ชิโสะ (Green Shiso) คุณค่าทางโภชนาการที่ให้วิตามินเอ บี ซีสูง
ชิโสะ มีวิตามินเอ บี ซี ที่มีคุณค่าทางโภชนาการ เป็นพืชสมุนไพรล้มลุกชนิดหนึ่งของญี่ปุ่น

ใบโอบะ หรือใบชิโสะ

ชื่อ : ชิโสะ 

ชื่อภาษาอังกฤษ : Green Shiso

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Perilla frutescens ( L. ) Britt. Var. crispa ( Thunb. ) Hand-mazz.

ใบโอบะ หรือใบชิโสะ ( Green Shiso ) คือ พืชชนิดหนึ่งในตระกูลเดียวกับ ใบกะเพรา ใบโหระพา หรือพวกพืชตระกูลมิ้นมีกลิ่นหอมฉุนนิยมนำส่วนใบและเมล็ดมารับประทานคู่กับพวกเนื้อสัตว์ ใบโอบะ หรือใบชิโสะ มีถิ่นกำเนิดในแถบเอเชียตะวันออก พบได้มากในประเทศญี่ปุ่น เกาหลี และจีน เป็นต้น  สามารถขึ้นได้เองตามธรรมชาติหรือจะนำมาเพาะเลี้ยงเองก็สามารถทำได้ ในปัจจุบันใบโอบะหรือ ใบชิโสะ สามารถปลูกกันได้แพร่หลายในทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทยด้วยโดยเฉพาะในบริเวณภาคเหนือ

ใบโอบะ หรือใบชิโสะ เป็นพืชประเภทไม้ล้มลุกที่มีอายุสั้นใช้ระยะเวลาการปลูก 50 – 60 วัน ก็สามารถนำผลผลิตมารับประทานได้แล้ว และสามารถเก็บเกี่ยวต่อไปได้อีกในระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี เท่านั้นสามารถปลูกได้ทั้งปี เป็นพันธุ์ไม้ที่ชอบดินที่มีความร่วนซุย ระบายน้ำได้ดี ไม่ชอบให้มีน้ำขัง  ต้นใบโอบะหรือ ใบชิโสะ จะมีลักษณะคือ  เป็นไม้ลำต้นตั้งตรง จะมีความสูงเพียงแค่ 30 –100 เซนติเมตร เท่านั้น  มีสีม่วงหรือสีม่วงอมเขียว ใบมีรูปทรงกลมปลายแหลม ขอบใบหยักเป็นฟันเลื่อย ผิวใบย่นไม่เรียบตัวใบยาว 4 – 12 เซนติเมตร กว้าง 2.5 -10 เซนติเมตร ก้านใบยาว 2.5 -7.5 เซนติเมตร ดอกจะออกที่โคนก้านใบหรือบนยอดกิ่ง ด้านล่างดอกมีขนอ่อนขึ้นหน้าแน่น ดอกมีสีม่วง มีขนอ่อนยาวสีม่วงตรงส่วนข้อของกิ่งและลำต้น

ใบโอบะ หรือใบชิโสะ เรียกกันค่อนข้างหลากหลาย แตกต่างกันออกไป เช่น โอบะ หรือในประเทศไทยจะเรียกกันว่า งาขี้ม่อน ในแถบจังหวัดแม่ฮ่องสอนจะเรียกพืชชนิดว่า “ งามน ” หรือ “ นอ ” ส่วนทางกาญจนบุรีจะเรียกว่า “ แง ” หรือ “ น่อง ”

ใบโอบะ หรือใบชิโสะ อีกหนึ่งชนิด ที่เรียกว่า ” เจียมชิโสะ ” มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Perilla frutescens ( L. ) Britt. Var. Acuta ( Thunb. ) Kido. โดยชิโสะชนิดนี้จะมีลักษณะทางพฤษศาสตร์คล้ายกับชิโสะประเภทแรกเกือบทุกอย่าง ยกเว้น จะมีสีม่วงและขนอ่อนคลุมอยู่ ดอกมีสีม่วงอมแดงหรือแดงอ่อนจากข้อมูลพบว่า ชิโสะทั้ง 2 ประเภทนี้ มีสรรพคุณทางยาด้วยกันทั้งคู่  เกือบทุกส่วนของชิโสะสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ ทั้งราก กิ่ง ก้าน ใบ และเมล็ดเช่น เมล็ดชิโสะ ( เฮ็กโซวจี้ ) สามารถช่วยแก้พิษจากอาหารทะเลได้โดยให้นำเมล็ดไปคั่วจนสุกแล้วนำมาผสมเปลือกส้มดองเกลือแล้วนำมารับประทาน

ใบโอบะ หรือใบชิโสะ เป็นส่วนที่มีสรรพคุณมากมาย โดยใบชิโสะที่ตากแห้งแล้วจะมีลักษณะเป็นรูปไข่หรือทรงกลม ย่นและห่องอหลายชั้นผิวใบจะมีสีม่วงอมน้ำตาลทั้งสองด้านหรือใบหน้ามีสีเขียวอมเทาด้านหลังใบมีสีม่วงอมน้ำตาลมีกลิ่นหอม รสชาติออกเผ็ดเล็กน้อยมีฤทธิ์อุ่นไม่มีพิษ

ใบโอบะหรือ ใบชิโสะ ใบย่นทั้งต้นจะประกอบไปด้วยน้ำมันหอมระเหย 0.5% ซึ่งในน้ำมันหอมระเหยนี้จะประกอบได้ด้วยสาร Perillaldehyde ประมาณ 55% Limonene ประมาณ 20-30% และอัลฟาร์-pinene อีกจำนวนเล็กน้อย นอกจากนี้ยังมี Arginie, Cumic acid เป็นต้น ในส่วนน้ำมันหอมระเหยจากใบจะประกอบด้วยสาร เช่น  Isoegomaketone เป็นต้น

สำหรับชิโสะชนิดเรียบจะประกอบไปด้วยน้ำมันหอมระเหยเช่นกัน ซึ่งในน้ำมันหอมระเหยนี้จะมีสารเช่น Isoamyl 3-Furylketone, Perillal Alcohol, Linalool, Camphene, Menthol, Menthorne, Dihydroperilla Alcohol, Eugenol เป็นต้น

สรรพคุณต่างๆที่พบใน ใบโอบะ หรือใบชิโสะ

  • ในทางการแพทย์จีน พบว่า ชิโสะจะมีสรรพคุณที่ช่วยให้สามารถบำบัดอาการหวัด มีไข้  ไอ หอบหืด แน่นท้อง และแน่นหน้าอก นอกจากนี้ยังใช้บำรุงครรภ์ และแก้พิษอาหารจำพวกปูและปลาได้อีกด้วยเนื่องจากในชิโสะจะออกฤทธิ์ไปตามเส้นจิงหลอของปอดและม้าม ( เส้นจิงหลอคือเส้นที่มีจุดแทงเข็มกระจายอยู่ โดยเส้นจิงหลอแต่ละเส้นจะเดินผ่านอวัยวะสำคัญของร่างกายแตกต่างกันไป ) ชิโสะจะไปขับเหงื่อในระยะเริ่มแรกของโรค ปรับอุณหภูมิในร่างกายให้เหมาะสมและ ปรับการไหลเวียนของลมในร่างกายให้เป็นปกติ
  • ใน Compendium of Materia Medica หรือ ปึงเช่ากังมักได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับชิโสะว่า สามารถช่วยให้ลมในร่างกายไหลเวียนได้เป็นปกติ ขจัดเสมหะและบำรุงปอด บำรุงเลือด แก้ปวด แก้หอบหืดและเป็นยาบำรุงสำหรับผู้ที่ตั้งครรภ์
  • ในหยิกหั่วจื้อปึงเช่าให้ข้อเกี่ยวกับชิโสะว่า สามารถใช้บำบัดอาการแน่นท้อง ท้องอืดท้องเฟ้อ แก้อาการหดเกร็งของกล้ามเนื้อน่อง ลดอาการอาเจียน ช่วยในเรื่องถ่ายเหลวจนร่างกายสูญเสียน้ำมากเกินไป ช่วยให้เจริญอาหารและบำบัดโรคอันเกิดจากพิษความเย็นทุกชนิด แก้อาการเหน็บชา
  • ในตำราสมุนไพรของทางยูนนาน เตียงน้ามปึงเช่าได้ให้ข้อมูลว่า ชิโสะ มีสรรพคุณสามารถช่วยรักษาแผลเลือดออกที่เกิดจากของมีคม หรือแผลจากริดสีดวงทวารได้ โดยจะใช้วิธีนำชิโสะไปต้มน้ำอาบ

ใบโอบะ หรือใบชิโสะ เป็นพืชตระกูลเดียวกับมิ้นต์ ประกอบด้วยสารต่อต้านมะเร็งและเพิ่มภูมิคุ้มกัน มีประโยชน์ทางโภชนาการ ให้สารอาหารประเภทวิตามินเอ วิตามินบี และวิตามินซี ส่วนเมล็ดมาสกัดน้ำมันมาปรุงอาหารซึ่งจะช่วยบำรุงหัวใจและตับ สาร Phytol component ในใบชิโสะกระตุ้นการทำงานของ เซลล์ที่กำจัดสิ่งแปลกปลอมในร่างกายโดยธรรมชาติให้ทำหน้าที่กำจัดเซลล์มะเร็ง รวมทั้งช่วยยกระดับการทำงานของเซลล์ Macrophages ที่มีหน้าที่กำจัดเชื้อโรคและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย

นอกจากนี้ ชิโสะ ยังมีสรรพคุณในการช่วยรักษาโรคโลหิตจางได้ โดยให้ใช้วิธีนำใบชิโสะมาปรุงอาหาร และรับประทานเป็นประจำ เมนูที่ทำได้จากใบชิโสะ เช่น ทานสดๆเป็นผักสลัดควบคู่กับปลาดิบ อาหารจำพวกซูชิ  หรือ นำมาปรุงเป็นซุป ก็ได้  โดยในแต่ละมื้อควรทานในปริมาณที่เหมาะสมประมาณ 10-15 กรัม

ถึงจะมีประโยชน์มากมายแต่ก็มีข้อควรระวังในการทานใบโอบะ หรือใบชิโสะ ผู้ที่มีอาการไข้เฉียบพลันหรือปวดหัว ปวดเมื่อยตามตัว กลัวหนาว ไม่ควรรับประทาน นอกจากนี้ผู้ที่ต้องการทานชิโสะในการเลือกซื้อให้ได้ชิโสะที่มีคุณภาพดี มีเทคนิคและวิธีในการเลือกคือ ควรเลือกใบชิโสะที่มีขนาดใหญ่ มีสีม่วง มีกลิ่นหอม โดยต้องไม่มีกิ่งก้านปนมาด้วย การทานชิโสะต้องทานในปริมาณที่เหมาะสมไม่มากจนเกินไป หากมีอาการแพ้หรือผิดปกติอย่างไรต้องหยุดทานและไปพบแพทย์ทันที

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

เอกสารอ้างอิง

He-ci Yu. “Perilla: The Genus Perilla”. Medicinal & Aromatic Plants, Industrial Profiles. ISBN 90-5702-171-4.