โรคมะเร็งในเด็ก (Pediatric Cancer)

โรคมะเร็งในเด็ก (Pediatric Cancer)
โรคมะเร็งในเด็ก (Pediatric Cancer)

 

โรคมะเร็งไม่ได้จำกัดเฉพาะว่าต้องเป็นในผู้ใหญ่เท่านั้น  แต่ยังสามารถเป็นได้กับวัยเด็กด้วย โดยโรคมะเร็งในเด็กหมายถึง โรคมะเร็งที่จะเกิดกับเด็กแรกเกิดตั้งแต่อยู่ในครรภ์ของมารดา จนถึงเด็กที่มีอายุไม่เกิน 14 ปีซึ่งโรคมะเร็งในเด็กนั้นสามารถเกิดขึ้นได้กับเด็กทุกช่วงอายุ ทั้งเพศชายและเพศหญิงในอัตราส่วนปริมาณที่ใกล้เคียงกัน
โรคมะเร็งในเด็กจะมีอัตราเกิดโรคได้น้อยกว่าในผู้ใหญ่มาก คิดเป็นประมาณ 1ใน 10 ของโรคมะเร็งในผู้ใหญ่  โรคมะเร็งในเด็กมีหลายชนิด แต่ละชนิดมีธรรมชาติของโรค อาการ ระยะโรค และวิธีรักษาแตกต่างกันออกไป   มีทั้งมะเร็งชนิดเดียวกับผู้ใหญ่และชนิดที่ต่างจากผู้ใหญ่ แต่ส่วนมากชนิดของมะเร็งเกือบทั้งหมดจะเป็นชนิดที่แตกต่างจากในผู้ใหญ่

โรคมะเร็งเด็กที่พบได้มากที่สุดคือโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว ในปริมาณร้อยละ 30 รองลงมา ก็จะเป็นโรคมะเร็งสมอง โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง โรคมะเร็งต่อมหมวกไต และอื่นๆ

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งในเด็ก

 

ในปัจจุบันการหาสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งในเด็กยังไม่ทราบชัดแน่นอน แต่เชื่อกันว่าน่าจะเกิดมาจากหลายปัจจัยร่วมกัน โดยมีปัจจัยเสี่ยง ดังนี้ ความผิดปกติทางพันธุกรรมชนิดถ่ายทอดได้ เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญสูงสุดของการเกิดโรคมะเร็งในเด็ก เช่น ในโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว โรคมะเร็งจอตา เป็นต้น

ความผิดปกติทางพันธุกรรมชนิดไม่ถ่ายทอด มีหน้าที่ควบคุมการเจริญเติบโต และการตายตามธรรมชาติของเซลล์ปกติ การได้รับรังสีบางชนิดปริมาณสูงขณะอยู่ในครรภ์ เช่นรังสีเอกซ์(รังสีในการตรวจวินิจฉัยและรักษาโรค) เป็นต้น อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวได้ การบริโภคสารก่อมะเร็งอย่างต่อเนื่องของมารดาในขณะตั้งครรภ์ เกิดจากการทานอาหารและยา เช่นการทานผักและผลไม้ที่มีสารปนเปื้อนจากยาฆ่าแมลง
การติดเชื้อของมารดาในขณะตั้งครรภ์ เช่น การติดเชื้อไวรัสเช่น เอชไอวี (HIV) ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองบางชนิดได้ การขาดสารบางชนิดของมารดาขณะที่ตั้งครรภ์ เช่น วิตามินบี 9

 

การวินิจฉัยโรงมะเร็งในเด็ก

 

การวินิจฉัยโรคมะเร็งในเด็กมีขั้นตอนและวิธีการ เช่นเดียวกับในผู้ใหญ่ เช่น การสอบถามประวัติอาการป่วย การตรวจร่างกาย หรือการตรวจเฉพาะด้านตามคำสั่งของแพทย์ เช่น การตรวจเลือดซีบีซี เป็นต้น แต่สำหรับวิธีที่ได้ผลดีและแน่นอนที่สุด คือ การเจาะ ดูด หรือการตัดชิ้นเนื้อ ไปตรวจสอบทางเซลล์วิทยาหรือพยาธิวิทยา ซึ่งเป็นวิธีเดียวกับการตรวจโรคมะเร็งชนิดที่พบในผู้ใหญ่

 

อาการของโรคมะเร็งในเด็ก

 

โดยปกติมักจะไม่มีอาการเฉพาะ หรือ สามารถระบุอาการต่างๆของตนเองได้ชัดเจนเหมือนผู้ใหญ่ ต้องอาศัยความเอาใจใส่ และการสังเกต แต่ก็มีอาการที่ถูกพบได้บ่อย ๆ  คือ
– คลำพบก้อนเนื้อผิดปกติในร่างกาย
– มีอาการไข้สูงบ่อยๆ โดยจะเป็นๆหายๆ
– มีจุด จ้ำ เป็นห้อเลือดง่าย
– มีจุดเลือดออกแดงๆตามลำตัว แขน หรือขา คล้ายอาการของคนเป็นไข้เลือดออก
– อ่อนเพลียง่าย

 

ระยะของโรคมะเร็งในเด็ก

 

ระยะของโรคมะเร็งในเด็กแต่ละชนิด มีรายละเอียดแตกต่างกัน โดยทั่วไปโรคมะเร็งในเด็กสามารถแบ่งออกเป็น 4 ระยะเช่นเดียวกับในผู้ใหญ่ ดังนี้

ระยะที่ 1 ก้อนมะเร็งยังมีขนาดเล็ก ยังจำกัดอยู่เฉพาะที่ หรือในอวัยวะที่เกิดโรค ยังไม่ลุกลามเข้าเนื้อเยื่อหรืออวัยวะอื่นๆที่อยู่ใกล้เคียง
ระยะที่ 2 ก้อนมะเร็งขนาดใหญ่ขึ้น และเริ่มลุกลามมากขึ้น แต่ยังอยู่ในเนื้อเยื่อหรืออวัยวะต้นกำเนิดของโรค
ระยะที่ 3 ก้อนมะเร็งโตมากขึ้นอีก จะลุกลามเข้าเนื้อเยื่อและอวัยวะใกล้เคียงมากขึ้นหรือลุกลามเข้าไปยังต่อมน้ำเหลืองใกล้กับอวัยวะที่เกิดโรคมะเร็ง
ระยะที่ 4 ก้อนเนื้อมะเร็งลุกลามรุนแรง แพร่กระจายเข้าต่อมน้ำเหลืองซึ่งอยู่ไกลจากอวัยวะที่เกิดโรค และยังแพร่กระจายเข้าสู่กระแสเลือดไปยังอวัยวะต่างๆทั่วร่างกาย อวัยวะที่พบได้บ่อย เช่น ไขกระดูก ปอด กระดูก ตับ และสมอง

การรักษามะเร็งในเด็ก

 

โรคมะเร็งในเด็กส่วนใหญ่มีความรุนแรงของโรคสูง แต่ก็มีโอกาสรักษาหายได้ โดยจะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆอย่าง เช่น ระยะของโรค ชนิดของเซลล์มะเร็ง ธรรมชาติของโรคมะเร็ง ความสามารถในการผ่าตัดเอาก้อนเนื้อมะเร็งออก การตอบสนองต่อเคมีบำบัด อายุ และสุขภาพของเด็ก

หลักในการรักษามะเร็งในเด็กจะใช้วิธีเดียวกับโรคมะเร็งในผู้ใหญ่ ซึ่งในปัจจุบันสามารถทำได้ มี 3 วิธีหลัก ๆ ได้แก่ การผ่าตัด  การใช้เคมีบำบัด และวิธีรังสีรักษา โดยในวิธีรังสีรักษา จะใช้ก็ต่อเมื่อมะเร็งที่พบมีความรุนแรงโรคสูง เมื่อโรคย้อนกลับเป็นซ้ำ โรคเกิดการแพร่กระจาย ไม่สามารถผ่าตัดได้ และโรคมีอาการดื้อต่อเคมีบำบัดนั้นเอง

 

วิธีป้องกันโรคมะเร็งในเด็ก

 

การป้องกันโรคมะเร็งในเด็ก เป็นเรื่องยาก ปัจจุบันยังไม่มีวิธีไหนที่สามารถป้องกันโรคมะเร็งในเด็กได้อีกทั้งการตรวจคัดกรองโรงมะเร็งในเด็กก็ยังไม่มี ซึ่งวิธีที่ดีที่สุดที่ทำได้คือ ให้เด็กหลีกเลี่ยงจากปัจจัยเสี่ยงต่างๆ หรือสารก่อมะเร็ง จากอาหาร น้ำดื่ม  และสิ่งแวดล้อมรอบๆตัวและโดยเฉพาะผู้ที่อยู่ระหว่างการตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยงสารก่อมะเร็งชนิดต่างๆ เช่น  อาหารสำเร็จรูป บุหรี่ และเหล้า ก็จะดีที่สุด

สำหรับวัยเด็กเป็นวัยที่มีแต่ความสนุก สดใส หากต้องมาพบเจอพวกเขาเหล่านั้น ในรูปแบบของการเป็นมะเร็งชนิดต่างๆก็คงรู้สึกแย่ไม่น้อยเลยทีเดียว ถึงแม้ว่าปัจจุบันยังไม่มีการป้องกันหรือการตรวจคัดกรองมะเร็งในเด็ก แต่สิ่งที่พ่อแม่หรือผู้ปกครองจะสามารถทำได้ก็คือ ดูแลเขาให้ดีที่สุดจากปัจจัยเสี่ยงต่างๆ  ต้องคอยสังเกตเด็กหากพบความผิดปกติอะไรให้รีบไปปรึกษาแพทย์โดยทันที

 

เอกสารอ้างอิง

Prasad AR, Bernstein H (March 2013). Epigenetic field defects in progression to cancer. World Journal of Gastrointestinal Oncology.

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here