โรคมะเร็งซาร์โคมามดลูก สาเหตุ อาการเบื้องต้นและวิธีการรักษา

โรคมะเร็งซาร์โคมามดลูก สาเหตุ อาการเบื้องต้นและวิธีการรักษา
โรคมะเร็งซาร์โคมามดลูก สาเหตุ อาการเบื้องต้นและวิธีการรักษา

โรคมะเร็งซาร์โคมามดลูก

โรคมะเร็งซาร์โคมามดลูกมดลูกเป็นอวัยวะที่อยู่บริเวณตรงกลางช่องท้องน้อยหรืออุ้งเชิงกรานเหนือหัวหน่าว โดยมีหน้าที่สำคัญในระบบการสืบพันธุ์ทางเพศและเป็นอวัยวะที่อยู่ในระบบสูตินรีเวช ซึ่งมดลูกจะประกอบไปด้วยเซลล์หลายชนิด และเซลล์ทุกชนิดของมดลูกก็สามารถเกิดเป็นมะเร็งได้หมด เช่น เซลล์ต่อมน้ำเหลือง กล้ามเนื้อ เยื่อเมือกบุภายในโพรงมดลูก และเส้นเลือด โดยหากเกิดมะเร็งตรงจุดไหนก็จะมีชื่อเรียกที่เฉพาะทางกันไป

สำหรับโรคมะเร็งซาร์โคมดลูก พบว่าเป็นมะเร็งที่เกิดขึ้นกับกล้ามเนื้อของมดลูก โดยอาจเรียกอีกชื่อว่า มะเร็งมดลูกหรือมะเร็งกล้ามเนื้อมดลูก (Uterine Sarcoma) นั่นเอง สาเหตุของโรคมะเร็งซาร์โคมามดลูกโรคมะเร็งซาร์โคมามดลูก ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดเช่นเดียวกับโรคมะเร็งชนิดอื่นๆ

แต่เชื่อว่าน่าจะเกิดจากหลายปัจจัย ดังนี้

โรคอ้วน เพราะความอ้วนจะส่งผลกระทบต่อมดลูกให้เซลล์ต่างๆ เกิดความผิดปกติได้

คนที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงหรือโรคเบาหวาน เพราะอาจไปกระตุ้นให้เกิดมะเร็งได้ง่ายเช่นกัน

เชื้อชาติ โดยพบว่าโรคมะเร็งซาร์โคมมดลูกจะพบได้ในกลุ่มคนผิวดำมากกว่าคนผิวขาว

ผู้ที่เคยรับรังสีรักษาบริเวณมดลูก จะเสี่ยงต่อการกลายพันธุ์ของเซลล์จนเป็นมะเร็งได้สูง

อายุ โดยพบว่าผู้ป่วยโรคมะเร็งชนิดนี้ส่วนใหญ่ จะมีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป แต่อย่างไรโรคนี้ก็พบได้ไม่บ่อยมากนักอาการของโรคมะเร็งซาร์โคมามดลูกมะเร็งชนิดนี้จะมีหลายชนิดย่อย ซึ่งก็มีระดับความรุนแรงที่แตกต่างกันไปด้วย แต่อาการที่แสดงออกมาและระยะของโรคจะมีความคล้ายคลึงกัน

โดยจริงๆ แล้วโรคมะเร็งซาร์โคมามดลูกยังไม่มีอาการที่ชี้เฉพาะ จึงอาศัยดูจากอาการที่แพทย์มักจะพบบ่อยๆ ในผู้ป่วยดังนี้

ประจำเดือนมาไม่ปกติ เช่นมามาก มาน้อย หรือมาไม่ต่อเนื่อง

มดลูกมีขนาดโตกว่าปกติ เนื่องจากก้อนมะเร็งโตขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่จะคลำพบบริเวณเหนือหัวหน่าวและในอุ้งเชิงกรานหรือท้องน้อย

มีอาการผิดปกติเมื่อปัสสาวะ เช่น ปัสสาวะบ่อยจนเกินไปคล้ายกับผู้ป่วยเบาหวาน หรือปัสสาวะแสบขัด ทั้งนี้เกิดจากการที่มดลูกโตจนไปกดทับกระเพาะปัสสาวะ

มีอาการผิดปกติเมื่อถ่ายอุจจาระ ซึ่งเนื่องมาจากการที่มดลูกโต จนไปกดหรือเบียดทับทวารหนักเช่นกัน เพราะทวารหนักจะอยู่ติดกับด้านหลังของมดลูกพอดี

มีอาการปวดในช่องท้องน้อยแบบเรื้อรังและรุนแรงขึ้น เนื่องจากมะเร็งได้ลุกลามไปมากนั่นเองการวินิจฉัยและระยะของโรคสำหรับการวินิจฉัยแพทย์จะสอบถามประวัติอาการของผู้ป่วยเป็นอันดับแรก แล้วจึงตรวจร่างกาย ตรวจภายในตามลำดับ ร้อมกับขูดมดลูกมาตรวจทางพยาธิวิทยา เพื่อผลการตรวจที่แม่นยำว่าผู้ป่วยกำลังเป็นมะเร็งซาร์โคมามดลูกหรือไม่นอกจากนี้ยังสามารถบอกระยะของอาการป่วยได้อีกด้วย

โดยโรคมะเร็งซาร์โคมามดลูกก็มีทั้งหมด 4 ระยะดังนี้

ระยะที่ 1 เป็นระยะที่มะเร็งมีความรุนแรงต่ำและมีการลุกลามเฉพาะในตัวมดลูกเท่านั้น

ระยะที่ 2 เป็นระยะที่มะเร็งเริ่มลุกลามเข้าสู่ปากมดลูก ช่องคลอด ต่อมน้ำเหลืองและรังไข่ มีความรุนแรงในระดับปานกลาง

ระยะที่ 3 เป็นระยะที่มะเร็งได้ลุกลามเข้าสู่เนื้อเยื่อหรืออวัยวะอื่นๆ ในช่องท้อง อาจมีอาการอื่นๆ แสดงออกมาในช่วงนี้ และมีความรุนแรงมาก

ระยะที่ 4 เป็นระยะที่มะเร็งได้ลุกลามและแพร่กระจายไปยังอวัยวะที่อยู่ไกลออกไป ผ่านการแพร่กระจายเข้าสู่ต่อมน้ำเหลืองและกระแสเลือด โดยมีระดับความรุนแรงมากที่สุด

การรักษาโรคมะเร็งซาร์โคมามดลูก

การรักษาโรคมะเร็งซาร์โคมามดลูก โดยส่วนใหญ่แล้วแพทย์จะทำการรักษาด้วยการผ่าตัด การทำเคมีบำบัดและให้ยาฮอร์โมน โดยหลังจากการผ่าตัดเรียบร้อยแล้ว แพทย์จะประเมินผลการลุกลามของมะเร็งและพิจารณาการรักษาในลำดับต่อไป ซึ่งจะใช้รังสีรักษา ทำเคมีบำบัดหรือให้ยาฮอร์โมน ก็ขึ้นอยู่กับสภาพความพร้อมทางร่างกายของผู้ป่วยด้วย ส่วนจะทำการรักษาได้หายขาดหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยเช่นกัน โดยเฉพาะระยะของโรค อายุและสุขภาพของผู้ป่วย

นอกจากนี้ในปัจจุบันยังไม่มีวิธีการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งซาร์โคมาให้พบในระยะแรก จึงแนะนำให้ผู้ป่วยสังเกตความผิดปกติของร่างกายตัวเอง โดยหากมีอาการดังที่กล่าวไปข้างต้นก็ควรรีบพบแพทย์ทันทีเพื่อทำการตรวจวินิจฉัยอาการป่วยอย่างเร่งด่วน ส่วนวิธีการป้องกัน ก็ยังไม่มีวิธีที่มีประสิทธิภาพเช่นกัน

เอกสารอ้างอิง

De Magalhaes JP (2013). “How ageing processes influence cancer”. Nature Reviews Cancer.

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here