โรคมะเร็งย้อนกลับเป็นซ้ำและโรคมะเร็งชนิดที่ 2

โรคมะเร็งย้อนกลับเป็นซ้ำและโรคมะเร็งชนิดที่ 2
โรคมะเร็งย้อนกลับเป็นซ้ำและโรคมะเร็งชนิดที่ 2

 

มะเร็ง เป็นโรคร้ายชนิดหนึ่งที่สามารถรักษาให้หายได้ยาก ในแต่ละปีจะมีผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งนี้ในทั่วโลกเป็นจำนวนมากซึ่งผู้ที่เป็นโรคนี้แล้วสามารถรักษาให้หายได้ถือว่าโชคดีไม่น้อย แต่ทั้งนี้ผู้ที่เคยเป็นโรคมะเร็งแล้วรักษาหายเป็นปกติ ก็มีสิทธิ์จะกลับมาเป็นโรคมะเร็งได้อีกครั้ง โดยอาจจะเป็นมะเร็งชนิดเดิม หรือ เป็นมะเร็งชนิดใหม่ก็ได้ ซึ่งจะมีข้อมูลรายละเอียดดังต่อไปนี้

โรคมะเร็งย้อนกลับเป็นซ้ำ (Recurrence/Relapse)

คือการที่ผู้ป่วยโรคมะเร็ง ที่ได้รับการรักษาจนครบหายดีแล้ว แต่ถูกพบว่ามีเซลล์มะเร็งชนิดเดิม ตำแหน่งเดิมหรือบริเวณตำแหน่งใกล้เคียงเกิดขึ้นอีกครั้ง โดยแพทย์จะใช้วิธีการตรวจทาง เซลล์วิทยาหรือพยาธิวิทยาเช่น การตรวจร่างกาย ตรวจทางเอกซเรย์และอาจจะดูด เจาะ หรือตัดบริเวณที่เคยเป็นมะเร็ง (รอยโรค) หรือต่อมน้ำเหลืองเป็นต้น ซึ่งบางครั้งอาการมะเร็งที่เกิดซ้ำก็อาจจะต้องใช้เวลานานกว่า 6 เดือนเลยทีเดียวที่จะตรวจเจอจัดเป็นโรคมะเร็งที่มีความรุนแรงสูง โอกาสรักษาหายมีน้อยการรักษาส่วนใหญ่จะเป็นการรักษาแบบบรรเทาอาการหรือประคับประคองพยุงอาการเท่านั้นเอง

ปัจจัยที่ทำให้กลับมาเป็นโรคมะเร็งย้อนกลับเป็นซ้ำ การที่ร่างกายดื้อต่อยาสารเคมีบำบัดหรือรังสีรักษาเซลล์มะเร็ง ข้อนี้เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่สุดในการเกิดโรคมะเร็งย้อนกลับ

การผ่าตัดเอาก้อนเนื้อที่เป็นมะเร็งออกไม่หมด ทำให้มีโอกาสเกิดเป็นซ้ำค่อนข้างสูง
ผู้ป่วยไม่ยอมหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งชนิดนั้นๆ เช่น สูบบุหรี่และดื่มเหล้า จึงมีโอกาสเกิดโรคมะเร็งย้อนกลับเป็นซ้ำ ค่อนข้างสูง ระยะของโรคมะเร็ง ระยะโรคยิ่งมากขึ้น โอกาสเกิดโรคย้อนกลับเป็นซ้ำก็มีมากขึ้นตามไปด้วย สาเหตุอื่นๆ ที่บางครั้งแพทย์ไม่สามารถหาสาเหตุได้

โรคมะเร็งชนิดที่ 2 (Secondprimary Cancer)

คือ การที่ผู้ป่วยเป็นโรคมะเร็งชนิดหนึ่งแล้ว และถูกตรวจพบมะเร็งชนิดอื่นๆเพิ่มขึ้นมาอีกภายหลัง หรืออาจจะตรวจพบพร้อมกันก็ได้ แต่เป็นมะเร็งคนละชนิดกัน โดยอาจจะเกิดขึ้นกับเนื้อเยื่อหรืออวัยวะอื่นๆที่ไม่ใช่เนื้อเยื่อหรืออวัยวะหรือรอยโรคเดิมซึ่งในผู้ป่วยบางราย อาจเกิดโรคมะเร็งชนิดที่ 3 ชนิดที่ 4 และอีกหลายชนิดได้แต่ก็มีโอกาสเกิดได้น้อยมาก

ปัจจัยที่ทำให้เป็นมะเร็งชนิดที่ 2

การมีพันธุกรรมที่ผิดปกติบางชนิด ทั้งชนิดที่ถ่ายทอดได้หรือถ่ายทอดไม่ได้จะเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งหลายชนิด เช่น หากมีผู้ป่วยหญิงเป็นมะเร็งเต้านมอยู่ก่อนแล้ว การมีพันธุกรรมที่ผิดปกติบางชนิดก็อาจทำให้หญิงคนดังกล่าวเป็นมะเร็งรังไข่ได้อีกด้วย กลายเป็นโรคมะเร็งชนิดที่ 2

ปัจจัยเสี่ยงเดิมของผู้ป่วย ตัวอย่าง เช่น กรณีผู้ป่วยเป็นมะเร็งคอหอยในส่วนของกล่องเสียง ซึ่งมีสาเหตุมากจาก การสูบบุหรี่และการดื่มเหล้า ซึ่งการสูบบุหรี่และการดื่มเหล้านี้ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดมะเร็งชนิดที่ 2 อย่างโรคมะเร็งหลอดอาหารได้นั้นเอง ไม่หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็ง ตัวอย่างเช่น ปัจจัยอย่างเหล้าและบุหรี่ ทำให้เป็นสาเหตุโรคมะเร็งโพรงจมูกแต่ผู้ป่วยยังคงดื่มเหล้าและสูบบุหรี่เป็นปกติเหมือนเดิมไม่ยอมหลีกเลี่ยงก็อาจจะมีโอกาสเกิดโรคมะเร็งกล่องเสียง ที่เป็นโรคมะเร็งชนิดที่ 2 ได้

ผลข้างเคียงหรือแทรกซ้อนระยะยาว

กรณีนี้เกิดจากการที่ผู้ป่วยต้องเข้ารับการรักษาโรคมะเร็งด้วยวิธีการใช้รังสีรักษาหรือใช้เคมีบำบัดเป็นระยะเวลานานๆ ก็อาจจะส่งผลให้เสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งชนิดที่ 2 ได้โดยมักจะเกิดภายหลังจากครบการรักษาไปแล้ว นาน 10 ปีขึ้นไปและในเด็กจะมีโอกาสเป็นมากกว่าผู้ใหญ่
การตรวจและวินิจฉัยโรค

โรคมะเร็งทั้ง 2 ชนิดคือโรคมะเร็งย้อนกลับเป็นซ้ำ หรือโรคมะเร็งชนิดที่ 2  วิธีทางการแพทย์ที่จะตรวจสอบ ทำได้เหมือนกัน ดังนี้

การตรวจร่างกายของผู้ป่วย
การตรวจโดยใช้วิธีการเอกซเรย์
การสอบถามประวัติอาการต่างๆ
การตรวจเลือดดูหาค่าทูเมอร์มาร์กเกอร์ ซึ่งใช้ได้กับโรคมะเร็งบางชนิดเท่านั้น
การดูด เจาะ และการตัดชิ้นเนื้อจากก้อนเนื้อหรือรอยโรค ไปตรวจทางเซลล์วิทยาและพยาธิวิทยา
การตรวจพิเศษอื่นๆ ตามอาการของผู้ป่วยและข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ เช่นการส่องกล้องตรวจทวารหนัก เมื่อผู้ป่วยอุจจาระเป็นเลือด

วิธีการรักษา

สำหรับการรักษาผู้ป่วยทั้ง 2 ประเภท ไม่ว่าจะเป็นโรคมะเร็งย้อนกลับเป็นซ้ำ หรือโรคมะเร็งชนิดที่ 2  ก็จะใช้วิธีการรักษาของโรคมะเร็งตามปกติ แล้วแต่อาการหรือแล้วแต่ชนิดของมะเร็งที่พบเช่นการผ่าตัด  การให้เคมีบำบัด การใช้ยารักษามะเร็งชนิดต่างๆ  การใช้รังสีรักษาเป็นต้น ส่วนการที่แพทย์จะเลือกวิธีใดรักษานั้นก็จะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยหลายๆอย่าง  ทั้งระยะของโรค อายุของผู้ป่วย การลุกลามของโรค  ผลจากการรักษาและผลข้างเคียงแทรกซ้อนจากวิธีการเดิมที่เคยรักษามาแล้ว

นอกจากนี้ยังมีมะเร็งบางชนิดที่ต้องใช้การรักษาเฉพาะด้าน เช่น กรณีป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวและโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง แพทย์อาจจะต้องใช้การปลูกถ่ายไขกระดูกหรือสเต็มเซลล์ หรือใช้ยารักษาแบบตรงชนิดเฉพาะ ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก

ซึ่งโดยปกติแล้ว หลังจากที่ผู้ป่วยโรคมะเร็งได้รับการรักษาจากแพทย์จนครบแล้ว ทางแพทย์ก็ยังคงต้องนัดผู้ป่วยมาตรวจอย่างต่อเนื่องเป็นระยะๆ เพื่อเป็นการตรวจติดตามผลการรักษา และป้องกันการเกิดโรคมะเร็งย้อนกลับเป็นซ้ำ และโรคมะเร็งชนิดที่ 2 นั้นเอง

จะเห็นได้ว่าโรคมะเร็งนอกจากจะอันตราย รักษาได้ยากแล้ว ยังสามารถกลับมาเป็นซ้ำอีกได้เหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็นชนิดเดิมหรือชนิดใหม่ ดังนั้นสิ่งที่ตัวเราจะสามารถทำได้และเป็นการป้องกันการเกิดโรคมะเร็งย้อนกลับเป็นซ้ำ หรือโรคมะเร็งชนิดที่ 2  ได้ดีที่สุดคือ รักษาสุขภาพตนเองให้แข็งแรงอยู่เสมอ และต้องรู้จักหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆอันที่จะก่อให้เกิดโรคมะเร็งในรูปแบบต่างๆ  ส่วนผู้ที่เคยป่วยเป็นมะเร็งแล้วสามารถรักษาจนหายเป็นปกติ ก็ต้องดูแลสุขภาพตนเองเหมือนเดิม คงไม่มีผู้ป่วยรายใดที่อยากจะกลับไปเป็นโรคร้ายนี้อีก  เพราะนอกจากจะทรมานทางร่างกายและจิตใจแล้ว ก็ไม่สามารถรู้ได้เลยว่าจะโชคดีรักษาให้หายเหมือนครั้งก่อนๆได้หรือไม่นั้นเอง

เอกสารอ้างอิง

Prasad AR, Bernstein H (March 2013). “Epigenetic field defects in progression to cancer”. World Journal of Gastrointestinal Oncology.

Thun MJ, Hannan LM, Jemal A (September 2006). “Interpreting cancer trends”. Annals of the New York Academy of Sciences.

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here