Home ข่าวสารสุขภาพ ฉีดฟิลเลอร์ คืออะไร ? เหมาะกับใคร ? รู้ข้อดี-ข้อเสียก่อนฉีดปรับรูปหน้า

ฉีดฟิลเลอร์ คืออะไร ? เหมาะกับใคร ? รู้ข้อดี-ข้อเสียก่อนฉีดปรับรูปหน้า

0
ฉีดฟิลเลอร์ คืออะไร ? เหมาะกับใคร ? รู้ข้อดี-ข้อเสียก่อนฉีดปรับรูปหน้า

ฉีดฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์

ฉีดฟิลเลอร์ คือ วิธีลดร่องลึก ริ้วรอย และปรับรูปหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ เป็นหัตถการที่ได้รับความนิยมในคลินิกเสริมความงาม 

เพื่อให้เข้าใจเกี่ยวกับฟิลเลอร์มากขึ้น ฉีดฟิลเลอร์มีผลข้างเคียงไหม ? อันตรายไหม ? เหมาะกับใคร ? ช่วยอะไรบ้าง ? มีข้อดี-ข้อเสียอย่างไร ? ฉีดตำแหน่งไหนได้บ้าง ? เจ็บไหม ? ใช้กี่ CC ? กี่วันเห็นผล ? อยู่ได้นานไหม ? ต่างจากฉีดไขมันอย่างไร ? ฟิลเลอร์แท้-ปลอม ดูอย่างไร ? ยี่ห้อไหนดี ? หมอตอบทุกข้อสงสัยในบทความนี้ครับ 


ฟิลเลอร์ คืออะไร ? 

ฟิลเลอร์ คือ สารเติมเต็มไฮยาลูโรนิค แอซิด (Hyaluronic Acid) หรือ HA Filler ที่มีคุณสมบัติอุ้มน้ำ ช่วยให้ผิวกักเก็บความชุ่มชื้น ทดแทนคอลลาเจน อิลาสติน และไฮยาลูรอนธรรมชาติที่เสื่อมสภาพ ทำให้ผิวเกิดร่องลึก ริ้วรอย รวมทั้งความหย่อนคล้อย โดยฟิลเลอร์สามารถเติมเต็มร่องลึก ริ้วรอยต่าง ๆ ทำให้ผิวหน้ากลับมาเรียบเนียน เต่งตึง ยกกระชับ ปรับรูปหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ขึ้นครับ

Filler คืออะไร ? ก่อนฉีดฟิลเลอร์ครั้งแรกควรรู้


ฉีดฟิลเลอร์ เหมาะกับใคร ? 

  • ผู้ที่มีริ้วรอย ร่องลึก จากการที่กระดูกยุบตัว เช่น ร่องใต้ตา ถุงใต้ตา ร่องแก้ม ร่องมุมปาก 
  • ผู้ที่ใบหน้าไม่ได้สัดส่วน เช่น คางสั้น ขมับตอบ ปากไม่เท่ากัน 
  • ผู้ที่มีผิวแห้ง ขาดน้ำ รูขุมขนกว้าง ช่วยปรับสภาพผิว เพิ่มความชุ่มชื้น เปล่งปลั่ง 
  • ผู้ที่มีหลุมสิว ผิวหน้าไม่เรียบเนียน ช่วยรักษาหลุมสิวให้ตื้นขึ้น โดยไม่ทิ้งรอยแผล 

ฟิลเลอร์ ช่วยอะไรบ้าง ? มีข้อดี-ข้อเสีย อย่างไร ?

การฉีดฟิลเลอร์ช่วยลดริ้วรอยร่องลึก ปรับรูปหน้าให้สวยงามสมส่วน โดย Filler จะเข้าไปเติมเต็มหรือเสริมในชั้นผิวหนังและใต้ผิวหนังที่เสื่อมสภาพ ทำให้ผิวเต่งตึง เรียบเนียน นอกจากนี้ฟิลเลอร์ยังมีคุณสมบัติช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น เพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิวดูอ่อนเยาว์ขึ้น และช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยในอนาคต   

ฟิลเลอร์ช่วยอะไรบ้าง

หลังฉีดฟิลเลอร์ เห็นการเปลี่ยนแปลงได้ทันที

ฟิลเลอร์ ข้อดี 

  • เห็นผลเร็ว หลังฉีดฟิลเลอร์สามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ทันที 
  • ไม่ต้องพักฟื้น และไม่ทำให้เกิดรอยแผลเป็น 
  • สามารถใช้หน้า ใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ 
  • ขั้นตอนสะดวก ใช้เวลาในการฉีดฟิลเลอร์ไม่นาน ประมาณ 15-30 นาที 
  • ฟิลเลอร์สลายได้เอง ไม่ทิ้งสารตกค้าง
  • หากไม่พอใจผลลัพธ์สามารถฉีดสลายออกได้ และเติมใหม่ได้   

ฟิลเลอร์ ข้อเสีย

  • หากฉีดกับแพทย์ที่ไม่มีประสบการณ์ อาจได้ผลลัพธ์ไม่สวยงาม เช่น ฉีดฟิลเลอร์บวมเป็นก้อน ผิวไม่เรียบเนียน   
  • ผลลัพธ์อยู่ไม่ถาวร (แต่สามารถฉีดซ้ำหรือเติมใหม่ได้เพื่อคงผลลัพธ์)

ฉีดฟิลเลอร์ VS ฉีดไขมัน 

การฉีดฟิลเลอร์ เป็นหัตถการความงามที่ช่วยเติมเต็ม ปรับรูปหน้า และคืนความอ่อนเยาว์ให้ผิว แต่หลายคนอาจจะเคยได้ยินเกี่ยวกับฉีดปรับรูปหน้าด้วยวิธีอื่น เช่น ฉีดไขมันหน้าเด็ก VS ฉีดฟิลเลอร์ เลือกวิธีไหนดี ? หมอเปรียบเทียบขั้นตอนการทำ ระยะเวลาเห็นผล ระยะเวลาคงผลลัพธ์ และความคุ้มค่า เพื่อประกอบการตัดสินใจ     

  • ฉีดฟิลเลอร์ เป็นการฉีดสารเติมเต็ม HA Filler ขั้นตอนไม่ยุ่งยากครับ หลังจากแพทย์ประเมินปัญหาและสภาพผิว แนะนำยี่ห้อฟิลเลอร์ รุ่นฟิลเลอร์ ปริมาณ CC ที่เหมาะสม ก่อนฉีดจะมีการแปะยาชา ทำให้ขณะฉีดเจ็บน้อยหรือแทบไม่รู้สึกเจ็บ หลังฉีดครั้งแรกเห็นผลลัพธ์ทันที อาจมีอาการบวม เป็นอาการปกติ ยุบบวมและเห็นผลเต็มที่ใน 14 วัน ระยะเวลาอยู่ได้นานตั้งแต่ 6-24 เดือนขึ้นอยู่กับยี่ห้อฟิลเลอร์ รุ่นฟิลเลอร์ที่เลือกใช้   
  • ฉีดไขมัน เป็นการใช้ไขมันของตัวเองมาฉีด ช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดการแพ้ โดยจะดูดไขมันจากหน้าท้องหรือต้นขา นำมาตรวจเช็กและปั่นแยกเป็นของเหลวก่อนฉีด ทำให้มีแผลในตำแหน่งที่ดูดไขมัน ทำครั้งแรกผลลัพธ์อาจจะยังไม่ชัดเจนนัก ต้องทำซ้ำหลายครั้ง เจ็บตัวหลายครั้ง และอาจเกิดปัญหาผิวไม่เรียบเนียนเสมอกันได้      

ฟิลเลอร์ ฉีดตำแหน่งไหนได้บ้าง ? 

การฉีดฟิลเลอร์ส่วนใหญ่จะฉีดบริเวณที่มีปัญหาร่องลึก ลดริ้วรอย ปรับรูปหน้า มี 7 จุด ที่ฉีดฟิลเลอร์แล้วเห็นผลการเปลี่ยนแปลงชัดเจน  

ตำแหน่งฉีดฟิลเลอร์

ฉีดฟิลเลอร์เติมเติมเต็มขมับยุบ ขมับตอบ

  1. ฟิลเลอร์ใต้ตา เติมเต็มร่องลึก ลดริ้วรอย ทำให้ใบหน้าดูเด็กลง  
  2. ฟิลเลอร์ร่องแก้ม  แก้ปัญหาร่องแก้มลึก เติมเต็มร่องริ้วรอย ให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์
  3. ฟิลเลอร์แก้มส้ม เติมเต็มแก้มส่วนบนให้ยกกระชับ ดูมีมิติ หน้าดูเด็กลง 
  4. ฟิลเลอร์หน้าผาก แก้ปัญหาหน้าผากยุบ หน้าผากแบน เสริมโหงวเฮ้ง 
  5. ฟิลเลอร์ขมับ แก้ปัญหาขมับลึก ขมับตอบ เติมเต็มใบหน้าให้มีมิติ 
  6. ฟิลเลอร์ปาก ปรับรูปทรงปาก ช่วยให้ริมฝีปากดูอวบอิ่ม ชุ่มชื้น 
  7. ฟิลเลอร์คาง ปรับรูปหน้าให้เรียวสวย วีเชฟ แก้คางสั้น คางตัด คางถอย 

นอกจากนี้ ฟิลเลอร์ยังสามารถฉีดในตำแหน่งอื่น ๆ เช่น ฟิลเลอร์ยกหน้า ฟิลเลอร์แก้มตอบ ฟิลเลอร์ร่องน้ำหมาก ฟิลเลอร์กรอบหน้า ฟิลเลอร์ยกมุมปาก ฟิลเลอร์ปรับสภาพผิว (Skinbooster) ฟิลเลอร์จมูก ฟิลเลอร์มือ ฟิลเลอร์หลุมสิว ได้ด้วยครับ 


ฉีดฟิลเลอร์ แต่ละตำแหน่ง ใช้กี่ CC ? 

  • ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา 2-4 CC 
  • ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม 2-4 CC 
  • ฉีดฟิลเลอร์แก้มส้ม 1-2 CC 
  • ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก 3-5 CC 
  • ฉีดฟิลเลอร์ขมับ 2-4 CC 
  • ฉีดฟิลเลอร์ปาก 1-2 CC 
  • ฉีดฟิลเลอร์คาง 1-2 CC

ฉีดฟิลเลอร์แต่ละตำแหน่งจะใช้ปริมาณ CC ไม่เท่ากันครับ ขึ้นอยู่กับปัญหาและสภาพผิวของคนไข้ หมอจะต้องประเมินก่อน โดยดูจากความลึกของผิวที่ต้องการเติมเต็ม ลักษณะโครงสร้างใบหน้า กรณีปัญหาที่เกิดจากการยุบตัวของกระดูก ปริมาณ CC ที่เหมาะสม ก็จะมากขึ้นตามไปด้วยครับ


รีวิว ฉีดฟิลเลอร์ 

รีวิว ฉีดฟิลเลอร์(2)

รีวิวฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ฟิลเลอร์คาง

รีวิว ฉีดฟิลเลอร์(1)

รีวิวฉีดฟิลเลอร์ปาก

รีวิว ฉีดฟิลเลอร์

รีวิวฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ฟิลเลอร์ร่องแก้ม

แก้ปัญหาร่องลึกใต้ตา ร่องแก้มลึก หน้าหย่อนคล้อย ด้วยฟิลเลอร์

 ฉีดฟิลเลอร์ แก้ไขใต้ตาดำ หน้าผากยุบ


ฉีดฟิลเลอร์ กี่วันเห็นผล ? อยู่ได้นานไหม ? อยู่ได้กี่เดือน ? 

หลังฉีดฟิลเลอร์เห็นการเปลี่ยนแปลงได้ทันทีครับ เห็นผลเต็มที่ใน 14 วัน (2 อาทิตย์) ต้องรอให้ฟิลเลอร์ยุบบวมก่อนครับ ถึงจะเห็นผลลัพธ์ชัดเจน 

ฟิลเลอร์จะไม่อยู่ถาวรครับ สามารถสลายได้เอง ไม่ทิ้งสารตกค้างในร่างกาย ผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 6-24 เดือน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อฟิลเลอร์ รุ่นฟิลเลอร์ที่ใช้ รวมทั้งการดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ตามคำแนะนำของแพทย์ หลังฟิลเลอร์สลายสามารถเติมใหม่ได้เรื่อย ๆ ครับ  


การดูแลตัวเอง ก่อน-หลัง ฉีดฟิลเลอร์

วิธีเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์ 

ก่อนฉีดฟิลเลอร์ 

  • ศึกษาข้อมูลที่จำเป็น ทั้งการเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน เลือกหมอที่มีประสบการณ์ วิธีการสังเกตฟิลเลอร์แท้ 
  • งดยาและวิตามินบางชนิด เช่น แอสไพริน, NSAIDs, วิตามิน St. John’s Wort, Ginkgo biloba, Primrose oil, Garlic, Ginseng และ Vitamin E
  • งดยาผลัดเซลล์ผิว ดึงหรือโกนขนบริเวณที่จะฉีดฟิลเลอร์
  • งดคอร์สเลเซอร์และนวดหน้าอย่างน้อย 3 วัน ก่อนฉีด
  • หากมีโรคประจำตัวหรือยาที่ต้องรับประทานประจำควรแจ้งแพทย์ก่อนทุกครั้ง
  • แพทย์จะพิจารณาให้รับประทานยาห้ามเลือด หรือฉีดยาลดบวมในบางเคส เพื่อลดความเสี่ยงในการบวมช้ำ อักเสบติดเชื้อ

หลังฉีดฟิลเลอร์ 

  • หลีกเลี่ยงการแตะ แกะ เกา และกดนวดในตำแหน่งที่ฉีด 
  • อาจมีอาการบวมเป็นปกติ จะค่อย ๆ ยุบบวมใน 5-7 วัน (คลินิกจะจ่ายยาแก้ปวดลดบวมให้)
  • หากก่อนฉีดฟิลเลอร์ ไม่ได้รับประทานยาฆ่าเชื้อ หลังฉีดฟิลเลอร์ควรรีบรับประทานยาฆ่าเชื้อทันที
  • อยู่ในที่อากาศเย็น หลีกเลี่ยงความร้อนทุกชนิด และกิจกรรมที่ทำให้หน้าแดง เช่น ซาวน่า ออกกำลังกายหนัก ตากแดด อย่างน้อย 48 ชั่วโมง 
  • งดเลเซอร์ร้อนลงผิวชั้นลึกทุกชนิด อย่างน้อย 1 เดือน
  • งดรับประทานอาหารที่ส่งผลต่อการอักเสบ และทำให้ฟิลเลอร์เข้าที่ช้า เช่น อาหารที่ต้องนั่งหน้าเตาร้อน ๆ ปิ้งย่าง ชาบู อาหารหมักดอง อาหารรสจัด อาหารดิบหรือปรุงไม่สุก 
  • งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ เพราะจะทำให้ยุบบวมช้า และส่งผลการรักษาอยู่ได้สั้นลง 

ฉีดฟิลเลอร์ มีผลข้างเคียงไหม ?

การฉีดฟิลเลอร์ จะมีในเรื่องของอาการบวม ซึ่งเป็นผลข้างเคียงที่ไม่เป็นอันตราย เป็นปกติครับที่หลังฉีด-3 วัน จะมีอาการบวมมากขึ้น แต่จะค่อย ๆ ยุบบวมลงใน 5-7 วัน เห็นผลเต็มที่ใน 14 วัน 

นอกจากฟิลเลอร์ที่ใช้ ประสบการณ์ เทคนิคของแพทย์ รวมทั้งยี่ห้อฟิลเลอร์ ปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้ก็สำคัญครับ กรณีฉีดฟิลเลอร์แล้วบวมเป็นก้อน เป็นผลข้างเคียงที่พบได้ หากฉีดกับแพทย์ที่ไม่มีประสบการณ์ โดยตำแหน่งที่พบบ่อย เช่น ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ฟิลเลอร์ร่องแก้ม  


อันตรายจากฟิลเลอร์ปลอม และการฉีดสลายฟิลเลอร์ 

การฉีดฟิลเลอร์ปลอม จำพวกซิลิโคนเหลว พาราฟิน จะไม่สลายตามธรรมชาติ และส่งผลเสียในระยะยาวครับ รวมถึงการใช้ฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่ได้มีการเก็บรักษาในอุณหภูมิที่เหมาะสม ทำให้ฟิลเลอร์เสื่อมประสิทธิภาพ ฉีดแล้วไม่เห็นผล หรือเกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย เช่น ฟิลเลอร์เน่า อักเสบติดเชื้อ ฟิลเลอร์บวมเป็นก้อน ไหลย้อยผิดทิศทาง หรือเกิดการอุดตันในเส้นเลือด เสี่ยงเนื้อตายและตาบอด  

ฟิลเลอร์ปลอม ไม่สามารถฉีดสลายได้ครับ ต้องขูดฟิลเลอร์ออก ถ้าโดนเส้นประสาทอาจให้ใบหน้าผิดรูปได้ หรือในกรณีฟิลเลอร์ปลอมเป็นก้อนขนาดใหญ่ และแข็ง ต้องผ่าตัดออก ซึ่งต้องทำโดยศัลยแพทย์เท่านั้น ถ้าฉีดฟิลเลอร์มานานจนเป็นพังผืดเกาะ ก็จะไม่สามารถเอาออกได้ทั้งหมด


วิธีสังเกตฟิลเลอร์แท้ 

ก่อนฉีดฟิลเลอร์จึงต้องมั่นใจก่อนว่าฟิลเลอร์ที่ฉีดเป็นฟิลเลอร์แท้ เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดีที่ต้องมาควบคู่กัน โดยสามารถตรวจสอบฟิลเลอร์ก่อนฉีด ดังนี้  

  • ฟิลเลอร์แท้ ต้องมีเลขทะเบียนอย. และเอกสารกำกับภาษาไทย
  • เลข lot ที่กล่อง ซอง สติกเกอร์หรือหลอด ตรงกัน
  • สามารถนำเลข lot โทรเช็กกับบริษัทนำเข้าได้ 

วิธีดูฟิลเลอร์แท้ เช็กให้ชัวร์ก่อนฉีด


ฟิลเลอร์ ยี่ห้อไหนดี ? 

ฟิลเลอร์ที่ผ่านการรับรองมีหลายยี่ห้อครับ ฟิลเลอร์ยี่ห้อเดียว ไม่สามารถฉีดได้ทุกตำแหน่ง แก้ได้ทุกปัญหา แต่ละยี่ห้อจึงมีแยกย่อยออกเป็นรุ่นต่าง ๆ ให้แพทย์เลือกใช้ โดยปัจจุบันมีฟิลเลอร์ แบรนด์ระดับโลกที่แพทย์ความงามทั่วโลกให้ความไว้วางใจหลายยี่ห้อครับ เช่น 

  • Juvederm (ฟิลเลอร์อเมริกา)
  • Restylane (ฟิลเลอร์สวีเดน) 
  • Belotero (ฟิลเลอร์สวิตเซอร์แลนด์)
  • Definisse (ฟิลเลอร์อิตาลี)
  • Flore Max (ฟิลเลอร์เกาหลี)

แต่ละตำแหน่งบนใบหน้า ฉีดฟิลเลอร์ ยี่ห้อไหนดี ?  

แต่ละยี่ห้อมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน แพทย์ที่มีประสบการณ์จะสามารถเลือกใช้ฟิลเลอร์ที่มีคุณสมบัติเหมาะสม แก้ปัญหาได้ตรงจุด ผลลัพธ์ดีครับ


ฉีดฟิลเลอร์ ราคา

ฉีดฟิลเลอร์ ราคาเริ่มต้น 9,900 บาท/CC สำหรับแบรนด์ฟิลเลอร์ฝั่งยุโรป แต่ถ้าคนไข้มีงบประมาณไม่มาก ก็สามารถเลือกใช้แบรนด์ฟิลเลอร์เกาหลี ซึ่งจะมีราคาที่ถูกลงครับ โดยคลินิกส่วนใหญ่จะมีฟิลเลอร์หลายยี่ห้อ หลายรุ่น ให้แพทย์เลือกใช้ และคนไข้ได้เลือกตามงบประมาณ นอกจากนี้ยังมีการจัดโปรโมชัน ส่วนลด หรือรูดผ่อน 0% กับบัตรเครดิต ทำให้การฉีดฟิลเลอร์ราคาคุ้มค่ามากขึ้น  


ฉีดฟิลเลอร์ ที่ไหนดี ? 

เลือกคลินิกฉีดฟิลเลอร์ ที่ไหนดี ? ไม่ควรเลือกจากราคาเพียงอย่างเดียวครับ ยังมีอีกหลายปัจจัยที่ต้องนำมาพิจารณา เช่น มาตรฐานของคลินิก ประสบการณ์แพทย์ ฟิลเลอร์ที่ใช้ รวมทั้งรีวิวจากคนไข้ที่ใช้บริการ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้มั่นใจทั้งในเรื่องของความปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ตรงตามที่ต้องการครับ  

คลินิกฉีดฟิลเลอร์

คลินิกฉีดฟิลเลอร์ที่ได้มาตรฐาน


สรุป

การฉีดฟิลเลอร์ เป็นวิธีแก้ปัญหาผิวที่เริ่มเสื่อมสภาพตามอายุครับ ซึ่งจะเริ่มสังเกตเห็นได้ชัดเมื่ออายุมากขึ้น คอลลาเจน อิลาสติน และไฮยาลูรอนตามธรรมชาติลดน้อยลง ทำให้เกิดการยุบตัวเป็นร่องหรือเกิดริ้วรอย การฉีด Filler จะเข้าไปเสริมในชั้นผิวหนังหรือใต้ผิวหนัง ทำให้ผิวกลับมาเรียบเนียน เต่งตีง ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ 

สำหรับใครที่สนใจฉีดฟิลเลอร์ สามารถส่งรูปหน้ามาให้แพทย์ประเมินปัญหาก่อนได้ทางออนไลน์ หรือสอบถามข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟิลเลอร์ได้ หมอตอบเอง ไม่เสียค่าใช้จ่ายครับ