“หน้าเรียว” ถือเป็นหนึ่งในรูปหน้าที่หลายคนต้องการ เพราะมีข้อดีในเรื่องความสวยงาม บุคลิกภาพ รวมถึงโหงวเฮ้ง การ “ฉีดฟิลเลอร์คาง” เป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยให้หน้าดูเรียวสวยได้โดยไม่ต้องผ่าตัด สามารถเห็นผลลัพธ์ได้ทันที และดูเป็นธรรมชาติ
ในบทความนี้ ได้รวบรวมข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์คางเอาไว้ให้แล้ว ว่าคืออะไร ? มีข้อดี-ข้อเสียอย่างไร ช่วยอะไร เหมาะกับใคร และเรื่องอื่น ๆ ที่น่ารู้ ให้ทำความรู้จักก่อนตัดสินใจไปฉีด
ทำความเข้าใจ ฉีดฟิลเลอร์คาง คืออะไร ?
การฉีดฟิลเลอร์คาง คือ วิธีการปรับรูปคางโดยไม่ต้องผ่าตัด ด้วยการใช้สารเติมเต็มที่เรียกว่า “ฟิลเลอร์” หรือ สารไฮยาลูโรนิค Hyaluronic Acid (HA) ที่มีความปลอดภัยสูง ฉีดเข้าไปบริเวณคาง เพื่อเพิ่มความยาวและปรับรูปทรงคาง ให้เข้ากับสัดส่วนของใบหน้า ช่วยให้คางดูยาวขึ้น แก้ปัญหาคางสั้น คางตัด คางบุ๋ม และทำให้โครงหน้าดูเรียวสวยมากขึ้นได้ทันทีหลังการฉีด
ผลลัพธ์หลังฉีดฟิลเลอร์คาง สามารถเห็นผลได้ทันที และจะอยู่ได้นานประมาณ 6-24 เดือน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อของฟิลเลอร์ที่ใช้ รวมถึงการดูแลตัวเองหลังฉีดของแต่ละบุคคล
ฉีดฟิลเลอร์คาง ช่วยอะไร ?
การฉีดฟิลเลอร์คางเป็นวิธีแก้ไขปัญหาคาง ช่วยให้ใบหน้าดูมีมิติและสมดุลมากขึ้น เช่น
- ช่วยแก้ปัญหาคางสั้นหรือคางตัด ที่ทำให้ใบหน้าดูกลมและไม่เรียวสวย
- ช่วยแก้ปัญหารูปคางที่ไม่สมดุล ไม่เท่ากัน หรือเบี้ยว ให้สมดุลมากขึ้น
- ช่วยแก้ปัญหาคางบุ๋ม ยุบ ที่ทำให้รูปทรงคางไม่สวย ไม่ได้รูป ให้ได้สัดส่วน
- ช่วยปรับรูปหน้าที่ไม่สมส่วน ให้ใบหน้าเรียว ดูวีเชฟขึ้น
การฉีดฟิลเลอร์คาง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับทรงของคางโดยไม่ต้องผ่าตัด ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่รวดเร็ว ไม่ต้องพักฟื้น และไม่มีแผลเป็น
นอกจากนี้ สำหรับคนที่ให้ความสำคัญกับโหงวเฮ้งคางหรือต้องการเพิ่มความมั่นใจ การฉีดฟิลเลอร์คางยังเป็นทางเลือกที่ช่วยปรับปรุงในเรื่องเหล่านี้ได้อีกด้วย
ปรับโหงวเฮ้งคาง ด้วยการฉีดฟิลเลอร์คาง ?
โหงวเฮ้งคางเป็นส่วนหนึ่งของการพิจารณาโหงวเฮ้งในวิชาฮวงจุ้ยของจีน ซึ่งเชื่อกันว่าลักษณะของคางสามารถบ่งบอกถึงความรู้ความสามารถ และโชคชะตาของบุคคลได้ การดูโหงวเฮ้งคางดีหรือไม่ดี สามารถพิจารณาได้จากลักษณะดังนี้
ลักษณะเด่น : คางกลมมน บุคลิกลักษณะโอบอ้อมใจดี สมถะถ่อมตัว วาสนามั่งมีทรัพย์ มีสติปัญญาสูง
ลักษณะด้อย : คางสองชั้น นิยมวัตถุมากกว่าความรับผิดชอบของตน เป็นผู้ที่มีความกระตือรือร้นน้อย คางสั้น คางตัด จะเป็นคนที่ไม่มีมนุษยสัมพันธ์ ขาดความอดทน
วิธีแก้ไข ในผู้ที่มีลักษณะคางด้อย สามารถฉีดฟิลเลอร์คางเพื่อปรับรูปทรงคางให้ยาวเรียวขึ้นได้ ช่วยให้คางกลมมนสวย และปรับรูปหน้าให้สมส่วนมากขึ้น
ฉีดฟิลเลอร์คาง เห็นผลภายในกี่สัปดาห์ ?
ฉีดฟิลเลอร์คางเห็นผลทันทีหลังการฉีด แต่จะเห็นผลลัพธ์ชัดเจนเต็มที่ภายใน 2 สัปดาห์ เพื่อให้เวลาฟิลเลอร์สมานรวมกับชั้นผิวให้เรียบเนียน ในระหว่างนี้ อาจมีอาการบวมเล็กน้อยเกิดขึ้นได้เป็นปกติ แล้วจึงจะค่อย ๆ ยุบลง และเห็นผลลัพธ์คางสวย ดูเป็นธรรมชาติ
ฉีดฟิลเลอร์คาง เห็นผลภายใน 2 สัปดาห์
ฉีดฟิลเลอร์คาง บวมกี่วัน ?
หลังฉีดฟิลเลอร์คาง อาจบวมได้ประมาณ 3-7 วัน และฟิลเลอร์จะค่อย ๆ ยุบและเข้าที่เห็นผลลัพธ์ชัดเจนใน 2 สัปดาห์ หากเป็นอาการบวมหลังฉีดฟิลเลอร์คางแบบปกติ
ส่วนอาการบวมแบบไม่ปกติ ที่จำเป็นต้องพบแพทย์ คืออาการบวมที่ผ่านไปแล้ว 2 สัปดาห์ก็ยังไม่ดีขึ้น และมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น มีอาการบวมแดง รู้สึกแสบร้อน ผิวเปลี่ยนเป็นสีแดงจัดหรือสีม่วง รู้สึกมีหนองใต้ผิว และปวดมากกว่าปกติบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์คางไป อาจเกิดจากการติดเชื้อและอักเสบรุนแรง การแพ้ฟิลเลอร์ หรือฉีดฟิลเลอร์คางแล้วเป็นก้อน
หากหลังฉีดฟิลเลอร์คางแล้วพบอาการบวมหรือผลข้างเคียงที่ผิดปกติดังกล่าว ควรรีบแจ้งแพทย์ทันทีภายใน 2 สัปดาห์ เพราะช่วงนี้ยังสามารถแก้ไขได้ ถ้าเกิน 2 สัปดาห์ไปแล้ว อาจต้องใช้วิธีฉีดสลายฟิลเลอร์เพื่อแก้ไขแทน
วิธีลดบวมหลังฉีดฟิลเลอร์คาง
- ดื่มน้ำมาก ๆ : เพื่อช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น และเร่งการหายของอาการบวม
- นอนหนุนหมอนสูง ๆ : เพื่อช่วยลดไม่ให้เลือดไหลเวียนไปที่ใบหน้ามากเกินไปจนอาจทำให้อาการบวมแย่ลงได้
- ห้ามบีบนวดบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์: เพื่อป้องกันการอักเสบ บวมช้ำ รวมถึงคางที่ฉีดมาจะเสียทรง
- ไม่ควรประคบน้ำแข็งด้วยตัวเอง: หลายคนอยากลดบวมด้วยการประคบเย็น วิธีนี้ต้องระวังเพราะอาจเผลอออกแรงประคบมากเกินไปจนทำให้ฟิลเลอร์ที่ฉีดมาเสียทรง และอุณหภูมิมีผลต่อการเข้าที่ของฟิลเลอร์
- งดอาหารที่กระตุ้นให้เกิดอาการบวม: เช่น อาหารเสริมหรือวิตามินที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด อาหารร้อน ๆ ที่ต้องทานหน้าเตา, แอลกอฮอล์, อาหารหวาน, อาหารกึ่งสุกกึ่งดิบ และอาหารหมักดองเป็นต้น
นอกจากนี้ ควรงดพฤติกรรมบางอย่าง เช่น การเท้าคาง การใส่หมวกกันน็อคแบบรัดแน่น และการนอนคว่ำ เพื่อไม่ให้กดทับบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์คาง จนทำให้รู้สึกเจ็บ บวม รวมถึงคางอาจเสียทรงผิดรูปได้
ฉีดฟิลเลอร์คาง ใช้กี่ซีซี ?
ปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้สำหรับฉีดฟิลเลอร์คาง โดยปกติจะอยู่ที่ 1-2 ซีซี ก็สามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงแล้ว ไ่ม่แนะนำให้ใช้ปริมาณฟิลเลอร์ที่มากเกินไป เพราะอาจทำให้คางดูไม่เป็นธรรมชาติ เช่น ดูเหมือนคางแม่มด หรือคางมะม่วง
นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เช่น การเกิดก้อนหลังจากการฉีดฟิลเลอร์คาง ดังนั้นควรใช้ปริมาณซีซีที่เหมาะสมและปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินก่อนทำ
ฟิลเลอร์ 1 ซีซี ประมาณไหน ?
ปกติแล้ว ฟิลเลอร์แต่ละกล่องจะมีปริมาณ 1 ซีซี หลังจากฉีดออกมาจากไซริงค์แล้ว ขนาดจะประมาณเหรียญ 1 บาท
ข้อดี-ข้อเสีย ของการฉีดฟิลเลอร์คาง
ข้อดี
✔ เห็นผลลัพธ์ทันทีหลังจากการฉีด ไม่ต้องรอนานหรือทำซ้ำหลายครั้งกว่าจะเห็นผล
✔ ไม่ต้องพักฟื้น หลังฉีดสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที
✔ เจ็บน้อย เมื่อเทียบกับการผ่าตัดเสริมซิลิโคนคาง
✔ ใช้เวลาทำไม่นานเพียง 30-60 นาที
✔ ไม่ต้องใช้ยาสลบ
✔ ช่วยเสริมมิติให้กับใบหน้า
✔ ช่วยแก้ไขปัญหาคางสั้น คางตัด คางบุ๋ม คางเบี้ยว คางไม่เท่ากัน
ข้อเสีย
- ผลลัพธ์อยู่ได้ไม่ถาวร อยู่ได้นานประมาณ 6-24 เดือน
- เสริมคางได้ไม่เกิน 1 เซนติเมตร
- ไม่เหมาะกับคนที่คางสั้นมาก ๆ และต้องการเสริมคางแบบถาวร
- อาจเกิดอาการบวม มีรอยแดงหรือเขียว จากรอยเข็มและฟิลเลอร์ในบริเวณที่ฉีด ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่สามารถเกิดขึ้นได้
ฉีดฟิลเลอร์คาง อันตรายไหม ?
การฉีดฟิลเลอร์คาง เป็นหัตถการที่มีความปลอดภัยสูง เมื่อทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ ชำนาญในการฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า ใช้ฟิลเลอร์แท้ผ่าน อย. และทำในคลินิกที่ได้มาตรฐาน
ความอันตรายที่หลายคนกังวล หรือเคยเห็นตามข่าว ล้วนเกิดจากแพทย์ขาดประสบการณ์ หรือใช้ตัวยาฟิลเลอร์ปลอม ฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐาน
กรณีผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังฉีดฟิลเลอร์คาง เช่นฉีดฟิลเลอร์คางมาแล้วแต่คางดูยาวเกินไป แหลมเหมือนแม่มด หรือคางย้อย รูปทรงผิดปกติ ฟิลเลอร์บวมเป็นก้อน เวลาพูดหรือยิ้ม ทำให้ดูไม่ธรรมชาติ เกิดจากแพทย์แพทย์ประสบการณ์น้อย ประเมินปริมาณตัวยาฟิลเลอร์ไม่เหมาะสม รวมถึงฉีดผิดตำแหน่ง ทำให้หลังฉีดแล้วได้ผลลัพธ์ที่ไม่เป็นพอใจ
ดังนั้น การเลือกคลินิกที่มีมาตรฐาน และการปรึกษาแพทย์เพื่อทำความเข้าใจถึงขั้นตอน ผลลัพธ์ที่คาดหวัง รวมทั้งความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้การฉีดฟิลเลอร์คางเป็นไปอย่างปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
ฉีดฟิลเลอร์คาง สลายเองได้ไหม ต้องขูดออกไหม ?
การฉีดฟิลเลอร์คาง จำเป็นต้องฉีดด้วยฟิลเลอร์แท้ สาร Hyaluronic Acid – HA เท่านั้นถึงจะปลอดภัย เพราะสามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ ไม่จำเป็นต้องขูดออก หรือผ่าตัดออก ในขณะเดียวกันหากฉีดไปแล้วอยากเอาออกหรือไม่ชอบทรง ก็สามารถฉีดสลายออกได้ ด้วยเอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase) ซึ่งช่วยสลายออกได้หมด 100 %
แต่ในกรณีพลาดฉีดฟิลเลอร์ปลอม จำพวก ซิลิโคนเหลว, พาราฟิน หรือ Polymer สังเคราะห์ ซึ่งเป็นสารที่เมื่อฉีดเข้าไปในร่างกายแล้วจะไม่สามารถสลายเองได้ตามธรรมชาติ และไม่สามารถฉีดสลายด้วยสารไฮยาลูโรนิเดส (Hyarulonidase) จำเป็นต้องขูดออก หรือผ่าตัดออกเท่านั้น
เลือกฉีดฟิลเลอร์คางยี่ห้อไหนดี ?
การเลือกฉีดฟิลเลอร์คางยี่ห้อไหนดี ขึ้นอยู่กับคำแนะนำของแพทย์ จากการประเมินตามปัญหา ความต้องการ และลักษณะผิวที่มีของแต่ละคน ซึ่งยี่ห้อฟิลเลอร์ที่ได้รับความนิยมในการฉีดฟิลเลอร์คางมีด้วยกันหลายยี่ห้อ จากหลายประเทศ ได้แก่
- ฟิลเลอร์คางอเมริกา ยี่ห้อ Juvederm มีหลายรุ่นที่เหมาะกับฉีดฟิลเลอร์คางเช่น
- Juvederm Voluma ฟิลเลอร์เนื้อแน่นและฟูปานกลาง มีคุณสมบัติยืดหยุ่นสูง เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเห็นความโค้งมนของคาง สามารถเติมคางได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- Juvederm Volux ฟิลเลอร์เนื้อแน่น มีคุณสมบัติเด่นในเรื่องคงตัวสูง ขึ้นรูปได้ง่าย ปั้นทรงสวย ช่วยปรับโครงสร้างใบหน้าได้ดีที่สุด
- ฟิลเลอร์คางสวีเดน ยี่ห้อ Restylane
- รุ่น Restylane Perlane Lyft ฟิลเลอร์เนื้อแน่น มีคุณสมบัติคงตัวสูง ไม่ฟู ใช้สำหรับเสริมทดแทนกระดูกและยังคงความเป็นธรรมชาติ
- ฟิลเลอร์คางสวิตเซอร์แลนด์ ยี่ห้อ Belotero และ Teoxane
- Belotero รุ่น Intense ฟิลเลอร์เนื้อแน่น มีคุณสมบัติยืดหยุ่นสูง มีจุดเด่นในการใช้แก้ปัญหาร่องลึกมาก ๆ จากการยุบตัวของเนื้อเยื่อผิวหนัง
- Teoxane รุ่น Ultra Deep ฟิลเลอร์เนื้อแน่น มีคุณสมบัติคงตัวสูง สามารถปั้นขึ้นรูปได้ดี เหมาะสำหรับฉีดปรับทรงคาง ให้ใบหน้าเรียวขึ้น
- ฟิลเลอร์คางอิตาลี ยี่ห้อ Definisse
- รุ่น Definisse Core ฟิลเลอร์เนื้อแน่น เหมาะกับการเสริมกระดูก ปรับรูปหน้า เติม mid-face คาง กรอบหน้า
- ฟิลเลอร์คางเกาหลี ยี่ห้อ Flore และ Neuramis
- Flore รุ่น Max ฟิลเลอร์เนื้อแน่น ขึ้นรูปได้ดี มีความละมุน ดูเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับฉีดแก้ปัญหาในไขมันชั้นลึก คาง/ขมับ
- Neuramis รุ่น Deep Lidocaine ฟิลเลอร์เนื้อแน่น มีความหนืดปานกลาง อิ่มฟู ปั้นทรงง่าย เหมาะสำหรับเติมริ้วรอยร่องลึก
ฉีดฟิลเลอร์คางแล้วผ่าตัดเสริมคางได้ไหม ?
หากเคยฉีดฟิลเลอร์คางมาแล้วสามารถผ่าตัดเสริมคางได้ค่ะ เพียงแต่ต้องรอให้ฟิลเลอร์คางที่ฉีดมานั้นสลายหมดไปก่อน ซึ่งโดยปกติจะอยู่ได้นาน 6-24 เดือน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อของฟิลเลอร์ที่ใช้และการตอบสนองของร่างกายแต่ละคน
อย่างไรก็ตาม ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสภาพคางหลังฉีดฟิลเลอร์และก่อนตัดสินใจผ่าตัดเสริมคาง เพื่อดูว่าสภาพคางเหมาะสมกับการผ่าตัดหรือไม่ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและปลอดภัยที่สุด
การฉีดฟิลเลอร์คางแตกต่างจากการผ่าตัดเสริมคาง อย่างไร ?
การฉีดฟิลเลอร์คางและการผ่าตัดเสริมคาง เป็นสองวิธีการที่มีจุดประสงค์เดียวกันในการปรับทรงคางให้สมดุล ดูเรียวสวย แต่ทั้งสองวิธีมีความแตกต่างในเรื่องของวิธีการ ผลลัพธ์ ความเสี่ยงและผลข้างเคียง ระยะเวลาพักฟื้น การดูแล และค่าใช้จ่าย ดังนี้
ฉีดฟิลเลอร์คาง | ผ่าตัดเสริมคาง | |
วิธีการ | ใช้สารเติมเต็ม (HA) เพื่อเพิ่มปริมาณและปรับรูปทรงของคางโดยไม่ต้องผ่าตัด ทำได้รวดเร็ว ไม่ต้องพักฟื้น | ใช้ซิลิโคนหรือวัสดุอื่นเพื่อเสริมคาง ต้องมีการผ่าตัด มีระยะเวลาในการพักฟื้น |
ผลลัพธ์ | ให้ผลลัพธ์ชั่วคราว โดยปกติจะอยู่ได้นานระหว่าง 6-24 เดือน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อของฟิลเลอร์และการตอบสนองของร่างกาย | ผลลัพธ์จากการผ่าตัดเสริมคางสามารถอยู่ได้ถาวร แต่อาจจะต้องมีการแก้ไขหรือซ่อมแซมในอนาคตได้ |
ความเสี่ยงและผลข้างเคียง | มีความเสี่ยงต่ำ อาจมีผลข้างเคียงเช่น บวม ช้ำ และจะหายไปภายในไม่กี่วัน | มีความเสี่ยงและผลข้างเคียงมากกว่า เช่น การติดเชื้อ ความรู้สึกไม่สบาย หรือปัญหาเกี่ยวกับการวางซิลิโคนเสริมคาง ที่อาจต้องกลับมาแก้ไขเพิ่มเติม |
ระยะเวลาและการดูแล | ไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้น สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติหลังฉีด | ต้องการระยะเวลาในการพักฟื้น อาจต้องหยุดงานหรืองดกิจกรรมบางอย่างไปสักพัก |
ค่าใช้จ่าย | มีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการผ่าตัดเสริมคาง เฉลี่ย 6,900 -18,000.- ขึ้นอยู่กับยี่ห้อฟิลเลอร์ที่เลือกใช้ | มีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น เฉลี่ย 25,000-90,000.- แต่เป็นการลงทุนระยะยาวเนื่องจากผลลัพธ์อยู่ได้ถาวร |
ทั้งนี้การเลือกว่าจะฉีดฟิลเลอร์คาง หรือผ่าตัดเสริมคาง ควรพิจารณาจากความต้องการอย่างรอบคอบก่อน ทั้งในเรื่องของความต้องการ ความคาดหวังต่อผลลัพธ์ รวมถึงคำแนะนำจากแพทย์ที่มีประสบการณ์ เพื่อให้ได้วิธีการแก้ไขหรือเสริมคางที่เหมาะสมที่สุด
เลือกคลินิกฉีดฟิลเลอร์คางอย่างปลอดภัย ที่ไหนดี ?
การเลือกคลินิกฉีดฟิลเลอร์คางอย่างปลอดภัยควรพิจารณาหลายปัจจัย เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและลดความเสี่ยงจากผลข้างเคียง โดยมีข้อแนะนำในการเลือกคลินิก ก่อนตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์คาง ดังนี้
- เลือกคลินิกได้มาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข เปิดอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
- เลือกแพทย์ฉีดฟิลเลอร์คางต้องชำนาญและมีประสบการณ์สูง ผ่านการฉีดมาหลายเคส
- เลือกใช้ฟิลเลอร์แท้ได้มาตรฐาน ผ่าน อย. อนุญาตให้ตรวจสอบและนำกล่องกลับบ้านได้
- เลือกคลินิกที่มีราคาในการฉีดฟิลเลอร์คางที่เหมาะสม ไม่ยัดเยียด ขายคอร์ส
- เลือกคลินิกที่มีพนักงานสุภาพ พร้อมบริการอย่างเข้าใจและใส่ใจ
- เลือกคลินิกที่มีการนัดหมายเพื่อปรึกษาได้ก่อนทำ และติดตามผลหลังฉีดฟิลเลอร์คาง
- เลือกคลินิกที่สามารถเดินทางไปได้สะดวก มีที่จอดรถเพียงพอ และมีหลายสาขา
รวมวิธีสังเกตฟิลเลอร์คางของแท้
การเช็กฟิลเลอร์ว่าเป็นฟิลเลอร์แท้หรือไม่ ค่อนข้างสังเกตได้อยาก ในเบื้องต้นให้เลือกใช้บริการกับคลินิกที่ได้มารตฐาน เพื่อลดความเสี่ยงเจอฟิลเลอร์ปลอม ก่อนฉีดสามารถขอให้หมอแกะกล่องให้ดูต่อหน้า หรือขอตรวจสอบฟิลเลอร์ก่อนฉีด เช่น
- เช็กเลข Lot: เลข Lot บนกล่อง เลข Lot บนสติกเกอร์ และ เลข Lot บนหลอด ต้องตรงกัน
- เช็ก QR Code: ฟิลเลอร์บางยี่ห้อจะมี QR Code บนกล่อง เพื่อให้สามารถสแกนเพื่อตรวจสอบข้อมูลได้
ข้อควรระวัง
- ฟิลเลอร์ราคาถูกมาก ๆ : อาจเป็นฟิลเลอร์ปลอม ฟิลเลอร์หิ้วที่ตัวยาไม่ได้มาตรฐาน
- คลินิกเถื่อน: ใช้ยาปลอม ยาหิ้ว และมักไม่ให้คนไข้เห็นตัวยา หรือตรวจสอบตัวยา ที่สำคัญผู้ฉีดอาจไม่ใช่แพทย์
ฉีดฟิลเลอร์คาง ราคาเท่าไหร่ ?
ราคาการฉีดฟิลเลอร์คางโดยทั่วไปราคาเริ่มต้นจะอยู่ในช่วง 6,900 – 18,000 ต่อครั้ง / 1ซีซี
ทั้งนี้ ราคาฉีดฟิลเลอร์คาง อาจแตกต่างกันไปตามหลายปัจจัย เช่น ยี่ห้อของฟิลเลอร์ ปริมาณที่ใช้ และคลินิกหรือแพทย์ที่ทำ สำหรับการฉีดฟิลเลอร์คาง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินปริมาณและยี่ห้อฟิลเลอร์ที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ราคาที่ชัดเจนและสมเหตุสมผลที่สุดค่ะ
การปฏิบัติตัวก่อน-หลังฉีดฟิลเลอร์คาง
การเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์คาง
- หลีกเลี่ยงการทานยาและอาหารบางชนิด: อย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนการฉีด ควรหลีกเลี่ยงยาที่ทำให้เลือดไม่แข็งตัวง่าย เช่น แอสไพริน หรือวิตามิน E และอาหารเสริมบางชนิดที่อาจทำให้เกิดการช้ำง่าย
- งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์: อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนการฉีด เพื่อลดโอกาสของการเกิดช้ำและบวม
- ปรึกษาแพทย์: หากมีประวัติการแพ้ยาหรือมีปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนการฉีด
การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์คาง
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสบริเวณที่ฉีด: พยายามอย่าสัมผัสหรือนวดบริเวณที่ฉีดเพื่อป้องกันการเคลื่อนที่ของฟิลเลอร์
- หลีกเลี่ยงการไปในที่ร้อนหรือออกกำลังกายหนัก: ควรหลีกเลี่ยงสปา ซาวน่า หรือการออกกำลังกายหนักในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรกหลังการฉีด เพื่อป้องกันการบวมมากขึ้น
- ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์: ทำตามคำแนะนำเพิ่มเติมหรือข้อจำกัดใด ๆ ที่แพทย์ให้ไว้หลังทำ
- การนัดติดตามผล: ควรไปตามนัดเพื่อให้แพทย์ตรวจสอบความพอใจและผลลัพธ์หลังทำ
การปฏิบัติตัวทั้งก่อนและหลังการฉีดฟิลเลอร์เป็นสิ่งสำคัญ ที่จะช่วยให้ได้รับผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและลดความเสี่ยงของผลข้างเคียงได้
สรุป ฉีดฟิลเลอร์คาง
การฉีดฟิลเลอร์คางช่วยให้คางดูเรียวยาวและใบหน้าสมดุลสวยงาม ข้อดีคือผลลัพธ์ทันที ไม่ต้องผ่าตัดหรือพักฟื้น ปลอดภัยเพราะฟิลเลอร์สลายได้เองไม่ทิ้งสารตกค้าง หากไม่พอใจสามารถฉีดสารสลายได้ ทำให้เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการปรับรูปทรงคางและใบหน้า