ทำความรู้จัก การฝากไข่คืออะไร มีขั้นตอน วิธีการทำอย่างไรบ้าง 

ภาวะมีบุตรยาก เป็นภาวะที่เปรียบเสมือนฝันร้ายของเหล่าคุณผู้หญิงที่ใฝ่ฝันอยากมีบุตร เพราะด้วยความที่ตนเองได้ประสบภาวะนี้จะทำให้รังไข่มีประสิทธิภาพลดลงอย่างมาก

ส่งผลให้ไม่สามารถมีบุตรได้แม้ว่าจะไม่ได้คุมกำเนิดก็ตาม แต่ในปัจจุบัน มีเทคโนโลยีมากมาย เพื่อช่วยเหลือเหล่าคุณผู้หญิงที่มีภาวะมีบุตรยาก หรือ ยังไม่พร้อมที่จะมีบุตร หนึ่งใน เทคโนโลยีนั้น มีชื่อว่า การฝากไข่ ด้วยเทคโนโลยีนี้ ผู้เขียนเชื่อว่า จะจุดประกายความฝันที่มืดมิดของเหล่าคุณผู้หญิงที่บุตรยาก ให้กลับมาสว่างอีกครั้ง 

ในบทความนี้ผู้เขียนจะพาผู้อ่านทุกท่านไปทำความรู้จักกับ เทคโนโลยีการฝากไข่ ที่ทำให้คุณผู้หญิงทุกท่านสามารถวางแผนชีวิตการมีบุตรกับคู่รักของคุณได้ อีกครั้ง

การฝากไข่ คืออะไร ? มาทำความรู้จักกัน

ฝากไข่ คือ การนำไข่ที่เป็นเซลล์สืบพันธุ์ของคุณผู้หญิงออกมาจากรังไข่ เพื่อนำไปเก็บโดยการแช่แข็ง (Egg freezing หรือ Oocyte cryopreservation) ในห้องปฏิบัติการที่ดูแลโดยเหล่านักวิทยาศาสตร์เฉพาะทาง ไข่ที่ถูกเก็บจะถูกแช่ด้วยไนโตรเจนเหลว -195 องศาสเซลเซียส ซึ่งขั้นตอนนี้จะถูกเรียกว่า Vitrification ซึ่งการแช่ด้วยไนโตรเจนเหลว จะทำให้ไข่ที่อยู่ในสภาพดีทั้งหมดนั้นยังคงสภาพและคุณภาพที่ดี แม้จะถูกเก็บไว้นาน 

ใครที่เหมาะที่จะฝากไข่  ?

การฝากไข่นั้น ไม่ได้จำกัดแค่ผู้หญิงที่มีภาวะมีบุตรยาก แต่ผู้หญิงที่ต้องการวางแผนชีวิตในอนาคตทุกท่านก็สามารถฝากไข่ไว้ได้เช่นกัน แต่สำหรับคุณผู้หญิงที่สมควรอย่างยื่งที่จะต้องเข้ารับการฝากไข่ หากต้องการที่จะมีบุตร คือกลุ่มดังต่อไปนี้ 

  • ผู้หญิงที่ยังไม่พร้อมตั้งครรถ์ ผู้หญิงในกลุ่มนี้คือกลุ่มที่อาจจะยังมีงาน ยังอยากเที่ยวอยู่ อยากใช้ชีวิตในช่วงวัยรุ่นให้คุ้มค่า การฝากไข่จึงช่วยให้ผู้หญิงกลุ่มนี้ สามารถมาวางแผนการมีบุตรในภายหลังได้
  • ผู้หญิงที่มีปัญหาสุขภาพตรงระบบสืบพันธุ์ ผู้หญิงในกลุ่มนี้ คือกลุ่มผู้หญิงควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการฝากไข่ เพราะเป็นกลุ่มที่มีโอกาสที่จะเกิดภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ 

( Endometriosis) หรือ มีโอกาสเป็น ช็อกโกแลตซีสต์ (Chocolate cyst) เนื่องด้วยโรคพวกนี้เป็นโรคที่เกิดความผิดปกติตรงรังไข่

  • ผู้หญิงที่มีปัญหาพันธุกรรมเกี่ยวกับรังไข่ ผู้หญิงกลุ่มนี้คือกลุ่มอาการเทอร์เนอร์ ซินโดรม ( Turner Syndrome) และกลุ่มอาการโครโมโซมXเปราะบาง (Fragile X syndrome) ซึ่งอาการเหล่านี้คือต้นตอของปัญหารังไข่ของคุณผู้หญิงเสื่อมเร็ว
  • ผู้หญิงที่ต้องเข้ารับการผ่าตัดบริเวณรังไข่ ผู้หญิงกลุ่มนี้คือกลุ่มที่ต้องเข้ารับการรักษาโรคที่เกิดบริเวณรังไช่ เพื่อให้เซลล์ไข่ของท่านปลอดภัยการฝากไข่จึงเป็นวิธีที่สมควร เพื่อให้คุณผู้หญิงสามารถมีลูกได้หลังเข้ารับการรักษาและหายดีเรียบร้อย
  • ผู้หญิงที่ครอบครัวมีประวัติประจำเดือนหมดก่อนเวลาอันควร โดยทั่วไปผู้หญิงจะเริ่มประจำเดือนหมดตอนอายุ  50 ปี  แต่ถ้าประจำเดือนหมดก่อนช่วงอายุดังกล่าวนั้นหมายความว่า คุณผู้หญิงประจำเดือนหมดก่อนวัย ซึ่งนั่นหมายความว่า ช่วงอายุที่สามารถตั้งครรถ์ได้ก็จะลดลงไปด้วย เพื่อให้ คุณผู้หญิงที่มีประวัติดังกล่าวได้มีโอกาสมีบุตร แพทย์จึงแนะนำการฝากไข่
  • ผู้หญิงที่กำลังรักษาโรคมะเร็ง การรักษาโรคมะเร็งที่มีประสิทธิภาพที่สุดคือ เคมีบำบัด (Chemotherapy) และการฉายแสง (Radiotheraphy) ซึ่งการรักษาด้วยวิธีเหล่านี้ส่งผลให้รังไข่ผลิตไข่ได้น้อยลงและคุณภาพต่ำลง ถือว่าส่งผลต่อระบบสืบพันธุ์ของผู้หญิงโดยตรง
  • ผู้หญิงที่ใช้วิธีเด็กหลอดแก้ว (IVF) แล้วไม่ได้ผล สำหรับคุณผู้หญิงที่ทำเด็กหลอดแก้วแล้วไม่สำเร็จ ไม่ต้องกังวลไป แพทย์จะแนะนำให้คุณทำการฝากไข่

การเตรียมตัวก่อนการฝากไข่

ก่อนเริ่มฝากไข่ เราจะต้องพบแพทย์ และคุยรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับการฝากไข่ เพื่อให้เราเข้าใจว่า เรากำลังทำอะไร และแพทย์จะแนะนำด้วยว่าเราควรเตรียมตัวอย่างไร เพื่อการฝากไข่ ซึ่งมีทั้งหมดดังนี้

  1. กระตุ้นรังไข่ด้วยปริมาณยาตามที่แพทย์สั่ง
  2. ทานอาหารประเภทโปรตีนเพื่อช่วยบำรุงไข่
  3. ทานวิตามินตามที่แพทย์แนะนำ
  4. งดการทำกิจกรรมหนักๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ไข่ได้รับบการกระทบกระเทือน
  5. พักผ่อนให้เพียงพอ
  6. งดภาวะความเครียด

ขั้นตอนการฝากไข่ มีกี่วิธี เจาะลึกให้รู้ก่อนไปทำ !

หลายท่านคงจะสงสัยว่า วิธีฝากไข่นั้นเริ่มจากอะไร ต้องเตรียมตัวอย่างไร ในหัวข้อนี้เราจะมาบอกทุกท่านเองครับ 

การที่คุณผู้หญิงจะเข้ารับการฝากไข่นั้น จะต้องเข้าพบแพทย์เพื่อรับการปรึกษาก่อน แพทย์จะแนะนำการฝากไข่ และการเตรียมร่างกายก่อนวันนัดมาเก็บไข่ครับ โดยทั่วไปแล้ว คุณแม่จะได้รับคำแนะนำให้ทานอาหารจำพวกโปรตีน และหากประจำเดือนมาให้รีบโทรเข้ามา เพื่อทำการอัลตราซาวน์

ขั้นตอนที่ 1 หลังจากพบแพทย์แล้ว แพทย์จะนัดมาอีกทีเพื่อตรวจอัลตราซาวน์ดูรังไข่ และ ตรวจระดับฮอร์โมนโดยการเจาะเลือด 

ขั้นตอนที่ 2 หลังจากตรวจอัลตราซาวน์เรียบร้อย พยาบาลจะสอนให้เราฉีดฮอร์โมนกระตุ้นไข่ ซึ่งฮอร์โมนนี้จะทำให้ร่างกายเราผลิตไข่ได้มากกว่าปกติ ไม่ต้องกังวลนะครับ เพราะฮอร์โมนนี้ผลิตออกมาเลียนแบบฮอร์โมนธรรมชาติ ไม่เป็นอันตรายแน่นอน ซึ่งเราต้องฉีดเองวันละครั้งตรงสะดือ ซึ่งฮอร์โมนนี้มีชื่อว่า Gonal-f® (follitropin alfa for injection) เป็นตัวยา Follicle Stimulating Hormone (FSH) เป็นตัวที่ใช้ฉีดยาเพื่อกระตุ้นไข่

ขั้นตอนที่ 3 เมื่อฉีดฮอร์โมนได้ประมาณ 4 วัน แพทย์จะนัดมาทำการอัลตราซาวน์อีกครั้ง เพื่อวัดดูขนาดของไข่ พร้อมกับเจาะเลือดเพื่อวัดระดับฮอร์โมน ถ้าการตรวจฮอร์โมนออกมามี ฮอร์โมน  LH (Luteinizing Hormone) สูงหรือต่ำเกินไป จะทำให้มีปัญหาเรื่องการโตของไข่ แพทย์จะให้ฮอร์โมนอีกตัวเพื่อปรับระดับ LH ให้เหมาะสม และจะนัดเพื่อมาเก็บไข่อีกที

ขั้นตอนที่ 5 เมื่อถึงเวลาที่ไข่พร้อมเก็บแล้ว คุณหมอจะนัดมาฉีดฮอร์โมน ชื่อ hCG (Human Chorionic Gonadotropin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ทำให้ไข่สุกพร้อมเก็บ

ขั้นตอนที่ 6 แพทย์จะนัดมาเก็บไข่ โดยแพทย์จะให้ยาสลบทางสายน้ำเกลือ และจะเริ่มสอดอุปกรณ์ทีมีลักษณะหัวเข็มเข้าไปในรังไข่ แล้วใช้อุปกรณ์นั้นดูดไข่เราออกมา และไข่ที่ถูกดูดออกมาจะถูกนำไปเก็บโดยการแช่แข็งด้วยไนโตรเจนเหลวอุณหภูมิ -195  องศาเซลเซียส

ขั้นตอนที่ 7 เมื่อพักฟื้นแล้ว พทแพทย์อีกครั้ง แพทย์จะบอกเราว่าเก็บไข่มาได้กี่ฟอง เป็นอันเสร็จขั้นตอนการฝากไข่ครับ

อาการผลข้างเคียงที่อาจเกิดหลังฝากไข่

การฝากไข่นับเป็นวิธีที่ทำให้เกิดผลข้างเคียงน้อยมาก เพราะฉะนั้นคุณผู้หญิงอย่าได้กังวลไปครับ แต่ผลข้างเคียงที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้จะมี อาการคลื่นไส้ อาเจียนเล็กน้อย อาจมีอาการปวดหน่วงๆ บริเวณท้องน้อย หรือแน่นท้องได้ เป็นต้นครับ แต่ทั้งนี้ ถ้ามีอาการผิดปกติ หรือ มีอาการผลข้างเคียงที่รุนแรง ควรรีบติดต่อแพทย์ทันทีครับ เพื่อความปลอดภัยครับ

ฝากไข่ อายุเท่าไรดี? เตรียมพร้อมก่อนถึงเวลา

จริงๆแล้วไม่มีกำหนด แต่สิ่งที่กำหนดคือคุณภาพของรังไข่ เรา ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว ช่วงอายุ 20-30 ปี จะเป็นช่วงที่เรียกว่า อยู่ในวัยเจริญพันธุ์ ไข่มีความสมบูรณ์มาก และมีอัตรารอดที่สูงมากอีกด้วย ในทางกลับกัน ถ้า ผู้ฝากไข่ อายุมากกว่า 35 ปี โอกาสสำเร็จก็น้อยลงตามไปด้วย แต่ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าจะไม่สำเร็จนะครับ
ทั้งนี้ ทั้งนั้น การฝากไข่เพื่อตั้งครรถ์ในอนาคตไม่ใช่วิธีที่ได้ผลอย่างนอนมีโอกาส ล้มเหลว ขึ้นอยู่กับปัจจัย ความแข็งแรงของร่างกายผู้หญิง ความแข็งแร็งของอสุจิที่ผู้ชายได้ฝากเชื้ออสุจิไว้  และอายุเป็นต้น

ฝากไข่ราคาเท่าไร ถ้าจะฝากไข่ต้องเสียเงินเท่าไร

เราไม่สามารถบอกราคาได้ตรงๆ ว่าราคาการฝากไข่นั้นราคาเท่าไร เพราะราคาค่าบริการต่างๆ ขึ้นอยู่กับโรงพยาบาลที่เราขอรับบริการการฝากไข่  แต่เราสามารถกำหนดราคาคร่าวๆได้ ซึ่งค่าใช้จ่ายในการฝากไข่ จะแบ่งเป็นสองช่วง โดยช่วงแรกคือ ค่าบริการทางการแพทย์และค่าบริการระหว่างขั้นตอนการฝากไข่ จะอยู่ที่ราคาประมาณ 100,000-150,000 บาท และค่าบริการในการเก็บรักษาไข่ จะเสียเป็นรายปีปีละประมาณ 1,500 – 5,000 บาทต่อปี โดยความผันผวนของราคานี้ ขึ้นอยู่กับราคาที่ทางโรงพยาบาลตั้งขึ้น และ จำนวนไข่ที่เราได้ฝาก

ฝากไข่ ที่ไหนดี ?  เราควรตัดสินใจอย่างไรในการดูรีวิว เลือกสถานที่ขอรับบริการการฝากไข่

ปัจจุบัน มีสถานพยาบาล หรือ โรงพยาบาลมากมายที่มีบริการรับฝากไข่ ไม่ว่าจะเป็น ฝากไข่ รพ จุฬา ฝากไข่ รามา ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก BeyondIVF นอกจากนี้ยังมีสถานที่ให้บริการดีๆ อีกมากมาย ได้ยินแบบนี้แล้วคุณผู้หญิงคงสงสัยว่า ถ้ามีที่ดีๆมากมายแล้ว ดิชั้นควรจะใช้ปัจจัยใดบ้างในการเลือก สถานพยาบาลหรือโรงพยาบาลที่เหมาะสมในการฝากไข่

  1. ความใกล้-ไกล ระหว่างที่พักของเราและโรงพยาบาล ปัจจัยนี้ถือเป็นปัจจัยพื้นฐาน เพราะ ทำให้เราสะดวกในการเดินทางเวลามีปัญหาฉุกเฉิน หรือ เดินทางกลับหลังจากเก็บไข่เสร็จเรียบร้อย
  2. หาข้อมูลเกี่ยวกับแพทย์ ว่าเป็นแพทย์เฉพาะทางด้านนี้หรือไม่ ปัจจัยนี้คือสิ่งสำคัญเพราะแพทย์จะทำหน้าที่ตั้งแต่เราก้าวเท้าเข้าไปเพื่อขอรับบริการฝากไข่ ไปจนถึง หลังเสร็จการฝากไข่แล้ว เพราะฉะนั้น แพทย์จึงควรเป็นแพทย์เฉพาะทางด้านการเจริญพันธุ์ เพราะจะทำให้เราอุ่นใจได้
  3. โรงพยาบาลควรมีศูนย์สำหรับผู้มีบุตรยาก หรือ ศูนย์เจริญพันธุ์โดยเฉพาะ เพราะ ทำให้เราวางใจได้ว่า เมื่อเราเข้ารับบริการจากที่นั่นแล้ว เครื่องมือของเขาจะพร้อมเสมอ และทำให้การฝากไข่สำเร็จลุล่วง
  4. ค่าใช้จ่าย สำหรับคนที่ต้องการจะประหยัด การเข้ารับบริการที่โรงพยาบาลรัฐอาจจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า และไม่ต้องกังวลครับ ปัจจุบัน โรงพยาบาลรัฐมีทั้งความปลอดภัยและเครื่องมือที่ทันสมัยแล้วเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็น การฝากไข่ รพ จุฬา ฝากไข่ รามา แม้กระทั่งที่ โรงพยาบาลศิริราชครับ
  5. สุขอนามัย ในโรงพยาบาลนั้นๆ อันนี้คือสิ่งสำคัญเพราะ ถ้ามีสุขอนามัยในโรงพยาบาลน้อย เรามีโอกาสเสี่ยงติดเชื้อครับ

มุมรวมคำถามข้อสงสัย เกี่ยวกับการฝากไข่เพิ่มเติม

อัตราการตั้งครรถ์ของไข่ที่ฝากไว้ ดีกว่าปกติอย่างไร ? 

ถ้าอายุ 20-30 ปี ซึ่งเป็นวัยเจริญพันธุ์ โอกาสสำเร็จหรืออัตรารอดของไข่ อาจจะสูงถึง 80%-90% เลยทีเดียว นอกจากนี้ วัยนี้ยังเป็นวัยที่ผลิตไข่ได้มากที่สุดจึงเพิ่มโอกาสไปอีก เนื่องด้วยเหตุผลนี้ ถ้าเราฝากไข่ไว้ในช่วง อายุประมาณนี้ตามที่กล่าว แล้วนำไปใช้ในอนาคตเมื่อพร้อมมีบุตร โอกาสสำเร็จจึงมีมากขึ้น กว่าวิธีการทางธรรมชาติ

ในการฝากไข่ สามารถฝากไข่เก็บไว้ได้กี่ปี

สำหรับคำตอบของคำถามนี้ ทางผู้เขียนบอกได้เลยว่า คุณผู้หญิงสามารถเก็บไข่ได้นานตามที่ต้องการ ขอเพียงมีสารเพิ่มความเย็น (ซึ่งก็คือ ไนโตรเจนเหลว) เพียงพอ ก็สามารถเก็บไว้ได้จนกว่าคุณผู้หญิงจะพร้อม แต่ผู้เขียนแนะนำว่าควร นำไข่ที่แช่มาใช้ก่อนอายุ 50 ปี เพราะ ถ้าอายุมากกว่านี้ จะมีโอกาสทำให้ประสบปัญหาโรคแทรกซ้อนซึ่งเป็นอุปสรรคในการตั้งครรถ์ได้

ฝากไข่เจ็บไหม

ไม่ต้องกังวลเลยครับ จากที่ผู้เขียนศึกษามา เจ็บสุด ก็คือตอนปักเข็มให้น้ำเกลือครับ หลายคนอาจจะคิดว่าตอนฉีดยาฮอร์โมนเจ็บ แต่จริงๆ แล้ว ไม่ได้เจ็บขนาดนั้นครับ และตอนดูดไข่มาเก็บเราจะอยู่ในฤทธิ์ยาสลบทำให้ไม่รู้สึกตัวครับ สิ่งที่ควรระวังคือผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นอย่างที่กล่าวไปข้างบนครับ เพราะ อาการปวดหน่วงตรงช่องท้อง จะมีลักษณะคล้ายการปวดประจำเดือนครับ ซึ่งแพทย์จะจ่ายยาให้เราทานเพื่อบรรเทาอยู่แล้วครับ

อายุ 40 ปี ไม่สายแน่นอนที่จะฝากไข่

สำหรับหัวข้อนี้ เอาใจคุณผู้หญิง อายุ 40 ที่มีความสงสัยว่า อายุ 40 แล้วยังฝากไข่ได้ไหม คำตอบคือ ฝากได้ครับ ไม่มีปัญหา แต่อาจจะต้องมีค่าใช้จ่ายที่มากขึ้น เพราะ อาจจะต้องมีการฉีดยากระตุ้นรังไข่ หลายรอบ และทำการเก็บไข่หลายรอบมากกว่า วัยเจริญพันธุ์ เพื่อหาไข่ที่แข็งแรง เพราะวัย 40 เป็นวัยที่เลยวัยเจริญพันธุ์แล้ว ทำให้ร่างกาย ผลิตไข่ได้น้อยลงและคุณภาพอาจจะลดลงครับ ทั้งนี้ ขั้นอยู่กับการดูแลตัวเองของคุณผู้หญิงด้วยครับ

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ คำตอบเกี่ยวกับการฝากไข่ ได้ครบครันเลยใช่ไหมครับ สุดท้ายนี้ผู้เขียนอยากจะบอกคุณผู้หญิงทุกท่านว่า ไม่มีคำว่าแพงเกินไป หรือ ถูกเกินไปครับ

สำหรับการฝากไข่ เพราะเรากำลังพูดถึงสิ่งที่ทำให้เกิดชีวิตน้อยๆ 1 ชีวิตที่ประเมินค่าไม่ได้ และ ไม่มีคำว่าสายเกินไปครับ เพราะ ตอนนี้ คุณผู้หญิงที่ยังไม่พร้อมมีบุตร สามารถฝากไข่เพื่อเตรียมตัวสำหรับการมีบุตรในวัยที่พร้อมแล้วได้ครับ ตอนนี้โลกเราได้สร้างโอกาสให้ใครหลายคนมากขึ้น ทางผู้เขียนหวังว่าคุณผู้หญิงทุกท่านจะใช้โอกาสที่มีอย่างคุ้มค่า และ มีบุตรได้ดั่งตามที่คุณผู้หญิงฝันครับ 

หรือสามารถดู รีวิวฝากไข่ เพิ่มเติมได้จากช่องทางนี้ครับ รีวิวฝากไข่ แชร์ประสบการณ์จริง แนะนำ ละเอียดครบทุกขั้นตอน Beyond IVF

Next articleตรวจมะเร็งตับ – สารวัดค่ามะเร็งตับ Alpha Fetoprotein ( AFP )