โรคมะเร็งต่อมน้ำลาย (Salivary Gland Cancer)

โรคมะเร็งต่อมน้ำลาย (Salivary Gland Cancer)
โรคมะเร็งต่อมน้ำลาย (Salivary Gland Cancer)

 

ต่อมน้ำลายเป็นอวัยวะอีกส่วนหนึ่งของระบบศีรษะ หูคอจมูกและลำคอ ที่มีโอกาสเป็นมะเร็งได้ โดยต่อมน้ำลายจะมี 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ ต่อมน้ำลายขนาดใหญ่ (Major Sali Glands) และต่อมน้ำลายขนาดเล็ก ( Minor Salivary Glands) มีหน้าที่ในการสร้างน้ำลายเพื่อใช้ในการย่อยอาหารและหล่อเลี้ยงช่องปากและลำคอ โดยต่อมน้ำลายทั้ง 2 กลุ่มมีลักษณะดังนี้

ต่อมน้ำลายขนาดใหญ่มีทั้งหมด 3 คู่ โดยจะอยู่บริเวณซ้ายขวาของใบหน้าและบริเวณใต้ขากรรไกร ซึ่งก็จะมีท่อน้ำลายเพื่อส่งน้ำลายที่ผลิตออกมาแล้วเข้าสู่ช่องปากตลอดเวลา

ต่อมน้ำลายขนาดเล็กจะมีขนาดที่เล็กมากและกระจายอยู่ทั่วช่องปาก คอหอย ลำคอและกล่องเสียง รวมถึงในเยื่อเมือกของเนื้อเยื่ออวัยวะทั่วร่างกาย เช่น ในช่องคลอด ในหลอดลมซึ่งต่อมน้ำลายเหล่านี้จะไม่มีท่อส่งน้ำลายเหมือนกับต่อมน้ำลายขนาดใหญ่ แต่จะสร้างน้ำลายออกมาหล่อเลี้ยงเนื้อเยื่อบริเวณนั้นโดยตรง

สาเหตุการเกิดมะเร็งต่อมน้ำลาย

โรคมะเร็งต่อมน้ำลายมักจะพบได้บ่อยในต่อมน้ำลายขนาดใหญ่ ส่วนต่อมน้ำลายขนาดเล็กจะพบได้น้อยมาก โดยเฉพาะต่อมน้ำลายบริเวณใต้กระดูกกราม ใต้ลิ้นและต่อมน้ำลายพาโรติค แต่ยังไม่ สามารถหาสาเหตุที่แน่ชัดว่าเกิดจากสาเหตุอะไรกันแน่ สันนิษฐานว่ามะเร็งต่อมน้ำลายน่าจะเกิดจากปัจจัยเสี่ยงรวมกันดังต่อไปนี้ ความผิดปกติของพันธุกรรมแบบไม่ถ่ายทอด ซึ่งเป็นพันธุกรรมที่ทำหน้าที่ในการควบคุมการแบ่งตัวและการตายของเซลล์ปกตินั่นเอง เกิดจากการที่ร่างกายขาดสารอาหารสำคัญบางชนิด จึงทำให้ต่อมน้ำลายเกิดการกลายพันธุ์และเป็นมะเร็งต่อมน้ำลายในที่สุดขาดวิตามินเอและวิตามินซี ซึ่งเป็นวิตามินสำคัญที่จะช่วยสร้างความแข็งแรงให้กับต่อมน้ำลายได้รับสารรังสีบางชนิดที่มีผลกระทบต่อต่อมน้ำลาย เช่น รังสีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือ รังสีที่ใช้ในการรักษาโรคบางชนิด

โรคมะเร็งต่อมน้ำลาย เป็นโรคที่สามารถพบได้กับทุกเพศทุกวัยแต่ส่วนใหญ่จะพบในผู้ใหญ่มากกว่าในเด็ก และมีโอกาสพบได้สูงมากในคนที่มีอายุช่วง 50-55 ปี

อัตราการเกิดมะเร็งต่อมน้ำลายในผู้หญิงและผู้ชาย ก็จะอยู่ในระดับที่เท่าๆ กัน นอกจากนี้มะเร็งต่อมน้ำลายก็มีหลายชนิดย่อยๆ ไปอีก แต่ที่พบได้มากและบ่อยที่สุดได้แก่มะเร็งต่อมน้ำลายชนิดคาร์ซิโนมาซึ่งมีความรุนแรงในระดับปานกลาง หากพบในระยะเริ่มแรกสามารถรักษาให้หายขาดได้

อาการของโรค

โรคมะเร็งต่อมน้ำลายไม่มีอาการเฉพาะ แต่จะมีอาการที่คล้ายคลึงกับอาการของโรคเนื้องอกธรรมดา ซึ่งหากมีอาการดังกล่าวก็ควรรีบพบแพทย์ เพื่อตรวจหาความเสี่ยงมะเร็งทันที โดยอาการที่มักจะพบได้บ่อยคือ

คลำเจอก้อนเนื้อผิดปกติโดยอาจมีลักษณะอาการบวมออกมา ใบหน้าตรงส่วนที่เป็นมะเร็งอาจมีอาการชาและเบี้ยวเนื่องจากมะเร็งได้ลุกลามเข้าไปสู่เส้นประสาท ต่อมน้ำเหลือบริเวณลำคอ ตรงฝ่ายใบหน้าที่เป็นมะเร็งจะมีขนาดโตอย่างเห็นได้ชัด

การวินิจฉัยและระยะของโรค

การวินิจฉัยว่ากำลังป่วยด้วยโรคมะเร็งต่อมน้ำลายหรือไม่ แพทย์จะสอบถามประวัติอาการป่วยพร้อมทั้งตรวจร่างกาย และทำการผ่าตัดเอาต่อมน้ำลายไปตรวจทางพยาธิวิทยาเพื่อความแน่ชัดมากขึ้น โดยสำหรับโรคนี้แพทย์จะไม่ตัดเอาชิ้นเนื้อไปตรวจเหมือนกับโรคมะเร็งชนิดอื่นๆ เพราะการตัดเอาไปแต่ชิ้นเนื้อจะทำให้เกิดการลุกลามของมะเร็งอย่างรวดเร็วจึงต้องใช้วิธีการผ่าตัดเอาต่อมน้ำลายไปตรวจแทนนั่นเอง

ระยะของโรคมะเร็งต่อมน้ำลายจะถูกแบ่งออกเป็นทั้งหมด 4 ระยะ

เหมือนกับมะเร็งชนิดอื่นๆ ทั่วไป โดยแบ่งได้เป็น

ระยะที่ 1 เป็นระยะที่ก้อนมะเร็งยังมีขนาดเล็ก ไม่เกิน 2 เซนติเมตรและไม่รุนแรงมาก

ระยะที่ 2 เป็นระยะที่ก้อนมะเร็งมีขนาดโตมากกว่า 2 เซนติเมตร แต่ยังไม่เกิน 4 เซนติเมตร และมีความรุนแรงในระดับปานกลาง

ระยะที่ 3 เป็นระยะที่มะเร็งเริ่มลุกลามเข้าสู่เนื้อเยื่อข้างเคียงและมีขนาดที่โตกว่า 4 เซนติเมตร แต่ต่อมน้ำเหลืองบริเวณลำคอยังมีขนาดโตไม่เกิน 3 เซนติเมตร

ระยะที่ 4 เป็นระยะที่ก้อนมะเร็งได้ลุกลามเข้าสู่ผิวหนัง เส้นประสาท กระดูก ลำคอและอวัยวะอื่นๆ ที่อยู่ไกลออกไป โดยระยะนี้จะพบต่อมน้ำเหลืองมีขนาดโตกว่า 3 เซนติเมตรและเป็นระยะที่อันตรายมาก ซึ่งจะมีโอกาสในการรักษาให้หายขาดแค่เพียงน้อยนิดเท่านั้น

การรักษาโรคมะเร็งต่อมน้ำลาย

สำหรับการรักษาโรคมะเร็งต่อมน้ำลายแพทย์จะใช้วิธีการผ่าตัด การทำเคมีบำบัด การใช้รังสีรักษาและการรักษาด้วยยาแบบตรงเป้า แต่ยังอยู่ในระหว่างการศึกษาซึ่งยังไม่สามารถสรุปได้ว่าวิธีนี้จะให้ผลลัพธ์ที่ดีแค่ไหน อย่างไรก็ตามโรคมะเร็งต่อมน้ำลายก็สามารถที่จะรักษาให้หายขาดได้หากพบในระยะเริ่มแรกของโรค ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับอายุและสุขภาพของผู้ป่วย รวมถึงผลของการผ่าตัดว่าสามารถเอาก้อนเนื้อมะเร็งออกมาได้จนหมดหรือไม่

ส่วนการตรวจหามะเร็งต่อมน้ำลายตั้งแต่ระยะเริ่มแรก ทำได้ด้วยการสังเกตตัวเองหากมีความผิดปกติโดยมีอาการบวมหรือพบก้อนเนื้อบริเวณต่อมน้ำลาย ควรรีบไปพบแพทย์ทันทีเพื่อวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งหรือไม่ ส่วนการป้องกันยังไม่มีวิธีที่มีประสิทธิภาพ โดยแพทย์แนะนำให้พยายามหลีกเลี่ยงสาเหตุที่ทำให้เป็นมะเร็งต่อมน้ำลายจะดีที่สุด

เอกสารอ้างอิง

WHO (October 2010). Cancer. World Health Organization. Retrieved 5 January 2011.

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ แพทย์หญิงพวงทอง ไกรพิบูลย์. รู้ก่อนเข้าใจการตรวจรักษามะเร็ง.กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชั่น, 2557.

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here