การดูดไขมันที่ให้ผลลัพธ์ 15 เท่า

การดูดไขมันที่ให้ผลลัพธ์ 15 เท่า
การดูดไขมัน เป็นนวัตกรรมทางการแพทย์ที่มีลักษณะเป็นการเจาะเพื่อดูดเอาเฉพาะส่วนไขมัน

ดูดไขมัน

แม้ว่าการมีรูปร่างที่ผอมเพรียวจะเป็นกระแสแฟชั่นอย่างหนึ่ง ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงไปได้ตามสมัยนิยม อย่างเมื่อหลายสิบปีก่อนเราก็จะชื่นชอบคนที่มีรูปร่างเจ้าเนื้อ ดูมีน้ำมีนวลสักหน่อย ต่อมาก็กลายเป็นคลั่งไคล้หุ่นบางๆ ราวกับจะปลิวไปตามลมได้ และล่าสุด เนื่องจากกระแสรักสุขภาพมาแรงมาก เลยส่งผลให้คนนิยมรูปร่างผอมเพรียวและฟิตเฟิร์มอย่างเดียวกับที่เหล่านักกีฬามีกัน เมื่อเป็นอย่างนี้หลายคนจึงมองว่ามันเป็นเรื่องที่เดี๋ยวมาเดี๋ยวไป เอาแน่นอนไม่ได้ และยึดเอาเป็นข้ออ้างในการลดน้ำหนักและไขมันส่วนเกิน แต่อยากให้มองอีกมุมหนึ่งก็คือเรื่องของสุขภาพด้วย

เพราะไม่ว่าอย่างไรการมีรูปร่างผอมบางและสมส่วนย่อมดีกว่าปล่อยให้ตัวเองเกิดภาวะอ้วนลงพุงแน่นอน จากสถิติเดิมที่เคยมีมาก็ชี้ชัดแล้วว่าคนอ้วนมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ มากกว่าปกติหลายเท่า ดังนั้นหากไม่สนใจตามกระแสแฟชั่น ก็หันมาสนใจสุขภาพร่างกายของเราเอง ด้วยการกำจัดไขมันส่วนเกินออกไป ไม่ใช่แค่สุขภาพดีเท่านั้นที่จะได้ ผิวพรรณและบุคลิกภาพก็จะดีขึ้นด้วย

แต่ปัญหาหนึ่งในการกำจัดไขมันก็คือ ทำได้ค่อนข้างยากและต้องมีวินัยมากเพียงพอ การกำจัดไขมันนั้นแตกต่างจากการลดน้ำหนัก เพราะน้ำหนักที่หายไปจากร่างกายอาจไม่ใช่ส่วนของไขมันก็ได้ แต่เป็นน้ำและมวลกล้ามเนื้อ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ก็ย่อมต่างกันอย่างสิ้นเชิง นอกจากนี้ในคนที่มีภาวะอ้วนบางคน จะมีเงื่อนไขหรือข้อจำกัดในการออกกำลังกายอยู่ ยิ่งอ้วนมากก็จะยิ่งมีข้อจำกัดมากด้วย เช่น ไม่สามารถออกกำลังบางประเภทได้ เพราะมีผลกับข้อต่อต่างๆ หรือไม่สามารถออกแรงอย่างต่อเนื่องได้ เพราะระบบหายใจและอัตราการเต้นของหัวใจรับไม่ไหว เป็นต้น ดังนั้นจึงมีอีกทางออกหนึ่งซึ่งถูกใช้ค่อนข้างมากในทางการแพทย์ของเมืองนอก นั่นก็คือ การดูดไขมัน

การดูดไขมัน เป็นนวัตกรรมทางการแพทย์ที่มีลักษณะเป็นการเจาะเพื่อดูดเอาเฉพาะส่วนไขมัน ซึ่งสามารถกำหนดได้ว่าจะดูดไขมันบริเวณไหน ท้องแขน ต้นขา หน้าท้อง เหนียงใต้คาง ทำได้ทั้งนั้น เพียงแค่ชั่วอึดใจก็จะเปลี่ยนร่างใหม่กลายเป็นคนละคนได้เลย แต่ก็ต้องอยู่ในการควบคุมดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้วยเช่นกัน ก่อนการดูดไขมันจำเป็นต้องผ่านการตรวจร่างกายเบื้องต้น และวัดค่าความเสี่ยงจากโรคประจำตัวหรือสภาวะทางร่างกายอื่นๆ ด้วย นอกจากนี้ยังมีข้อกำหนดด้วยว่าจะต้องมีน้ำหนักหรือมวลไขมันขั้นต่ำเท่าไรจึงจะดูดไขมันได้ ใครที่มีรูปร่างเพียงแค่อวบๆ ก็จะไม่สามารถกำจัดไขมันด้วยวิธีที่ว่านี้ได้

มาถึงตรงนี้หลายคนอาจจะเกิดคำถามขึ้นมาว่า การดูดไขมันเป็นการเปลี่ยนแปลงรูปร่างในเวลาอันรวดเร็ว จะมีอันตรายมากน้อยแค่ไหน ก็ต้องตอบว่าหากทำตามขั้นตอนและวิธีการที่ถูกต้องแล้ว แทบจะไม่มีอันตรายอะไรเลยด้วยซ้ำ เพราะการดูดไขมันมีข้อกำหนดค่อนข้างเยอะ ที่จะช่วยป้องกันอันตรายต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับร่างกายได้ เช่น กำหนดน้ำหนักและมวลไขมันขั้นต่ำของคนที่ต้องการดูดไขมัน กำหนดช่วงอายุ กำหนดขอบเขตของโรคประจำตัวที่สามารถรองรับการดูดไขมันได้ เป็นต้น กว่าจะได้เข้ารับการรักษาจริงๆ หลายคนต้องใช้เวลาเตรียมตัวอยู่เป็นเดือน อีกอย่างการดูดไขมันนั้นไม่ใช่การดูดไขมันทั้งหมดออกไปภายในคราวเดียว เนื่องจากว่าปริมาณมากที่สุดในการดูดไขมันแต่ละครั้งอยู่ที่ราวๆ 5 ลิตรเท่านั้น หากต้องการกำจัดไขมันมากกว่านี้ก็ต้องมาทำการดูดไขมันเพิ่มในครั้งต่อไป ทั้งหมดนี้ก็เพื่อไม่ให้ร่างกายเกิดอาการช็อคกับความเปลี่ยนแปลงอันรวดเร็วเกินไปนั่นเอง

บริเวณใดบ้างของร่างกายที่สามารถใช้เทคนิคการดูดไขมันได้

ไม่ว่าเราจะอ้วนลงพุงมากขนาดไหน ก็ไม่ใช่ว่าทุกสัดส่วนจะสะสมไขมันได้มากเหมือนกันหมด บางส่วนแทบไม่มีไขมันสะสมอยู่เลย เช่น ข้อเท้า ข้อมือ หัวเข่า เป็นต้น จึงไม่ใช่ทุกส่วนของร่างกายที่ทำการดูดไขมันได้ รวมไปถึงบริเวณที่มีความเสี่ยงสูง อย่างเช่นพื้นที่ที่มีเส้นประสาทจำนวนมาก หรือมีการอักเสบอยู่ เราลองมาดูกันว่ามีบริเวณไหนบ้างที่นิยมใช้การดูดไขมันเพื่อลดสัดส่วนให้เล็กลง

หน้าท้อง : นี่เป็นส่วนที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดในการดูดไขมัน และเป็นส่วนที่สะสมปริมาณไขมันได้มากที่สุดในร่างกายด้วย ไม่ว่าจะเป็นเพศหญิงหรือเพศชาย จุดที่จะทำการดูดไขมันก็คือช่วงเอวและหน้าท้องส่วนล่าง แต่ละครั้งสามารถลดรอบเองได้ประมาณ 3 นิ้ว แต่ก็ต้องพิจารณาตามความสมส่วนของร่างกายด้วย
บั้นท้าย : ถึงแม้ว่าจะมีกระแสนิยมการมีบั้นท้ายใหญ่ๆ อยู่บ้าง แต่ในบางคนมันก็ดูไม่เหมาะกับรูปร่างโดยรวมของเขา ยิ่งถ้าเป็นการมีขนาดใหญ่จากไขมันไม่ใช่กล้ามเนื้อที่กระชับดี มันยิ่งไม่น่าดูมากกว่า ผลของการดูดไขมันตรงบั้นท้ายนี้จะทำให้บั้นท้ายดูยกกระชับและส่งเสริมให้ช่วงขาดูเรียวยาวขึ้น
ต้นขา : โดยเฉพาะผู้หญิง ต้นขาจะเป็นส่วนที่สะสมไขมันได้ไม่แพ้ส่วนของหน้าท้องเลย เริ่มจากเห็นเป็นผิวเปลือกส้มและขยายขนาดเพิ่มขึ้นเรื่อย การดูดไขมันต้นขาเป็นบริเวณที่ต้องทำซ้ำหลายครั้ง แม้ว่าปริมาณไขมันที่มีอยู่จะไม่มากเท่าไรก็ตามที เพราะต้องค่อยๆ ดูดออกแบบรอบด้าน เพื่อให้ท่อนขาดูลดลงแบบสมดุลกันทั้งหมด และหลังจากดูดไขมันก็ต้องใส่ชุดกระชับรอบต้นขาไว้อีกระยะหนึ่ง

ต้นแขน : ส่วนนี้จะมีรูปแบบและวิธีการคล้ายคลึงกับการดูดไขมันที่ต้นขา ต้องได้รับการดูแลจากแพทย์ที่มีความชำนาญในระดับหนึ่งด้วย ไม่งั้นอาจได้แขนแบบเบี้ยวๆ ไม่สมส่วนกลับไปได้
เหนียงใต้คาง : ตรงนี้จะมีเส้นประสาทเยอะหน่อย และต้องดูดไขมันด้วยเครื่องมือขนาดเล็กกว่าส่วนอื่นๆ สามารถดูดไขมันให้หมดได้ในคราวเดียว แต่ต้องค่อยๆ ดูดทีละจุดไล่ไปอย่างสมดุลเช่นกัน
แผ่นหลัง : นี่อาจเป็นจุดเดียวที่มีไขมันน้อยที่สุดในบรรดาบริเวณที่กล่าวมาแล้วทั้งหมด การดูดไขมันก็จะเน้นไปที่จุดกลางหลัง ข้างรักแร้เท่านั้น

การดูดไขมัน เป็นนวัตกรรมทางการแพทย์ที่มีลักษณะเป็นการเจาะเพื่อดูดเอาเฉพาะส่วนไขมัน ซึ่งสามารถกำหนดได้ว่าจะดูดไขมันบริเวณไหน

รูปแบบและวิธีการในการดูดไขมัน

1. Triple Impact

เป็นการดูดไขมันที่จัดว่ามีระดับความปลอดภัยสูงที่สุด ให้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจแม้จะเป็นบริเวณที่ผิวเป็นคลื่นง่าย ใช้ร่วมกับการทำเลเซอร์เพื่อวิเคราะห์ตำแหน่งของไขมันไปด้วย จึงแม่นยำและลดความเสี่ยงของความเสียหายภายในร่างกายด้วย ส่วนมากนิยมใช้กับบริเวณที่ลดไขมันด้วยการออกกำลังกายได้ยาก เช่น ต้นแขน ต้นขา เป็นต้น

2. Accusculpt

หากแปลตรงตัวคำนี้หมายถึง การแกะสลัก ซึ่งก็เป็นการอธิบายรูปแบบของการดูดไขมันที่เข้าใจง่ายและตรงไปตรงมาดี เพราะวิธีการจะใช้ท่อขนาดเล็กมาก ร่วมกับคลื่นแสงสลายไขมันแล้วตกแต่งเนื้อเยื่อไขมันคล้ายการแกะสลัก นิยมใช้กับการปรับรูปหน้าให้เป็นทรงวีเชฟ

3. Body tite

เป็นการใช้ Radio – Frequency Assisted Liposuction ในการดูดไขมัน ซึ่งทำให้ระยะเวลาในการรักษาสั้นลง ร่างกายบอบช้ำน้อยกว่า และยังลดการสูญเสียเลือดลงด้วย นอกจากนี้ก็ยังมีข้อดีในเรื่องของการกระชับสัดส่วนไปพร้อมๆ กับการดูดไขมัน จึงไม่เกิดปัญหาผิวหย่อนคล้อยเพราะหดตัวไม่ทัน

4. Power Assisted

เป็นการดูดไขมันด้วยเครื่องมือที่ถูกปรับปรุงให้มีค่าความถี่ของเข็มดูดมากขึ้น จึงโดดเด่นมากในการดูดไขมันบริเวณที่เอาออกมาได้ยาก ส่วนใหญ่นิยมใช้ร่วมกับการดูดไขมันวิธีอื่นๆ ด้วย

การดูดไขมันเหมาะกับคนกลุ่มไหนบ้าง

อย่างแรกก็คือเรื่องของน้ำหนักและปริมาณไขมัน ต้องเป็นคนที่มีค่าเกินข้อกำหนดเท่านั้น หากไม่ถึงก็ไม่จำเป็นต้องสนใจเงื่อนไขอื่นๆ อีก และต่อไปนี้คือประเด็นทั้งหมดที่ต้องใช้พิจารณาร่วมก่อนตัดสินใจดูดไขมัน
– โรคประจำตัว : โรคประจำตัวบางชนิดมีผลกระทบต่อค่าต่างๆ ในร่างกาย เช่น ความดัน อัตราการเต้นของหัวใจ เป็นต้น ต้องผ่านการทดสอบจนแน่ใจเสียก่อนว่า หากทำการดูดไขมันไปแล้วจะไม่ส่งผลกระทบอะไรที่ร้ายแรง และอีกทางเลือกหนึ่งก็คือ ควบคุมโรคให้อยู่ในเกณฑ์ที่รับได้เสียก่อน
– ยาที่ทานประจำ : ถ้าเป็นกลุ่มวิตามินหรืออาหารเสริมก็ไม่มีผลอะไร แต่ถ้าเป็นยารักษาโรคที่ต้องทานต่อเนื่อง จำเป็นต้องนำมาวิเคราะห์ก่อนว่าจะทำให้เกิดอันตรายระหว่างดูดไขมันหรือไม่
– ไขมันหน้าท้องมากเกินไป : ถ้าเป็นคนที่มีส่วนหน้าท้องยื่นมากๆ หากรักษาด้วยการดูดไขมันทันที ผลลัพธ์ที่ออกมาจะไม่น่าพึงพอใจ ออกไปทางน่ากลัวเสียด้วยซ้ำ จึงต้องรักษาด้วยวิธีอื่นๆ มาก่อน เช่น การผ่าตัดหน้าท้อง เป็นต้น
– อาการบวมที่ไม่ได้เกิดจากไขมัน : บางครั้งหน้าท้องที่ขยายใหญ่ หรือต้นแขนต้นขาที่อวบอ้วนกว่าปกติ ก็ไม่ได้เกิดจากไขมันสะสมเสมอไป มีโรคบางชนิดที่ทำให้ร่างกายเกิดความผิดปกติในทำนองนี้ได้เช่นกัน หากอยู่ในกรณีนี้ก็ไม่จำเป็นต้องทำการดูดไขมัน เพียงแค่พบแพทย์เพื่อทำการรักษาให้ถูกวิธีก็พอ

การเตรียมความพร้อมก่อนการดูดไขมัน

– งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกประเภท รวมทั้งลดเครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาลมากด้วย
– งดยาบางชนิดตามแพทย์สั่ง
– หลังการดูดไขมัน งดการทำกิจกรรมหนักๆ ประมาณ 1 สัปดาห์
– อย่ารบกวนบริเวณที่เป็นแผล ห้ามนวด ห้ามกดทับ เพราะแผลจะหายช้าและอักเสบบวมได้
– สวมชุดกระชับสัดส่วนอย่างต่อเนื่องหลังการทำ จนกว่าจะครบกำหนดเวลา
– ถ้าจุดที่ทำการดูดไขมันเป็นจุดที่เสี่ยงจะโดนน้ำได้ ให้งดการอาบน้ำไปก่อนในช่วงแรก

การดูแลรูปร่างตัวเองหลังจากการดูดไขมัน

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า การดูดไขมันก็คือการกำจัดไขมันออกจากร่างกายอย่างรวดเร็ว เป็นวิธีที่ง่ายและสะดวก เรียกว่าสวยได้ทันใจ แต่มันไม่ได้ทำให้เราผอมเพรียวอย่างถาวร หากกลับไปใช้ชีวิตที่มีพฤติกรรมการกินเหมือนเดิม ก็จะกลับมาอ้วนได้อีกในไม่ช้า ซึ่งหลายคนประสบปัญหาที่ว่านี้อยู่ด้วย เพราะเห็นว่าผอมได้ง่ายดาย จึงชะล่าใจและไม่ได้ดูแลตัวเองเพิ่มเติม ดังนั้น เมื่อรูปร่างลดขนาดลงแล้ว ก็ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้สอดคล้องด้วย การดูดไขมันไม่ได้ทำให้กระเพาะอาหารเล็กลง อัตราการกินจึงไม่ได้เปลี่ยนไป ทุกคนยังสามารถกินได้เท่าเดิม จึงต้องระวังและควบคุมปริมาณอาหารให้พอเหมาะ หมั่นออกกำลังกายตามสไตล์ที่ชื่นชอบอย่างสม่ำเสมอ และเตือนตัวเองอย่างต่อเนื่องว่า ให้ใช้พลังงานเท่ากับหรือมากกว่าค่าพลังงานที่รับเข้าสู่ร่างกาย เน้นทานผักผลไม้ ที่จะทำให้ร่างกายได้รับวิตามินและแร่ธาตุอย่างเพียงพอ หลีกเลี่ยงอาหารหวานจัด ของทอด ของมัน และปรับลดปริมาณการทานแป้งในแต่ละวันลง เพียงเท่านี้ก็จะมีหุ่นสวยพร้อมสุขภาพดีไปตลอด

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมตามลิ้งค์ด้านล่าง

เอกสารอ้างอิง

Tierney, Emily P.; Kouba, David J.; Hanke, C. William (December 2011). “Safety of tumescent and laser-assisted liposuction: review of the literature”. Journal of Drugs in Dermatology. 10 (12): 1363–9. PMID 22134559.

Draelos, Zoe (2011). Cosmetic Dermatology: Products and Procedures. John Wiley & Sons. p. Chapter 56. ISBN 9781444359510.

Norton, Jeffrey A. (2012). Surgery Basic Science and Clinical Evidence. Berlin, Heidelberg: Springer Berlin Heidelberg. p. 2014. ISBN 9783642572821.

Khan, MH (November 2012). “Update on liposuction: clinical pearls”. Cutis. 90 (5): 259–65. PMID 23270199.