คุณประโยชน์ของแอปเปิ้ล (Apple Benefits)

คุณประโยชน์ของแอปเปิ้ล (Apple Benefits)
แอปเปิลเป็นผลไม้ที่ปลูกทั่วโลก มีรสหวานมีหลากหลายสายพันธุ์ ทานได้ทั้งผลสดและนำไปประกอบอาหาร

แอปเปิ้ล

แอปเปิ้ล คือ ผลไม้ที่จัดอยู่ในกลุ่มไม้ผลัดใบในวงศ์ของกุหลาบ โดยมีต้นกำเนิดมาจากแถบเอเชียกลาง ซึ่งในปัจจุบันก็ได้มีการรู้จักกันอย่างแพร่หลายและนิยมปลูกทั่วโลกเลยทีเดียว โดยขนาดของต้นแอปเปิ้ลนั้นจะใหญ่หรือเล็กก็จะขึ้นอยู่กับลักษณะในการนำมาปลูกด้วย กล่าวคือหากนำมาปลูกจากเมล็ดจะมีขนาดที่ใหญ่มาก แต่ถ้านำมาจากการตัดต่อเนื้อเยื่อเข้ากับราก จะมีขนาดเล็ก อย่างไรก็ตามในปัจจุบัน แอปเปิ้ลก็มีหลากหลายสายพันธุ์ด้วยกัน ซึ่งพบ มากกว่า 7,500 ชนิดเลยทีเดียว โดยแต่ละสายพันธุ์ก็จะมีรสชาติและลักษณะพิเศษที่แตกต่างกันไปด้วย รวมถึงมีวิธีการนำมาใช้ที่ต่างกันเช่นกัน เช่น นำมาทำเป็นเครื่องดื่ม นำมากินผลสด ประกอบอาหารหรือทำขนมเป็นต้น 

คุณประโยชน์ที่ได้รับจากแอปเปิ้ล

– มีสารฟลาโวนอยด์ ที่จะทำหน้าที่ในการกำจัดสารพิษออกจากร่างกายได้ดี และพบได้มากในเปลือกแอปเปิล

– มีสารต้านอนุมูลอิสระและสารต้านมะเร็ง ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงการเป็นมะเร็งได้ดี และจะให้คุณประโยชน์สูงสุดเมื่อทานทั้งเปลือก

– ไม่อ้วน เพราะมีพลังงานแค่ 50 กิโลแคลอรี่ต่อ 100 กรัมเท่านั้น แถมอุดมไปด้วยไฟเบอร์ที่จะทำให้อิ่มเร็วอีกด้วย- ช่วยบำรุงสายตาเนื่องจากมีสารเบต้าแคโรทีนสูง และสามารถบำรุงหัวใจ ลดความดัน ลดระดับคอเลสเตอรอล รวมถึงสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีอีกด้วย

– มีส่วนช่วยในการฆ่าเชื้อไวรัสบางชนิด 

สายพันธุ์แอปเปิ้ล ที่คนนิยมรับประทานมากที่สุด

1.เรดดีลิเซียส (Red Delicious) 

สายพันธุ์นี้จะมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าแอปเปิ้ลแดง ซึ่งผลของมันจะเป็นทรงคล้ายกับหัวใจและมีสีแดงสด ทั้งยังมีเนื้อกรอบอร่อย รสชาติอาจหวานไม่มากแต่ก็อร่อยไม่น้อยเลยทีเดียว โดยส่วนใหญ่แอปเปิ้ลชนิดนี้ก็มักจะนำมาใส่ในเมนูสลัดหรือนำมาทานเล่นอีกด้วย อาจเรียกได้ว่าเป็นแอปเปิ้ลที่เหมาะกับการนำมาทานเป็นสลัดและของว่างในช่วงต่างๆ ได้ดีทีเดียว ส่วนแหล่งกำเนิดพบว่า ชุมชนพีรู รัฐไอโอวา และมีต้นกำเนิดไม่ชัดเจน แต่มีระบุว่าพบในสวนของเจสซี่ เฮียทท์ หรือชื่อเดิมคือ ฮอว์กอาย

2.โกลเด้นดีลิเชียส (Golden Delicious) 

แอปเปิ้ลสายพันธุ์นี้จะมีเปลือกเป็นสีเหลืองทอง รสชาติหวานฉ่ำและเนื้อกรอบอร่อย โดยจะหวานกว่าแอปเปิ้ลสายพันธุ์แรกเล็กน้อย โดยจุดเด่นของแอปเปิ้ลชนิดนี้คือ หลังจากหั่นเรียบร้อยแล้ว ผิวแอปเปิ้ลจะยังคงความขาวสวยน่า ทานได้นานกว่าแอปเปิ้ลชนิดอื่นๆ ทั้งยังสามารถนำมาประกอบเมนูต่างๆ ได้อย่างหลากหลาย โดยเฉพาะสลัดและพวกเมนูของว่าง อย่างเช่น ขนมอบ พาย เป็นต้น ส่วนแหล่งกำเนิด พบว่าเคลย์เค้าน์ที้ รัฐเวสต์เจอร์จิเนีย และต้นกำเนิดของแอปเปิ้ลสายพันธุ์นี้ก็ไม่พบแน่ชัดเช่นกัน 

3.ฟูจิ (Fuji) 

เป็นแอปเปิ้ลที่มีผลค่อนข้างกลม มีเปลือกสีแดงอมส้ม รสชาติของมันจะมีความหวานอร่อยและโดดเด่นกว่าทุกสายพันธุ์ แถมยังมีความกรุบกรอบน่าทานอีกด้วย ซึ่งโดยปกติแล้ว แอปเปิ้ลฟูจิจะนิยมนำมาทานสดๆ หรือเป็นของว่างมากที่สุด รวมถึงนำไปทำเป็นขนม เช่น ซอส ขนมอบและพายเช่นกัน สำหรับแหล่งกำเนิดพบที่ ประเทศญี่ปุ่น และไม่ใช่พันธุ์แท้ แต่เป็นสายพันธุ์ที่ถูกผสมระหว่างแอปเปิ้ลเรดดีลิเชียส และแรลส์เจเน็ตนั่นเอง

4.กาล่า (Gala)

เป็นแอปเปิ้ลสายพันธุ์ที่มีความโดดเด่นและมีเอกลักษณ์สุดๆ ด้วยลายทางสีชมพู-ส้ม และมีพื้นหลังเป็นสีเหลืองดูสวยแปลกตา แถมยังมีกลิ่นหอมดูน่าเย้ายวนสุดๆ แต่แอปเปิ้ลชนิดนี้จะหวานน้อยกว่าฟูจิ อย่างไรก็ตาม กาล่าก็สามารถนำไปทำสลัด ซอสและพายได้อย่างอร่อยอีกด้วย ซึ่งก็ถือเป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่กำลังได้รับความนิยมไปทั่วโลกเลยทีเดียว และนอกจากนี้กาล่าก็เหมาะสำหรับการนำมาทำเครื่องดื่มและขนมอบเช่นกัน ส่วนแหล่งกำเนิด พบได้ที่นิวซีแลนด์ เป็นแอปเปิ้ลที่มีการผสมกันระหว่างสายพันธุ์แอปเปิลคิดส์ออเร้นจ์และโกลเด้นดีลิเซียส

5.ฮันนี่คริปส์ (Honeycrisp) 

สำหรับแอปเปิ้ลสายพันธ์นี้ก็กำลังเป็นที่นิยมมากเช่นกัน เพราะมีความโดดเด่นด้วยเปลือกสีแดงสดแต้มด้วยรอยจุดสีเขียวจางๆ แถมมีความกรอบอร่อยและมีรสชาติหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย ซึ่งก็จะช่วยสร้างความตื่นตัวและทำให้เกิดความรู้สึกกระปรี้กระเปร่าได้เป็นอย่างดี และสามารถนำมาใช้ประกอบเมนูต่างๆ ได้อย่างหลากหลายอีกด้วย โดยเฉพาะเมนูสลัด ซอส พาย ขนมอบและเมนูอาหารคาวต่างๆ ส่วนแหล่งกำเนิดพบที่มหาวิทยาลัยแห่งมินนิโซตา มินนีแอโพลิส-เซนต์พอล มินนิโซตา โดยแอปเปิ้ลสายพันธ์นี้ก็เป็นพันธุ์ที่ผสมระหว่างแอปเปิ้ลคีปสกและแอปเปิลไม่ทราบชนิด

6.แกรนนี่สมิธ (Granny Smith) 

เป็นแอปเปิ้ลสีเขียวซึ่งจะมีเปลือกเป็นสีเขียวอ่อน มีรสชาติเปรี้ยว ไม่หวานเหมือนกับแอปเปิ้ลชนิดอื่นๆ แต่ก็มีความกรอบอร่อยให้ความรู้สึกที่แสนรื่นรมย์และกระตุ้นรสสัมผัสได้ดีเช่นกัน โดยแอปเปิ้ลชนิดนี้ก็เหมาะกับการนำมาใช้ทำ เป็นของหวาน โดยเฉพาะพายที่สุด เพราะมีรสชาติที่เข้ากันได้ดีและน่าทานไม่น้อยเลยทีเดียว ซึ่งสูตรอาหารต่างๆ ที่นิยมนำแกรนนี่สมิธมาทำ ได้แก่ ซอส สลัด ขนมอบและเมนูแช่แข็ง โดยแหล่งกำเนิดพบที่ประเทศออสเตรเลียเชื่อว่าน่าจะมาจากเฟรนช์แครบแอปเปิล เนื่องจากปลูกโดยคุณย่าชาวออสเตรเลียมาเรีย แอนน์ สมิธนั่นเอง

7.แบร์เบิร์น (Braeburn)

แอปเปิ้ลที่มีรสชาติหวานอมเปรี้ยวผสมผสานกันอย่างลงตัวและมีสีส้มจนถึงแดงบนพื้นสีเหลือง แถมมีกลิ่นหอมละมุนน่าทานสุดๆ และยังเหมาะกับการนำมาทำเป็นสลัด ขนมอบ ซอสและพาย ซึ่งก็จะให้รสชาติที่อร่อยกลมกล่อมและน่าทานไม่น้อยเลยทีเดียว นอกจากนี้ก็เหมาะกับการนำมาทำเป็นเมนูเครื่องดื่มหรือแช่แข็งเช่นกัน ส่วนแหล่งกำเนิดพบที่ประเทศนิวซีแลนด์ โดยคาดว่าน่าจะเป็นแอปเปิ้ลพันธุ์ผสมระหว่างเลดี้ฮามิลตันและแกรนนี่สมิธ 

8.คริปส์พิ้งค์ (Cripps Ping)

แอปเปิลชนิดนี้จะมีเปลือกเป็นสีชมพูสดใส ที่มีรสชาติเปรี้ยวอมหวาน ซึ่งก็ถือเป็นเอกลักษณ์ของแอปเปิลชนิดนี้เลยทีเดียว และยังมีเนื้อนุ่ม กรอบอร่อยอีกด้วย โดยถือเป็นแอปเปิ้ลอีกชนิดหนึ่งที่นิยมนำมาทำเป็นของว่างและขนมอบสุดๆ หรือจะทานสดๆ ใส่ในสลัด ซอส พาย ทำเป็นเครื่องดื่ม แช่แข็ง ก็ให้ความอร่อยที่ไม่แพ้กันเลยทีเดียว  โดยสำหรับแหล่งกำเนิดพบที่ประเทศออสเตรเลีย เป็นพันธุ์ที่ผสมระหว่างแอปเปิลสายพันธุ์โกลเด้นดีลิเชียสและเลดี้วิ ลเลียมส์ และนอกจาก 8 สายพันธุ์เด่นๆ เหล่านี้แล้ว แอปเปิ้ลก็ยังมีอีกมากมายหลายพันธุ์ด้วยกัน เช่น พันธุ์ออโรรา (Aurora) มีรสชาติหวานและกรุบกรอบ, พันธุ์สวีทแทงโก้ (SweeTango) มีรสชาติหวานอมเปรี้ยว กลิ่นหอมน่าทานและมีความกรอบอร่อยมาก, พันธุ์ซอนญ่า (Sonya) หวานอร่อยและกรุบกรอบสุดๆ, พันธุ์โรม (Rome) มีเนื้อนุ่มและมีรสชาติเปรี้ยวแต่มีความละมุนและน่าทานไม่น้อย เป็นต้น

สุดท้ายนี้ต้องบอกเลยว่าการกินแอปเปิ้ลควรจะกินทั้งเปลือก เพราะให้คุณประโยชน์ที่มากกว่า แต่เนื่องจากแอปเปิ้ลที่ขายในตลาดส่วนใหญ่จะมีการเคลือบให้สีผิวสดใสและคงความสดนานขึ้น ดังนั้นก่อนกินจึงควรล้างแอปเปิ้ลให้สะอาด ก่อน ด้วยการละลายเกลือทะเล 1 ช้อนชาในน้ำสะอาด 1 กะละมัง แล้วนำแอปเปิ้ลลงไปแช่ไว้ประมาณ 30 นาที จากนั้นขัดถูด้วยฟองน้ำให้ทั่ว เท่านี้ก็พร้อมทานได้อย่างปลอดภัย

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมตามลิ้งค์ด้านล่าง

เอกสารอ้างอิง

“National Fruit Collection”. Retrieved 2 December 2012.

“ECPGR Malus/Pyrus Working Group Members”. Ecpgr.cgiar.org. 22 July 2002. Retrieved 25 August 2014.

“Apple – Malus domestica”. Natural England. Archived from the original on 12 May 2008. Retrieved 22 January 2008.