การตรวจปัสสาวะหาค่า Urine Creatinine

การตรวจปัสสาวะหาค่า Urine Creatinine
การตรวจปัสสาวะหาค่า Urine Creatinine

การตรวจปัสสาวะหาค่า Urine Creatinine

Urine Creatinine

Urine Volum (ml) ใช้สำหรับบอกแก่ผู้ที่จะตรวจปัสสาวะ ว่าต้องถ่ายปัสสาวะลงในภาชนะหรือถ้วยที่ให้ในปริมาณกี่มิลลิลิตร โดยสังเกตได้ด้วยสายตา เนื่องจากที่ถ้วยหรือภาชนะดังกล่าวจะมีตัวเลขปริมาณกำหนดอยู่แล้ว ทั้งนี้สำหรับการถ่ายปัสสาวะลงในถ้วยหรือภาชนะนั้น แนะนำให้ถ่ายปัสสาวะส่วนแรกทิ้งไปจำนวนหนึ่งก่อน จากนั้นกลั้นปัสสาวะที่เหลือไว้ แล้วถ่ายลงในถ้วยให้ได้ปริมาณที่ต้องการ ที่เหลือจึงถ่ายทิ้งตามปกติ

ข้อควรระวังในการถ่ายปัสสาวะเพื่อตรวจ

เพื่อให้การถ่ายปัสสาวะสำหรับนำไปตรวจทางการแพทย์ ได้ผลลัพธ์ในการตรวจที่มีประสิทธิภาพและแน่นอนที่สุด จะต้องระมัดระวังดังนี้

1.กรณีที่ถ้วยหรือภาชนะสำหรับใส่ปัสสาวะเป็นแบบมีฝาปิด ให้รีบปิดฝาทันทีหลังถ่ายลงในถ้วยเสร็จ

2.กรณีที่ถ้วยหรือภาชนะสำหรับใส่ปัสสาวะเป็นแบบไม่มีฝาปิด ควรระมัดระวังอย่าให้มีสิ่งแปลกปลอมใดๆ ตกลงไปในถ้วยใส่ปัสสาวะเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็น เส้นขนจากอวัยวะเพศ หยดเลือดจากประจำเดือนหรือเศษกระดาษชำระก็ตาม

การแบ่งชนิดน้ำปัสสาวะ

สำหรับการแบ่งชนิดของน้ำปัสสาวะนั้น ส่วนใหญ่จะแบ่งออกได้เป็น 3 ชนิด คือ

1.น้ำปัสสาวะครั้งแรกในตอนเช้า ก็คือปัสสาวะที่ได้จากการถ่ายครั้งแรกหลังตื่นนอนนั่นเอง โดยมักจะใช้กับผู้ป่วยที่นอนอยู่ที่โรงพยาบาลอยู่แล้ว

2.น้ำปัสสาวะที่สุ่มตรวจ (Random or Spot Urine Specimen) ก็ถือปัสสาวะที่ได้จากการตรวจโดยไม่กำหนดเวลาแน่นอน ซึ่งผู้ตรวจอาจมีอาการป่วยหรือไม่ก็ได้ เพียงแต่ต้องการตรวจปัสสาวะเพื่อเช็คปัญหาสุขภาพเท่านั้น โดยการตรวจแบบนี้สามารถตรวจที่โรงพยาบาลเวลาใดก็ได้

3.น้ำปัสสาวะที่รวบรวมได้ในรอบ 24 ชั่วโมง คือปัสสาวะที่เก็บได้จากการถ่ายออกมาทั้งหมดภายใน 24 ชั่วโมง ส่วนใหญ่จะใช้กรณีคนไข้ที่นอนโรงพยาบาลอยู่แล้ว ซึ่งแพทย์จะนำปัสสาวะไปตรวจอย่างละเอียด

Urine Creatinine

วัตถุประสงค์ในการตรวจ

เป็นการตรวจเพื่อหาค่าของสารเคมีเอตินีนที่มีอยู่ในน้ำปัสสาวะ ซึ่งเนื่องมาจากการที่ไตปล่อยทิ้งออกมา ทั้งนี้การตรวจก็เพื่อดูว่าค่าของสารดังกล่าวนี้อยู่ในระดับที่ปกติหรือไม่ โดยหากพบว่าค่า Urine Creatinine มีความผิดปกติ นั่นอาจแสดงได้ถึงสภาวะของโรคไตหรือความผิดปกติอื่นๆในร่างกาย ที่ส่งผลให้เกิดการสร้างสารดังกล่าวขึ้นมาที่ไตมากกว่าปกติ

สามารถสรุปได้ดังนี้

1.Creatinine Phosphate เป็นสารของเสียชนิดหนึ่งที่ร่างกายจะปลดปล่อยออกมาสู่กระแสเลือดทุกครั้งที่มีการยืดหรือหดตัวของกล้ามเนื้อเกิดขึ้น โดยสารชนิดนี้ก็เกิดจากการแตกตัวของสารประกอบ Creatinine นั่นเอง ซึ่งโดยปกติแล้วสารดังกล่าวจะมีการหลั่งเข้าสู่กระแสเลือดในระดับที่เกือบคงที่อยู่ตลอดเวลา ยกเว้นในคนที่ต้องใช้ร่างกายเยอะกว่าปกติ เช่นนักกีฬา จึงทำให้กล้ามเนื้อยืด-หดตัวมากกว่าคนทั่วไป และมีการหลั่งสาร Creatinine มากกว่าปกติ

2.เมื่อ Creatinine ได้แตกสลายตัวเองออกมาเป็น Creatinine Phosphate ในเลือดแล้ว ไตก็จะต้องทำหน้าที่ในการกรองสารตัวนี้ออกจากเลือดและทิ้งไปกับปัสสาวะ เพื่อไม่ให้ระดับของสารดังกล่าวในเลือดมีมากเกินไปจนเป็นอันตรายได้ อย่างไรก็ตาม ก็อาจมีการพบสาร Creatinine หลงเหลืออยู่ในกระแสเลือดบ้างเล็กน้อยเช่นกัน

3.หากไตทำงานปกติ และร่างกายก็มีสุขภาพดีเช่นคนปกติทั่วไป รวมถึงมีการทำกิจวัตรประจำวันเป็นปกติ ค่าของ Creatinine ที่พบในน้ำปัสสาวะก็ควรอยู่ในระดับที่เป็นปกติด้วย โดยหากพบว่ามีค่าของสารตัวนี้ในน้ำปัสสาวะมากหรือน้อยเกินไปก็แสดงว่าอาจเกิดความผิดปกติขึ้นกับร่างกายก็ได้

4.หากตรวจพบว่าค่า Creatinine ในปัสสาวะมีค่าน้อยกว่าปกติ ในขณะที่ร่างกายอยู่ในสภาวะปกติ และในขณะเดียวกับค่าดังกล่าวที่พบในเลือดก็สูงขึ้นมาก นั่นอาจแสดงได้ว่าไตกำลังมีปัญหา ทำให้ประสิทธิภาพในการกรองของเสียลดน้อยลง หรืออาจเป็นโรคบางอย่างที่ส่งผลกระทบต่อการกรองของเสียของไตได้เหมือนกัน

5.ในกรณีที่ไตมีสภาวะเป็นปกติ แต่กลับมีค่า Creatinine ที่พบในปัสสาวะสูงกว่าระดับปกติเป็นอย่างมาก นั่นก็แสดงได้ว่ากล้ามเนื้อในร่างกายกำลังมีปัญหา หรืออาจมีโรคที่เป็นสาเหตุให้ค่าของสารดังกล่าวสูงขึ้น

ค่าปกติของ Urine Creatinine

1.ค่าปกติของ Urine Creatinine ให้ยึดเอาตามค่าที่ได้ระบุไว้ในใบรายงานผลการตรวจปัสสาวะ (ถ้ามี) เพราะในแต่ละบุคคลอาจไม่เหมือนกัน

2.ค่าปกติทั่วไปที่มักจะตรวจพบได้แก่

Spot Urine Creatinine : 25 – 400 mg/dL
24 hr ผู้ชาย Urine Creatinine : 1 – 1.9 mg/24 hr
24 hr ผู้หญิง Urine Creatinine : 0.8 – 1.7 mg/24 hr

ค่าผิดปกติของ Urine Creatinine

หากตรวจพบค่าผิดปกติ สามารถพิจารณาได้ 2 กรณี คือ

1.ในทางน้อย อาจแสดงได้ว่า

– เกิดสภาวะกลุ่มหลอดเลือดแดงฝอยภายในกรวยไตอักเสบ (Glomerulonephritis) ส่งผลให้ไตไม่สามารถกรองของเสียและปล่อยทิ้งออกทางปัสสาวะได้อย่างมีประสิทธิภาพเหมือนที่ควรเป็น จึงทำให้ตรวจพบค่า BUN และ Creatinine ในเลือดมีระดับที่สูงมากกว่าปกติ ในขณะที่ในน้ำปัสสาวะ กลับมีค่าที่ต่ำจนดูผิดปกติ

– เกิดจากสภาวะไตวาย (Kidney failure) ในภาวะเช่นนี้ ไตจะไม่สามารถกรองของเสียและสารต่างๆ ออกมาทางปัสสาวะได้อย่างหมดจดเหมือนที่ควรเป็นในภาวะปกติ ทำให้ค่า Creatinine ที่พบในเลือดมีระดับสูง ในขณะที่ค่าUrine Creatinine มีค่าต่ำกว่าเกณฑ์ปกติมาก

– เกิดจากโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงชนิดร้าย ที่ทำให้ร่างกายไม่ค่อยได้ขยับเขยื้อนมากนัก และเป็นผลให้กล้ามเนื้อมีการยืดหดตัวน้อยลง จึงทำให้ตรวจพบว่า Urine Creatinine มีน้อยกว่าปกติ ซึ่งจากกรณีนี้สามารถพบได้แม้ว่าไตจะมีการทำงานที่ปกติดีก็ตาม นั่นก็เพราะปริมาณของ Urine Creatinine ที่ถูกผลิตขึ้นมาจากการยืดหดตัวของกล้ามเนื้อ มีน้อยกว่าปกติอยู่แล้วนันเอง

– เกิดจากสภาวะความคับคั่งของสารของเสียก่อนส่งถึงไต เป็นผลให้ประสิทธิภาพในการกรองของเสียของไตต่ำลงและไม่สามารถกรองและขับของเสียได้หมด ซึ่งภาวะดังกล่าวนี้ก็อาจเกิดจากการที่ไตขาดเลือดไปหล่อเลี้ยงและความดันเลือดลดต่ำลงด้วย โดยปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดอาการดังกล่าวก็คือ

  1. สภาวะหัวใจวาย ทำให้เลือดที่ถูกปั๊มเข้าออกจากหัวใจแต่ละครั้งมีปริมาตรที่น้อยลง และมีความดันต่ำลง (Low Cardiac Output และ Low Blood Pressure)

2. เกิดอาการช็อก จึงทำให้หัวใจอ่อนแรงลงและเกิดปัญหาตามมา

3. เป็นผลข้างเคียงที่เกิดจากการผ่าตัดบางชนิด ทำให้เลือดไปเลี้ยงไตไม่พอ และเกิดอาการดังกล่าวได้

4. เกิดลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงไต (Renal Artery Embolism) ทำให้ไตได้รับเลือดไม่เพียงพอ

5. หลอดเลือดแดงที่ส่งผ่านเลือดไปเลี้ยงไต ถูกปิดกั้นด้วยบางอย่าง ทำให้ไตได้รับเลือดไม่เพียงพอ

6. เกิดการกระทบกระเทือนบางอย่างที่ทำให้ไตบอบช้ำ (Trauma to the Kidney) เช่น อุบัติเหตุ การเล่นกีฬา เป็นต้น ทำให้ประสิทธิภาพในการกรองของเสียของไตลดน้อยลง

ท่อไตที่ส่งผ่านไปยังกระเพาะปัสสาวะเกิดการอักเสบ ซึ่งอาจเนื่องมาจากการติดเชื้อแบคทีเรียบางชนิด โดยนอกจากจะทำให้เกิดค่าผิดปกติของ Creatinine แล้ว ก็ยังก่อให้เกิดอาการปวดในท่อทางผ่านของน้ำปัสสาวะจากไตไปยังกระเพาะปัสสาวะอีกด้วย โดยส่วนใหญ่จะพบว่าค่า Creatinine ในเลือดจะสูงมาก ในขณะที่ค่า Creatinine ในน้ำปัสสาวะก็จะต่ำมากเช่นกัน

2.ในทางมาก อาจแสดงได้ว่า

กินอาหารพวกสัตว์บกมากเกินไป เพราะเนื้อสัตว์เหล่านี้จะมี Creatinine แฝงอยู่ในปริมาณมาก จึงทำให้ร่างกายได้รับสารตัวนี้มากกว่าปกติ โดยเฉพาะหากปรุงเนื้อสัตว์ด้วยความร้อนนานๆ ด้วยแล้ว ความร้อนจะยิ่งเพิ่มค่า Creatinine ให้สูงขึ้นไปอีก

เป็นโรคกล้ามเนื้อลีบในระยะสุดท้าย (Muscular Dystrophy in Late Stage) เนื่องจากมวลกล้ามเนื้อที่แตกสลายออกไป จะไปเพิ่มปริมาณของ Creatinine ในปัสสาวะให้สูงขึ้น จึงมักจะพบว่าผู้ที่เป็นโรคกล้ามเนื้อลีบมักจะมีค่าดังกล่าวสูงเสมอ

เกิดสภาวะโรคกล้ามเนื้อสลาย (Rhabdomyolysis) ซึ่งกล้ามเนื้อที่หลุดสลายออกไปเป็นองค์ประกอบต่างๆ นั้น จะเข้าสู่กระแสเลือดทำให้พบค่าดังกล่าวสูงมาก และในขณะเดียวกันก็อาจตรวจพบค่า Myoglobin ซึ่งเป็นตัวช่วยในการรักษาเก็บกักออกซิเจนไว้ให้กล้ามเนื้อได้ใช้ในขณะออกแรงหนักได้นานๆ สูงเช่นกัน โดยปกติแล้วคนเราจะมีค่าปกติของ Myoglobin อยู่ที่

Urine Myoglobin < 5 ng/mL

ค่า Myoglobin

ค่า Myoglobin มีภาวะปกติคือน้อยกว่า 5 ng/mL ดังนั้นเมื่อเกิดสภาวะโรค Rhabdomyolysis จะตรวจพบว่าค่า urine myoglobin มีมากกว่า 250 µg/mL ซึ่งทางการแพทย์ได้อนุมานว่า ณ เวลานั้น มวลกล้ามเนื้อได้สูญสลายหมดไปแล้วกว่า 100 กรัม นอกจากนี้ยังสังเกตได้อีกว่าสีของปัสสาวะจะเป็นสีชาแก่หรือคล้ำคล้ายกับเครื่องดื่มพวกโคล่า โดยถือเป็นอีกจุดหนึ่งที่แพทย์จะนำมาวินิจฉัยและยืนยันว่าผู้ป่วยเป็นโรคกล้ามเนื้อสลายแน่นอน

นอกจากนี้หากได้นำน้ำปัสสาวะของผู้ป่วยในเวลานั้นไปตรวจ ก็จะต้องพบค่าของ urine creatinine ในระดับที่สูงมากกว่าปกติด้วย นั่นก็เพราะค่าทั้งสองนี้มีความสัมพันธ์กันนั่นเอง

สาเหตุของโรคกล้ามเนื้อสลาย

โรคกล้ามเนื้อสลายอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน โดยได้ยกเฉพาะสาเหตุที่สำคัญมาบอกกล่าวดังนี้

1.การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากและดื่มต่อเนื่องเป็นประจำทุกวัน โดยเริ่มแรกจะพบว่ามีอาการแขนขาลีบ ก่อนจะเข้าสู่โรคกล้ามเนื้อสลายได้ในที่สุด

2.การสัมผัสกับแสงแดดและความร้อนมากเกินไปจนทำให้เป็นลมแดด โดยไม่เป็นลมแดดบ่อยๆ ก็จะนำไปสู่สภาวะกล้ามเนื้อสลายได้เช่นกัน

3.การออกแรงมากเกินไป คือเกินจากที่ร่างกายจะรับไหวเป็นประจำ อาจทำให้เกิดโรคกล้ามเนื้อสลายได้ โดยเฉพานักกีฬา

4.การใช้ยาบางชนิดมากเกินขนาด เนื่องจากยาบางตัวอาจมีผลต่อกล้ามเนื้อได้ ทั้งนี้สามารถแบ่งประเภทยาออกได้เป็น 2 ประเภทกว้างๆ คือ

– ยาเสพติด ได้แก่ ยาบ้า โคเคนและเฮโรอีน เป็นต้น

– ยารักษาโรคบางชนิด เช่น ยากลุ่ม Stain ซึ่งเป็นยาที่ใช้ลดคอเลสเตอรอล อาจก่อให้เกิดการเป็นพิษต่อกล้ามเนื้อได้ และเสี่ยงต่อการเกิดโรคกล้ามเนื้อสลายในที่สุด โดยทั้งนี้สามารถพบได้มากถึง 0.1 ถึง 1 คน ในทุกๆ 1,000 คนเลยทีเดียว

เอกสารอ้างอิง

ประสาร เปรมะสกุล, พลเอก. คู่มือแปลผลตรวจเลือด เล่มสอง. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ : อรุณการพิมพ์, 2554. 416 หน้า. 1. เลือด – การตรวจ I.ชื่อเรื่อง. 616.07561 ISBN 978-974-9608-49-4.

McDonald, Thomas; Drescher, Kristen M.; Weber, Annika; Tracy, Steven (1 March 2012). “Creatinine inhibits bacterial replication”. The Journal of Antibiotics. 63.

Shemesh O, Golbetz H, Kriss JP, Myers BD (November 1985). “Limitations of creatinine as a filtration marker in glomerulopathic patients”. Kidney Int. 25.

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here