อาหารสำหรับผู้ป่วยมะเร็งและอาหารต้านมะเร็ง

กินอย่างไร ห่างไกลมะเร็ง, อาหารต้านมะเร็ง
กินอย่างไร ห่างไกลมะเร็ง, อาหารต้านมะเร็ง

อาหารที่เหมาะสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง

สำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งหรือผู้ที่มีญาติหรือคนใกล้ชิดที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งอยู่ตอนนี้ ควรศึกษาเรื่องของอาหารที่จะต้องกินเข้าไปในแต่ละวันสำหรับผู้ป่วย

เนื่องจากผู้ป่วยโรคมะเร็งจะต้องได้รับการดูแลและเอาใจใส่เรื่องการทานอาหารเป็นพิเศษ หากยังไม่รู้ว่าต้องทำหรือปฏิบัติตัวในการทานอาหารอย่างไร  ให้ทำตามคำแนะนำดังต่อไปนี้ เนื่องจากผู้ป่วยโรคมะเร็ง ต้องมีการเข้ารับการรักษาวิธีต่างๆ เช่น การให้เคมีบำบัด การผ่าตัด การฉายรังสี การให้ฮอร์โมนบำบัด ดั้งนั้นอาหารที่ต้องทานเข้าไปในแต่ละวันจึงมีความแตกต่างกับคนที่ร่างคนร่างกายปกติ เพราะ ผู้ป่วยโรคมะเร็งจะต้องได้รับสารอาหารหลัก จำพวก โปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุ มากกว่าคนร่างกายแข็งแรงปกติ เพื่อที่จะนำสารอาหารเหล่านี้ไปช่วยซ่อมแซม ฟื้นฟู เซลล์ต่างๆของร่างกายที่ถูกมะเร็งทำลายไป และเพื่อที่จะช่วยให้ร่างกายมีความแข็งแรง พร้อมสำหรับการรักษาในขั้นตอนต่อๆไปของแพทย์

ทั้งนี้ปัญหาที่จะเจอบ่อยๆสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็ง ที่ทำการรักษาด้วยวิธีให้เคมีบำบัด หรือ การฉายรังสี คือการพบว่าผู้ป่วยมีปริมาณเม็ดเลือดต่ำ  ร่างกายอ่อนแอ น้ำหนักลดลงต่อเนื่อง จนทำให้ต้องหยุดระงับการรักษาไว้ชั่วคราวเพื่อให้ผู้ป่วยแข็งแรงดีขึ้นซะก่อน จึงทำการรักษาต่อไปได้ ซึ่งค่อนข้างเป็นอันตรายมาก เพราะการรอเวลาให้ผู้ป่วยแข็งแรง อีกด้านหนึ่งมะเร็งก็ยังรุกรามต่อไปแบบไม่หยุดเรื่อยๆ  ดังนั้นการเลือกทานอาหารของผู้ป่วยจึงมีความสำคัญมาก ผู้ป่วยต้องเลือกทานอาหารที่ดีและมีปะโยชน์ โดยเน้นสารอาหารที่สำคัญอย่าง กรดอะมิโน  ที่เป็นสารตั้งต้นของโปรตีนสารอาหารที่สำคัญที่ผู้ป่วยมะเร็งจะต้องได้รับ เพื่อไปช่วยบำรุง เม็ดเลือดขาว เม็ดเลือดแดง เกล็ดเลือด เอ็นไซด์เป็นต้นซึ่งก็มักมีความเชื่อผิดๆกันว่า หากป่วยเป็นมะเร็งไม่ควรทานอาหารกลุ่มโปรตีน เพื่อที่จะได้ทำให้เซลล์มะเร็งขาดสารอาหารและตายไป  ซึ่งไม่เป็นความจริง ผู้ป่วยควรทานโปรตีนและทานให้มากกว่าคนปกติ เพื่อให้ไปเสริมความแข็งแรงของเซลล์ปกติ เช่น เม็ดเลือด กล้ามเนื้อ ให้ได้ทำงานเต็มประสิทธิภาพ ในการต่อสู้กับเซลล์มะเร็ง

โปรตีนคุณภาพสูงที่สำคัญต่อร่างกายที่นิยมให้ผู้ป่วยทานคือ

1.อัลบูมิน เป็นโปรตีนที่สกัดมาจากไข่ขาว เป็นส่วนประกอบกว่า 50 % ของโปรตีนที่พบในเลือด ถูกสร้างจากกรดอะมิโนที่ตับ มีหน้าที่ซ่อมแซมและสร้างความแข็งแรงและภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายหากร่างกายมีระดับของอัลบูมินในเลือกต่ำกว่าปกติ จะเพิ่มความเสี่ยงของอัตราการเกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆ และจะยิ่งส่งผลต่ออัตราการเสียชีวิตที่เพิ่มสูงขึ้นไปอีก

2.ซอยย์ โปรตีนที่มาจากพืชตระกูลถั่ว มีไขมันต่ำ มีสารสารไฟโตสเตอรอล (Phytosterol) และซาโพนิน (Saponins) ที่ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล และทำให้ร่างกายมีความสดชื่น

3.เวย์ หลายคนรู้จักกันดี โดยเฉพาะกลุ่มของนักกีฬาและนักเพาะกล้าม เป็นโปรตีนสกัดจากนม จะสกัดส่วนที่เป็นคาร์โบไฮเดรตและไขมันออกให้เหลือส่วนที่เป็นโปรตีนบริสุทธิ์และนำไปทำให้อยู่ในรูปของผง เป็นโปรตีนที่ย่อยง่าย ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้เร็ว และยังไปช่วยสร้างกล้ามเนื้อ ลดอาการปวดเมื่อย ให้กับผู้ป่วยโรคมะเร็งอีกด้วย เนื่องจากมีสาร BCAAs (Branched Chain Amino Acids) หรือ กลุ่มของกรดอะมิโน นั้นเองการทานโปรตีนให้เกิดประโยชน์กับร่างกายสูงสุด ต้องทานคู่กับวิตามินและแร่ธาตุ เพื่อที่จะไปช่วยสร้าง เม็ดเลือดและ ฮีโมโกบินช่วยเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ กระตุ้นภูมิคุ้มกัน และยังทำให้ฮอร์โมนและเอ็นไซน์ ต่างๆในร่างกายทำงานได้ดีขึ้นอีกด้วย

สำหรับอาหารที่เหมาะสมกับผู้ป่วยโรคมะเร็งและควรทาน คือ

1. กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ ตามหลักโภชนาการ เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนและช่วยให้ร่างกายแข็งแรง โดยเน้นอาหารปรุงสุก  และสะอาด

2. อาหารที่มีกากใยสูงเช่น ผักและ ผลไม้ต่างๆ ข้าวไม่ขัดสีเป็นต้น เนื่องจากจะช่วยให้ระบบขับถ่ายในร่างกายของผู้ป่วยทำงานได้ดี

3. ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอผู้ป่วยควรทานน้ำเปล่าให้มากเพียงพอในแต่ละวันอย่างน้อย 8 – 10 แก้ว

อาหารที่ผู้ป่วยโรคมะเร็งไม่ควรทานควรหลีกเลี่ยง คือ

1. อาหารที่ให้พลังงานสูงแต่ไม่มีคุณค่าทางสารอาหาร เช่น ขนมคบเคี้ยวต่างๆ น้ำอัดลม เป็นต้น เนื่องจากเป็นอาหารที่ไม่มีประโยชน์ และหากทานมากๆยังจะนำไปสู่โรคอื่นๆได้อีกด้วย

2. อาหารที่ไม่สะอาด หรือปรุงแบบกึ่งสุกกึ่งดิบ  เนื่องจากเสี่ยงต่อการติดเชื้อแบคทีเรียและตัวพยาธิต่างๆ

3. อาหารหมักดองด้วยดินประสิว เช่น แหนม ไส้กรอกเป็นต้น

4. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มคาเฟอีน เช่น ชา กาแฟ เครื่องดื่มบำรุงกำลังต่าง ผู้ป่วยควรงดและเลี่ยงจะดีที่สุด โดยให้เน้นทานน้ำเปล่าทดแทนการทานอาหารที่ดีและมีประโยชน์ สำคัญมากต่อผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็ง แม้อาหารจะไม่ใช่สิ่งที่ไปรักษาโรคมะเร็งโดยตรง แต่การเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ จะส่งผลในทางอ้อมแทน โดยจะไปช่วยให้ร่างกายของผู้ป่วยมีความแข็งแรง มีพละกำลังที่พร้อมจะสู้ต่อกับโรคร้ายที่เกิดขึ้นนี้ในวันต่อๆไป

 

เอกสารอ้างอิง

Thun MJ, Hannan LM, Jemal A (September 2006). “Interpreting cancer trends”. Annals of the New York Academy of Sciences.

Prasad AR, Bernstein H (March 2013). “Epigenetic field defects in progression to cancer”. World Journal of Gastrointestinal Oncology.

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here