การตรวจปัสสาวะหาค่า Urine Phosphorus

การตรวจปัสสาวะหาค่า Urine Phosphorus
การตรวจปัสสาวะหาค่า Urine Phosphorus

การตรวจปัสสาวะหาค่า Urine Phosphorus

Urine Phosphorus หรือชื่ออื่น Urine Phosphate คือค่าที่ใช้ตรวจสอบปริมาณของฟอสฟอรัส (Phosphorus) ที่ถูกขับออกมาพร้อมกับปัสสาวะในรอบ 24 ชั่วโมง ซึ่งหากพบค่าที่ผิดไปจากปกติ นั่นอาจแสดงได้ถึงความผิดปกติของอวัยวะต่างๆ ในร่างกายได้ ไม่ว่าจะเป็นสุขภาพของไต ต่อมพาราไทรอยด์หรือกระดูก ป็นต้น

การตรวจหาค่า Urine Phosphate

1.เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับคุณประโยชน์และบทบาทของฟอสฟอรัสที่มีต่อร่างกายของมนุษย์

2.สำหรับการตรวจเพื่อหาค่าของฟอสฟอรัส ไม่ว่าจะเป็นการตรวจในเลือดหรือน้ำปัสสาวะจะใช้วิธีที่ง่าย ด้วยการตรวจต่ออนุภาคของเกลือฟอสเฟตนั่นเอง ดังนั้นการตรวจของโรงพยาบาลหลายแห่งจึงมักจะมีชื่อเรียกการตรวจที่ต่างกันไป เช่น “Urine Phosphate” หรือ “Phosphate in Urine”

3.เพื่อทราบถึงความสำคัญของฟอสฟอรัสที่มีต่อร่างกายของมนุษย์ โดยหลักๆ ก็มีดังนี้

ฟอสฟอรัสเป็นธาตุสำคัญ ที่ร่างกายจำเป็นต้องใช้เพื่อเสริมสร้างกระดูกและฟันร่วมกับแคลเซียม โดยใช้เป็นองค์ประกอบหลักร่วมกันนั่นเอง

ฟอสฟอรัสมีบทบาทในการเสริมสร้างระบบประสาทให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมลดการเสื่อมของระบบประสาทอีกด้วย

ฟอสฟอรัสช่วยให้กล้ามเนื้อสามารถยืดและหดตัวได้อย่างสมบูรณ์มากขึ้น ซึ่งก็จะส่งผลดีในด้านอื่นๆ อีกด้วย

ช่วยในการสร้างดุลยภาพของประจุไฟฟ้า รวมถึงความเป็นกรด-ด่างภายในร่างกาย

ช่วยในการสร้างเยื่อผนังเซลล์ทุกเซลล์ทั่วร่างกาย และเพิ่มความแข็งแรงให้กับผนังเซลล์มากกว่าเดิม

เพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซึม Niacin พร้อมกระตุ้นให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

มีหน้าที่ในการส่งเสริมให้ไตสามารถทำงานได้อย่างเต็มสมรรถภาพมากขึ้น ซึ่งไตก็จะช่วยควบคุมฟอสฟอรัสในร่างกายไม่ให้มากหรือน้อยจนเกินไปเช่นกัน

4.โดยส่วนใหญ่ร่างกายของมนุษย์มักจะไม่มีปัญหาในเรื่องของการขาดแร่ธาตุฟอสฟอรัส เนื่องจากในอาหารส่วนใหญ่จะอุดมไปด้วยฟอสฟอรัสอยู่แล้ว เว้นแต่ 2 กรณีดังต่อไปนี้

– เมื่อมีโรคหรือความผิดปกติบางอย่างที่ทำให้ช่องทางเดินอาหารไม่สามารถดูดซึมสารอาหารได้ตามปกติ จึงได้รับฟอสฟอรัสน้อยกว่าที่ควรจะเป็น

– เมื่อกินยาในกลุ่ม Antacids อย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน เพราะยาตัวนี้จะทำให้ผนังภายในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กถูกเคลือบจนไม่สามารถดูดซึมสารอาหารได้ตามปกติ จึงทำให้ฟอสฟอรัสที่ได้รับเข้าสู่ร่างกายมีปริมาณน้อยกว่าที่ร่างกายต้องการนั่นเอง

5.กรณีที่ระดับของฟอสฟอรัสจะมีค่าสูงขึ้นหรือลดลง อาจเกิดจากสาเหตุดังต่อไปนี้

– ค่าฟอสฟอรัสสูงขึ้น เนื่องมาจาก

1) มีการดูดซึมฟอสฟอรัสจากอาหารมากขึ้น ทำให้ระดับฟอสฟอรัสที่ตรวจพบสูงขึ้นกว่าปกติ

2) เพราะระดับแคลเซียมในเลือดต่ำลงกว่าปกติเป็นอย่างมาก ทำให้ต้องมีการสลายกระดูกเพื่อดึงเอาแคลเซียมในกระดูกออกมาใช้ในเลือด ซึ่งก็จะทำให้ฟอสฟอรัสพลอยหลุดออกมาจากกระดูกด้วย และเข้าไปอยู่ในน้ำเลือด จึงตรวจพบค่าฟอสฟอรัสในเลือดได้สูงนั่นเอง

– ค่าฟอสฟอรัสลดต่ำลง เนื่องมาจากการที่ไตพบว่าฟอสฟอรัสที่มีอยู่ในเลือดนั้นเริ่มสูงมากเกินไป จึงต้องพยายามกรองออกมาแล้วขับทิ้งไปกับน้ำปัสสาวะให้ได้มากที่สุด แต่ส่วนใหญ่จะลดลงเพียงแค่ให้เกิดความสมดุลมากขึ้นนั่นเอง

6.และจากกรณีดังกล่าวในข้อ 5 ก็แสดงให้เห็นได้ว่าจะส่งผลให้ระดับฟอสฟอรัสที่ตรวจพบในปัสสาวะเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้เหมือนกัน ซึ่งก็มีสาเหตุมาจากปัจจัยดังต่อไปนี้

การกินอาหาร โดยขึ้นอยู่กับว่าอาหารที่กินเข้าไปนั้นมีฟอสฟอรัสอุดมอยู่มากน้อยแค่ไหน

เกิดความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ โดยต่อมไทรอยด์อาจทำงานมากเกินไป หรือน้อยเกินไป จนส่งผลต่อระดับฟอสฟอรัสได้

ระดับการเผาผลาญแคลเซียมจากกระดูกออกมาใช้ ซึ่งหากมีการเผาผลาญมากน้อยเพียงใดก็จะส่งผลกับระดับฟอสฟอรัสที่ตรวจพบในปัสสาวะด้วยเช่นกัน

การทำงานของไตมีความผิดปกติหรือไม่  เพราะไตมีหน้าที่ในการขับทิ้งฟอสฟอรัสออกมาพร้อมกับน้ำปัสสาวะโดยตรง หากไตทำงานผิดปกติก็จะส่งผลต่อค่าที่ขึ้นลงได้เหมือนกัน

7.อายุที่มากขึ้นก็มีผลให้ระดับฟอสฟอรัสที่พบในเลือดสูงขึ้นกว่าเกณฑ์ปกติได้ นั่นก็เพราะว่าไตของมนุษย์จะเริ่มเสื่อมไปตามช่วงอายุ ซึ่งเฉลี่ยแล้วผู้ที่อยู่ในวัย 40 ปีขึ้นไป ไตจะค่อยๆ เสื่อมและมีความสามารถในการขับฟอสฟอรัสออกทางปัสสาวะได้น้อยลง จึงเป็นผลให้ฟอสฟอรัสยังคงสะสมอยู่ในเลือดในปริมาณที่สูงมากด้วยนั่นเอง

อย่างไรก็ตามธาตุฟอสฟอรัสกับแคลเซียมนั้น แม้จะต้องทำหน้าที่ร่วมกันเพื่อเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง แต่เมื่ออยู่ในกระแสเลือดก็จะกลายเป็นคู่แข่งหรืออริกันไปโดยปริยาย ซึ่งพบว่าหากมีระดับฟอสฟอรัสในเลือดสูง ก็จะทำให้ค่าแคลเซียมในเลือดต่ำลงไปด้วย

ดังนั้นพาราไทรอยด์ฮอร์โมนจึงต้องเร่งสลายแคลเซียมในกระดูกออกมาใช้ในกระแสเลือดมากขึ้น เพื่อไม่ให้ต่ำไปกว่าระดับฟอสฟอรัสและต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมในคนสูงอายุจึงมักจะมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคกระดูกมากที่สุด โดยเฉพาะโรคกระดูกพรุนที่พบได้มากในวัย 40 ปีขึ้นไป

ดังนั้นนอกจากการตรวจหาค่าฟอสฟอรัสในเลือดแล้ว ก็ควรตรวจหาค่าฟอสฟอรัสที่มีอยู่ในปัสสาวะไปพร้อมกันด้วย ซึ่งหากพบว่าค่าฟอสฟอรัสในเลือดสูงกว่าค่าปกติ ในขณะที่ค่าฟอสฟอรัสในปัสสาวะอยู่ในระดับปกติหรือต่ำกว่าเกณฑ์ ก็สรุปได้เลยว่าไตกำลังมีปัญหาแน่นอน และควรรีบทำการรักษาโดยด่วน

8.การกินยาบางชนิดเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีการตรวจพบค่าฟอสฟอรัสที่มีในปัสสาวะที่เบี่ยงเบนไปจากค่าที่ควรจะเป็น ซึ่งยาเหล่านี้ก็ได้แก่ กลุ่มยา Diltiazem ที่ใช้ในการรักษาโรคความดันเลือดสูงและโรคหัวใจ กลุ่มยา Diuretics ที่ใช้เพื่อขับน้ำออกจากร่างกายในผู้ป่วยที่มีความดันเลือดสูง กลุ่มยา Aspirin เพื่อใช้เพื่อบรรเทาสภาวะเลือดข้น และกลุ่มยาฮอร์โมนชนิดต่างๆ เป็นต้น

9.ค่าของฟอสฟอรัสและแคลเซียมที่ตรวจได้จากในน้ำปัสสาวะ กรณีที่มากหรือน้อยกว่าเกณฑ์ปกติ สามารถบ่งชี้ถึงโรคและสภาวะความผิดปกติของร่างกายบางอย่างได้แบบหยาบๆ ดังนี้

ความสัมพันธ์ของระดับแคลเซียมและฟอสฟอรัสในน้ำปัสสาวะที่อาจใช้ชี้เบาะแสของโรค
อาจมีสาเหตุจากโรค

(สภาวะผิดปกติ)

แคลเซียมในปัสสาวะ

(ค่าผิดปกติ)

ฟอสฟอรัสในปัสสาวะ

(ค่าผิดปกติ)

1.Hyperparathyroidism

(การเกิดพิษจากวิตามิน ดี)

สูง สูง
2.Vitamin D Intoxication

(การเกิดพิษจากวิตามิน ดี)

สูง ต่ำ
3.Metasatic Carcinoma
(การกระจายตัวของโรคมะเร็ง)
สูง ปกติ
4.Sarcoidosis
(โรคเนื้อเยื่อเกี่ยวพันคล้ายมะเร็ง)
สูง ต่ำ
5.Multiple Myelome
(โรคมะเร็งของไขกระดูก)
สูง / ปกติ สูง / ปกติ
6.Hypoparathyroidism
(ฮอร์โมนพาราไทรอยด์ทำงานมากเกิน)
ต่ำ ต่ำ
7.Nephrosis
(โรคไตเสื่อม)
ต่ำ ต่ำ / ปกติ
8.Acute Nephritis
(สภาวะไตอักเสบเฉียบพลัน)
ต่ำ ต่ำ
9.Renal Insufficiency
(renal failure หรือสภาวะไตวาย)
ต่ำ ต่ำ

 

ค่าปกติของ Urine Phosphorus

1.ค่าปกติของ Urine Phosphorus ให้ยึดเอาตามค่าที่ได้ระบุไว้ในใบรายงานผลการตรวจปัสสาวะ (ถ้ามี)

2.สำหรับค่าปกติทั่วไปของ Urine Phosphorus จะอยู่ที่

Urine Phosphorus : 0.9 – 1.3 gm/24 hr

ค่าผิดปกติของ Urine Phosphorus

ค่าความผิดปกติของ Urine Phosphorus สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กรณีคือ

1.ค่าที่ได้น้อยกว่าค่าปกติ อาจแสดงได้ว่า

– พาราไทรอยด์ทำงานน้อยเกินไป จึงมีการสลายแคลเซียมจากกระดูกเข้าสู่กระแสเลือดน้อยลง ซึ่งทำให้ฟอสฟอรัสหลุดเข้าสู่กระแสเลือดน้อยลงไปด้วย ดังนั้นฟอสฟอรัสที่ไตกรองออกมาได้แล้วขับทิ้งไปพร้อมกับน้ำปัสสาวะจึงมีปริมาณน้อยมาก และทำให้ตรวจพบค่าที่ต่ำกว่าเกณ์ได้นั่นเอง

– เป็นโรคไต เพราะจะทำให้ไตเสื่อมประสิทธิภาพในการกรอง ส่งผลให้กรองฟอสฟอรัสได้น้อยกว่าปกติและขับทิ้งออกไปกับปัสสาวะได้ต่ำมาก โดยกรณีนี้แม้ว่าฟอสฟอรัสในเลือดจะสูงมากเพียงใด แต่ฟอสฟอรัสที่พบในน้ำปัสสาวะกลับมีปริมาณที่น้อยกว่าเกณฑ์

– เป็นโรคตับ จึงทำให้ตับไม่สามารถรับสารอาหารจากการดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ดังเดิม เป็นผลให้ไม่สามารถส่งฟอสฟอรัสเข้าสู่กระแสเลือดได้ตามปกติ จึงทำให้ฟอสฟอรัสในเลือดมีค่าต่ำและฟอสฟอรัสในน้ำปัสสาวะก็มีค่าต่ำมากจนผิดปกติเช่นกัน

2.ค่าที่ได้มากกว่าค่าปกติ อาจแสดงได้ว่า

– ต่อมพาราไทรอยด์ทำงานมากเกิน จึงมีการสลายกระดูกเพื่อดึงแคลเซียมเข้าสู่กระแสเลือดมากเกินความจำเป็น และทำให้ฟอสฟอรัสพลอยหลุดเข้าสู่กระแสเลือดมากไปด้วย ซึ่งก็ทำให้ไตต้องรับหน้าที่ในการกรองฟอสฟอรัสออกไปกับน้ำปัสสาวะอย่างหนัก เป็นผลให้ตรวจพบค่าฟอสฟอรัสในน้ำปัสสาวะสูงมากเกินเกณฑ์ที่กำหนดนั่นเอง

– เป็นโรคไตแบบสิ้นสภาพ นั่นคือไตไม่สามารถที่จะกรองหรือดูดซึมสารใดๆ กลับได้อีก รวมถึงฟอสฟอรัสด้วยเช่นกัน ดังนั้นจึงอาจตรวจพบค่าฟอสฟอรัสในน้ำปัสสาวะที่สูงกว่าปกติได้ โดยหากสังเกตจะพบว่าไม่ว่าค่าฟอสฟอรัสจะสูงหรือต่ำกว่าเกณฑ์ ก็อาจบ่งชี้ได้ว่าเป็นโรคไตทั้งสิ้น

– ร่างกายขาดวิตามินดีหรือมีวิตามินดีอยู่ในปริมาณที่น้อยเกินไป ทำให้ลำไส้ดูดซึมแคลเซียมจากอาหารมาใช้ประโยชน์ได้ต่ำ เป็นผลให้แคลเซียมในเลือดต่ำกว่าเกณฑ์ และเดือดร้อนพาราไทรอยด์ฮอร์โมนที่จะต้องสลายกระดูกเพื่อดึงแคลเซียมออกมาใช้ ซึ่งก็ส่งผลให้ฟอสฟอรัสหลุดออกมาด้วยและตรวจพบว่ามีค่าที่สูงกว่าที่ควรจะเป็นนั่นเอง

– ร่างกายอาจได้รับวิตามินดีมากเกินไป ส่งผลให้เกิดการเป็นพิษและมีการดึงเอาแคลเซียมจากอาหารมาสู่กระแสเลือดมากเกินจำเป็น และเมื่อแคลเซียมในเลือดมีระดับสูง ก็จะต้องขับฟอสฟอรัสออกทิ้งไปกับน้ำปัสสาวะในปริมาณมากด้วย จึงเป็นผลให้พบค่าฟอสฟอรัสที่สูงมากในปัสสาวะ ซึ่งหากสังเกตก็จะพบว่า การตรวจพบค่าฟอสฟอรัสในปัสสาวะสูงกว่าปกติ อาจเป็นได้ทั้งจากการได้รับวิตามินดีมากหรือน้อยเกินไปเลยทีเดียว แต่อย่างไรก็ตาม หากร่างกายได้รับวิตามินดีมากจนเกินพิษ ก็จะทำให้กระบวนการขั้นต้นหยุดยั้งลงและส่งผลให้ฟอสฟอรัสหลุดออกสู่น้ำปัสสาวะน้อยลงเช่นกัน

– เกิดสภาวะโรคกระดูก เพราะจากการที่พบฟอสฟอรัสในปัสสาวะสูงเกินปกติ นั่นแสดงได้ว่าร่างกายได้มีการสลายแคลเซียมในกระดูกออกมาใช้ปริมาณมากอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ฟอสฟอรัสพลอยหลุดออกมาเข้าสู่กระแสเลือดเยอะจนไตต้องเร่งกรองออกเช่นกัน และด้วยเหตุนี้ผลที่ตามมาจึงไม่พ้นปัญหาโรคกระดูกอย่างแน่นอน โดยเฉพาะโรคกระดูกน่วมและกระดูกพรุน

เพราะฉะนั้นหากตรวจพบว่าระดับฟอสฟอรัสในน้ำปัสสาวะมีความสูงหรือต่ำกว่าปกติ ก็ไม่ควรนิ่งนอนใจเด็ดขาด เพราะปัญหาสุขภาพอาจแฝงอยู่โดยไม่รู้ตัว ทางที่ดีควรปรึกษาแพทย์และทำการตรวจให้ละเอียดมากขึ้น เพื่อจะได้ทราบถึงสาเหตุที่แท้จริง ที่ทำให้ค่า Urine Phosphorus มีระดับที่ผิดปกติ พร้อมกับทำการรักษาอย่างเร่งด่วนก่อนที่อาการป่วยจะรุนแรงมากกว่าเดิมนั่นเอง โดยเฉพาะในผู้ที่มีอายุมากกว่า 40 ปี เพราะมีความเสี่ยงต่อสุขภาพของกระดูกมากที่สุด

เอกสารอ้างอิง

ประสาร เปรมะสกุล, พลเอก. คู่มือแปลผลตรวจเลือด เล่มสอง. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ : อรุณการพิมพ์, 2554. 416 หน้า. 1. เลือด – การตรวจ I.ชื่อเรื่อง. 616.07561 ISBN 978-974-9608-49-4.

Shemesh O, Golbetz H, Kriss JP, Myers BD (November 1985). “Limitations of creatinine as a filtration marker in glomerulopathic patients”. Kidney Int. 25.

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here