สิวเรื่องที่ผู้หญิงทุกคนกังวลใจ

สิวเรื่องที่ผู้หญิงทุกคนกังวลใจ
การอักเสบเรื้อรังของรูขนและต่อมไขมัน มีลักษณะเป็นตุ่มนูนเล็ก ๆ หัวขาว หรือหัวดำ เป็นตุ่มนูนแดง ตุ่มหนอง หรือตุ่มเนื้อลึกใต้ผิวหนัง พบมากบริเวณหน้า

สิว ( Acne )

หากพูดถึง สิว ( Acne ) บางคนคิดว่าสิวจะเป็นเฉพาะวัยรุ่นที่มีการผลิตฮอร์โมนออกมา อาจเป็นปัญหาที่น่ากลัวและเป็นปัญหาที่มีมานานสำหรับผู้หญิงและผู้ชาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้หญิงที่มีอายุระหว่าง 20-30 ปีมากกว่า 50 % ซึ่งสาเหตุส่วนนึงก็มีผลมาจากความมันบนใบหน้า ลำคอ หน้าอก แผ่นหลังเป็นต้น

สิว ( Acne ) อักเสบคืออะไร?

เราจะมาทำความรู้จักเจ้าสิวอักเสบที่หลาย ๆ คนเป็นกันอยู่ สิวอักเสบคือ สิวอุดตันที่มีแบคทีเรียจำนวนมากเจริญเติบโตอยู่ในตุ่มสิวจึงทำให้มีการอักเสบบวมแดงขึ้นมาตรงใต้ผิวหนัง 

ผิวหนังปกติประกอบด้วย รูขุมขน ต่อมไขมัน ขน สิว ( Acne ) อักเสบมีลักษณะที่เรามองเห็นเป็นเม็ดตุ่มนูน ๆ มีขนาดแตกต่างกันเล็กบ้างใหญ่บ้าง ขึ้นอยู่กับการอักเสบว่ามากน้อยแค่ไหน เราจึงต้องดูแลเป็นพิเศษหากเป็นสิวอักเสบ มิฉะนั้นอาจเกิดการลุกลามและเกิดแผลได้

สิว ( Acne ) อักเสบมีอะไรบ้าง ?

สิวอักเสบหลักๆมี 4 ประเภทคือ สิวหัวดำ สิวหัวขาว สิวที่เริ่มเป็นตุ่ม สิวอักเสบและเป็นหนอง

เรื่อง สิว ( Acne ) ที่ควรรู้

สิวหัวดำ มีลักษณะเป็นสิวหัวเล็ก ๆ สีดำ ส่วนหัวสิวที่ไม่เปิดขึ้นบนผิวหนังเรียกว่า Close Comedone ลักษณะจะเป็นตุ่มหัวขาว ๆ ไม่ว่าจะเป็นสิวชนิดไหนก็ไม่ควรบีบหัวสิวออกเอง ที่เห็นเป็นสีดำเนื่องจากเซลล์ที่ตายแล้วและความมันต่าง ๆ เข้าไปอุดตันในรูขุมขน ทำให้เกิดสิวอุดตันขึ้น เมื่อส่วนบนสุดของสิวอุดตันไปสัมผัสกับอากาศ ส่วนนั้นก็จะเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำ ที่รู้จักกันดีว่า “ สิวหัวดำ ” มีหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลง เช่น ฮอร์โมน การใช้เครื่องสำอางที่มีความมันและความเครียด ส่งผลให้คุณมีความเสี่ยงในการเกิดสิวหัวดำเพิ่มขึ้น

วิธีจัดการสิวหัวดำแบบมืออาชีพ

รักษาความสะอาดของเส้นผม
ผมที่มันเยิ้มเป็นตัวการพาความมันและเซลล์ผิวที่ตายแล้วมาสู่ใบหน้าของคุณแบบไม่รู้ตัว ควรสระผมอย่างสม่ำเสมอ และทำความสะอาดผมให้หมดจด พยายามอย่าให้เส้นผมสัมผัสผิวหน้าถ้าไม่จำเป็น เพื่อลดการเกิดสิวหัวดำและช่วยให้ สิว หายเร็วขึ้น

ล้างหน้าสองครั้งต่อวัน
ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด 3 ขั้นตอนดังนี้ 1) เช็ดหน้าด้วยคลีนซิ่ง 2) ตามด้วยสบู่ที่อ่อนโยนต่อผิวหน้า 3) ใช้โทนเนอร์เช็ดหน้าเป็นการจบขั้นตอนการทำความสะอาดหน้าที่จัดการ สิว อย่างถาวร

ไม่จับหน้าหรือหัวสิว
สิวหัวดำเกิดจากรูขุมขนอุดตัน การดูแลให้รูขุมขนสะอาดอยู่เสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญ การเอามือไปจับหน้าหรือหัวสิวนั้นอาจเกิดกลไกของสิวอักเสบขึ้น ตัวการกระตุ้นเชื้อสิวมีเยอะไปหมด ตั้งแต่ความเครียด เครื่องสำอาง ฮอร์โมน อาการแพ้ อาหาร ขี้ไคลบนผิวหนัง ฯลฯ ตัวการกระตุ้นสิวข้างต้นทำให้เกิดปฏิกิริยาบางอย่างที่มาอุดตันปากรูขุมขน เมื่อรูขุมขนอุดตัน น้ำมันใต้ผิวหนังก็ระบายออกมาเคลือบผิวไม่ได้ เลยออกันอยู่ที่ทางออกรูขุมขน กลายเป็น “สิวอุดตัน” หรือ “สิวหัวปิดสีขาว” ถ้าน้ำมันอุดตันมากเข้าจะเกิดการดันหรือผลักหัวสิวออก พอน้ำมันบนหัวสิวสัมผัสอากาศจะกลายเป็นสีดำ เราจึงเห็น “สิวหัวดำ” หรือ “สิวหัวเปิด”

ถ้าเราปล่อยเอาไว้ไม่รีบรักษา สิว ( Acne ) อุดตันที่เกิดขึ้นนี้ ผิวหนังที่มีเชื้อสิวอยู่แล้วจะเข้ามาเทคโอเวอร์โดยกัดกินน้ำมันนี้ด้วยความสะใจและตามไปกินน้ำมันใต้ผิวที่ออกันอยู่ที่ปากรูขุมขน เมื่อร่างกายเห็นเราทนไม่ได้ จึงต้องออกคำสั่งรักษาอาการอักเสบโดยอัตโนมัติ โดยระดมพล “เม็ดเลือดขาว” มาฆ่าเชื้อสิว การต่อสู้กับเชื้อสิวทำให้ผิวหนังบริเวณนั้นบวมแดงจึงได้ชื่อว่า “สิวอักเสบ” 

การต่อสู้ถึงแม้จะชนะแต่เม็ดเลือดขาวก็ต้องพลีชีพ สังเกตได้จาก หนอง สีขาวบนสิว ซึ่งแท้จริงก็คือซากเม็ดเลือดขาวนั่นเอง จากนั้น สิว ( Acne ) อักเสบจะถอยทัพพร้อม ๆ กับหนองที่หายไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเรื่องทั้งหมดนี้จะจบลงแบบแฮ็ปปี้เอนดิ้ง ถ้าเราไม่แคะ แกะ เกา บีบ กด ดัน สิวแต่ละเม็ดออกมาเสียก่อน

กระบวนการอักเสบที่ควรเกิดขึ้นครั้งเดียวดันต้องเกิดซ้ำไปซ้ำมาด้วยน้ำมือเราเองเพราะเนื้อเยื่อจะอักเสบมากขึ้น เม็ดเลือดขาวทำงานหนักขึ้น ผิวหนังบริเวณนั้นบอบช้ำทวีคูณและอาจทำให้การติดเชื้อย้อนกลับลงไปใต้ผิวหนัง ถ้าลงไปถึงชั้นหนังแท้คอลลาเจนจะถูกทำลาย การเรียงตัวเสียกระบวนไปจนทำให้เกิด “ แผลหลุมสิว ” ทันทีถ้าพอมีกำลังทรัพย์แนะนำให้กำจัดรอยแดงก่อน เพราะถ้าทิ้งรอยแดงไว้นาน ๆ เมื่อโดนแสงมากเข้าก็จะกลายเป็น “รอยดำ” ซึ่งรักษายากกว่า

แผลจาก สิว ( Acne ) ไม่ชิลล์อย่างที่คิด

ที่แย่กว่า “ เป็นสิว ” คือ “แผลเป็น” หลังสิวหาย เพราะอะไรน่ะหรือ ก็มันอยู่นานกว่าสิวน่ะสิ
ปกติรอยแดงหรือรอยดำจากสิวจะหายไปเอง ในระยะเวลาเฉลี่ย 3 – 6 เดือน จะเร็วหรือช้ากว่านั้นขึ้นอยู่กับสภาพผิวและอายุของแต่ละคน แต่รอยหลุมสิวที่เกิดขึ้นจะไม่มีวันหายไปเองถ้าไม่ได้ทำการรักษา

รอยดำจางได้ไม่ยาก
ถ้ารอยแดงหลังแผลตกสะเก็ดกลายเป็นรอยดำแล้ว แนะนำให้ทาครีมที่มีคุณสมบัติดังนี้
ช่วยผลัดเซลล์ผิว ยับยั้งเม็ดสีเมลานิน ติดหล่มเพราะหลุมสิว

สาเหตุที่สิวหายแล้วแต่หน้ากลายเป็นหลุม
บีบ แคะ เค้น แกะ เกามากเกิน สิว ( Acne ) เลยอักเสบมากขึ้นและทิ้งรอยดำเอาไว้ และเป็นหลุมยุบในเวลาต่อมา
สิวอักเสบรุนแรงถึงชั้นหนังแท้ พอคอลลาเจนถูกทำลาย เลยเกิดแผลเป็นหรือพังผืดใต้ผิวหนัง ซึ่งดึงรั้งผิวลงจนเป็นหลุม ติดเชื้อแบคทีเรียลุกลาม กรรมพันธุ์ ถ้าคนในครอบครัวมีประวัติเป็นสิวแล้วเกิดแผลหลุมรุนแรง เคสนี้จะเกิดหลุมทันทีเวลาสิวหาย

ชนิดของหลุมแผลเป็น
หลุมนกจิก (lce Pick Scar) เป็นรูเล็กแต่ลึก แบบนี้รักษายากที่สุด
หลุมกล่อง (Box Scar) เป็นหลุมทรงตรงลึกลงไป
หลุมแอ่งกระทะ (Rolling Scar) เว้าลงไปเหมือนก้นกระทะ ขอบแผลไม่ชัดมาก

การรักษาหลุมแผลเป็นจาก สิว ( Acne )
กระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนเหมาะกับหลุมสิวตื้น ๆ หลุมสิวใหม่ หลุมแอ่งกระทะ
ทาครีมลบรอยแผลเป็น หรือครีมลดริ้วรอยที่มีส่วนผสม เช่น วิตามินอี, AHA, BHA
ทายากลุ่มอนุพันธ์ของวิตามินเอ เช่น Retin-A
ทานยากลุ่มที่สกัดจากอนุพันธ์วิตามินเอ เช่น Roac-cutane, Acnotin, lsotretinoin
ฉายแสง LED เช่น Gentle Waves, Omnilux
ยิงเลเซอร์ lPL 


ยิงเลเซอร์ Smooth Beam
ยิงเลเซอร์ Nd: YAG
รักษาด้วยคลื่นวิทยุ
รักษาด้วยการผลักวิตามินลงบนผิวหน้า เช่น Electroporation
กระตุ้นให้เซลล์ผิวด้านบนลอกออก ร่างกายจะซ่อมแซมด้วยการดันหลุมสิวให้ตื้นขึ้นเอง เหมาะกับหลุมสิวตื้น ๆ หรือลึกปานกลาง หลุมสิวแบบแอ่งกระทะ และหลุมกล่อง
ลอกผิวด้วยกรดผลไม้ AHA, BHA, PHA
แต้มกรด TCA
กรอผิวด้วยเกล็ดอัญมณี Microdermabrasion
กรอผิวด้านบนด้วยเลเซอร์ที่มีความเข้มข้นและความร้อนสูง เช่น CO2 ,Erbium YAG
ทำให้ผิวอักเสบเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายซ่อมแซมตัวเองโดยสร้างเซลล์ใหม่ เหมาะกับหลุมสิวตื้นหรือลึกปานกลาง หลุมสิวทั้งแอ่งกระทะ หลุมกล่องและหลุมนกจิก
กรอผิวด้านบนด้วยเลเซอร์ที่มีความเข้มข้นและความร้อนสูง เช่น CO2 , Erbium YAG
เลเซอร์ชนิดไม่มีแผล เช่น Fraxel Restore, Fine Scan, Mosaic
เทคโนโลยีคลื่นวิทยุ Fractional RF
เติมหลุมสิวด้วยสารเติมเต็ม เหมาะกับหลุมสิวตื้นหรือปานกลาง หลุมสิวแอ่งกระทะ
ฉีดฟิลเลอร์ (Hyaluronic Acid)
ตัดพังผืดใต้ฐานหลุมสิว เหมาะกับหลุมสิวลึกปานกลางหรือลึกมาก หลุมสิวแบบกล่อง หลุมนกจิก และหลุมแอ่งกระทะ
เทคนิค Subcision โดยใช้เข็มที่มีปลายเป็นใบมีดเจาะและตัดพังผืดใต้ฐานหลุมสิวออกไป
ศัลยกรรมผ่าตัดหลุมสิว เหมาะกับหลุมสิวที่ลึกหรือกว้างมาก หลุมสิวแบบกล่องและหลุมนกจิก
ตัดรอยหลุม แล้วเย็บปิดให้ผิวหนังชิดกัน
นำผิวหนังส่วนอื่นมาปิดรอยหลุมสิว
กรีดผิวหนังเป็นวงรี แล้วเย็บปิด
ตัดหลุมสิวแล้วยกขึ้นมาให้ได้ระดับเดียวกับผิวหนัง

ซึ่งในแต่ละวิธีก็มีทั้งข้อดี ข้อเสียและข้อควรระวังที่แตกต่างกัน สำคัญที่สุดคือต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เพราะหากพลาดไป รอยแผลเป็นจะตามมาหลอกหลอนเราไปอีกนานแสนนาน

คีลอยด์รักษาง่ายกว่าที่คิด

คีลอยด์ คือ แผลเป็นที่มีลักษณะนูนออกมาจากผิวหนัง อาจมีสีแดงหรือสีน้ำตาลร่วมด้วยเกิดจากความหวังดีของร่างกายที่ช่วยสร้างเนื้อเยื่อใหม่ขึ้นมาทดแทนเนื้อเยื่อเดิม แต่สร้างมากเกินไปจนผิวนูนขึ้น

ถ้าทำการรักษาแผลคีลอยด์แต่เนิ่น ๆ หมอจะฉีดยาสเตียรอยด์ให้และอาจใช้เลเซอร์กรอผิวให้ในกรณีที่แผลเริ่มโตขยาย ข้อแนะนำคือ หากมีแผลเกิดขึ้นใหม่อาจแปะด้วย “ซิลิโคนชีท” ซื้อทีเดียวคุ้มกว่า ล้างแล้วแปะใหม่ แผ่นหนึ่งใช้ได้ประมาณ 1 เดือน แปะต่อเนื่องนาน 6 เดือน รับรองได้ผลดีขึ้น (แผ่นละหนึ่งร้อยถึงพันกว่าบาท) หรืออาจจะใช้ยาลดรอยแผลเป็นนวดเช้าเย็นร่วมด้วย 

หน้าสะอาด สิว ( Acne )ขยาด

ถึงแม้ว่าเราจะแต่งหน้าหรือไม่แต่งหน้าก็ตาม เราจำเป็นต้องทำความสะอาดผิวหน้าให้หมดจด ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูง จะอุดมไปด้วยสารเคมีที่สามารถตกค้างบนผิวของเราได้ น้ำมันที่ล้นออกมาบนใบหน้าก็เช่นกัน เราเลยต้องใช้คลีนเซอร์เพื่อเปิดทางให้ผิวได้หายใจ ป้องกันสิวอุดตันและใบหน้าหมองจากเซลล์ที่เสื่อมสภาพเพราะสิ่งตกค้าง

ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการล้างหน้า
ในวันสวยแบบธรรมชาติ ซึ่งทาแค่ครีมกันแดด ใช้ Cleansing Water สูตรน้ำตามด้วยคลีนเซอร์แบบเจล สำหรับคนผิวบอบบาง อุดตันและเป็น สิว ( Acne )

วันแต่งหน้าจัดเต็ม ควรใช้ผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ทำความสะอาด ดังนี้
ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเครื่องสำอาง เช่น Cleansing Oil, Cleansing Water
ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเครื่องสำอางเฉพาะดวงตาและปาก (Eyes & Lips Remover)
ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าทั่วไป เช่น คลีนเซอร์ โฟม หรือเจลล้างหน้า ก่อนล้างด้วย Cleansing Brush หรือแปรงทำความสะอาดผิวอีกครั้ง
คอตต้อนบัด สำลีและกระดาษทิชชูสำหรับใบหน้า
น้ำยาล้างตา
น้ำเกลือ Klean & Kare หรือโทนเนอร์

ตัวอย่างขั้นตอนการล้างเครื่องสำอาง

ถอดคอนแท็คเลนส์ออก หยด Eyes & Lips Remover ลงในสำลีให้ชุ่มแผ่น
โปะสำลีลงบนเปลือกตา ทิ้งไว้ประมาณ 15 – 30 วินาที แล้วลูบเบา ๆ ออกไปด้านข้าง ถ้าเมคอัพยังออกไม่หมดให้โปะสำลีอีกด้านบนเปลือกตาอีกสัก 15 – 30 วินาที ทำเช่นนี้กับตาอีกข้างและริมฝีปาก

หยด Cleansing Oil ใส่มือเยอะ ๆ แล้วลูบไล้เบา ๆ ตามแนวโพรงขน
จากนั้นให้พรมน้ำเบา ๆ ลงไปบนใบหน้า แล้วลูบไล้ใบหน้าตามแนวโพรงขนอย่างเบามือจนออยล์กลายเป็นน้ำนม
วิดน้ำเข้าสู่ผิวหน้าแล้วตามด้วยโฟมหรือเจลล้างหน้า เพื่อความสะอาดหมดจด
ใช้คอตต้อนบัดวางที่หัวตา แล้วค่อย ๆ หมุนไปตามแนวขนตาจนถึงหางตา
ล้างตาด้วยน้ำยาล้างตาอาทิตย์ละ 1 – 2 ครั้ง สำหรับคนที่แต่งหน้าทุกวัน เพื่อนำสิ่งสกปรกที่ตกค้างอยู่ในดวงตาออก
ซับผิวหน้าด้วยทิชชูหรือสำลีจนสะอาด (หรือใช้ผ้าขนหนูที่สะอาด)
ตามด้วยโทนเนอร์ อายครีม ครีมบำรุง แล้วรีบเข้านอน เพียงเท่านี้คุณก็จะมีผิวพรรณผุดผ่องงดงาม

ล้างหน้าตาทฤษฎีแนวโพรงขน

หลายคนคงเคยได้ยินมาแล้วว่า ทฤษฎีการล้างหน้าตามแนวโพรงขน สามารถช่วยลดสิว ( Acne ) ได้ ทฤษฎีนี้คิดค้นมานานเกือบสิบปีโดย นพ.สมนึก อมรสิริพาณิชย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังเป็นแนวทางการทำความสะอาดใบหน้าที่ไม่ทำให้ผิวเกิดริ้วรอย แถมช่วยลดและป้องกันสิวได้เป็นอย่างดี 

ทฤษฎีนี้เชื่อว่าไขมันหรือ สิว ( Acne ) ที่อุดตันเกิดจากการล้างหน้าโดยใช้มือถูวนไปบนผิวหนัง เนื้อเยื่อใต้ผิวหนังเลยจับกันเป็นก้อนหรือถูกห่อเป็นชั้น ๆ จนสิ่งสกปรกและไขมันหลุดออกไปไม่หมด แต่ถ้าล้างหน้าทิศทางเดียวไปตามแนวโพรงขนจะช่วยให้สิ่งที่อุดตันดังกล่าวนั้นสลายตัวและหลุดออกมาเองตามธรรมชาติ

ทำไมต้องล้างหน้าตามแนวโพรงขน

โพรงขนเป็นแกนให้ใยคอลลาเจนและอีลาสตินมายึดโยง เพื่อเชื่อมเป็นเครือข่ายให้ผิวหนังคงสภาพยืดหยุ่นและแข็งแรง ช่วยให้น้ำมันและสิ่งสกปรกในโพรงขนระบายออกจนหมดจด
ระบบไหลเวียนโลหิตใต้ผิวหนังเป็นไปตามธรรมชาติที่สุด
ป้องกันการเกิดฝ้าได้มากขึ้น
ไม่ก่อให้เกิดการบวมและอักเสบที่ชั้นผิวหนังบางชั้น

มาล้างหน้าให้สิว ( Acne ) หายกันเถอะ
ใช้ปลายนิ้วแตะผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าลูบไปตามทิศทางของลูกศรในภาพเริ่มจากหน้าผาก จมูก เหนือริมฝีปาก ข้างแก้ม และคาง ตามลำดับ วิดน้ำเข้าหน้าเพื่อล้างหน้าให้สะอาดตามขั้นตอน เพียงเท่านี้ เราก็จะมีผิวที่ห่างไกลสิวแล้วนะคะ

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมตามลิ้งค์ด้านล่าง

เอกสารอ้างอิง

Stampfer, M., Hu, F., Manson, J., Rimm, E., Willett, W. (2000) Primary prevention of coronary heart disease in women through diet and lifestyle. The New England Journal of Medicine, 343 (1) , 16-23. Retrieved October 5, 2006, from ProQuest database.

Japsen, Bruce (15 June 2009). “AMA report questions science behind using hormones as anti-aging treatment”. The Chicago Tribune. Retrieved 17 July 2009