ประโยชน์ของน้ำมันคาโนลา ( Canola Oil )

legal roids
น้ำมันคาโนลามีลักษณะสีใส เนื้อบางเบา ไม่มีกลิ่นหืน ผลิตจากเมล็ดของต้นคาโนลาซึ่งพบมากในจีน อินเดีย ประเทศแทบยุโรปและประเทศแคนาดา

น้ำมันคาโนลา

ปัจจุบันการดูแลสุขภาพเป็นสิ่งที่สำคัญ การดูแลสุขภาพนอกจากการออกกำลังแล้ว อาหารก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยให้สุขภาพแข็งแรงได้ การเลือกรับประทานอาหารเราต้องเลือกตั้งแต่วัตถุดิบที่สด สะอาด เครื่องปรุงที่ใช้ในการปรุง อาหารมีส่วนสำคัญต่อสุขภาพเช่นเดียวกัน ดังนั้นในการปรุงอาหารเราควรเลือกใช้วัตถุดิบที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมาทำการปรุงอาหาร น้ำมันก็จัดเป็นเครื่องปรุงมีพบมากในการปรุงอาหาร ดังนั้นการเลือกใช้น้ำมันปรุงอาหารที่ดี ควรเลือกน้ำมันชนิดที่ไม่มีไขมันอิ่มตัวและไม่มีไขมันอิ่มตัวเชิงซ้อน ซึ่งวันนี้เรามีน้ำมันคุณภาพสูงมาแนะนำเพื่อใช้ปรุงอาหารรับประทาน น้ำมันที่ว่าก็ คือ น้ำมันคาโนลา ( Canola Oil )

น้ำมันคาโนลามีลักษณะสีใส เนื้อบางเบา ไม่มีกลิ่นหืน ผลิตจากเมล็ดของต้นคาโนลาซึ่งพบมากในจีน อินเดีย ประเทศแทบยุโรปและประเทศแคนาดา

ต้นคาโนลา เป็นพืชที่ได้รับการพัฒนาสายพันธุ์มาจากต้นเรดซีดให้มีความทนทานต่อสภาพภูมิอากาศหนาวเย็น ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากประเทศแคนาดาและแพร่หลายไปยังประเทศหนาวเย็นอื่นๆ น้ำมันคาโนลานั้นเป็นน้ำมันที่มีคุณค่าทางอาหารสูงและปลอดภัยต่อร่างกาย และน้ำมันคาโลนานั้นมีคุณสมบัติหลายอย่างที่คล้ายคลึงน้ำมันมะกอก ทำให้น้ำมันคาโนลากำลังเป็นน้ำมันที่กำลังได้รับความนิย สาเหตุที่ทำให้น้ำมันคาโลนาได้รับความนิยมพอๆ กับน้ำมันมะกอกก็เพราะว่า

1. ไขมันอิ่มตัวน้อย ( Less Saturated Fats ) ในน้ำมันคาโนลานั้นมีไขมันอิ่มตัวน้อยมาก คือ มีไขมันอิ่มตัวเพียงแค่ 7% เท่านั้นเอง เมื่อเทียบกับน้ำมันพืชชนิดอื่น ทำให้ร่างกายมีการผลิตคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี ( LDL ) น้อยลง ลดความเสี่ยงในการเป็นไขมันอุดตันในเส้นเลือด หลอดเลือดหัวใจตีบและโรคเส้นเลือดหัวใจอุดตัน

2. กรดโอเลอิกสูง ( High Oleic Acid ) น้ำมันคาโนลานั้นมีกรดโอเลอิกอยู่มากกว่า 60% ซึ่งกรดโอเลอิกนี้ช่วยลดไขมันไตรกลีเซอร์ไลท์ในร่างกาย และช่วยลดการเกาะตัวของเกร็ดเลือดตามผนังของหลอดเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการอุดตันในเส้นเลือดตามส่วนต่างๆ ในร่างกาย

3. อัตราส่วนระหว่างโอเมก้า-6 ต่อโอเมก้า-3 เหมาะสมกับร่างกาย ในน้ำมันพืชหลายชนิด เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันข้าวโพด เป็นต้น นั้นมีปริมาณโอเมก้า-6 กับโอเมก้า -3 ในอัตราส่วนที่ต่างกันมาก ซึ่งไม่เหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย ต่างกับน้ำมันคาโนลาที่มีอัตราส่วนของโอเมก้า-6 กับโอเมก้า-3 ใกล้เคียงกับความต้องร่างกาย คือ 4:1 เท่านั้น ( ร่างกายควรมีอัตราส่วนของโอเมก้า-6 ต่อโอเมก้า-3 เท่ากับ 3:1 ) ซึ่งถือว่าใกล้เคียงกับค่ามาตราฐานมากที่สุด ดังนั้นเมื่อเราปริโภคน้ำมันคาโลนาจะทำให้ร่างกายลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคความดันสูง โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ อัมพฤกษ์ สมองตีบตัน ลดความเสื่ยงของโรคเกี่ยวกับสมอง เช่น อัลไซเมอร์และภาวะสมองเสื่อมต่างๆ เป็นต้น

น้ำมันคาโนลาคือน้ำมันชนิดที่ไม่มีไขมันอิ่มตัวและไม่มีไขมันอิ่มตัวเชิงซ้อน

4. โทโคฟีรอล ( Tocopherol ) น้ำมันคาโนลามีองค์ประกอบของโทโคฟีนอลชนิดดีแอลฟา (D-Alpha Tocopherol) ซึ่งจัดเป็นวิตามินอีตามธรรมชาติที่ร่างกายสามารถนำมาใช้ได้ ซึ่งวิตามินอีที่ได้รับจากน้ำมันคาโนลานี้มีส่วนช่วยลดอาการของโรคซึมเศร้า ช่วยเพิ่มการทำงานของวิตามินเอให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้ผิวพรรณดี ชลอการแก่ก่อนวัย และช่วยป้องกันโรความดันโลหิต โรคไตและโรคมะเร็งปากชนิด เนื่องจากโทโคฟีรอลจัดเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระชั้นยอดอีกชนิดหนึ่ง

5. เพิ่มการดูดซึมสารกลุ่มแคโรทีนอยด์ ( Carotenoids ) การใช้น้ำมันคาโนลาในการประกอบอาหารจะช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซึมสารอาหารกลุ่มแคโรทีน อย่าง ลูทีน ( Lutein ),ไลโคปีน ( Lycopene ), เบต้าแคโรทีน ( Beta-Carotene ) และสารซีแซนทิน ( Zeaxanthin ) ที่มีอยู่ในผักและผลไม้ได้ดีมากขึ้น สารอาหารเหล่านี้จะช่วยบำรุงระบบประสาทและสายตาให้ทำงานได้เป็นปกติ ลดความเสื่อมและโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาทตาได้

6. High Smoke Point หรือ จุดเกิดควันสูง กล่าวคือน้ำมันคาโนลานั้นเป็นน้ำมันที่ทนความร้อนได้สูงมาก เหมาะสำหรับการทำอาหารทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นการผัดหรือทอดที่ต้องใช้อุณหภูมิสูงๆ ลดความเสี่ยงในการรับอนุมูลอิสระที่เกิดจากน้ำมันเข้าสู่ร่างกาย จึงเป็นการลดความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งได้เป็นอย่างดี

น้ำมันคาโนลานั้นเป็นน้ำมันที่มีประโยชน์มาก และเมื่อนำไปเปรียบเทียบกับน้ำมันมะกอกพบว่าน้ำมันคาโนลานั้นมีปริมาณแคลอรี่ 124 กรัมและไขมัน 14 กรัมเท่าน้ำมันมะกอก แต่มีไขมันอิ่มตัวแค่ครึ่งเดียวของน้ำมันมะกอกเท่านั้น

จะเห็นว่าน้ำมันโคโนลาเป็นน้ำมันที่ทรงคุณค่าทางโภชนการไม่แพ้น้ำมันมะกอกเลยทีเดียว และสามารถนำมาปรุงอาหารได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นผัดหรือทอดที่ต้องใช้อุณหภูมิสูงมากแค่ไหนก็สามารถใช้ได้ ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภค แต่ทว่าในประเทศไทยนั้นยังไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าใด เนื่องจากน้ำมันคาโนลานั้นมีราคาสูงและหา ซื้อได้ยาก แต่ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่รักสุขภาพแล้ว น้ำมันโคโนลาจัดเป็นน้ำมันพืชทางเลือกที่ดีมากอีกชนิดหนึ่งสำหรับคนที่รักสุขภาพอย่างคุณ แต่อย่าลืมนะว่าการบริโภคน้ำมันไม่ว่าจะดีมากแค่ไหนถ้าบริโภคมากเกินไปก็เป็นอันตรายต่อร่างกายได้นะ ดังนั้นจึงควรบริโภคแต่พอดีเพื่อสุขภาพที่ดี

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมตามลิ้งค์ด้านล่าง

เอกสารอ้างอิง

สุนันท์ วิทิตสิริ. รู้จักกับ น้ำมันและไขมันปรุงอาหาร. กรุงเทพฯ : โอเดียนสโตร์, 2559. 80 หน้า. 1.รู้จักกับน้ำมันและไขมัน. 2.ปรุงอาหาร. I.ชื่อเรื่อง. 665 ISBN 978-616-538-290-8.

Javitt NB (December 1994). “Bile acid synthesis from cholesterol: regulatory and auxiliary pathways”. FASEB J. 8 (15): 1308–11.