

ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์บี ( Influenza B )
ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์บี ( Influenza B ) เป็นเชื้อไวรัสที่เกิดกับระบบทางเดินหายใจพบการระบาดในช่วงฤดูหนาว ฤดูฝน สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะในผู้สูงอายุหรือในเด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี ซึ่งการติดเชื้อเริ่มจากปาก จมูก ลำคอ ลงไปยังปอดทำให้เกิดอาการระคายเคือง เช่น เจ็บคอ ไอ จาม น้ำมูกไหล ปวดเมื่อยร่างกาย อาจมีไข้ตั้งแต่ 37.5 ขึ้นไป
ไข้หวัดใหญ่มีอยู่ด้วยกัน 3 สายพันธุ์
1 .ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A (Influenza A) มีความรุนแรงและอันตรายมากที่สุด สามารถติดต่อจากสัตว์พาหะมาสู่คน และจากคนที่ติดเชื้อไปสู่คนอื่น ๆ
2. ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B (Influenza B) มีความรุนแรงน้อยกว่าสายพันธุ์ A พบการระบาดในช่วยฤดูหนาว ฤดูฝน และอากาศชื้น
3. ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ C (Influenza C) มีความรุนน้อยกว่าสารพันธุ์ A และ B มีอาการป่วยเล็กน้อยหรือไม่แสดงอาการป่วยจากการติดเชื้อทางเดินหายใจเลย
สาเหตุของการเกิดไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B
ร่างกายได้รับเชื้อโรคไข้หวัดใหญ่ผ่านการสัมผัสกับผู้ป่วยโดยตรง หรือแม้แต่สัมผัสกับสิ่งของเครื่องใช้ที่มีการปนเปื้อนของสารคัดหลั่งจากผู้ป่วยทำให้แพร่กระจายได้ง่ายและรวดเร็ว
อาการของโรค
- เป็นไข้ตัวร้อน
- เจ็บคอ
- มีเสมหะ
- คันคอ
- จาม
- ไอแห้งๆ
- ปวดศีรษะ
- คัดจมูกมีน้ำมูกไหล
- ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
หากเด็กหรือผู้สูงอายุมีอาการของโรคไข้หวัดใหญ่ต่อไปนี้ ควรไปพบแพทย์
ระยะฟักตัวของเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B
เมื่อร่างกายได้รับเชื้อไข้หวัดใหญ่ประมาณ 2 – 3 วัน จะค่อยๆแสดงอาการออกมาให้เห็นชัดขึ้นระยะเวลาการติดเชื้อมักจะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์อาการจะค่อยๆดีขึ้นเอง
การแพร่กระจาย
เชื้อโรคสามารถเข้าสู่ร่างกายได้หลายทางจมูก ปาก และการขยี้ตา ทำให้การแพร่กระจายของเชื้อไข้หวัดใหญ่จากคนหนึ่งสู่อีกคนได้ง่ายมาก จากการสัมผัสใกล้ชิดกับบุคคลที่ติดเชื้อหรือสัมผัสกับเชื้อโรคที่ปนเปื้อนจากละอองน้ำไหลขณะไอ จาม เสมหะ น้ำมูก รวมถึงการหายใจรดกัน
การวินิจฉัยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B
การสถิติพบว่าคนส่วนใหญ่จะเกิดโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ การติดเชื้ออาจทำให้เกิดโรคอื่น เช่น กระเพาะและลำไส้อักเสบ เยื่อบุตาอักเสบ โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ผื่นคันตามผิวหนัง ปอดบวม หรือระบบภูมิคุ้มกันบกพร่องจากการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์บี
ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงต่อในการเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ุB
ผู้สูงอายุหรือเด็กเล็กและผู้ที่มีภาวะแทรกซ้อน อาจมีความเสี่ยงในการติดเชื้อที่รุนแรงได้ เช่น
- ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป
- สตรีมีครรภ์
- เด็กเล็ก
- ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน
- ผู้ที่เป็นโรคหัวใจ
- ผู้ที่เป็นมะเร็ง
- ผู้ที่เป็นไซนัสติดเชื้อ
- ผู้ที่เป็นโรคปอดบวม
- ผู้ที่เป็นโรคหลอดลมอักเสบ
- ผู้ที่เป็นโรคหอบหืด
- ผู้ที่เป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง
- เด็กที่มีอาการทางระบบประสาท เช่น ความผิดปกติทางสมอง
การรักษาโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B
คนส่วนใหญ่เมื่อเป็นไข้หวัดใหญ่จะหายไปเองภายใน 2 สัปดาห์ แพทย์จะรักษาตามอาการได้แก่ ให้ยาลดไข้ ยาแก้หวัด เช็ดตัวลดไข้ในขณะที่ผู้ป่วยกำลังพักฟื้นตัวคนเป็นไข้หวัดใหญ่ ควรจะปฏิบัติตามดังนี้
- หยุดงาน หยุดเรียนอยู่บ้าน
- พักผ่อนให้เพียงพอ
- หลีกเลี่ยงการติดต่อกันคนอื่น
- ดื่มน้ำปริมาณมาก
- ใช้ยาต้านไวรัสที่แพทย์ใช้ในการรักษาไข้หวัดใหญ่ชนิด A หรือ B เมื่อได้รับยาต้านไวรัสผู้ป่วยจะมีอาการดีขึ้นได้ภายใน 2-3 วัน
วิธีการป้องกันไขหวัดใหญ่สายพันธุ์ B
ในปัจจุบันมีวัคซีนสำหรับฉีดป้องกันไวรัสที่สามารถฉีดได้ปีละครั้ง ควรล้างมือให้สะอาดด้วย 7 ขั้นตอนก่อนและหลังรับประทานอาหารหรือหยิบของเข้าปาก ห้ามขยี้ตา ใส่หน้ากากอนามัยหากอยู่ในพื้นที่แออัด บนรถสาธารณะ ทำความสะอาดมือด้วยเจลล้างมือ แอลกอฮอร์เป็นต้น
คำแนะนำ และการป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B
ทุกคนที่อายุ 6 เดือนหรือมากกว่าควรเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ทุกปี
บทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
เอกสารอ้างอิง
ไข้หวัดใหญ่ (Influenza) (ออนไลน์). สืบค้นจาก : https://www.si.mahidol.ac.th [28 มีนาคม 2563]
โรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล (ออนไลน์). สืบค้นจาก : https://www.chp.gov.hk [30 มีนาคม 2563]
What is influenza B and what does it do? (ออนไลน์). สืบค้นจาก : https://www.medicalnewstoday.com [28 มีนาคม 2563]