อาการมะเร็งร้ายที่คุณควรรู้และหมั่นสังเกต

สัญญาณอันตรายของมะเร็งร้ายที่คุณควรรู้และหมั่นสังเกต
โรคมะเร็งสามารถเกิดขึ้นได้ทุกส่วนของร่างกายต้องหมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงหรือความผิดปกติต่างๆในร่างกายที่เกิด

อาการมะเร็ง

โรคมะเร็งถึงแม้จะโรคอันตรายร้ายแรง ที่รักษาหายได้ยากหากเป็นในระยะท้ายๆแล้วหรืออยู่ในช่วงอาการที่เชื้อกระจายไปส่วนต่างๆของร่างกายแล้ว แต่ทั้งนี้โรคมะเร็งนั้นหากตรวจพบในระยะแรกๆของโรค อาการมะเร็งที่เชื้อยังไม่แพร่กระจาย  ก็ยังคงสามารถรักษาให้หายกลับมาเป็นปกติได้ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่ที่มีมากมาย ดังนั้นเราซึ่งเป็นเจ้าของร่างกายควรหมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงหรือความผิดปกติต่างๆในร่างกายที่เกิดขึ้นว่าเข้าข่ายหรือน่าสงสัยที่จะมีความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งหรือไม่ โดยอาการที่เราสามารถตรวจสอบพบได้เองเกี่ยวกับอาการของโรคมะเร็งเบื้องต้น มีดังต่อไปนี้

อาการมะเร็ง สังเกตได้ ดังนี้

1. อาการปวดท้อง มีความเปลี่ยนแปลงของระบบขับถ่าย เช่น อุจจาระเป็นสีดำ มีอาการท้องผูกสลับท้องเสีย หรือปัสสาวะออกมาเป็นเลือด อาจเป็นอาการมะเร็งลำไส้ มะเร็งตับ มะเร็งปากมดลูก
2. อาการปวดท้อง กลืนอาหารได้ลำบากมากขึ้น หรือมีอาการเสียดแน่นท้องเป็นเวลานาน อาจเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งลำไส้
3. มีอาการไอเรื้อรัง และมีเสียงแหบ อาการมะเร็งปอด
4. อาการมะเร็งปากมดลูก มีเลือดออกทางช่องคลอดผิดปกติ หรือตกขาวมีกลิ่นเหม็น
5. เป็นแผลเรื้อรัง รักษาไม่หาย
6. หูดหรือไฝตามร่างกายมีขนาดเปลี่ยนแปลงไปจากปกติ
7. อาการมะเร็งเต้านมมีก้อนเนื้อแปลกๆขึ้นตามส่วนต่างๆ ของร่างกายโดยเฉพาะบริเวณเต้านม
8. อาการมะเร็งโพรงไซนัส มีเลือดกำเดาไหล หรือมีอาการหูอื้อบ่อยๆ
9. อาการมะเร็ง น้ำหนักตัวลดลงแบบไม่ทราบสาเหตุ

แต่ทั้งนี้ในบางคน การเป็นเป็นโรคมะเร็งชนิดต่างๆ ก็อาจจะไม่แสดงอาการเหมือนทั้ง 9 ข้อ ที่กล่าวมาก็เป็นได้ โดยอาจจะมีอาการอื่นๆ เช่น อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ไม่สดชื่นแจ่มใส หรือไม่แสดงอาการใดๆออกมาเลย เนื่องจากโรคมะเร็งมีหลายชนิด สามารถเกิดได้ในทุกส่วนของร่างกาย หรืออาจเป็นเพราะ ในช่วงระยะแรกเซลล์มะเร็งอยู่จำนวนน้อย อาการที่แสดงออกจึงแตกต่างกันไป

อาการมะเร็ง สัญญาณเตือนภัยของ “มะเร็ง” ที่เกิดขึ้นกับอวัยวะต่างๆ

1.มะเร็งกระเพาะอาหารและลำไส้
อาการมะเร็งกระเพาะอาหาร จะมีอาการคล้ายกับอาการของผู้ที่เป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบ หรือโรคแผลในกระเพาะอาหาร ส่วนใหญ่ผู้ป่วยมักมีน้ำหนักตัวลดลงอย่างรวดเร็ว รู้สึกปวดท้องบ่อยๆ มีอาการอาหารไม่ย่อย รู้สึกท้องอืดหลังจากรับประทานอาหาร แม้จะทานอาหารไปเพียงปริมาณที่ไม่มาก รู้สึกเบื่ออาหาร อาเจียนเป็นเลือด เวลาขับถ่ายมักมีเลือดปนออกมากับอุจจาระ และจะรู้สึกเหมือนว่ามีก้อนเนื้ออยู่ในบริเวณช่องท้อง

2.มะเร็งเต้านม
อาการมะเร็งทรวงอก หรือ มะเร็งเต้านม ซึ่งมะเร็งเต้านมชนิดนี้สามารถตรวจสอบอาการเบื้องต้นได้เอง โดยการใช้มือคลำบริเวณเต้านมทั้ง 2 ข้างเพื่อตรวจสอบว่ามีก้อนเนื้อของมะเร็งเต้านมหรือไม่ นอกจากนี้ยังมีอาการที่สำคัญ เช่น มีการเปลี่ยนแปลงขนาดของเต้านม มีของเหลวไหลออกจากหัวนม ผิวหนังบริเวณเต้านมมีลักษณะแปลกไป บางคนมีอาการหัวนมบอด

3.มะเร็งปากมดลูก
อาการมะเร็งปากมดลูก หรือมะเร็งรังไข่ สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งบริเวณปากมดลูก ในมดลูก หรือ มะเร็งรังไข่  มีอาการที่สำคัญและมักพบได้คือ มักมีเลือดออกจากช่องคลอดอย่างไม่ทราบสาเหตุ หรือไม่ใช่รอบเดือนปกติ เช่น ขณะ หรือหลังมีเพศสัมพันธ์ หรือ หลังตรวจภายใน มีตกขาวอย่างเห็นได้ชัด และอาจมีเลือดปน ผู้ที่เป็นมะเร็งปากมดลูกมักจะมาพบแพทย์ด้วยปัญหามีเลือดออกทางช่องคลอดในวัยหลังหมดประจำเดือน ส่วนผู้ป่วยมะเร็งรังไข่มักมาพบแพทย์ด้วยปัญหาแน่นอึดอัดท้อง

4.มะเร็งเม็ดเลือดขาว (ลูคีเมีย)
อาการมะเร็งเม็ดเลือดขาว (ลูคีเมีย) อาการสำคัญที่พบบ่อยมากๆ คือ ร่างกายมีอาการซีดกว่าคนปกติทั่วไปและรู้สึกเหนื่อยง่าย นอกจากนี้ยังมีอาการอื่นๆ เช่น อาการฟกช้ำตามร่างกายและมีเลือดออกง่ายโดยไม่ทราบสาเหตุ มีอาการปวดตามข้อต่างๆ ทั่วทั้งร่างกาย รวมถึงน้ำหนักตัวลดลงโดยผิดปกติอีกด้วย

5.มะเร็งสมอง
อาการมะเร็งสมอง จะมีอาการปวดศีรษะเป็นเวลานานๆ และมีอาการคลื่นไส้ อาเจียนร่วมด้วย นอกจากนี้ยังอาจมีอาการผิดปกติอย่าง การมองเห็นสิ่งต่างๆผิดเพี้ยนไปจากความจริง ตาพร่ามัว มีอาการชักจนถึงขั้นหมดสติไปเลยก็มี หากมะเร็งสมองกดทับประสาทส่วนควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อ จะทำให้มีอาการอ่อนแรงหรือมีอาการชาในบริเวณที่สัมพันธ์กับระบบประสาทนั้นๆ ควบคุมอยู่

6.มะเร็งในช่องปาก
อาการมะเร็งในช่องปาก จะมีอาการของมะเร็งช่องปากที่มักแสดงออกมาคือ มีแผลเปื่อยบริเวณปาก มีก้อนเนื้อบวมขึ้นอยู่ในช่องปากและลำคอ เสียงแหบแห้ง รู้สึกเจ็บหรือมีความลำบากในการกลืนอาหาร การเคี้ยวอาหาร หรือการพูด ต่อมในลำคอขยายตัวโตขึ้นจนสามารถจับและรู้สึกได้

7.มะเร็งปอด
ผู้ที่เป็นมะเร็งปอดมักจะมีอาการมะเร็งปอดเบื้องต้น เช่น มีอาการไอเรื้อรัง และค่อยๆมีความรุนแรงขึ้น เวลาไอมักจะมีเสมหะปนเลือดออกมาด้วย มีอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยหอบง่าย หรือรู้สึกเหนื่อยตลอดเวลา เบื่ออาหาร น้ำหนักตัวลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ และเจ็บบริเวณหน้าอกอยู่บ่อยๆ

8.มะเร็งตับ
ผู้ป่วยจะมีอาการมะเร็งตับเบื้องต้นของมะเร็งตับ คือ มีอาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร น้ำหนักตัวลดลงแบบไม่มีสาเหตุ จุกเสียดท้องคล้ายอาการอาหารไม่ย่อย รู้สึกปวดในช่องท้องและมีอาการที่แสดงออกทางกายที่ชัดเจนคือมีอาการตัวเหลือ ในบางรายอาจมีอาการปวดหรือเสียวชายโครงด้านขวา

9.มะเร็งต่อมน้ำเหลือง
มะเร็งต่อมน้ำเหลือง อาการมะเร็งต่อมน้ำเหลืองที่แสดงออกได้ชัดเจนทางร่างกาย คือ มีก้อนบวม (ของต่อมน้ำเหลือง) ขึ้นบริเวณใต้รักแร้หรือใต้ขาหนีบ โดยจะมีลักษณะแข็ง คลำได้ ไม่รู้สึกเจ็บและผู้ป่วยบางรายอาจมีก้อนขึ้นพร้อมกันได้หลายแห่งอีกด้วย นอกจากนี้อาจจะมีอาการทั่วไปคือ มีไข้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจลำบาก หน้าบวม เป็นต้น

10. มะเร็งผิวหนัง
ผู้ที่ป่วยอาการมะเร็งผิวหนังมักมีอาการ เป็นแผล มีตุ่ม หรือก้อนเนื้อ หรือแผลเปื่อยพุพอง เกิดขึ้นตามผิวหนัง สามารถพบได้ในทุกบริเวณของร่างกาย อาการอันตรายอีกอย่างหนึ่งที่เรียกว่า เมลาโนมา (Melanoma) หรือเนื้องอกอันประกอบไปด้วยเซลล์ที่มีเมลานินสะสมอยู่ เช่น กระ จุดด่าง หรือไฝ ยิ่งกับคนที่มีไฝเกินกว่า 50 เม็ดทั่วร่างกาย หรือมีคนในครอบครัวที่มีประวัติเคยเป็นมะเร็งผิวหนังมาก่อน จะมีอัตราเสี่ยงสูงกว่าคนอื่นๆมากขึ้นไปด้วย

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงที่ต้องระวัง

ในแต่ละปีโรคมะเร็งมีจำนวนของผู้ป่วยและเสียชีวิต เพิ่มมากขึ้นในทุกๆปี ทั้งนี้ก็มีคาดการณ์จากองค์การอนามัยโลก (WHO) ว่าจะมีผู้ป่วยที่เสียชีวิตจากโรคมะเร็งมากถึง 11 ล้านคน ในปี พ.ศ. 2563 ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงและน่าตกใจเป็นอย่างมาก โดยในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยที่อยู่ในกลุ่มของประเทศที่กำลังพัฒนามากกว่า 7 ล้านคน เนื่องจากในประเทศที่กำลังพัฒนาจะมีปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมหลายๆอย่าง ทำให้เกิดผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งสูงกว่าในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วหรือกลุ่มประเทศที่ยังไม่พัฒนา

ในปัจจุบันสภาพแวดล้อต่างๆ ล้วนแต่เป็นปัจจัยในการส่งเสริมให้เป็นโรคมะเร็งมากยิ่งขึ้น เช่น สภาพสังคมที่กำลังเจริญเติบโต ปัญหามลพิษของการขยายตัวของอุตสาหกรรมต่างๆ การคมนาคมที่จำนวนรถมากขึ้นในทุกๆวัน นอกจากนี้ก็จะเป็นพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่ถูกต้อง เช่น การดื่มเหล้า สูบบุหรี่ การทานอาหารที่เป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดมะเร็ง เป็นต้น ดังนั้นการควบคุมและปรับพฤติกรรมตนเองให้ไกลจากความเสี่ยงของโรคมะเร็ง จึงมีความสำคัญที่สุด ที่จะช่วยให้เราป้องกันและลดความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งชนิดต่างๆได้นั้นเอง

ไม่มีใครรู้ดีไปกว่าเราซึ่งเป็นเจ้าของร่างกาย ดังนั้นหากพบว่าตนเองมีอาการมะเร็งที่แสดงออกทางกาย หรืออาการเจ็บป่วยต่างๆ ที่ผิดปกติไปจากเดิม โดยหากตรงกับข้อมูลอาการเบื้องต้นของมะเร็งชนิดต่างๆที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ ควรรีบไปพบแพทย์ให้เร็วที่สุด เพื่อให้แพทย์ตรวจและวินิจฉัย เพราะหากพบเชื้อมะเร็งตั้งแต่เนิ่นๆ ก็จะสามารถรักษาให้กลับมาหายได้ดังปกติ แต่หากปล่อยไว้ ละเลยไม่สนใจ อาการมะเร็งที่เป็นมากขึ้น หรือเข้าสู่มะเร็งระยะท้ายๆแล้ว จะสามารถรักษาได้ยากกว่า หรือบางครั้ง หากเลวร้ายในที่สุดก็อาจจะไม่มีทางรักษาให้หายเลยก็เป็นได้

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมตามลิ้งค์ด้านล่าง

 

เอกสารอ้างอิง

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ แพทย์หญิงพวงทอง ไกรพิบูลย์. รู้ก่อนเข้าใจการตรวจรักษามะเร็ง. กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชั่น, 2557.

WHO (October 2010). Cancer. World Health Organization. Retrieved 5 January 2011.