สูตรขนมไหว้พระจันทร์ ( Mooncake )
ขนมไหว้พระจันทร์ คือ ขนมหวานประเภทหนึ่งที่มีไส้ทั้งหวานหรือคาว ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องทำในเทศกาลไหว้พระจันทร์ ในคืนวันเพ็ญในเดือน 8 ตามปฏิทินจีน

ขนมไหว้พระจันทร์

ขนมไหว้พระจันทร์ ( Mooncake ) คือ ขนมขบเคี้ยวหรือขนมหวานประเภทหนึ่งที่มีไส้ทั้งหวานหรือคาว โดยหลักแล้วจะมีลักษณะกลมเพื่อสะท้อนให้เห็นถึงรูปร่างของดวงจันทร์ แต่ก็สามารถเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสได้ มีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีน ขนมไหว้พระจันทร์ถูกใช้ในเทศกาลไหว้พระจันทร์ (The Moon Festival ) เป็นเทศกาลตามวัฒนธรรมจีนในบางประเทศ เช่น ฮ่องกง ไต้หวัน สิงคโปร์ รวมถึงเวียดนามที่มีขึ้นในเทศกาลกลางฤดูใบไม้ร่วง (Mid-Autumn Festival) เพื่อเฉลิมฉลองการเก็บเกี่ยวและการรับประทานขนมไหว้พระจันทร์ร่วมกับสมาชิกในครอบครัวเป็นสิ่งที่ต้องทำจะมีขึ้นในคืนวันเพ็ญเดือน 8 ตามปฏิทินจันทรคติ ขนมไหว้พระจันทร์สไตล์จีนดั้งเดิม โดยเฉพาะขนมไหว้พระจันทร์สไตล์กวางตุ้งอบสีน้ำตาลทองและขึ้นรูปหรือประทับด้านบนด้วยชื่อของไส้ ขนมไหว้พระจันทร์ถูกใช้เป็นเครื่องบูชาในเทศกาลไหว้พระจันทร์มาช้านานในประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 3,000 ปี

ไส้ขนมไหว้พระจันทร์ที่นิยม

ขนมไหว้พระจันทร์เป็นที่นิยมมากที่สุด ได้แก่ ขนมไหว้พระจันทร์สไตล์ปักกิ่ง ขนมไหว้พระจันทร์สไตล์กวางตุ้ง ขนมไหว้พระจันทร์สไตล์ยูนนาน และขนมไหว้พระจันทร์สไตล์ซูโจวทำจากแป้งมีไส้ต่างๆ ส่วนใหญ่เป็นธัญพืช เช่น ไส้โหงวยิ้งไข่ ไส้ถั่วแดง ไส้งาดำ ไส้ถั่วเหลือง ไส้เผือก ไส้แปะก๊วย ไส้พุทราจีน ไส้เมล็ดบัว ไส้ชาเขียวถั่วแดง ไส้ฝอยทอง ไส้สังขยาฟักทอง ไส้ฟักเขียวโรยงา ไส้อัลมอนด์ แต่ปัจจุบันก็ได้มีดัดแปลงใส่เนื้อสัตว์ ใส่ผลไม้กวนต่างๆ เช่น ไส้ทุเรียนไข่แดง ไส้คัสตาร์ดไข่แดง กุนเชียง ไข่เค็ม หมูแฮม หมูแดง หมูหยอง ถั่วกวน เก้าลัดกวน เป็นต้น

ความหมายของไส้ขนมไหว้พระจันทร์แต่ละไส้

1. ไข่แดง หมายถึง พระจันทร์
2. เม็ดบัว หมายถึง สัญลักษณ์ของจิตใจบริสุทธิ์ อายุที่ยืนยาว ความอ่อนน้อมถ่อมตน และความสงบสุข
3. ลูกพลัม หมายถึง สัญลักษณ์ของความกล้าหาญและความหวัง ดุจดังดอกพลัมที่ชูช่อในฤดูหนาว
4. ธัญพืช สัญลักษณ์ของโชคลาภ และความอุดมสมบูรณ์
5. เกาลัด หมายถึง ลูกชาย และสิ่งอันเป็นที่รัก
6. ถั่วแดง ช่วยเพิ่มความกล้าหาญให้ไตได้ เพราะชาวจีนเชื่อว่าไตเป็นอวัยวะที่ขับความกลัวออกมา

สูตรแป้งขนมไหว้พระจันทร์

อุปกรณ์ที่ใช้

  • โถผสม
  • พิมพ์ที่กดขนมไหว้พระจันทร์ (ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 3 นิ้ว)

ส่วนผสมขนมไหว้พระจันทร์ไส้ทุเรียนกวน

1. แป้งสาลีชนิดพิเศษ(หรือใช้แป้งเค้กแทนได้) 200 กรัม (1)
2. น้ำมันถั่วลิสง 100 กรัม
3. น้ำเชื่อม 210 กรัม
4. น้ำด่าง 1/2 ช้อนโต๊ะ
5. แป้งสาลีชนิดพิเศษ(หรือใช้แป้งเค้กแทนได้) 150 กรัม (2)
6. ทุเรียนกวน 1500 กรัม
7. ไข่แดง 1 ฟอง
8. น้ำเปล่า 1/2 ช้อนโต๊ะ

ส่วนผสมน้ำเชื่อม

1. น้ำตาลทรายสีทอง(สีรำ) 500 กรัม
2. น้ำเปล่า 350 กรัม
3. มะนาว 1/2 ผล

ส่วนผสมน้ำด่าง

1. เบกิ้งโซดา 2 ช้อนชา
2. น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำแป้งขนมไหว้พระจันทร์ ไส้ทุเรียน (สำหรับ 10-15 ชิ้น)

1. ผสมน้ำตาลทรายสีทอง น้ำเปล่า น้ำมะนาวให้เข้าด้วยกัน นำไปตั้งไฟให้ได้อุณหภูมิ 120 องศาเซลเซียส แล้วนำมากรองและพักให้เย็นสนิท
2. ผสมเบกกิ้งโซดากับน้ำเปล่าคนให้เข้ากัน วางพักไว้ให้ผงเบกกิ้งโซดาตกตะกอนและตักเฉพาะน้ำใสๆ ด้านบนมาใช้
3. ผสมน้ำมันถั่วลิสง น้ำด่าง และน้ำเชื่อม คนให้เข้ากัน ผสมแป้งสาลีชนิดพิเศษ(1) ลงไปคนให้เข้ากัน ปิดด้วยพลาสติกคลุมอาหารและพักไว้อย่างน้อยครึ่งชั่วโมง
4. อุ่นเตาอบไฟล่าง 180 องศาเซลเซียส
5. นำไส้ทุเรียนกวนมาปั้นเป็นก้อนกลมๆ ก้อนละประมาณ 100-120 กรัม
6. เมื่อพักแป้งครบเวลาแล้วนำแป้งสาลีชนิดพิเศษ(2)มานวดรวมกันจนเข้ากันดี และปั้นเป็นก้อน ก้อนละประมาณ 40-45 กรัม
7. นำแป้งมาแผ่ออกให้บางเอาทุเรียนกวนที่ปั้นไว้วางตรงกลางห่อแป้งให้คลุมไส้ทุเรียนให้มิดและปั้นให้กลม
8. นำขนมที่ปั้นเสร็จแล้วมาใส่ในพิมพ์กดให้แน่นและนำออกจากพิมพ์วางบนถาดอบที่รองด้วยกระดาษไข
9. นำขนมเข้าอบด้วยไฟล่าง 180 องศาเซลเซียส 10 นาที
10. นำไข่แดงผสมกับน้ำเชื่อมขนมไหว้พระจันทร์และน้ำเปล่าผสมให้เข้ากัน
11. นำขนมที่อบเสร็จแล้ว 10 นาที มาทาด้วยไข่แดงที่ผสมไว้ ทาบางๆ ทั้งด้านบนและด้านข้าง
12. อบขนมต่อด้วยไฟบนล่าง 180 องศา 5-10 นาทีจนมีสีเหลืองอ่อนๆ

ปัจจุบันมีการคิดค้นสูตรขนมออกมามากมาย รวมถึงการดัดแปลงสูตรขนมไหว้พระจันทร์ให้ง่ายขึ้นทั้งการใช้แป้งสำเร็จรูป ไส้ขนมสำเร็จรูป รวมถึงไส้ขนมแบบผงมีให้เลือกซื้อหลากหลาย เช่น ผงมันม่วง ผงเผือก ผงคัสตาร์ด ผงวานิลลา ผงมัลเบอร์รี่ ผงชาเขียว ผงโยเกิร์ต เป็นต้น เพิ่มความสนุกทำให้การทำขนมนั้นง่ายขึ้น เหมาะสำหรับมือใหม่หัดทำเพียงแค่เติมน้ำคนให้เข้ากันไม่ต้องตั้งเตาอร่อยได้ทันที

บทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

Previous articleเลือดออกตามไรฟัน อาจเป็นสัญญาณเตือนการขาดวิตามินซีของร่างกาย
Next articleพริกไทย เครื่องเทศมหัศจรรย์ช่วยลดน้ำหนักได้จริงหรือไม่