อาการมะเร็ง เบื้องต้น ฉบับล่าสุด 2019

อาการเบื้องต้นของโรคมะเร็ง
อาการของโรคมะเร็งจะแสดงออกมาจากกันตามตำแหน่งที่เกิดก้อนเนื้อ

อาการมะเร็ง

มะเร็ง ถือเป็นโรคร้ายแรงชนิดหนึ่ง ที่ในแต่ละปีมีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้มากมายทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ แต่มะเร็งนี้หากผู้ป่วยทราบว่าตัวเองเป็นและไปพบแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ ก็จะสามารถรักษาให้หายได้เป็นปกติ แต่หากปล่อยทิ้งไว้เป็นระยะเวลานานก็อาจจะอันตรายจนถึงชีวิตได้ ซึ่งทั้งนี้มะเร็งก็เหมือนโรคอื่นๆ ที่จะแสดงอาการมะเร็งเบื้องต้นออกมาให้ได้รับรู้ หากเราเองรู้จักสังเกตอาการป่วยต่างๆที่เกิดขึ้น จากความผิดปกติในร่างกาย ก็จะ สามารถไปรักษานี้ได้ทันเวลาปัจจุบันเทคโนโลยีทางการแพทย์ก้าวหน้าไปมากมีเทคนิคต่างๆที่ใช้ในการตรวจคัดกรองมะเร็งได้หลายวิธีด้วยกัน ดังนี้

การตรวจหามะเร็ง

1. การตรวจทางห้องปฏิบัติการ เช่น การตรวจเลือดปัสสาวะ การตรวจอุจจาระ
2. การตรวจทางพยาธิวิทยาและเนื้อเยื่อ เช่น การขูดเซลล์จากเยื่อบุปากมดลูก เยื่อบุช่องปาก
3. การตรวจด้วยเครื่องมือเอ็กซเรย์ แมมโมแกรม อัลตร้าซาวด์ เช่นการเอกซเรย์ปอดการทำแมมโมแกรมและอัลตร้าซาวด์ที่เต้านม
4. การตรวจด้วยอุปกรณ์พิเศษ เช่น การส่องกล้องเพื่อตรวจลำไส้ใหญ่และทวารหนัก
5. การตรวจด้วยเครื่องมือ MRI, CT Scan, PET Scan เพื่อดูอวัยวะภายในร่างกาย เช่น กระดูกสันหลัง มดลูก กะโหลกศีรษะ ต่อมลูกหมาก เป็นต้น

อาการเบื้องต้นของมะเร็งชนิดต่างๆ ที่จะแสดงออกมาให้เห็นก็แตกต่างกันไป ซึ่งตัวของเราเองก็สามารถสังเกตอาการของมะเร็งได้ด้วยตัวเราเอง เช่น คลำพบก้อนเนื้อในเต้านม เป็นต้น

อาการมะเร็ง สังเกตได้ ดังนี้

1. อาการปวดท้อง มีความเปลี่ยนแปลงของระบบขับถ่าย เช่น อุจจาระเป็นสีดำ มีอาการท้องผูกสลับท้องเสีย หรือปัสสาวะออกมาเป็นเลือด อาจเป็น อาการมะเร็ง ลำไส้ มะเร็งตับ มะเร็งปากมดลูก
2. อาการปวดท้อง กลืนอาหารได้ลำบากมากขึ้น หรือมีอาการเสียดแน่นท้องเป็นเวลานาน อาจเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งลำไส้
3. มีอาการไอเรื้อรัง และมีเสียงแหบ อาการมะเร็งปอด
4. อาการมะเร็งปากมดลูก มีเลือดออกทางช่องคลอดผิดปกติ หรือตกขาวมีกลิ่นเหม็น
5. เป็นแผลเรื้อรัง รักษาไม่หาย
6. หูดหรือไฝตามร่างกายมีขนาดเปลี่ยนแปลงไปจากปกติ
7. อาการมะเร็งเต้านมมีก้อนเนื้อแปลกๆขึ้นตามส่วนต่างๆ ของร่างกายโดยเฉพาะบริเวณเต้านม
8. อาการมะเร็งโพรงไซนัส มีเลือดกำเดาไหล หรือมีอาการหูอื้อบ่อยๆ
9. อาการมะเร็ง น้ำหนักตัวลดลงแบบไม่ทราบสาเหตุ

อาการมะเร็ง เบื้องต้น ฉบับล่าสุด 2019
อาการผิดปกติแม้เพียงเล็กน้อย อย่าคิดแค่ว่าเป็นการเจ็บป่วยธรรมดาเท่านั้น

อาการเบื้องต้นที่มักพบในผู้ที่ป่วยเป็นมะเร็ง

1. มีการเปลี่ยนแปลงของระบบขับถ่าย หากคุณเริ่มรู้สึกว่าตนเอง มีอาการท้องผูกแบบเรื้อรัง มีอุจาระเป็นสีดำ มีปัสสาวะเป็นเลือดปนออกมา หรืออาหารไม่ย่อยบ่อยๆ คุณควรจะรีบไปพบแพทย์ทันที เนื่องจากอาการดังกล่าวที่ แสดงออกมา เป็นสัญญาณเตือนว่า คุณอาจจะเป็นโรคมะเร็งสำไส้ใหญ่ มะเร็งในไต มะเร็งในกระเพราะปัสสาวะ หรือ มะเร็งต่อมลูกหมากได้นั้นเอง

2. แผลหายช้า หรือเรื้อรัง ลองสังเกตตัวเองว่า มีแผลในจุดใดของร่างกายหรือไม่ ที่เป็นนานกว่าปกติ ไม่หายสักที เช่นหากมีแผลที่ปาก แล้วไม่หายสักทีกินเวลานานเกิน 2 อาทิตย์แล้ว คุณเองอาจจะอยู่ในกลุ่มเสี่ยง ของการเป็นมะเร็งในช่องปาก หรือถ้าเป็นแผลเรื้อรังที่ผิวหนัง ก็อาจจะเป็นโรคมะเร็งผิวหนังได้ ส่วนใครที่มีอาการปวดท้องบ่อยๆ ก็อาจจะมีแผลในกระเพาะ และมีความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารได้

3. มีก้อนตุ่มขึ้นในส่วนต่างๆ ลองสำรวจร่างกายตัวเองว่า มีตุ่ม ก้อนเนื้อ ไฝ หูด อะไรแปลกๆขึ้นตามเนื้อตามตัวหรือไม่ เช่นในบริเวณคอ รักแร้ขาหนีบ เพราะอาจจะเป็น สัญญาณเตือนโรคมะเร็ง ต่อมน้ำเหลือง หรือหากพบว่าในช่องปาก มีตุ่มหรือก้อนอะไรขึ้นมาตาม โคนลิ้น เหงือก หรือกราม ก็อาจจะมีภาวะเสี่ยงของโรคมะเร็งในช่องปากได้

4. กลืนอาหารลำบาก มีอาการเสียดท้อง แน่นท้อง เป็นเวลานาน ถ้าคุณเองอยู่ดีๆแล้ว รู้สึกว่าตนเองมีอาการกลืนอาหารได้ลำบากขึ้น กลืนแล้วติดๆขัด  แม้จะเป็นอาหารที่นิ่มๆ หรือย่อยง่ายๆก็ตาม ก็อาจจะเป็น สัญญาณเตือนโรคมะเร็ง ที่แจ้งว่าคุณกำลังเป็นมะเร็งในหลอดอาหารได้ หรือถ้ามีอาการปวดท้องเรื้อรัง หรือมีอาการทองอืด รู้สึกเสียดท้อง เป็นระยะเวลานานติดๆกัน  ควรรีบไปพบแพทย์เพราะอาจจะเป็นอาการของโรคมะเร็งในระบบทางเดินอาหารได้

5. มีเลือดออกผิดปกติ จากทวารต่างๆ โดยปกติเลือดมักจะไม่ออกมาทางทวารต่างๆ  แต่ถ้าหากมีความปกติเกิดขึ้น เช่น มีอาการไอ แล้วมีเลือดออกตามมา อาการนี้เป็นการส่ง สัญญาณเตือนโรคมะเร็ง หรือ ถ้าตอนปัสสาวะหรืออุจจาระแล้วมีเลือดผสมออกมา คุณเองก็มีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งในระบบขับถ่ายได้  ส่วนคุณผู้หญิงถ้าอยู่ดีๆมีเลือกออกมาจากช่องคลอดโดยไร้สาเหตุ และก็ไม่ได้อยู่ในช่วงประจำเดือน  อาการแบบนี้คุณอาจจะเป็นมะเร็งปากมดลูกได้ แต่ทั้งนี้หากพบความผิดปกติอะไร ควรไปพบแพทย์เป็นการด่วนจะดีที่สุด 

6. น้ำหนักลดลงโดยไร้สาเหตุ ปกติน้ำหนักของคนเรา มักจะไม่ลดลงแบบมากๆที่ละหลายๆกิโลกรัม  แบบไร้สาเหตุ นอกจากว่าร่างกายมีอาการผิดปกติ หรือมีการเจ็บป่วยเกิดขึ้น  ดังนั้นหากใครที่มีอาการน้ำหนักลดลงแบบไม่มีเหตุผล ต่อเนื่องมากกว่า 5 กิโลกรัมติดต่อกัน ทั้งๆที่กินเท่าเดิม ใช้ชีวิตเหมือนเดิม ควรรีบไปพบแพทย์ให้ตรวจโดยด่วน เพราะ อาการแบบนี้เป็นการส่ง สัญญาณเตือนมะเร็ง อันดับต้นๆของโรคมะเร็งหลายชนิดเลยทีเดียว เช่น มะเร็งตับอ่อน มะเร็งปอด มะเร็งกระเพราะอาหาร เป็นต้น

7. เสียงแหบ ไอ และเจ็บคอเรื้อรัง บางคนที่มีอาการ ไอ มีเสียงแหบ หรือเจ็บคอ อาจจะเข้าใจและคิดไปเองว่า ตนเองคงเป็นโรคไข้หวัดธรรมดา ไปซื้อยากินแล้วพักผ่อน เดี่ยวก็คงหายเป็นปกติ แต่ถ้าหากว่าเป็นเรื้อรังมาหลายๆวันแล้ว ไม่มีท่าทีจะดีขึ้น  ตัวคุณเองอาจจะไม่ได้เป็นไข้หวัดแบบที่เข้าใจแล้ว เพราะอาการแบบนี้ อาจจะเป็นหนึ่งในสัญญาณเตือนว่า คุณเองมีความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งกล่องเสียง มะเร็งต่อมไทรอยด์ มะเร็งปอด หรือ มะเร็งต่อมน้ำเหลือง ก็เป็นได้ ควรไปพบแพทย์ตรวจให้แน่ใจจะดีที่สุด

สัญญาณเตือนของมะเร็งชนิดต่าง ๆ

1. อาการของมะเร็งเต้านม

ลองสำรวจตนเองง่ายๆ โดยเอามือคลำไปที่เต้านม บริเวณรักแร้ หากพบก้อนเนื้ออะไร หรือคลำแล้วรู้สึกเจ็บ มีขนาดของทรงเต้านมเปลี่ยนไปจากเดิม หัวนมบอด มีเลือดหรือของเหลวไหลมาจากเต้านม หากมีอาการเหล่านี้ควรรีบไปพบแพทย์โดยทันที

2. อาการของมะเร็งปากมดลูก

อาการที่จะเจอคือ ประจำเดือนมาไม่ปกติในลักษณะมากหรือน้อยเกินไป มีเลือดไหลจากช่องคลอดในเวลาที่ไม่มีประจำเดือนหรือหลังจากมีเพศสัมพันธ์ มีอาการปวดช่องคลอด ตกขาวมีกลิ่นเหม็นเป็นสีน้ำตาล

3. อาการของมะเร็งรังไข่

เป็นมะเร็งชนิดที่ตรวจสอบด้วยตนเองได้ค่อนข้างยาก เพราะไม่มีวิธีการตรวจคัดกรองที่ชัดเจนเหมือนมะเร็งปากมดลูก โดยอาการเบื้องต้นทั่วไปจะคล้ายกับโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร เช่น ท้องผูก จุกเสียด ปวดหน่วงๆบริเวณท้องน้อยซ้ายหรือขวา หรือคลำเจอก้อนเนื้อบริเวณท้องน้อย ผู้ป่วยบางคนมีอาการคล้ายมะเร็งปากมดลูก ประจำเดือนมาผิดปกติ มีเลือดออกทั้งที่ไม่ใช่ช่วงเวลาที่มีประจำเดือน ดังนั้นทำให้ผู้ป่วยโรคนี้จะรู้ตนเองว่าเป็นก็อยู่ในช่วงอาการหนักแล้ว ถือว่าเป็น มะเร็งเงียบชนิดหนึ่ง ทางทีดีควรปรึกษาแพทย์ขอตรวจอัลตร้าซาวด์ผ่านช่องคลอดเพื่อดูรูปร่างและขนาดของรังไข่ จะดีที่สุด 

4. อาการของมะเร็งตับ

อาการเบื้องต้นที่จะเจอคือ มีอาการตัวเหลือง ตาขาวเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ปวดท้องบริเวณข้างขวาและส่วนบนและอาจปวดร้าวไปที่หลังหรือไหล่ เบื่ออาหาร น้ำหนักลดเร็วอย่างสาเหตุ หรือตับโตขึ้นจนท้องเปลี่ยนรูปร่างไป

5. อาการของมะเร็งปอด

ผู้ป่วยมักจะมีอาการเกี่ยวกับระบบหายใจ เช่น หายใจมีเสียงหวีดๆ หายใจสั้นๆถี่ๆ รู้สึกเหนื่อยง่าย เจ็บหน้าอก ไอบ่อยๆและมีเลือดออกมา น้ำหนักลดลงอย่างเร็ว และมีเสียงแหบ

6. อาการของมะเร็งกระเพาะอาหาร

อาการเบื้องต้นที่จะเจอ คือ รู้สึกเบื่ออาหาร อาหารไม่ย่อย ท้องอืด มีอาการคลื่นไส้อาเจียน มีเลือดปนออกมาจากการไอหรือในอุจจาระ และน้ำหนักลดอย่างไร้สาเหตุ

7. อาการของมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ

อาการเบื้องต้นที่จะเจอคือกระเพาะปัสสาวะอักเสบปัสสาวะติดขัดและปวดแสบหลังจากปัสสาวะแล้วบางครั้งมีเลือดปนออกมา ร่างกายอ่อนเพลียปวดหลังตอนล่างตัวซีด

8. อาการของมะเร็งลำไส้ใหญ่ และทวารหนัก

มะเร็งลำไส้ ชนิดนี้จะพบมากกับผู้สูงอายุ ที่มีอายุเฉลี่ย 50 ปีขึ้นไป อาการที่จะพบคือ มีความผิดปกติทางระบบขับถ่าย เช่น ท้องผูก ท้องเสีย ปวดหน่วงๆที่บริเวณลำไส้ฝั่งที่เป็นมะเร็ง มีอาการคลื่นไส้และอาเจียน เบื่ออาหาร ส่วนอาการในมะเร็งทวารหนัก จะมีอาการปวดท้องรุนแรง อุจจาระมีเลือดปนรู้สึกเหมือนถ่ายอุจจาระไม่สุด

9. อาการของมะเร็งต่อมลูกหมาก

ผู้ป่วยที่เป็นจะมีอาการ ปัสสาวะติดขัดปัสสาวะไม่พุ่งแรงมีเลือดปนในปัสสาวะหรือน้ำอสุจิ อวัยวะเพศไม่แข็งตัวหรือแข็งตัวยากและรู้สึกเจ็บตอนหลั่งน้ำอสุจิหลังจากมีเพศสัมพันธ์แล้ว

10. อาการของมะเร็งเม็ดเลือดขาว ( Leukemia )

จะพบมากสำหรับผู้ที่มีอายุน้อยเรียกอีกอย่างว่า ลูคิวเมีย ( Leukemia ) โดยจะมีอาการเบื้องต้นคือ เลือกออกหรือฟกช้ำง่าย เนื้อตัวเป็นจ้ำๆมีเลือกอกตามไรฟัน ประจำเดือนมามากผิดปกติเลือดจาง ตัวซีด เป็นไข้ เหนื่อยง่ายน้ำนักลดแบบไร้สาเหตุติดเชื้อและอักเสบได้ง่าย

11. อาการของมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ( Lymphoma )

จะมีก้อนเนื้อแปลกๆ ขึ้นตามร่างกาย เช่น รักแร้ ขาหนีบ หรือบริเวณคอ โดยก้อนเนื้อที่ขึ้นอาจจะไม่เจ็บแต่จะมีอาการโตผิดปกติ มีเหงื่ออกในตอนกลางคืน เบื่ออาหาร มีไข้ต่อมทอนซิลโตขึ้น

12. อาการของมะเร็งสมอง

อาการป่วยเบื้องต้นคือ มีอาการปวดศรีษะจนบางครั้งไม่สามารถนอนได้ คลื่นไส้อาเจียน มีปัญหาทางด้านการมองเห็น ตาพร่า มีอาการชาที่แขนขา หรือ ปลายนิ้ว การพูดสื่อสารการรับรู้ ไม่เหมือนเดิมสูญเสียการทรงตัว มีอาการชาที่ใบหน้า

13. อาการของมะเร็งในช่องปาก

จะมีอาการของมะเร็งช่องปากที่มักแสดงออกมาคือ มีแผลเปื่อยบริเวณปาก มีก้อนเนื้อบวมขึ้นอยู่ในช่องปากและลำคอ เสียงแหบแห้ง รู้สึกเจ็บหรือมีความลำบากในการกลืนอาหาร การเคี้ยวอาหาร หรือการพูด ต่อมในลำคอขยายตัวโตขึ้นจนสามารถจับและรู้สึกได้  

มะเร็ง ถึงแม้จะเป็นโรคร้ายและน่ากลัวเพียงใด แต่ถ้าหากเราเองรู้จักสังเกตความเปลี่ยนแปลงของร่างกายตัวเรา หากพบความผิดปกติอะไร ตามข้อมูลมะเร็ง ที่กล่าวไปข้างต้น ก็ควรรีบไปพบแพทย์ทันที เพื่อที่จะสามารถรักษาได้ทันเวลา หรือในทางที่ดี ควรหาเวลาไปตรวจสุขภาพตนเองอย่างน้อยปีละครั้ง เพราะหากป่วยเป็นมะเร็งหรือโรคอะไรก็แล้วแต่ จะทำให้สามารถรักษาได้ง่าย ดีกว่าปล่อยให้โรคนั้นๆเป็นมากหรือมีอาการหนักแล้ว ซึ่งก็ไม่รู้ว่าหากถึงเวลานั้นจะสามารถรักษาให้หายขาดได้หรือไม่

14. อาการของมะเร็งผิวหนัง

ผู้ที่ป่วยอาการมะเร็งผิวหนังมักมีอาการ เป็นแผล มีตุ่ม หรือก้อนเนื้อ หรือแผลเปื่อยพุพอง เกิดขึ้นตามผิวหนัง สามารถพบได้ในทุกบริเวณของร่างกาย อาการอันตรายอีกอย่างหนึ่งที่เรียกว่า เมลาโนมา ( Melanoma ) หรือเนื้องอกอันประกอบไปด้วยเซลล์ที่มีเมลานินสะสมอยู่ เช่น กระ จุดด่าง หรือไฝ ยิ่งกับคนที่มีไฝเกินกว่า 50 เม็ดทั่วร่างกาย หรือมีคนในครอบครัวที่มีประวัติเคยเป็นมะเร็งผิวหนังมาก่อน จะมีอัตราเสี่ยงสูงกว่าคนอื่นๆมากขึ้นไปด้วย

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงที่ต้องระวัง

ในแต่ละปีมะเร็งมีจำนวนของผู้ป่วยและเสียชีวิต เพิ่มมากขึ้นในทุกๆปี ทั้งนี้ก็มีคาดการณ์จากองค์การอนามัยโลก ( WHO ) ว่าจะมีผู้ป่วยที่เสียชีวิตจากโรคมะเร็งมากถึง 11 ล้านคน ในปี พ.ศ. 2563 ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงและน่าตกใจเป็นอย่างมาก โดยในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยที่อยู่ในกลุ่มของประเทศที่กำลังพัฒนามากกว่า 7 ล้านคน เนื่องจากในประเทศที่กำลังพัฒนาจะมีปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมหลายๆอย่าง ทำให้เกิดผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งสูงกว่าในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วหรือกลุ่มประเทศที่ยังไม่พัฒนา

ในปัจจุบันสภาพแวดล้อต่างๆ ล้วนแต่เป็นปัจจัยในการส่งเสริมให้เป็นโรคมะเร็งมากยิ่งขึ้น เช่น สภาพสังคมที่กำลังเจริญเติบโต ปัญหามลพิษของการขยายตัวของอุตสาหกรรมต่างๆ การคมนาคมที่จำนวนรถมากขึ้นในทุกๆวัน นอกจากนี้ก็จะเป็นพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่ถูกต้อง เช่น การดื่มเหล้า สูบบุหรี่ การทานอาหารที่เป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดมะเร็ง เป็นต้น ดังนั้นการควบคุมและปรับพฤติกรรมตนเองให้ไกลจากความเสี่ยงของโรคมะเร็ง จึงมีความสำคัญที่สุด ที่จะช่วยให้เราป้องกันและลดความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งชนิดต่างๆได้นั้นเอง

ไม่มีใครรู้ดีไปกว่าเราซึ่งเป็นเจ้าของร่างกาย ดังนั้นหากพบว่าตนเองมีอาการมะเร็งที่แสดงออกทางกาย หรืออาการเจ็บป่วยต่างๆ ที่ผิดปกติไปจากเดิม โดยหากตรงกับข้อมูลอาการเบื้องต้นของมะเร็งชนิดต่างๆที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ ควรรีบไปพบแพทย์ให้เร็วที่สุด เพื่อให้แพทย์ตรวจและวินิจฉัย เพราะหากพบเชื้อมะเร็งตั้งแต่เนิ่นๆ ก็จะสามารถรักษาให้กลับมาหายได้ดังปกติ แต่หากปล่อยไว้ ละเลยไม่สนใจ อาการมะเร็งที่เป็นมากขึ้น หรือเข้าสู่มะเร็งระยะท้ายๆแล้ว จะสามารถรักษาได้ยากกว่า หรือบางครั้ง หากเลวร้ายในที่สุดก็อาจจะไม่มีทางรักษาให้หายเลยก็เป็นได้

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมตามลิ้งค์ด้านล่าง

เอกสารอ้างอิง

Cancer mortality and morbidity patterns in the U. S. population: an interdisciplinary approach. Berlin: Springer. ISBN 0-387-78192-7.

“Breast cancer”. Am D Health Syst Pharm  (15): 2472–9.

Leave a Reply

Please Login to comment
  Subscribe  
Notify of