การตรวจปัสสาวะหาค่า Urine Urea N

การตรวจปัสสาวะหาค่า Urine Urea N
การตรวจปัสสาวะหาค่า Urine Urea N

การตรวจปัสสาวะหาค่า Urine Urea N

“Urine Urea N” คือค่าที่ใช้เพื่อวัดหาสารของเสียยูเรียที่ถูกขับทิ้งออกมากับน้ำปัสสาวะ ซึ่งสารตัวนี้มักจะมีอยู่ในน้ำปัสสาวะเสมอ เนื่องจากเป็นสารที่ได้จากการย่อยสลายโปรตีน แต่ไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ จึงต้องถูกขับออกมาทิ้งไปกับปัสสาวะเสมอนั่นเอง นอกจากนี้ยูรีนก็สามารถตรวจพบในเลือดได้อีกด้วย แต่หากอยู่ในระดับที่ปกติก็ไม่ต้องกังวลใดๆ เพราะแสดงได้ว่าสุขภาพยังดีอยู่นั่นเอง

ชื่อเรียกยูรีนในเลือดและปัสสาวะ

ชื่อเรียกของสารของเสียยูรีนที่ตรวจพบในเลือดและในน้ำปัสสาวะ จะมีการเรียกที่ต่างกัน แต่ก็คล้ายคลึงกันอยู่บ้าง โดยยูรีนที่พบในเลือดจะเรียกย่อๆ ว่า BUN (Blood Urea Nitrogen) ส่วนยูรีนที่พบในน้ำปัสสาวะก็จะเรียกว่า Urine Urea N ซึ่งค่าของยูรีนที่ตรวจพบได้ในปัสสาวะก็จะใช้เพื่อบ่งชี้สภาวะสุขภาพหรืออาการป่วยต่างๆ ได้

สามารถอธิบายอย่างสรุปได้ ดังนี้

1.ยูรีนเป็นสารของเสียที่ได้มาจากการย่อยสลายอาหารประเภทโปรตีน ซึ่งปกติแล้วโปรตีนที่ถูกย่อยจนถึงที่สุด จะแยกออกเป็นสารประกอบ 2 อย่าง คือกรดอะมิโนชนิดต่างๆ ที่จำเป็นต่อร่างกายและสารประกอบแอมโมเนียที่ไม่มีประโยชน์ ต้องกำจัดทิ้งออกไป โดย…

กรดอะมิโน (Amino acids) เป็นสารอาหารชนิดหนึ่งที่มีความจำเป็นต่อร่างกายเป็นอย่างมาก โดยตับจะทำการรวบรวมกรดอะมิโนที่ได้จากการย่อยสลายโปรตีน ไปใช้ประโยชน์กับอวัยวะและเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้สูงขึ้น และป้องกันการขาดกรดอะมิโนบางชนิดที่อาจส่งผลเสียต่อร่างกายอีกด้วย นอกจากนี้ก็จะช่วยในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อส่วนที่มีการสึกหรอได้เหมือนกัน

– สารประกอบแอมโมเนีย (Ammonia) สารตัวนี้จะรวมตัวกันเองจนเกิดเป็นสารประกอบยูเรีย ซึ่งร่างกายไม่มีความต้องการแต่อย่างใด จึงถือเป็นสารของเสียจากการย่อยสลายโปรตีน ที่ต้องมีการกำจัดออกนอกร่างกายเป็นลำดับต่อไป

การกำจัดยูเรียจะเริ่มจากการที่ตับส่งยูเรียเข้าสู่กระแสเลือด เพื่อให้ไตทำการกรองและเอายูเรียไปปล่อยทิ้งกับน้ำปัสสาวะต่อไป ดังนั้นจึงทำให้ตรวจพบค่ายูเรียได้ทั้งในเลือดและน้ำปัสสาวะนั่นเอง โดยหากตรวจพบในเลือดจะเรียกว่า BUN และหากตรวจพบในปัสสาวะจะเรียกว่า Urine Urea N

2.ในกรณีที่มีการกินโปรตีนเข้าไปในปริมาณที่พอเหมาะ และไตก็ยังคงอยู่ในสภาพที่ปกติดีอยู่ ปริมาณของยูเรียที่เกิดขึ้น มักจะเท่ากับยูเรียที่ถูกปล่อยทิ้งเสมอ ซึ่งแม้จะมียูเรียที่ค้างอยู่ในเลือดเพื่อรอส่งไปยังไต ก็มักจะมีค่าที่คงที่ ซึ่งค่าปกติของ BUN จะอยู่ที่ประมาณ 10-20 mg/dL

3.หากมีการตรวจเลือดพบค่า BUN ที่สูงกว่าปกติ อาจแสดงได้ว่ามีความผิดปกติที่เกิดจาก 2 แหล่งกำเนิดด้วยกัน ซึ่งก็คือ

– ผิดปกติเพราะเหตุก่อนถึงไต (Prerenal Azotemia) ซึ่งก็คือก่อนที่ยูเรียจะถูกส่งไปยังไต ยกตัวอย่างเช่น ภาวะช็อก ขาดน้ำ ตกเลือดจากแผลภายในลำไส้ กินโปรตีนมากเกินไป หรือภาวะที่เลือดจากหัวใจถูกส่งไปเลี้ยงไตไม่เพียงพอ จึงทำให้เกิดความผิดปกติขึ้น โดยทั้งนี้ เมื่อค่า BUN ในเลือดสูง ค่า Urine Urea N ก็จะต้องสูงเช่นกัน เพราะไตมีการกรองยูเรียจากเลือดและขับออกไปกับน้ำปัสสาวะในปริมาณมากนั่นเอง

– ผิดปกติเพราะเหตุที่นับจากไตเป็นต้นไป เช่นการเกิดโรคไตและความผิดปกติกับท่อภายในไต ทำให้ไตขับน้ำปัสสาวะออกนอกร่างกายในแต่ละวันได้น้อยมาก เป็นผลให้ยูเรียยังคงคั่งค้างอยู่ในเลือดในปริมาณสูงโดยไม่ถูกกรองออกไป จึงตรวจพบค่า BUN สูงเกินกว่าเกณฑ์ปกติ แต่ในขณะเดียวกันค่า Urine Urea N ในน้ำปัสสาวะก็อาจต่ำกว่าปกติได้ นั่นก็เพราะไตไม่สามารถกรองยูเรียในเลือดออกทิ้งได้มากเท่าที่ควร

ค่าปกติของ Urine Urea N

1.ค่าผิดปกติของ Urine Urea N ให้ยึดถือเอาตามค่าที่ได้ระบุไว้ในใบรายงานผลการตรวจปัสสาวะ (ถ้ามี)

2.ค่าปกติทั่วไปของ Urine Urea N จะอยู่ที่

24 hr Urine Urea N : 6 – 17 g/24 hr
Random Urine Urea N : 60 – 90 mg/dL

 

ค่าผิดปกติของ Urine Urea N

ค่าผิดปกติ เกิดขึ้นได้ 2 กรณีได้แก่

1.ค่าผิดปกติที่ไปในทางน้อย โดยอาจแสดงได้ว่า

– มีการกินอาหารประเภทโปรตีนน้อยเกินไป จึงทำให้พบยูเรียในปริมาณที่ต่ำมาก หรืออาจมีการกินอาหารไม่ถูกสัดส่วนเท่าที่ควร

– เป็นโรคหรือมีเหตุสำคัญบางอย่างที่ไต จึงทำให้ไตไม่สามารถขับยูเรียออกไปพร้อมกับปัสสาวะได้ตามปกติ เป็นผลให้ตรวจพบยูเรียในปัสสาวะต่ำมาก

2.ค่าผิดปกติที่ไปในทางมาก โดยอาจแสดงได้ว่า

– มีการกินอาหารที่มีโปรตีนในปริมาณมากเกินไป ทำให้มีการย่อยสลายได้ยูเรียออกมามากขึ้น

– เกิดความผิดปกติของกระบวนการย่อย โดยมีการย่อยสลายโปรตีนมากผิดปกติในร่างกายนั่นเอง

เอกสารอ้างอิง

ประสาร เปรมะสกุล, พลเอก. คู่มือแปลผลตรวจเลือด เล่มสอง. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ : อรุณการพิมพ์, 2554. 416 หน้า. 1. เลือด – การตรวจ I.ชื่อเรื่อง. 616.07561 ISBN 978-974-9608-49-4.

William M Rand, Peter L Pellett, and Vernon R Young. Meta-analysis of nitrogen balance studies for estimating protein requirements in healthy adults. Am J Clin Nutr. 2003; 77(1): 109-127.

Frank N. Konstantinides.Nitrogen Balance Studies in Clinical Nutrition. Nutr Clin Pract. 1992; 7: 231-238.

Hoffer L John. Protein and energy provision in critical illness. Am J Clin Nutr. 2003; 78: 906-911.

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here