ส้ม คุณค่าสารอาหารและประโยชน์ของส้ม (Orange)

ส้ม คุณค่าสารอาหารและประโยชน์ของส้ม (Orange)
ส้มเป็นผลไม้รสเปรี้ยวอมหวานเต็มไปด้วยวิตามินต่างๆโดยเฉพาะวิตามินซีที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

ส้ม (Orange) ผลไม้มากคุณค่า

ส้ม (Orange) เป็นผลไม้ที่ชาวไทยชอบรับประทาน หาง่าย ราคาถูก และมีให้รับประทานตลอดทั้งปี ส้มมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Citrus คือ ผลไม้ที่ให้รสชาติเปรี้ยวนำ อมหวาน มีกลิ่นหอมของเปลือกซึ่งนำไปสกัดน้ำมันหอมระเหยได้ ส้มเป็นผลไม้ชนิดหนึ่งที่นิยมปลูกทั่วโลก ส้มมีหลากหลายสายพันธุ์ ส้มเป็นผลไม้ชนิดเดียวที่ใช้ชื่อเรียกชื่อเดียวกับสีในภาษาอังกฤษ คือ  Orange  ซึ่งมีการบัญญัติคำนี้เรียกกันมาตั้งแต่ในปี คริสต์ศตวรรษที่ 16 เป็นต้นมา โดยในภายหลังจึงมีคำเรียกเฉดสีส้มที่นิยมใช้ เกิดขึ้นมาอีกหนึ่งคำคือคำว่า แทงเจอร์รีน (Tangerine) หรือ ส้มเขียวหวานนั่นเอง

คำว่า “Orange” ที่แปลว่าส้มในภาษาอังกฤษ มีรากมาจากคำภาษาสันสกฤต Naranga ที่แปลว่า “ซ่อนกลิ่น” หรือ Perfume Within เนื่องจาก ในส้มจะมีกลิ่นที่หอมสมชื่น ชวนให้อยากกิน โดยเฉพาะดอกของต้นส้มจะมีสีขาวบริสุทธิ์จะให้กลิ่นที่หอมชวนให้น่าดมมาก ทำให้ดอกและผลของส้มจึงเป็นที่ชื่นชอบของใครหลายๆคน

ความเชื่อเกี่ยวกับส้ม

นอกจากประโยชน์ของส้มที่ใช้รับประทานแล้วนั้น ชาวจีนและชาวตะวันตกต่างมีความเชื่อเกี่ยวกับส้มเหมือนกันว่า ส้มเป็นผลไม้มงคล และยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเจริญพันธุ์การมีลูกมีหลาน ส่วนดอกของส้มที่มีสีขาวบริสุทธิ์และมีกลิ่นหอม มักจะถูกนำไปใช้ในงานแต่ง โดยนำดอกส้มมาเป็นของมงคลในงานสำหรับฝ่ายเจ้าสาว หมายถึง ความบริสุทธิ์ของเจ้าสาว และยังมีวลีที่เกิดขึ้นคือ “ To go gathering orange blossom” ซึ่งมีความหมายว่า การไปหาสู่ขอผู้หญิงมาเป็นภรรยา

นอกจากนี้ดอกของส้มยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักของพ่อแม่พี่น้องและผองเพื่อนอีกด้วย และยังมีความเชื่อเกี่ยวกับส้มของชาวจีนอีกว่า หากปลูกต้นส้มจี๊ดลงกระถางไว้เป็นคู่หน้าบ้านแล้ว หากต้นส้มบ้านใดออกลูกติดผลขึ้นมาก็จะเชื่อว่าบ้านนั้นจะมีความอุดมสมบรูณ์  คล้ายกับความเชื่อในการปลูกต้นโป๊ยเซียนในสมัยก่อน

ที่มาและสรรพคุณของส้ม

การปลูกส้มมีมานานตั้งแต่สมัยโบราณ นานหลายพันปีแล้ว  ส้ม เป็นพันธุ์ไม้ในสกุลซิตรัส (Citras)  เป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อน และเขตกึ่งร้อนของทวีปเอเชียและกลุ่มเกาะมลายู พืชตระกูลส้มออกเป็นประเภทใหญ่ๆ ได้  6 ชนิด คือ

1 ส้ม (Orange)
2 ส้มเขียวหวาน (Mandarin หรือ Tangerines)
3 ส้มโอ (Pomelo)
4 เกรฟฟรุ๊ต (Grapefruits)
5 มะนาว (Lemon or Lime)
6 มะงั่ว (Citron)

 

โดยส่วนมากมักมีการสับสนระหว่างกลุ่มของส้มและส้มเขียวหวาน สามารถอธิบายความแตกต่างได้ คือ ส้มเขียวหวาน (Mandarin หรือ Tangerines) นั้นจะมีเปลือกล่อนทำให้สามารถปอกออกได้ง่ายกว่าส้ม (Orange) นักวิชาการด้านเกษตรของไทยมีการเรียกส้ม (Orange) เป็น “ส้มเกลี้ยง” ซึ่งอาจทำให้สับสนได้ เนื่องจากแท้จริงแล้วส้มเกลี้ยงเป็นเพียงสายพันธุ์ย่อยอย่างหนึ่งในตระกูลส้มเท่านั้น  จึงเรียกเพียงสั้นๆว่า “ส้ม” จึงจะถูกต้อง และในส่วนของส้มเขียวหวานจะเรียกแยกออกไปเลยให้เห็นความต่างคือ Mandarin หรือ Tangerines แต่ในกรณีที่ใช้คำว่าส้มในความหมายทั่วไป ก็อนุโลมให้หมายถึงทั้งส้มและส้มเขียวหวานได้เช่นกัน

นอกจากสกุลซิตรัส แล้ว ส้มยังมีชนิดที่มาจาก ไม้ในวงศ์ Rutaceae เช่น คัมควอท (Kumquat) หรือ “ส้มกินทั้งเปลือก” ซึ่งอยู่ในสกุลของ Fortunella sp. ส้มพันธุ์นี้ มีถิ่นกำเนิดจากในประเทศจีนแล้วแพร่หลายเข้าไปในญี่ปุ่น เกาหลี และไต้หวัน  คัมควอท คือ ส้มพันธุ์เล็กมีรูปทรงรี  ขนาดเล็กกว่าลูกปิงปองเล็กน้อย มีสีเหลืองทอง สามารถกินได้ทั้งเนื้อทั้งเปลือก รวมถึงชานด้วย โดยชื่อของส้มคัมควอทเพี้ยนมาจากภาษากวางตุ้งในคำว่า Camquit ชาวตะวันตกเพิ่งรู้จักส้มชนิดนี้ในศตวรรษที่ 17 เป็นพันธุ์ส้มที่สามารถดึงดูดความสนใจจากคนทั่วโลกได้เป็นอย่างดีเนื่องจากผลของส้มพันธุ์นี้มีรูปทรงสวยน่ารับประทาน อีกทั้งยังมีความแปลกกว่าส้มชนิดอื่นๆที่สามารถกินได้ทั้งลูกอีกด้วยนั้นเอง

ส้ม เป็นพันธุ์ไม้ที่ค่อนข้างมีความหลากหลายทางพันธุกรรม มีทั้งการผสมในพันธุ์เดียวกัน ผสมข้ามสายพันธุ์กัน หรือแม้กะทั่งผสมข้ามสกุลก็ยังมีจึงเกิดการพันธุ์ผสมแบบ (Hybrid) กันมากมาย เช่น ส้มจี๊ด อาจเป็นการไฮบริดของส้มเขียวหวานและคัมควอทหรือในส้มแทงจีโล (Tangelo) เป็นไฮบริดของส้มเขียวหวานและส้มโอ เป็นต้น

นอกจากนี้ ส้มยังเป็นผลไม้ที่สามารถกลายพันธุ์ได้ง่ายมาก หากเปลี่ยนสภาพดินและอากาศ รสชาติและสีก็จะเปลี่ยนตามไปด้วย ซึ่งสามารถสรุปได้ก็คือ ส้มเป็นพืชที่มีการพัฒนาพันธุ์ไปได้หลากหลายมาก ยกตัวอย่างง่ายๆ ส้มเขียวหวานในเมืองไทย แต่เดิมมีแต่สายพันธุ์บางมดเท่านั้น แต่ในปัจจุบัน ส้มเขียวหวานมีด้วยกันมากมายหลากหลายสายพันธุ์ เช่น ส้มโชกุน ส้มฟรีมองต์ ส้มสีทอง ส้มสายน้ำผึ้ง เป็นต้น ถึงแม้ ส้ม จะเป็นไม่ที่มีหลากหลายสายพันธุ์แต่ ก็สามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ ได้คือ

1. ส้มชนิดที่มีรสหวาน (Sweet Orange) มีชื่อวิทยาศาสตร์คือ Citras Sinensis เช่น ส้มวาเลนเซีย ที่รู้จักในนามซันควิก ส้มนาเวล (Navels) ส้มเกลี้ยง และส้มเช้งของไทย เป็นต้น

2.ส้มชนิดที่มีรสเปรี้ยว หรือขม (Sour or Bitter Orange) ปัจจุบันมีปลูกน้อยมาก ส่วนใหญ่ใช้ทำแยมผิวส้ม (Marmalade) เท่านั้น

ประโยชน์ของส้ม

ส้มถือว่าเป็นผลไม้สุขภาพชนิดหนึ่ง ที่มีสรรพคุณและประโยชน์ที่ดีมากมาย โดยสามารถใช้ได้ทั้งเนื้อส้มและน้ำมันละเลยจากในส่วนของเปลือกส้ม เช่น

เนื้อส้ม  ช่วยให้เจริญอาหาร

มีวิตามินซีป้องกันโรคลักปิดลักเปิด 

รักษาเหงือก 

ซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่สึกหรอในร่างกาย

เปลือกส้ม เป็นยาบำรุงใช้ทาใบหน้าใช้ป้องกันและรักษาสิวฝ้า
กินส้มทั้งชาน ช่วยการขับถ่าย

ป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ และปัญหาอื่นๆ เกี่ยวกับกระเพาะและลำไส้

ส้ม มีรสชาติหวาน อร่อย รับประทานแล้วสดชื่น ประโยชน์จากส้มยังมีอีกมากมาย สารอาหารในส้มมีหลายชนิด เช่น แคลเซียม ฟอสฟอรัส โปแตสเซียม วิตามินเอ วิตามินซี ธาตุเหล็ก เกลือแร่ โซเดียม ส้มมีคุณค่าทางโภชนาการสูงกว่ามะนาวในหลายๆเรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งปริมาณของวิตามินซีในส้มจะสูงกว่าในมะนาวเป็นอย่างมากโดยส้มเกลี้ยงจะมีปริมาณของวิตามินซี ที่สูงกว่าส้มเขียวหวานเล็กน้อย

ตารางแสดงปริมาณสารอาหารในส้มและมะนาว

ประเภท  น้ำมะนาว น้ำส้มเกลี้ยงคั้นสด น้ำส้มเขียวหวานคั้นสด
แคลเซียม 1 mg. 27 mg.  44 mg.
ฟอสฟอรัส 2 mg. 42 mg.  35 mg.
โปแตสเซียม 16 mg. 400 mg. 440 mg.
วิตามินซี 5 mg. 124 mg. 124 mg.
เหล็ก 0.5 mg. 0.5 mg.
โซเดียม 2 mg. 2 mg.
วิตามินเอ 500 I.U. 1040 I.U.

 

จากข้อมูลจะเห็นได้ว่าปริมาณของวิตามินในส้มจะสูงกว่ามะนาวมาก ซึ่งวิตามินซีจะทำหน้าที่เป็นแอนตี้ออกซิแดนท์ป้องกันและรักษามะเร็งหลายชนิด โดยเฉพาะมะเร็งที่เกิดจากปฏิกิริยาเคมีในร่างกายกับสารพิษก่อมะเร็งจากสิ่งแวดล้อม 

โดยปกติแล้วร่างกายของมนุษย์เรามีความต้องการวิตามินซีประมาณ 150 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งการทานเพียงน้ำส้มคั้นหนึ่งแก้วก็เพียงพอแล้วแต่ถ้าหากร่างกายได้รับปริมาณของวิตามินซีมากเพียงพอถึงในระดับ 2,000 – 4,000  มิลลิกรัม ก็จะช่วยให้สามารถเป็นพลังเสริมในการต้านทานโรคมะเร็งได้ ดังนั้นควรเลือกรับประทานผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงอย่างส้มให้เป็นประจำ และทานในปริมาณที่มากเพียงพอ นอกจากช่วยป้องการอาการจากโรคหวัดได้แล้วยังช่วยในเรื่องการป้องกันโรคมะเร็งได้ด้วย นอกจากวิตามินซีแล้ว ส้มยังมีวิตามินบี ซึ่งเป็นโฟเลท มีสรรพคุณที่ช่วยป้องกันโรคหัวใจได้อีกด้วยดังนั้นเมื่อรู้แบบนี้แล้วอย่าลืมซื้อส้มติดบ้านไว้บ้างก็จะดีไม่น้อยเลยทีเดียว

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมตามลิ้งค์ด้านล่าง

เอกสารอ้างอิง

“Citrus phylogeny and genetic origin of important species as investigated by molecular markers”. TAG Theoretical and Applied Genetics. 100 (8): 1155–1166.

พืชผลไม้, สำนักงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี. “ส้มเขียวหวาน”. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : www.rspg.or.th/plants_data/use/fruit.htm.