ประโยชน์ของกล้วยหอม (Banana)

ประโยชน์ของกล้วยหอม (Banana)
ประโยชน์ของกล้วยหอม (Banana)

กล้วยหอม (Banana)

กล้วยหอม เป็นผลไม้เขตร้อนที่มีรสชาติหวานเย็นเหมือนเนื้อครีม กล้วยชนิดนี้จัดเป็นผลไม้ที่ได้รับความนิยมในเป็นอย่างมาก ในแต่ละเรารับประทานกล้วยหอมเฉลี่ย 25 ปอนด์ต่อคนต่อปี

เหตุที่กล้วยหอมเป็นที่ได้รับความนิยม ก็เพราะว่าสามารถปกป้องหัวใจได้ถึง 2 ประการเลยทีเดียว

ประการแรก คือ ใยอาหารในกล้วยหอมช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือดได้เป็นอย่างดี ใยอาหารที่มีอยู่ในกล้วยหอมนั้นเป็นเพคตินเหมือนที่มีอยู่ในแอปเปิ้ล ได้มีการทดลองของนักวิจัยเกี่ยวกับการลดคอเลสเตอรอลในเลือดของเส้นใยจากกล้วยหอม ด้วยการให้หนูทดลองแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ทั้งสองกลุ่มให้กินอาหารกลุ่มไขมันและคอเลสเตอรอลในปริมาณที่จะเข้าไปเพิ่มระดับคอเลสเตอรอลในเลือดทุกวัน อย่าง แฮมเบอร์เกอร์ ของทอด น้ำมัน เป็นต้น

โดยกลุ่มที่ 1 ให้กินกล้วยหอมด้วยแต่กลุ่มที่ 2 ไม่ได้ให้กินกล้วยหอม ผลปรากฏว่ากลุ่มที่ 1 ที่กินกล้วยหอมเข้าไปคอเลสเตอรอลในเลือดของหนูทดลองกลุ่มนี้ลดลง ส่วนกลุ่มที่ 2 ที่ไม่ได้กินกล้วยหอมปรากฏว่าหนูทดลองกลุ่มนี้มีคอเลสเตอรอลสูงขึ้นกว่าก่อนที่จะเริ่มการทดลองถึงสองเท่า จากการทดลองนี้จึงสรุปได้ว่าใยอาหารในกล้วยหอมช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือดได้

ประการที่สอง คือ กล้วยหอมมีโพแทสเซียมสูงช่วยควบคุมระดับความดันโลหิต เพราะว่าในกล้วยหอมขนาดกลางหนึ่งผลมีโพแทสเซียมอยู่ถึง 450 มิลลิกรัม และยังมีไฟเบอร์ที่ช่วยในการควบคุมความดันโลหิตสูง ผู้ที่รับประทานกล้วยหอมจะได้รับทั้งโพแทสเซียมและไฟเบอร์ในปริมาณเพียงพอที่จะลดความเสี่ยงในการเป็นโรคความดันโลหิตสูง กล้วยหอมนั้นช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคความดันโลหิตสูงก็จริง แต่ว่าถ้ารับประทานกล้วยหอมเป็นประจำทำให้ร่างกายได้รับโพแทสเซียมและไฟเบอร์ในปริมาณที่สูง จนเกิดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคความดันโลหิตต่ำ นอกจากนั้นกล้วยหอมยังอุดมไปด้วยวิตามินบี 6 ที่มีบทบาทในการลดระดับโฮโมซีสทีนในเลือด ไม่ให้สูงจนทำให้เส้นเลือดตีบและอุดตันได้ กล้วยหอมนั้นประกอบด้วยใยอาหารและโพแทสเซียมแล้ว กล้วยหอมยังให้พลังงานด้วย เหมาะสำหรับคนที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก

การรับประทานกล้วยหอมร่วมกับผลไม้ชนิดอื่น เช่น ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ส้ม แอปเปิ้ล เป็นต้น สามารถช่วยควบคุมน้ำหนักได้ดี เพราะกล้วยหอมขนาดกลางให้พลังงานเพียง 110 แคลอรี่เท่านั้น

กล้วยหอมเป็นพืชเขตร้อนที่จัดเป็นไม้ล้มลุก มีอยู่หลายสายพันธุ์ เช่น กล้วยหอมจันทร์ กล้วยหอมเขียว กล้วยหอมทอง กล้วยหอมที่นิยมปลูกคือกล้วยหอมเขียวหรือกล้วยหอมคาเวนดิช กล้วยหอมจัดเป็นผลไม้ที่เต็มไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ กล้วยหอมประกอบไปด้วย วิตามิน ใยอาหารที่ช่วยในการขับถ่าย สารแทนนินที่ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ Escherichia Coil สำหรับประเทศไทยนั้นกล้วยหอมสามารถปลูกได้ทุกภาคของประเทศ

ลักษณะทั่วไปของกล้วยหอม

ราก กล้วยหอมเป็นแบบ Adventitious Root ซึ่งแตกออกจากหน่อกล้วย หน่อกล้วยนี้จะแตกออกมาจากเหง้า รากของกล้วยหอมมีความยาวได้มากกว่า 5 เมตร และสามารถแทงลงดินได้ลึกถึง 5 – 7.5 เมตร
ลำต้น กล้วยหอมมีลำต้นจริงมีลักษณะเป็นหัวหรือที่เรียกว่าเหง้าอยู่ใต้ดินและมีลำต้นเหนือดินสูง 2.5 – 3.5 เมตร ลำต้นของกล้วยหอมมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 20 – 30 เซนติเมตร กาบของลำต้นด้านนอกมีสีน้ำตาลเข้มเกือบดำ กาบด้านในมีสีเขียวอ่อน ลักษณะพิเศษของกาบกล้วยหอมคือกาบด้านในสีเขียวจะมีเส้นลายสีชมพู
ใบ กล้วยหอมมีใบเดี่ยวแบบขนาน ก้านใบมีร่องตรงกลางขนาดกว้างสีเขียวอ่อน ใบมีความยาวสูงสุดประมาณ 3 เมตร
ดอกกล้วย ดอกกล้วยหรือหัวปลีของกล้วยหอมจะมีสีแดงอมม่วงด้านบนด้านในมีสีแดงซีด ภายในดอกมีไข่และน้ำบรรจุอยู่ ดอกจะแทงออกจากตรงกลางของปลายยอด โดยจะแทงตั้งตรงออกมาจากยอดในช่วงแรกและจะค่อยๆน้อมดอกลงด้านล่างเมื่อมีอายุมากขึ้น ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่าในช่วงแรกดอกมีน้ำหนักเบาจึงแทงตั้งตรง เมื่อมีอายุมากขึ้นน้ำหนักของดอกเพิ่มมากขึ้นจึงเกิดการโน้มตัวลงด้านล่าง ผล ผลของกล้วยหอมจะติดเป็นเครือ เครือหนึ่งมี 4-6 หวีขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของลำต้น ในหนึ่งหวีจะมีผลกล้วย 12-16 หวี หวีกล้วยหอมจะมีขนาดกว้าง 3-4 เซนติเมตร ยาว 21-25 เซนติเมตร ส่วนปลายของผลจะมีจุกสีดำเด่นชัด ผลกล้วยหอมมีเปลือกบางเมื่อเทียบกับกล้วยน้ำหว้า ผลดิบมีสีเขียวและผลที่ยังไม่แก่จัดจุกส่วนปลายจะมีเขียวแต่เมื่อผลแก่จัดจะมีสีเหลืองทองทั้งลูก เนื้อมีสีขาวขุ่น กลิ่นคาว รสชาติหวานฉ่ำเมื่อสุก
การขยายพันธุ์  กล้วยหอมเป็นพืชที่ปลูกได้ง่ายในสภาพภูมิอากาศในประเทศไทย คนไทยนิยมปลูกกล้วยหอมอยู่ทั่วทุกภาคของประเทศไทย กล้วยหอมเป็นพืชที่ชอบน้ำแต่ไม่ชอบอยู่ในดินที่น้ำขัง จึงเจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนชื้นและดินเหนี่ยวที่อุ้มน้ำไว้แต่ไม่มีน้ำขัง สามารถขยายพันธุ์ด้วยการนำหน่อหรือเหง้าที่อยู่ใต้ดินไปปลูก

ประโยชน์ของกล้วยหอม

กล้วยหอมนอกจากจะมีวิตามินและสารอาหารที่เป็นประโยชน์แล้ว ส่วนต่างๆของต้นก็ยังมีประโยชน์หลายอย่าง คือ

ใช้เป็นยาและอาหาร
ผลดิบ กินเพื่อบรรเทาอาการท้องเสีย ช่วยสมานแผลในกระเพาะอาหารด้วยการนำเนื้อกล้วยดิบไปตากแห้งแล้วนำมาผสมน้ำกิน
ผลสุก กินเพื่อบรรเทาอาการท้องผูก ลดอาการปวดท้องประจำเดือนในสุภาพสตรี แก้อาการเมาค้าง กินตอนเช้าเพื่อกระตุ้นให้สมองเกิดการตื่นตัวพร้อมที่จะทำงานในตอนเช้า สำหรับคนที่มีอาหารแพ้ท้องแนะนำให้กินกล้วยหอม 1-2 คำ ระหว่างมื้ออาหาร
ราก นำรากกล้วยหอมมาต้มน้ำดื่ม สามารถช่วยบรรเทาอาหารปวดฟันได้
เปลือกกล้วยหอม นำเปลือกด้านในมาทาบริเวณที่คันหรือบวมช่วยบรรเทาอาการบวมคันได้ หรือนำเปลือกมาต้นน้ำดื่มช่วยลดอาการซึมเศร้าในคนที่เป็นโรคซึมเศร้าได้ นอกจากนี้เมื่อนำด้านในของเปลือกมาถูบริเวณที่ผิวหยาบกร้าน ทิ้งไว้ 15-20 นาทีแล้วล้างออก จะพบว่าความหยาบกร้านของผิวบริเวณนั้นจะหายไป เพราะว่าเปลือกกล้วยจะเข้าไปเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิว

เอกสารอ้างอิง

Armstrong, Wayne P. “Identification Of Major Fruit Types”. Wayne’s Word: An On-Line Textbook of Natural History. Archived from the original on November 20, 2011. Retrieved 2013-08-17.

“Banana from ‘Fruits of Warm Climates’ by Julia Morton”. Hort.purdue.edu. Archived from the original on 2009-04-15. 

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here