สรรพคุณและประโยชน์ของขี้เหล็ก (Thai Copper Pod)

สรรพคุณและประโยชน์ของขี้เหล็ก (Thai Copper Pod)
สรรพคุณและประโยชน์ของขี้เหล็ก (Thai Copper Pod)

ขี้เหล็ก (Thai Copper Pod)

ชื่อ : ขี้เหล็ก

ชื่อภาษาอังกฤษ : Thai Copper Pod

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Senna siamea

“ ขี้เหล็ก“ ชื่อนี้เป็นสมุนไพรชื่อคุ้นหูเป็นอย่างดีสำหรับคนไทย เป็นไม้เบญจพรรณยืนต้นที่มีขนาดใหญ่ ลำต้นสามารถสูงได้ถึงประมาณ 8 – 15 เมตร  มีลักษณะเป็นพุ่มใหญ่ ใบมีขนาดเล็กเรียงกันกับก้านตรงกลาง ลักษณะคล้ายกับขนนก สามารถปลูกขึ้นได้ง่ายในดินทุกชนิด โตเร็ว เป็นไม้ที่มีเนื้อแข็ง ทนต่อสภาพอากาศแห้งแล้งได้ดี  ในส่วนของดอกขี้เหล็กจะมีสีเหลืองและสามารถออกดอกได้ตลอดทั้งปี จึงนิยมปลูกเป็นต้นไม้ในบ้านไม้ตามรั้วบ้าน หรืออาจจะพบเห็นได้บ่อยๆตามข้างทางในแถบชานเมือง ใช้วิธีการขยายพันธ์ด้วยเมล็ด เป็นพืชสมุนไพรประจำท้องถิ่นในภูมิภาคทวีปเอเชีย เช่น เวียดนาม มาเลเซีย กัมพูชา ฟิลิปปินส์ และไทย เป็นต้น ขี้เหล็กมีด้วยกันหลายหลายสายพันธุ์ แต่จะมีแค่พันธุ์ที่พบในประเทศไทยเท่านั้นที่นิยมนำมาประกอบเป็นอาหาร

สำหรับในประเทศไทย การใช้ขี้เหล็กประกอบในอาหาร ได้รับความนิยมอย่างมากในทุกๆภาคของประเทศโดยเฉพาะเมนูยอดฮิตอย่างแกงกะทิขี้เหล็กในเนื้อย่างหรือหมู หรือปลาย่าง ที่เป็นอาหารถูกปากใครหลายๆคน ส่วนแกงแบบพื้นบ้านทางภาคเหนือก็คือแกงบวน ภาคอีสานก็คือแกงซกเล็ก แกงขี้เหล็กย่านาง แกงขี้เหล็กใส่วุ้นเส้น เป็นต้นนอกจากขี้เหล็กจะเป็นอาหารที่ชื่นชอบในหลายๆคนแล้ว ขี้เหล็กยังเป็นพันธุ์ไม้ประดับที่มีใบสวย และรูปทรงลำต้นต้นที่งดงามอีกด้วย

ขี้เหล็กเป็นพืชสมุนไพร ที่สามารถหาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาดทั่วไป สามารถหากินได้ตลอดทั้งปี โดยขี้เหล็กที่ขายตามท้องตลาดจะแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิดคือ

1. ขี้เหล็กที่ต้มไว้เรียบร้อยแล้ว ประเภทนี้เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความสะดวกสบายและมีเวลาจำกัดสามารถนำไปปรุงเป็นอาหารได้เลย มีข้อดีคือช่วยประหยัดเวลาและขั้นตอนในการทำอาหาร แต่ก็มีข้อเสียคือ อาจจะได้ขี้เหล็กที่มีรสขม เนื่องจากมีการต้มล้างน้ำที่ไม่เพียงพอทำให้เวลานำไปปรุงใส่แกง แกงที่ได้ออกมาจะมีรสขมนำซึ่งจะไม่อร่อยนอกจากนี้การซื้อขี้เหล็กจากตลาด หากเลือกไม่ดีหรือเลือกไม่เป็นก็อาจได้ขี้เหล็กที่แก่จนทานไม่อร่อยมาอีกด้วย

2. ขี้เหล็กแบบสด ประเภทนี้เหมาะสำหรับ คนที่มีเวลามากและต้องการความพิถีพิถันในการปรุงอาหาร มีข้อดีคือ ได้เลือกใบขี้เหล็กที่มีความสดใหม่กว่าการซื้อแบบต้มแล้ว  ได้ใบที่อ่อนที่ทานอร่อยกว่าใบที่แก่ สามารถต้มน้ำล้างขมขี้เหล็กจนได้รสชาติที่น่าพอใจแต่ก็มีข้อเสียคือต้องใช้ระยะเวลาในการปรุงอาหารมากว่าเดิม

ขี้เหล็กที่มีขายในท้องตลาด สามารถหาซื้อหากินได้ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะที่เป็นใบอ่อน โดยในส่วนของดอกขี้เหล็กแม้จะมีทั้งปีเหมือนใบก็ตาม แต่ดอกจะหนาแน่นออกมากที่สุดในช่วงของฤดูฝน ดอกขี้เหล็กที่ยังตูมอยู่จะมีรสชาติที่ขม มัน หวาน เมื่อนำไปปรุงอาหารเป็นแกงกะทิจะยิ่งอร่อยมากขึ้นจากข้อมูลพบว่า สมุนไพรอย่างขี้เหล็กนอกจากนำไปปรุงเป็นอาหารที่อร่อยแล้ว ยังมีสรรพคุณทางยาที่ดีต่อร่างกายอีกมากมาย

สรรพคุณของขี้เหล็ก

เป็นยาระบายชนิดอ่อน สำหรับผู้ที่มีปัญหาอาการท้องผูกชนิดไม่รุนแรง

เป็นสมุนไพรช่วยขับสารพิษร้ายออกจากร่างกาย

เป็นยานอนหลับแบบธรรมชาติที่ไม่มีอันตรายต่อร่างกาย

ดอกของต้นขี้เหล็ก สามารถช่วยรักษาโรคหิต รักษารังแคได้

ใบขี้เหล็กมีสารระงับประสาทช่วยให้คลายเครียดได้

ช่วยบำรุงสายตา จากสารเบต้าแคโรทีนที่ร่างกายจะนำไปสร้างวิตามินเอ

ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็ง

เป็นอาหารที่มีวิตามินซีสูง

โดยปกติแล้วคนทั่วไปมักจะรู้จักขี้เหล็กในรูปแบบของแกงกะทิที่มีรสชาติดี กินอร่อย แต่หลายคนหารู้ไม่ว่านอกจากขี้เหล็กจะเป็นอาหารที่อร่อยแล้ว ขี้เหล็กยังเป็นพืชสมุนไพรที่ดีมีประโยชน์ และเต็มไปด้วยสรรพคุณมากมาย  และยังเป็นสมุนไพรชนิดที่หาซื้อได้ง่ายในท้องตลาด หรือหากที่บ้านมีพื้นที่มากพอ จะปลูกต้นขี้เหล็กไว้เองก็ทำได้ไม่ยากนักเป็นพืชที่โตง่าย ดูแลรักษาไม่ยาก ดังนั้นเมื่อรู้แบบนี้แล้วควรหันมาทานขี้เหล็กเป็นอาหารให้บ่อยๆ เพื่อสุขภาพที่ดีของตัวเรา และเพื่อเป็นการป้องกันโรคภัยไข้เจ็บต่างๆได้อีกด้วย

เอกสารอ้างอิง

สำนักงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), www.pharmacy.mahidol.ac.th

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here