ประโยชน์ทางยาของ ต้นกระทุงหมาบ้า

ประโยชน์ทางยาของต้นกระทุงหมาบ้า
ต้นกระทุงหมาบ้า สรรพคุณ ช่วยบรรเทาความร้อนในร่างกาย ช่วยเจริญอาหาร ช่วยทำให้นอนหลับ

ต้นกระทุงหมาบ้า

ต้นกระทุงหมาบ้า หรือผักฮ้วนหมูมีประโยชน์ทางยาหลากหลาย ต้นกระทุงหมาบ้า ยังมีชื่อเรียกต่างกันออกไปตามภาษาท้องถิ่นเช่น ต้นมุ้งหมู, ผักฮ้วน, ผักม้วน, ผักโง้น, ผักง้วน, ผักง้วนหมูม ผักฮ้วนหมู เป็นต้น

ภาคเหนือ เรียกว่า เครือเขาหมู ผักฮ้วนหมู ฮ้วนหมู
ภาคกลาง มักเรียกว่า กะทุงหมาบ้า, คันชุน, สุนัขบ้า
ภาคอีสาน เรียกว่า เครือเขาคลอน, ผักง่วนหมู ต้นง่วนหมู หัวเขาคอน
ส่วนภาคใต้ เรียกว่า เถาคัน

ต้นกระทุงหมาบ้า มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Excoecaia Cochinchinensis Lour.Var.Cochinchinensis หรือ Dregea volubilis (L.f.) Benth. ex Hook.f.หรือ Watlakata volubilis Stapf. ซึ่งจัดอยู่ในวงศ์เดียวกับต้นตีนเป็ด (APOCYNACEAE) คือ Euphorbiaceae
ต้นกระทุงหมาบ้าเป็นไม้เลื้อยชนิดที่มีแกนกลางเป็นไม้เนื้อแข็ง ลำต้นมีลักษณะเป็นทรงกลมีเปลือกหุ้มแกน เมื่ออ่อนเปลือกของลำต้นจะมีสีเขียว เมื่อแก่เปลือกของลำต้นจะกลายเป็นสีน้ำตาลเข้มและมีจุดสีขาวหรือปุ่มเกิดขึ้นตลอดแนวลำต้น ลำต้นมีความยาวได้สูงสุดประมาณ 10 เมตร ลำต้นของต้นกระทุงหมาบ้าจะเลื้อยไปตามต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ใกล้เคียงหรือเลื้อยตามพื้นดินไป

ใบของต้นกระทุงหมาบ้า เป็นใบเดี่ยวออกเรียงตามความยาวของลำต้น โดยใบจะออกเป็นคู่อยู่ตรงข้ามกันตามกิ่ง ใบมีหลายรูปทรงด้วยกัน เช่น รูปทรงกลมรี โดยโคนใบกว้างและที่ปลายใบยาวเรียว หรือเป็นรูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด มีขนาดใบกว้าง 5-10 เซนติเมตร ยาว 8-16 เซนติเมตร ขอบใบเรียบไม่มีรอยยัก ใบมีเนื้อหนา ด้านบนของใบจะมีเขียวอ่อน ส่วนด้านท้องของใบมีสีเขียวเข้ม มีก้านใบยาว 3 -5 เซนติเมตร
ต้นกระทุงหมาบ้า จะออกดอกเป็นช่อหรือกระจุกเล็กตามส่วนของซอกใบ ภายในช่อจะประกอบด้วยดอกเล็ก ๆ หลายสิบดอกรวมกันอยู่ แต่ละดอกจะมีก้านยาวแยกออกมาเพื่อเชื่อมดอกกับขั้วของช่อ กลีบดอกมีลักษณะเป็นรูปสามเหลี่ยมมีสีเขียวอ่อนอมเหลืองและมีกลีบรองอยู่ภายในดอกเดียวกัน หนึ่งดอกจะประกอบด้วยกลีบดอก 5 กลีบโดยโคนดอกจะมีขนาดใหญ่กว่าปลายกลีบดอก แต่ละกลีบมีความยาวประมาณ 2 มิลลิเมตร กลีบดอกจะแยกออกเป็นแฉกขนาดดอกบานเต็มมีความกว้างประมาณ 1-1.5ซม. ดอกเป็นดอกชนิดสมบูรณ์เพศคือมีเกสรตัวผู้และเกสรตัวเมียอยู่ในดอกเดียวกัน โดยดอกตัวเมียจะอยู่ตรงกลางของดอกและมีเกสรตัวผู้อยู่รอบ ๆ เกสรตัวเมียที่บริเวณฐานของดอก
ผลของต้นกระทุงหมาบ้ามีลักษณะเป็นฝักออกเป็นคู่อยู่ตรงข้ามกัน ลักษณะเป็นทรงกลมที่โคนฝักมีขนาดใหญ่แล้วจึงค่อยเรียวเล็กไปตามปลายฝัก ฝักมีความขนาดเส้นรอบวงประมาณ 16-30 มิลลิเมตร มีขนาดยาวประมาณ 7.5-10 เซนติเมตร ผิวเปลือกของฝักขนสีน้ำตาลอ่อนหรือสีเหลืองปกคลุมตลอดทั้งฝัก ภายในฝักบรรจุเมล็ดเป็นรูปไข่ คล้ายหยดน้ำสีน้ำตาลหรือสีน้ำตาลอมเหลือง มีขนสีขาวเป็นพูปกคลุมเมล็ดอยู่ เมล็ดมีขนาดประมาณ 1.2 เซนติเมตร

สรรพคุณทางยาของ ต้นกระทุงหมาบ้า

1.รากและเถา นำมาต้มดื่มน้ำ จัดเป็นยานอนหลับอ่อนทำให้นอนหลับง่ายขึ้น หรือนำมาเป็นยาขับพิษไข้ พิษของฝี แก้ร้อนใน แก้พิษน้ำดีกำเริบ ยาขับเสมหะ

2.เถามีรสขม มีสรรพคุณช่วยในการดับพิษและถอนพิษไข้ ลดอาการเซื่องซึม ปวดศีรษะ และแก้อาการแสบร้อนที่ใบหน้า และยังสามารถช่วยขับปัสสาวะสำหรับผู้ที่มีอาการปัสสาวะติดขัด

3.ใบมีรสขมเช่นเดียวกับเถา สามารถนำมาเป็นยาแก้แผลผุผองที่เกิดจากการถูกน้ำร้อนลวก ลดอาการบวม แก้พิษต่าง ๆ โดยการนำใบมาตำสด ๆ และพอกหรือทายังบริเวณที่เกิดแผล สามารถช่วยลดอาการผุพองของฝีได้เป็นอย่างดี

4.เปลือกของลำต้น มีรสชม ช่วยลดอาการเป็นไข้และแก้อาการปากเปื่อยได้

5.ผลและดอก มีรสขม เมื่อนำมาต้มน้ำดื่มช่วยล้างสารพิษตกค้างในร่างกายอย่างได้ผล

ด้วยสรรพคุณทางยาที่มีอยู่ในทุกส่วนของ ต้นกระทุงหมาบ้า จึงได้มีการนำส่วนต่าง ๆ ของต้นกระทุงหมาบ้ามาเป็นส่วนผสมของยาสมุนไพรมาแต่โบราณ นอกจากสรรพคุณทางยาที่ได้จากต้นกระทุงหมาบ้าแล้ว ต้นกระทุงหมาบ้ายังมีคุณค่าทางโภชนาการที่สูงมาก ซึ่งคุณค่าทางโภชนาการนี้จะได้จากการรับประทานส่วนที่เป็นช่อดอกและยอดอ่อนของต้นกระทุงหมาบ้า เพราะเมื่อนำมาปรุงอาหารแล้วให้รสชาติที่อร่อย แม้จะมีความขมเล็กน้อยแต่ก็ช่วยให้เจริญอาหารได้มากขึ้น

คุณค่าทางโภชนาการของ ต้นกระทุงหมาบ้า

1.แคลเซียม ( Calcium )

กระทุงหมาบ้าเป็นอาหารที่ให้แคลเซียมในปริมาณที่สูง ซึ่งแคลเซียมเป็นสารอาหารที่ช่วยให้กระดูกและฟันมีความแข็งแรง จึงลดโอกาสในการเกิดโรคที่เกี่ยวของกับการเสื่อมของกระดูก เช่น โรคกระดูกพรุน กระดูกเปราะ โรคกระดูกอ่อนในเด็ก โรคกระดูกน่วมได้

แคลเซียมยังสามารถยับยั้งการแบ่งเซลล์ของเซลล์ที่เกิดการกลายพันธุ์ที่บริเวณลำไส้ใหญ่ให้น้อยลง จึงสามารถช่วยลดในการเกิดมะเร็งที่ลำไส้ใหญ่อย่างได้ผล

นอกจากนั้นแคลเซียมยังช่วยกระต้นการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจให้สามารถทำการบีบตัวได้ดี จึงช่วยควบคุมให้ความดันเลือดอยู่ในระดับปกติ ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคความดันโลหิตสูงอย่างได้ผล

สำหรับสุภาพสตรีที่มีอาการปวดประจำเดือนเป็นประจำ ควรทานกระทุงหมาบ้าก่อนที่จะมีประจำเดือนอย่างต่อเนื่อง จะช่วยบรรเทาอาการปวดที่เกิดเนื่องจากการมีประจำเดือนและยังสามารถความแปรปรวนของฮอร์โมนซึ่งเป็นที่มาของภาวะอารมณ์แปรปรวนได้

สำหรับผู้ที่มีอาการนอนไม่หลับการได้รับแคลเซียมจะช่วยให้หลับได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

2.ฟอสฟอรัส ( Phosphorus )

ฟอสฟอรัสสามารถช่วยส่งเสริมการทำงานของแคลเซียมเพื่อสร้างสุขภาพเหงือกและฟันให้แข็งแรง โดยฟอสฟอรัสจะรวมตัวกับแคลเซียมในรูปแคลเซียมฟอสเฟต ( Ca2 ( PO4 ) 2 ) และไฮดรอกซีอาพาไทต์ ( Ca10 ( PO4 ) 6( OH )2 ) ช่วยในการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย นอกจากนั้นฟอสฟอรัสยังสามารถช่วยบรรเทาอาการปวดจากข้ออักเสบได้

ฟอสฟอรัสช่วยกระตุ้นการทำงานของกระบวนการเผาผลาญไขมันและแป้ง และกระบวนการเมทาบอลิซึมภายในร่างกาย ส่งผลให้ร่างกายมีพลังงานในการใช้งานอย่างเพียงพอ ร่างกายจึงรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า

ฟอสฟอรัสยังเป็นสารที่ช่วยในการรักษาความเป็นกรด-ด่างของร่างกายอีกด้วย และมีหน้าที่กระตุ้นการทำงานของวิตามินบีและเอนไซม์บางชนิดในร่างกายให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3.วิตามินเอ ( Vitamin A )

วิตามินเอ เป็นวิตามินที่ละลายได้ในไขมันและเป็นองค์ประกอบที่มีความสำคัญของกระจกตา ( Cornea ) จึงช่วยให้กระจกตามีความแข็งแรง และยังเป็นสารที่มีหน้าที่ในการสร้างสารที่ช่วยในการมองเห็นจึงสามารถป้องกันการเกิดโรคตามัวตอนกลางคืน ( Night Blindness )หรือในที่ที่มีแสงสว่างน้อย

นอกจากวิตามินเอยังเป็นสำคัญของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย โดยวิตามินเอจะเข้าไปกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังสามารถป้องกันการเกิดการอักเสบภายในโพรงจมูก ช่องปาก คอ และสามารถป้องกันการติดเชื้อที่เกิดขึ้นกับระบบทางเดินอาหาร ระบบทางเดินหายใจ และระบบขับปัสสาวะได้

นอกจากนี้วิตามินเอยังเป็นวิตามินที่ช่วยทำให้ผิวพรรณและผมแข็งแรง เนื่องจากวิตามินเอเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดี จึงสามารถป้องกันไม่ให้อนุมูลอิสระเข้ามาทำลายเซลล์ผิวได้ จึงสามารถป้องกันการเหี่ยวย่นและหยาบกร้านของผิวและเส้นผมได้

4.วิตามินบี ( Vitamin B )

กระทุงหมาบ้าประกอบได้ด้วยวิตามินบี 1 บี 2 และ บี 3

วิตามินบี 1 หรือไทอะมีน ( Thiamine ) เป็นวิตามินที่สามารถละลายได้ในน้ำ ช่วยป้องกันโรคเหน็บชา ช่วยในการกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทและหัวใจให้มีการทำงานเป็นปกติ และยังเป็นสารที่ช่วยในการเพิ่มอัตราการเผาผลาญของคาร์โบไฮเดรตที่เข้ามาภายในร่างกาย

วิตามินบี 2 หรือ ไรโบฟลาวิน ( RIBOFLAVIN ) หรือวิตามินจี ( Vitamin G )

จัดเป็นโคเอนไซม์ที่มีความจำเป็นต่อกระบวนการเมตาบอลีซึมของร่างกาย โดยวิตามินบี 2จะรวมตัวกลายเป็น ฟลาวิน อะดีนีน ไดนิวคลีโอไทด์ ( flavin adenine dinucleotide หรือ FAD ) และ ฟลาวิน โมโนนิวคลีโอไทด์ ( flavin mononucleotide หรือ FMN ) ที่มีหน้าที่เผาผลาญไขมันกลายเป็นพลังงานกับร่างกาย

วิตามินบี 3 หรือ ไนอะซิน ( Niacin ) เป็นวิตามินที่ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญไขมันและช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบย่อยอาหารสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น จึงช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินอาหารและระบบการย่อยอาหาร

นอกจากนั้นไนอะซินยังเป็นองค์ประกอบสำคัญของการสังเคราะห์ฮอร์โมนเพศ เช่น เอสโทรเจน โพรเจสเทอโรน เทสทอสเทอโรน อีกด้วย ที่มีส่วนชวยในการทำงานของระบบประสาทและสมองให้อยู่ในสภาวะปกติ

5.วิตามินซี ( Vitamin C )

วิตามินซี ( Vitamin C ) หรือกรดแอสคอบิก ( Ascorbic acid หรือ L-Ascorbic acid ) เป็นวิตามินที่ละลายน้ำได้ดี วิตามินซีจะทำหน้าที่ร่วมกับโพรลิลไฮดรอกซีเลส ( prolyl hydroxylase ) และไลซิลไฮดรอกซีเลส ( lysyl hydroxylase ) ในการสังเคราะห์คอลลาเจนใต้ผิวหนัง ทำให้ผิวหนังเต่งตึงและมีความแข็งแรงไม่ถูกทำลายด้วยอนุมูลอิสระได้ง่าย จึงลดการเกิดริ้วรอยก่อนวัยได้เป็นอย่างดี

และวิตามินซียังสามารถช่วยเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายมีความแข็งแรงและสามารถป้องกันการป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากวิตามินซีเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่ได้ผลสูงมาก เมื่อร่างกายได้รับวิตามินซีเข้าไปแล้ว วิตามินซีจะจับตัวกับอนุมูลอิสระที่อยู่ภายในร่างกาย ทำให้เซลล์เม็ดเลือดขาวที่ทำหน้าที่ต่อต้านเชื้อโรค โดยสามารถเข้าไปจับทำลายเชื้อโรคได้ทันทีที่เข้ามาในร่างกาย ไม่มีอนุมูลอิสระเข้ามาขัดขวางการทำงานนั่นเอง

ต้นกระทุงหมาบ้า เป็นพืชสมุนไพรพื้นบ้านของคนไทยมาช้านาน สามารถนำรับประทานได้ทั้งยอดอ่อน ดอกและใบอ่อน ด้วยสรรพคุณทางยาและคุณค่าทางโภชนาการที่มากมายไม่ด้อยไปกว่าพืชชนิดอื่น ดังนั้นถ้าใครยังมีพื้นที่ว่างภายในสวน การปลูก ต้นกระทุงหมาบ้า ในสวนก็นับเป็นทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย ด้วยดอกที่สวยงามเป็นช่อและใบที่มีขนาดใหญ่ ลำต้นสามารถเลื้อยไปตามพื้นที่ต่าง ๆ ได้ตามต้องการ จึงสามารถช่วยตกแต่งสวนในบ้านให้ร่มรื่นน่ามองได้ไม่น้อย และยังได้อาหารชั้นยอดไว้สำหรับรับประทานอีกด้วย

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมตามลิ้งค์ด้านล่าง

เอกสารอ้างอิง

แอพเพิลเกต, ลิซ. 101 อาหารรักษาหัวใจ.–กรุงเทพฯ : องค์การค้าของคุรุสภา, 2547. 342 หน้า. 1. อาหารเพื่อสุขภาพ. 2.โภชนบำบัด. I.จงจิต อรรถยุกติ, ผู้แปล. II.ชื่อเรื่อง. 641.56311 ISBN 974-00-8692-6.

รัชนี คงคาฉุยฉาย และ ริญ เจริญศิริ. โภชนาการกับผัก. กรุงเทพฯ : สารคดี, 2554. 128 หน้า 1.ผัก-แง่โภชนาการ-ไทย. I.ชื่อเรื่อง. 641.303 ISBN 978-974-484-346-3.