สารอาหารมหัศจรรย์ในมัลเบอร์รี่ (Mulberry)

สารอาหารมหัศจรรย์ในมัลเบอร์รี่ (Mulberry)
สารอาหารมหัศจรรย์ในมัลเบอร์รี่ (Mulberry)

มัลเบอร์รี่ (Mulberry)

มัลเบอร์รี่เป็นผลไม้อีกชนิดหนึ่ง ที่มีหน้าตาคล้ายกับพวงองุ่นขนาดเล็ก โดยผลไม้ชนิดนี้ก็จะมีชื่อเรียกต่างกันออกไปในแต่ละท้องถิ่น เช่น ภาคอีสาน เรียกว่า มอน คนไทยทั่วไปเรียกว่า ลูกหม่อน และภาษาจีนแต้จิ๋ว เรียกว่า ซิวเอียะ เป็นต้น โดยมัลเบอร์รี่มีชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์ว่า Morus Alba มีลักษณะเป็นไม้พุ่มขนาดกลางสูงประมาณ 2-5 เมตร และมีเปลือกต้นเป็นสีน้ำตาลแดง  ซึ่งมีถิ่นกำเนิดจากประเทศจีน โดยจะมีอายุยาวนานกว่า 80-100 ปีเลยทีเดียว

สายพันธุ์ของมัลเบอร์รี่

ในอดีตนั้นคนส่วนใหญ่นิยมปลูกต้นหม่อนเพื่อเอาใบไปเลี้ยงไหม จนต่อมาได้มีการวิจัยและพบว่าลูกหม่อนหรือลูกมัลเบอร์รี่ อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกายของคนเรามากมาย จึงได้มีการพัฒนาสายพันธุ์ของต้นหม่อนให้ดีขึ้น และเริ่มมีการนำผลมากินจนได้รับความนิยมเท่าทุกวันนี้

โดยหม่อนที่กินผลไม้ก็จะเป็นคนละชนิดกับหม่อนที่รู้จักในตอนแรกอีกด้วย เพราะเป็นสายพันธุ์ที่ได้ทำการพัฒนาขึ้นมา เช่น หม่อนผลสดพันธุ์เชียงใหม่ หม่อนพันธุ์นครราชสีมา 60 และหม่อนพันธุ์สกลนคร 72 เป็นต้นโดยผลหม่อนที่กินได้นั้น เริ่มแรกเลยจะมีลักษณะเป็นสีขาวเขียว ก่อนจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีชมพูและสีแดงเมื่อเริ่มห่าม และเมื่อสุกเต็มที่ก็จะเป็นสีม่วงอมดำ ทั้งยังมีรสชาติหวานจัด ซึ่งก็นิยมกินผลสดๆ และนำมาปั่นเป็นน้ำมัลเบอร์รี่กันเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังสามารถนำมาแปรรูปเป็นอาหารหรือผลิตภัณฑ์อื่นๆ ได้อีกมากมายอีกด้วย รวมถึงการนำไปทำเป็นไอศกรีม ซึ่งก็มีรสชาติอร่อยไม่แพ้กันเลยทีเดียว

คุณค่าทางสารอาหารของมัลเบอร์รี่หรือลูกหม่อน

มัลเบอร์รี่เป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางสารอาหารสูงมาก โดยพบว่าในมัลเบอร์รี่มี สารแอนโธไซยานิน (Anthocyanin) สูงมาก ซึ่งจะช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันโรคมะเร็งและลดการเกิดโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดหัวใจ หลอดเลือดสมองได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังพบว่าหากกินลูกหม่อนอย่างต่อเนื่อง ก็จะช่วยลดการตายของเซลล์ประสาท ทำให้ไม่เสี่ยงเป็นโรคอัลไซเมอร์ และสามารถบรรเทาอาการของโรคพิษสุราเรื้อรังได้เช่นกัน และด้วยคุณค่าทางสารอาหารที่ดีนี่เอง จึงทำให้มัลเบอร์รี่เป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางเลยทีเดียว

สรรพคุณของมัลเบอร์รี่

มีกรดโฟลิก ที่จะช่วยในการทำให้เซลล์เม็ดเลือดแดงเจริญได้เต็มที่ ช่วยป้องกันโรคโลหิตจางและมีส่วนช่วยให้เซลล์สมองเจริญเป็นปกติมากขึ้น

มีสารในกลุ่มฟลาโวนอยด์ ซึ่งเป็นสารที่จะช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจ ช่วยควบคุมความดันให้เป็นปกติ กระตุ้นให้เลือดหมุนเวียนดีขึ้น ป้องกันโรคมะเร็ง และลดการดูดซึมของน้ำตาลในลำไส้

มีวิตามินเอสูง โดยจะช่วยในการบำรุงผิวพรรณและบำรุงสายตาได้เป็นอย่างดี รวมทั้งสามารถป้องกันภาวะต่างๆ ที่อาจจะเกิดกับดวงตาได้อีกด้วย เช่น ตาต้อกระจก จอประสาทตาเสื่อม เป็นต้น

มีวิตามินซี ที่จะช่วยป้องกันการเป็นหวัด ลดการเกิดภูมิแพ้และสามารถเสริมภูมิต้านทานให้กับร่างกายได้อย่างดีเยี่ยม

มีสารประกอบฟีนอล ซึ่งเป็นสารที่จะช่วยยับยั้งการติดเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัส รวมถึงมีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระและลดการอักเสบได้อีกด้วย

ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ลดคอเลสเตอรอลและลดความดันโลหิตได้ดีซึ่งจะเห็นได้ว่ามัลเบอร์รี่หรือลูกหม่อน มีคุณค่าทางโภชนาการสูงไม่น้อยเลยทีเดียว แต่รู้ไหมว่านอกจากผลลัพธ์ดีๆ ที่ได้จากการกินลูกหม่อนแล้ว ใบหม่อนก็สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างหลากหลายอีกด้วย

ประโยชน์จากใบหม่อนประโยชน์ของใบหม่อน

โดยมีคุณสมบัติที่ไม่ธรรมดาดังนี้

1. อุดมไปด้วยโปรตีนและแร่ธาตุที่มีประโยชน์หลายชนิด จึงทำให้ใบหม่อนมีคุณค่าทางโภชนาการที่สูงมาก ยกตัวอย่างเช่น กาบา ที่จะช่วยลดความดันโลหิตได้ดี ฟายโตสเตอรอล ที่จะช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและดีอ็อกซิโนจิริมานซิน ที่จะช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้อย่างดีเยี่ยม

2. สามารถนำมาใช้ปรุงอาหารได้ โดยชาวอีสานและชาวเหนือของไทย จะนิยมนำใบหม่อนมาปรุงอาหารแทนผงชูรส โดยใช้ส่วนที่เป็นยอดอ่อนของใบ ซึ่งจะให้รสชาติที่กลมกล่อมไม่แพ้การใส่ผงชูรสเลยทีเดียว แถมให้ประโยชน์ที่ดีกว่าอีกด้วย

3. นำมาชงดื่มเป็นชาใบหม่อน โดยนำยอดใบหม่อนมาตากแห้ง จากนั้นนำมาชงกับน้ำร้อน ซึ่งจะให้รสชาติที่ขมอมหวานเล็กน้อย แต่ก็มีประโยชน์และดีต่อสุขภาพไม่น้อยเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังนิยมนำไปผสมกับไอศกรีม เค้กและคุกกี้เช่นกัน

4. นำมาใช้เป็นสมุนไพรเพื่อรักษาโรค โดยในประเทศจีนจะนำใบหม่อนมาใช้เพื่อรักษาอาการไอ ลดความดันโลหิต และช่วยคลายเครียด รวมถึงยังสามารถใช้เพื่อแก้โรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ แก้อาการวิงเวียนศีรษะและช่วยขับร้อนจากปอดได้อีกด้วย

5. ตามความเชื่อกล่าวว่า การนำยอดอ่อนของใบหม่อนมาต้มเพื่อดื่มและล้างตา จะช่วยบำรุงสายตาและผ่อนคลายอาการเมื่อยล้าของดวงตาได้ โดยเฉพาะในผู้ที่ต้องขับรถตอนกลางคืนเป็นประจำ วิธีดังกล่าวจะช่วยสร้างความผ่อนคลายและถนอมดวงตาได้ดี

เทคนิคการปลูกมัลเบอร์รี่

การปลูกมัลเบอร์รี่ให้มีผลตลอดปีโดยปกติแล้วมัลเบอร์รี่หรือลูกหม่อนจะมีผลให้กินได้ตลอดปี แต่ก็ขึ้นอยู่กับวิธีการปลูกด้วย ซึ่งมีเทคนิคในการปลูกดังนี้

1. ควรปลูกหม่อนอย่างน้อย 4-8 ต้น เพื่อที่ลูกหม่อนแต่ละต้นจะได้สุกเหลื่อมกันแบบไม่ขาดช่วงมากนัก

2. ให้โน้มกิ่งหม่อน 2 ต้นให้เข้าหากันเป็นทรงโค้ง เพื่อให้ต้นหม่อนได้รับแสงแดดอย่างเพียงพอและทำให้ลูกดกขึ้น

3. ควรตัดกิ่งแขนงต้นหม่อนอยู่เสมอ เพื่อให้ออกกิ่งใหม่ในทุกปี โดยตัดปีละ 2 ครั้งพร้อมกับรูดเอาใบออกด้วย

4. สามารถเก็บผลหม่อนได้ตั้งแต่ลูกหม่อนเป็นสีแดง สีแดงอมม่วงหรือสีม่วงอมดำ ขึ้นอยู่กับว่าชอบกินรสชาติแบบไหน สำหรับระยะเวลาการเก็บผลของต้นหม่อนแต่ละต้นนั้น จะสามารถเก็บได้ประมาณ 1 เดือน และสามารถกินได้เลยโดยไม่ต้องล้างน้ำ เพราะการปลูกเองจะมีความปลอดภัยมากกว่า เนื่องจากไม่ได้ใช้สารเคมีหรือยาพ่นแมลงนั่นเอง แต่หากมีฝุ่นละอองเกาะติดอยู่ ก็ควรล้างทำความสะอาดก่อนเสมอ

เอกสารอ้างอิง

Wilson, Charles L. “Tree pollen and hay fever”. Food and Agriculture Organization of the United Nations. Retrieved 17 May 2014.

Mulberry Tree. Pasadena, California. Retrieved 20 October 2012.

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here