สิ่งที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับวัคซีน Moderna COVID-19 (mRNA-1273)
วัคซีนโมเดิร์นนามีสารออกฤทธิ์ใช้สำหรับฉีดเข้ากล้ามเนื้อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันในผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป

วัคซีนโมเดิร์นนา

วัคซีนโมเดิร์นนา (Moderna) มีโมเลกุลที่เรียกว่า mRNA (messenger Ribonucleic Acid) เป็น สารพันธุกรรมที่อยู่ในเซลล์ร่างกายทำหน้าที่ออกคำสั่งให้เซลล์ผลิตโปรตีนขึ้นตามรหัสคำสั่งนั้นๆ เป็นกลไกปกติของร่างกาย ซึ่งเป็นไวรัสที่ทำให้เกิดโรคโควิด19 แต่ไม่มีไวรัสแล้วและไม่สามารถทำให้เกิดCOVID-19 ได้ วัคซีนโมเดิร์นนามีสารออกฤทธิ์ใช้สำหรับฉีดเข้ากล้ามเนื้อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันในผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป เพื่อป้องกันโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 mRNA มีบทบาทพื้นฐานในชีววิทยาของมนุษย์ โดยถ่ายโอนคำสั่งที่เก็บไว้ใน DNA เพื่อสร้างโปรตีนที่จำเป็นในทุกเซลล์ที่มีชีวิต เอ็มอาร์เอ็นเอเป็นโมเลกุลสายเดี่ยวที่นำรหัสพันธุกรรมจาก DNA ในนิวเคลียสของเซลล์ไปยัง ไรโบโซม ซึ่งเป็นกลไกสร้างโปรตีนของเซลล์ mRNA สั่งให้เซลล์ของผู้ป่วยผลิตโปรตีนที่ป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค และองค์การอนามัยโลกได้อนุมัติใช้ได้ใน 76 ประเทศ

ปริมาณยาที่แนะนำสำหรับวัคซีนโมเดิร์นนาเพื่อป้องกันโควิด-19

  • ผู้ที่ได้รับวัคซีนโมเดิร์นนาฉีดเข้ากล้าม ตามข้อกำหนด 2 เข็ม ปริมาณยาที่ใช้ 100 ไมโครกรัม, 0.5 มิลลิลิตรต่อครั้ง ควรเว้นระยะห่างกัน 1 เดือน หรือ 28 วัน หากจำเป็นสามารถขยายเวลาออกไปได้เป็น 42 วัน
  • หากบูสวัคซีนโมเดิร์นนาเข็ม 3 ปริมาณ 0.25 มิลลิลิตร ควรเว้นระยะห่างอย่างน้อย 28 วัน หรือ 2 เดือนนับจากฉีดเข็มที่ 2

วัคซีนโมเดิร์นนาทำงานอย่างไร

การทำงานนั้นเป็นการเตรียมร่างกายเพื่อป้องกันตัวเองจาก COVID-19 ประกอบด้วยโมเลกุลที่เรียกว่า mRNA ซึ่งเป็นการสร้างโปรตีนบนพื้นผิวของไวรัส SARS-CoV-2 ที่ไวรัสต้องการเข้าสู่เซลล์ของร่างกายมนุษย์ เมื่อฉีดวัคซีนเซลล์บางส่วนจะอ่านคำสั่ง mRNA และผลิตโปรตีนขัดขวางเชื้อไวรัสชั่วคราว ระบบภูมิคุ้มกันของบุคคลนั้นจะรับรู้ว่าโปรตีนนี้เป็นสิ่งแปลกปลอมร่างกายจะผลิตแอนติบอดีและกระตุ้นทีเซลล์ หรือเซลล์เม็ดเลือดขาวเพื่อโจมตีไวรัสนั้น หากภายหลังบุคคลนั้นสัมผัสกับเชื้อไวรัส SARS-CoV-2 ระบบภูมิคุ้มกันของพวกเขาจะรับรู้และพร้อมที่จะปกป้องร่างกายจากไวรัสโควิด-19

กลุ่มบุคคลใดบ้างเหมาะได้รับการฉีดวัคซีนโมเดิร์นนาได้บ้าง

  • ผู้ที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีขึ้นไป
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคอ้วน โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคปอด โรคตับ และโรคไต
  • ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องยังสามารถฉีดวัคซีนได้
  • ผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสเอชไอวี หรือ HIV
  • ผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ไม่รุนแรง โรคหอบหืด
  • สตรีมีครรภ์ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนทำการฉีดวัคซีน
  • คุณแม่ช่วงให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนทำการฉีดวัคซีน
  • ผู้ที่เคยติดเชื้อโควิด-19 มาก่อนหน้าเป็นเวลา 6 เดือน นับจากวันที่ติดเชื้อ

แพทย์แนะนำให้ฉีดวัคซีนโมเดิร์นาสำหรับผู้ที่เป็นโรคร่วมดังที่กล่าวมาข้างต้น เนื่องจากบุคคลกลุ่นนี้มีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เชื้อลงปอดที่รุนแรงได้

กลุ่มบุคคลใดบ้างไม่เหมาะได้รับการฉัดวัคซีนโมเดิร์นนาบ้าง

  • ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี
  • ผู้สูงอายุที่ร่างกายอ่อนแอมาก
  • ผู้ที่มีประวัติการแพ้อย่างรุนแรงในวัคซีนเข็มแรก (ไม่ควรรับวัคซีนนี้หรือวัคซีน mRNA อื่นๆ)

วัคซีนโมเดิร์นนามีประสิทธิภาพแค่ไหน?

วัคซีน Moderna ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพประมาณ 94.1% ในการป้องกันโรคโควิด-19 โดยเริ่มตั้งแต่ 14 วันหลังจากได้รับวัคซีนเข็มแรก

อย่างไรก็ตามการได้รับวัคซีนครบทั้ง 2 เข็ม ทุกชนิดทุกยี่ห้อสามารถลดความรุนแรงของการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ดีกว่าไม่ฉีดเลย เพื่อเป็นการสร้างระบบภูมิคุ้มกันหมู่ หากบุคคลใดที่ยังกังกลเกี่ยวกับความปลอดภัยของวัคซีน ควรขอคำปรึกษาจากแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อปฏิบัติตามขั้นตอนคำแนะนำก่อนการเข้ารับวัคซีนเพื่อลดความเสี่ยง

บทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

Next articleตรวจมะเร็งตับ – สารวัดค่ามะเร็งตับ Alpha Fetoprotein ( AFP )