การตรวจของเหลวในไขสันหลัง (CSF)

การตรวจของเหลวในไขสันหลัง (CSF)
การตรวจของเหลวในไขสันหลัง (CSF)

การตรวจของเหลวในไขสันหลัง (CSF)

หลายคนคงอาจเคยได้ยินแพทย์พูดกับคนไข้ว่า ขอตรวจของเหลวในไขสันหลัง  ซึ่งน้อยคนนักที่จะรู้ว่าสิ่งที่แพทย์พูดสิ่งนี้หมายถึงอะไร และก็คงมีคำถามขึ้นในใจต่ออีกว่า  จะตรวจของเหลวในไขสันหลัง ต้องทำอย่างไร ทำแล้วจะเจ็บไหม และทำไปเพื่ออะไร จะขออธิบายเรื่องการตรวจของเหลวในไขสันหลัง ดังต่อไปนี้

ของเหลวในไขสันหลัง คืออะไร ?

ของเหลวในไขสันหลัง  คือ ของเหลวคล้ายน้ำในร่างกายชนิดหนึ่ง ที่หล่อเลี้ยงเส้นประสาทภายในลำกระดูกสันหลังตั้งแต่สมองลงมาหรือเข้าใจกันในคำว่า “น้ำไขสันหลัง” จะอยู่ในช่องเสมือนคลองของไขสันหลัง (Spinalcanal) ซึ่งอยู่ตรงกลางสุดของไขสันหลังมีหน้าที่คอยปกป้องและหล่อเลี้ยงเส้นประสาท ตลอดลำกระดูกสันหลัง (Spinalcord) ตั้งแต่ก้านมันสมอง ผ่านลำคอ ผ่านกลางแผ่นหลัง ลงไปจนถึงก้นกบ

น้ำไขสันหลัง มีชื่อเรียกในทางการแพทย์ว่า  “Cerebrospinal Fluid” ซึ่งชื่อนี้ได้มาจากการประสมคำคือ Cerebro = สมอง, Spinal = ลำกระดูกสันหลัง, Fluid = ของเหลว หรือสามารถ เรียกแบบย่อได้ว่า CSF น้ำไขสันหลัง (CSF) เกิดขึ้นได้อย่างไรน้ำไขสันหลัง หรือ CSF สามารถผลิตขึ้นได้เองจากในร่างกายของมนุษย์ โดยใช้ พลาสมาที่เป็นของเหลวในเลือดเป็นวัตถุดิบในการสร้าง  จึงทำให้  CSF จะมีสารละลายต่างๆจากเลือด เช่น Glucose Chloride ปะปนอยู่ด้วยเสมอ

น้ำไขสันหลัง (CSF) มีความสำคัญอย่างไร ?

น้ำไขสันหลัง หรือ CSF มีความสำคัญต่อร่างกายของมนุษย์คือ

– เป็นเหมือนตัวช่วยสร้างความยืดหยุ่น รับแรงกระแทกหรือแรงสะเทือนต่อไขสันหลังและสมอง

– เป็นเส้นทางลำเลียงขนส่งสารอาหาร

– เป็นเส้นทางในกระบวนการขจัดของเสียออกจากร่างกาย

การตรวจของเหลวในไขสันหลัง หมายถึงอะไร ?

เป็นวิธีการตรวจในทางการแพทย์ชนิดหนึ่ง โดยแพทย์จะใช้เข็มที่ออกแบบมาเฉพาะทิ่มเข้าไปบริเวณช่องว่างใต้ชั้นเยื่อหุ้มสมอง หรือ บริเวณบั้นเอว (Lumbar) เพื่อนำน้ำหล่อเลี้ยงสมองและไขสันหลังออกมา และนำไปตรวจวินิจฉัยโรคต่อไปโดยก่อนการตรวจ CSF นั้น ทางแพทย์จะฉีดยาระงับความรู้สึกเฉพาะที่บริเวณกระดูกสันหลังให้ผู้ที่ต้องการรับการตรวจก่อนเสมอ

นอกจากนี้ การตรวจ CSF สามารถเรียกชื่อเต็มได้อีกรูปแบบว่า Lumbar Puncture Cerebrospinal Fluid Examination หรือ การตรวจค่า LP ซึ่งมีความหมายว่า การตรวจของเหลวภายในกระดูกสันหลัง โดยวิธีเจาะผ่านช่องกระดูกสันหลังวัตถุประสงค์ในการเจาะเอา CSF ออกมาตรวจ โดยปกติแล้ว การวินิจฉัยโรคจากแพทย์ มักจะใช้วิธีตามมาตรฐานทั่วไป อย่างเช่น  การซักถามอาการ การตรวจเลือด การตรวจปัสสาวะ การเอกเซย์  การตรวจ MRIแล้วมีเหตุผลอะไรบ้างที่แพทย์ถึงจำเป็นจะต้องตรวจโดยใช้ผลการตรวจจากค่า CSF สามารถสรุปได้ดังนี้

1. เพื่อตรวจความผิดปกติหรือโรคของระบบประสาททั้งปวง เช่น สภาวะโรคสมองอักเสบ (Encephalitis) สภาวะเลือดออกในสมอง (Cerebral Hemorrhage) โรคไข้กาฬหลังแอ่น (Meningitis) ฯลฯ

2. เพื่อตรวจสภาวะการติดเชื้อ เช่น โรคซิฟิลิสขึ้นสมอง (Neurosyphilis) โรครับเชื้อแบคทีเรียจากการมีเพศสัมพันธ์ (Sexually Transmitted Bacterial Disease)

3. เพื่อตรวจความเสียหายของสมองหรือไขสันหลัง เช่น กรณีเกิดอุบัติเหตุ

4. เพื่อตรวจการลุกลามของโรคมะเร็งที่อาจผลักให้เซลล์หลุดลอดเข้าสู่ CSF

ลักษณะค่า CSF ที่ปกติดี

โดยปกติแล้ว CSF ที่อยู่ในร่างกายมนุษย์ จะมีความใส ไม่มีสี ไม่ขุ่น ไม่มีตะกอน และมีความดันเพียงเล็กน้อยไม่เกิน 20 เซนติเมตร เทียบเท่าระดับความสูงของน้ำ

ลักษณะค่า CSF ที่ผิดปกติ

แต่หากตรวจออกมาแล้วพบว่า CSF มีความผิดปกติ เช่น  ปรากฏเป็นสีน้ำตาล สีชมพู สีเหลือง ก็อาจหมายถึงว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้น หรือ มีสิ่งแปลกปลอมหลุดปะปนเข้าไปในร่างกาย เช่น  บิลิรูบิน เฮโมโกบิน เม็ดเลือดแดง หรือสารประกอบอื่นๆ นอกจากนี้ยังสามารถพบความผิดปกติที่เกิดได้บ่อยๆ จากการตรวจ CSF คือ

– อาจมีน้ำตาลกลูโคสที่มากผิดปกติ

– อาจมีโปรตีน

– อาจมีแล็กเตต (lactate)

– อาจมีเอนไซม์ LDH

– อาจมีเซลล์เม็ดเลือด เม็ดเลือดขาวชนิดต่างๆ มากพอให้นับจำนวนได้

– อาจพบเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา หรือแม้แต่เซลล์มะเร็ง

ซึ่งความผิดปกติต่างๆ ที่พบจากการตรวจ CSF นี้ ทางแพทย์จะต้องวินิจฉัยหาถึงต้นตอของสาเหตุดังกล่าวนี้  เพื่อทำการรักษาต่อไปในการตรวจของเหลวในไขสันหลัง มีค่าที่สำคัญที่ต้องตรวจ ดังต่อไปนี้

Protein CSF คืออะไร ?

การตรวจค่า Protein CSF หรือ การตรวจโปรตีนในน้ำไขสันหลัง มีจุดประสงค์ในการตรวจ คือ เพื่อจะได้ทราบว่าค่าโปรตีนในน้ำไขสันหลังหรือโปรตีนที่ปะปนอยู่กับของเหลวในไขสันหลัง (CSF) นั้น มีระดับโปรตีนมากน้อยเพียงใด หรือมีความผิดปกติอย่างไร โดยปกติแล้วโปรตีนในเลือด ไม่อาจสามารถหลุดเข้าไปใน น้ำไขสันหลัง หรือ CSF ได้ เนื่องจาก โปรตีนในเลือดจะมีโมเลกุลที่ใหญ่เกินกว่าจะหลุดเข้าไปได้ แต่ทั้งนี้ก็มีโปรตีนในเลือดขนาดเล็กอย่าง Albumin ที่สามารถหลุดเข้าไปปนได้ ซึ่งโปรตีนที่ตรวจพบได้ใน CSF นี้จะมีปริมาณเพียงเล็กน้อยเท่านั้น  ประมาณ 15 – 45 mg/dL เมื่อเทียบกับค่า Total Protein ในเลือดซึ่งมีค่าปกติอยู่ที่ระดับ 6.4 – 8.3 gm/dL

ดังนั้นหากตรวจพบโปรตีนใน CSF มีค่าสูงผิดปกติ  ก็ให้สันนิฐานไว้ก่อนว่า เกิดความผิดปกติในร่างกายขึ้น โดยอาจจะมีโปรตีนจากเลือดทะลุผ่านเข้าสู่ CSF โดยผลจากการชำรุด บกพร่องของอวัยวะชุดกรองเลือดก่อนขึ้นสู่สมอง (ฺBlood-Brain Barrier) หรืออาจมีแผลที่มาจากโรคร้ายชนิดต่างๆ ได้นั้นเองการตรวจวัดปริมาณของค่า Protein CSF ในการตรวจวัดปริมาณของค่า Protein CSF จะมีค่าปกติอยู่ที่ประมาณ  15 – 45   mg/dL ซึ่งในกรณีค่า Protein CSF ที่วัดได้ผิดปกติสามารถบ่งบอกความผิดปกติของร่างกายได้ดังนี้

1. ค่า Protein CSF ต่ำกว่าปกติ หมายถึง กรณีที่วัดค่าProtein CSFได้ต่ำกว่าค่าปกติ  ซึ่งอาจมีสาเหตุเกิดจาก

– ร่างกายอยู่ในสภาวะเป็นปกติดี เนื่องจากตามความเป็นจริงแล้ว โปรตีนไม่ควรมีอยู่ใน CSFมากนัก โดยค่าที่หลุดเขามามักเป็นโปรตีนที่มาจาก Albumin ที่มีขนาดเล็ก หลุดลอดปนมาเท่านั้น

– ในกรณีที่พบโปรตีนต่ำกว่าปกติมากเกินไป อาจแสดงถึง CSF หรือน้ำในไขสันหลังได้เพิ่มปริมารมากขึ้นอย่างผิดปกติก็ได้ จึงทำให้เกิดความเจือจางลง จนตรวจวัดค่าโปรตีนได้ต่ำลง (เนื่องจาก Protein จาก CSF จะถูกตรวจด้วยปริมาณมิลลิกรัมต่อ 1 dL เสมอ)

2. ค่า Protein CSF สูงกว่าปกติ หมายถึง กรณีที่วัดค่าProtein CSFได้มากกว่าค่าปกติ  ซึ่งอาจมีสาเหตุเกิดจาก

– อาจเกิดโรคมะเร็งของระบบประสาทส่วนกลาง (central nerve system, CNS)

– อาจมีเลือดรั่วซึม (hemorrhage)

– สมองหรือไขสันหลังอาจได้รับความกระทบกระเทือนถึงขั้นบาดเจ็บ

– อาจมีสภาวะของโรคเบาหวาน

– อาจเกิดโรคด้านประสาทจากเหตุติดเชื้อ ที่เป็นไปได้มากมายหลายโรค เช่นโรคไข้กาฬหลังแอ่น (Meningitis) โรคสมองอักเสบ (Encephalitis) โรคไขสันหลังอักเสบ (Myelitis) เป็นต้น

Glucose CSF คืออะไร ?

การตรวจ Glucose CSF หรือ การตรวจวัดค่าระดับน้ำตาลในน้ำไขสันหลัง มีจุดประสงค์ในการตรวจคือเพื่อจะได้ทราบว่า ค่าปริมาณของระดับน้ำตาลในน้ำไขสันหลังในร่างกาย มีค่าความผิดปกติหรือไม่ หากค่านี้มีค่าที่ผิดไปจากเกณฑ์มาตรฐาน ก็อาจจะเป็นการบอกว่า ร่างกายมีความผิดปกติ อาจมีโรคภัยต่างๆเกิดขึ้น

โดยปกติแล้ว ในน้ำไขสันหลังจะมีปริมาณของ น้ำตาลปะปนอยู่ด้วย เนื่องจาก น้ำในไขสันหลัง ใช้พลาสมาจากเลือดเป็นวัตถุดิบเพื่อการผลิต ซึ่งในเลือดก็มีน้ำตาล หรือ Glucose ปะปนอยู่ด้วยดังนั้นจึงทำให้น้ำในไขสันหลังมี Glucose ปะปนอยู่ด้วยเสมอ แต่อาจมีปริมาณน้อยกว่าในเลือด  อยู่ที่ 60-70 % ของค่ากลูโคสในเลือดในขณะนั้น

เนื่องจากเซลล์ของเส้นประสาทไขสันหลังของกระดูกไขสันหลังและของเนื้อเยื่อโดยรอบ จำเป็นต้องใช้กลูโคสจากหลอดเลือดแดงให้ไปหล่อเลี้ยงเช่นเดียวกับเซลล์อื่นๆทั่วร้างกาย ดังนั้นหากปริมาณของกลูโคสในหลอดมีความผิดปกติเกิดขึ้น ก็จะส่งผลกระทบต่อ ระดับกลูโคสในน้ำไขสันหลังด้วยเช่นกัน  จึงทำให้การตรวจหาค่าระดับน้ำตาลในน้ำไขสันหลัง (Glucose CSF) จึงจำเป็นต้องตรวจเลือดให้ทราบค่า FBS ไว้ด้วยก่อนเสมอ

การตรวจวัดปริมาณของค่า Glucose CSF

ในการตรวจวัดปริมาณของค่า Glucose CSF จะมีค่าปกติอยู่ที่ประมาณ  50  –  75   mg/dL แต่ในการนำไปเปรียบเทียบจะใช้ค่าอยู่ที่ประมาณ 60  –  70   % Of  blood  Glucose ซึ่งในกรณีค่า Glucose CSF ที่วัดได้ผิดปกติสามารถบ่งบอกความผิดปกติของร่างกายได้ดังนี้

1. ค่า Glucose CSF ต่ำกว่าปกติ หมายถึง กรณีที่วัดค่า Glucose CSF ได้ต่ำกว่าค่าปกติ  ซึ่งอาจมีสาเหตุเกิดจาก

– อาจเป็นบุคคลที่มีความผิดปกติของระบบค่าน้ำตาลในเลือดต่ำอยู่ก่อนแล้ว

– อาจเกิดการติดเชื้อในไขกระดูกสันหลังจากเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อรา โดยได้เพิ่มจำนวนขึ้น กินกลูโคสจนทำให้กลูโคสลดระดับน้อยลง

– อาจมีอวัยวะหนึ่งเกิดโรคมะเร็ง

– หาก Glucose CSF ต่ำกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ของค่าน้ำตาลในเลือด อาจเป็นตัวเลขบ่งชี้ค่อนข้างชัดเจน น่าจะเป็นโรคไข้กาฬหลังแอ่น หรือสภาวะเริ่มเกิดโรคมะเร็ง (Neoplasm)

2. ค่า Glucose CSF สูงกว่าปกติ หมายถึง กรณีที่วัดค่าGlucose CSF ได้ต่ำกว่าค่าปกติ  ซึ่งอาจมีสาเหตุเกิดจาก

– อาจเป็นบุคคลที่มีค่าน้ำตาลในเลือดสูง (Hyperglycemia) อยู่ก่อนแล้ว

– อาจมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน

LDH CSF คืออะไร ?

การตรวจ LDH CSF หรือ Lactic Dehydrogenase ซึ่งเป็นเอนไซม์เร่งปฏิกิริยาการสร้างพลังงานที่สำคัญมีจุดประสงค์ในการตรวจคือเพื่อให้ทราบ ระดับของเอนไซม์เร่งปฏิกิริยาการสร้างพลังงาน ในร่างกายว่ามีความผิดปกติหรือไม่อย่างไร

เนื่องจากปกติแล้วนั้น เอนไซม์ใดๆที่อาศัยหลอดเลือดเป็นเส้นทางขนส่งหรืออาศัยกระแสเลือดเป็นผู้ตัวเลียง ก็มีโอกาสที่จะหลุดหลอกเข้าไปยังน้ำไขสันหลังได้ทั้งนั้น แต่เอนไซม์ LDH จะต่างจากเอนไซม์อื่นๆ ตรงที่ LDH ตามปกติจะอยู่แต่ภายในเซลล์ ไม่มีการออกไปนอกเซลล์ ดังนั้นหาก LDH หลุดออกไปภายนอกก็สามารถสันนิฐานได้ว่า มีความผิดปกติเกี่ยวกับร่างกายเกิดขึ้น แม้เมื่อไปอยู่ในไขสันหลังในฐานะ LDH CSF แล้วก็ตามตัวอย่างเช่น การที่ร่างกายได้รับเชื้อแบคทีเรียที่ก่อโรคไข้กาฬหลังแอ่น เข้าสู่ไขสันหลัง ทำให้เม็ดเลือดขาว ชนิด Neutrophil ซึ่งปกติจะมีจำนวน เซลล์เม็ดเลือดขาว (WBC) ไม่มากนัก แต่เมื่อร่างกายได้รับเชื้อโรคอย่าง ไข้กาฬหลังแอ่น เข้ามา เซลล์เม็ดเลือดขาว (WBC) ก็จะต้องถูกเร่งจำนวนผลิตขึ้นมาให้มากกว่าปกตินั้นเอง

ดังนั้นสามารถสรุปเกี่ยวกับ LDH CSF  ได้ว่า หากมีกรณีใดก็ตามที่แสดงสภาวะการติดเชื้อ หรือการอักเสบที่ระบบประสาทหรือมันสมองแล้ว LDH CSF จะเพิ่มค่าขึ้นเสมอ

การตรวจวัดปริมาณของค่า LDH CSF

ในการตรวจวัดปริมาณของค่า LDH CSF จะมีค่าปกติไม่ควรเกิน  40   units/Lซึ่งในกรณีค่า LDH CSF ที่วัดได้ผิดปกติ สามารถบ่งบอกความผิดปกติของร่างกายได้ดังนี้

1. ค่า LDH CSF  ต่ำกว่าปกติ หมายถึง กรณีที่วัดค่า LDH CSF  ได้ต่ำกว่าค่าปกติ  กรณีนี้ ถือได้ว่าไม่มีความผิดปกติแต่อย่างใด หรือหมายถึง ในร่างกายไม่มีเซลล์เกี่ยวกับสมอง หรือระบบประสาทใดๆ ได้รับความกระทบกระเทือนหรือเกิดความผิดปกติขึ้นเลย

2. ค่า LDH CSF สูงกว่าปกติ หมายถึง กรณีที่วัดค่า LDH CSF  ได้ต่ำกว่าค่าปกติ  ซึ่งอาจมีสาเหตุเกิดจาก

– เนื่องจากเซลล์ของมันสมอง มี LDH อยู่ในปริมาณสูงมาก หากมีเชื้อโรคหรือเหตุกระทบกระเทือนใดๆต่อระบบประสาทส่วนกลาง(Central Nervous, CNS) ย่อมมีผลต่อการเพิ่ม LDH CSF ให้สูงขึ้นอย่างผิดปกติได้ เช่น โรคสมองอักเสบ (Encephalitis) สภาวะสมองมีเลือดคั่งหรือแตกในสมอง (Cerebral Homorrhage)

– แม้ร่างกายจะไม่ได้รับเชื้อโรคใดๆ แต่อาจเกิดการเสื่อมสภาพของเซลล์ไปเอง ซึ่งจะไปทำให้ค่าของ LDH CSF สูงขึ้นผิดปกติได้ เช่น สภาวะการเริ่มเกิดมีเนื้องอกชนิดร้ายที่มันสมอง (Brain Neoplasm) โรคมะเร็งที่ไขสันหลัง (Spinal Cordneoplasm) เกิดโรคมะเร็งที่อื่นแล้วลุกลามไปถึงไขสันหลัง (Metastatic Tumor) โรคสมองเสื่อม (Degenerative Brain Disease)

ดังข้อมูลที่กล่าวไปแล้วทั้งหมดนี้ คงพอคลายความสงสัยให้กับใครหลายๆคนได้ไม่มากก็น้อย เกี่ยวกับการขอตรวจของเหลวในไขสันหลัง  การตรวจวินิจฉัยโรคด้วยการขอตรวจของเหลวในไขสันหลังนี้ สามารถเป็นประโยชน์ ที่จะไปช่วยให้ทางแพทย์วิเคราะห์และหาสาเหตุของความผิดปกติของร่างกาย ได้ถูกต้องและแม่นยำมากขึ้น โดยแพทย์อาจจะใช้วิธีนี้ควบคู่กับวิธีการตรวจวินิจฉัยโรควิธีอื่นๆ ด้วยก็ได้เหมือนกัน

เอกสารอ้างอิง

ประสาร เปรมะสกุลม พลเอก. คู่มือแปลผลตรวจเลือดเล่มสอง. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ : อรุณการพิมพ์, 2554. 416 หน้า 1.เลือด–การตรวจ. 616.07561 ISBN 978-974-9608-49-4.

Klarica M, Orešković D (2014). “A new look at cerebrospinal fluid movement”. Fluids Barriers CNS. 11: 16. PMC 4118619 Freely accessible. PMID 25089184.

Kenneth (2012). Anatomy and Physiology (6th ed.). McGraw Hill. pp. 519–20.

“Protein size and CSF composition”. Klin. Wochenschr. 52 (24): 1158–64. PMID 4456012. 

Ebert MH (March 1981). “Ultrasensitive stain for proteins in polyacrylamide gels shows regional variation in cerebrospinal fluid proteins”. Science. 211 (4489): 1437–8.

Dziegielewska KM (1999). “Barrier mechanisms in the brain, I. Adult brain”.

 

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here