver Disease)

อาจเป็นโรคมะเร็ง เช่น
1.โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว (Leukemia) โรคมะเร็งตับ (Hepatocellular Carcinoma) และ โรคมะเร็งปุ่มน้ำเหลือง (Lymphoma) เป็นต้น เพราะเป็นมะเร็งที่สัมพันธ์กับธาตุเหล็กโดยตรง นอกจากนี้ก็อาจพบเป็นโรคมะเร็งชนิดอื่นๆ ด้วยก็ได้

2.เป็นโรคมะเร็งเต้านมหรือมะเร็งชนิดอื่นๆ อย่างใดอย่างหนึ่ง เมื่อตรวจพบค่า Ferritin มีค่าที่สูงกว่าปกติ พร้อมกับการตรวจค่า CEA มีค่าที่สูงด้วย

จะเห็นได้ว่าการที่ร่างกายได้รับธาตุเหล็กเกิน ไม่เป็นผลดี จึงควรควบคุมปริมาณธาตุเหล็กให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมจะดีที่สุด

เอกสารอ้างอิง

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ แพทย์หญิงพวงทอง ไกรพิบูลย์. รู้ก่อนเข้าใจการตรวจรักษามะเร็ง. กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชั่น, 2557. 

 

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here