โบท็อกซ์ (Botox) คืออะไรกัน?

โบท็อกซ์ (Botox) คืออะไรกัน?
โบทูลินั่ม ท็อกซิน หรือ โบท็อกซ์เป็นโปรตีนที่ทำการสกัดจากแบคทีเรีย และนำมาใช้ในการศัลยกรรมเสริมความงาม

โบท็อกซ์ (Botox)

โบท็อกซ์ (Botox) ก็การศัลยกรรมเสริมความงามอีกอย่างหนึ่ง ในปัจจุบันถือเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวันของคนทั่วไป ทั้งการเสริมจมูก เสริมเต้านมและปรับโครงสร้างของใบหน้าตามความต้องการ และเชื่อว่าเมื่อกล่าวถึงการศัลยกรรมเสริมความงามทุกคนจะต้องคุ้นเคยกับคำว่า “โบทูลินั่ม ท็อกซิน” (Botulinum toxin) หรือที่เรียกสั้นว่า “โบท็อก” วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับสารตัวนี้กัน

“โบทูลินั่ม ท็อกซิน” (Botulinum toxin) เป็นชื่อทางการค้า (trade name) ของสารโบทูลินั่ม ท็อกซิน เอ (Botulinum toxin A) ซึ่งในปัจจุบันได้มีชื่ออื่นๆ ทางการค้าอีกหลายตัว แต่ว่าไม่เป็นที่นิยมและรู้จักกันในท้องตลาด

“โบทูลินั่ม ท็อกซิน” (Botulinum toxin) เป็นโปรตีนที่ทำการสกัดจากแบคทีเรีย ชื่อ คลอสตริเดียม โบทูลินั่ม (Clostridium botulinum) ซึ่งแบคทีเรียชนิดนี้จะสร้างสารที่เป็นพิษที่เรียกว่า “โบทูลิซึม” (Botulism) ที่มีพิษต่อร่างกายมนุษย์ โดยจะมีอาการหน้ามืด ปากแห้ง คลื่นไส้ วิงเวียน และอาจอันตรายถึงชีวิตถ้าได้รับในปริมาณที่สูง เนื่องจากภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรงและหายใจไม่ออก แต่ต่อมาได้มีการพัฒนาโปรตีนชนิดนี้ให้กลายมาเป็นยารักษาโรค ซึ่งคำว่า “Botulus” แปลว่า “ไส้กรอก” เพราะว่าการระบาดของสารพิษชนิดนี้พบว่ามาจากไส้กรอกเป็นครั้งแรก โดยสารพิษจะเข้าไปออกฤทธิ์กับส่วนของเส้นประสาทส่วนปลาย ด้วยการทำการยับยั้งไม่ให้เส้นประสาทส่วนปลายทำการหลั่งสารสื่อประสาท ทำให้เส้นประสาทไม่สามารถทำการสั่งงานไปยังเส้นใยประสาทได้ ซึ่งสารนี้จะออกฤทธิ์กับเส้นประสาทกล้ามเนื้อชนิด Acetycholine และต่อมเหงื่อ ส่งผลให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงและมีการหลั่งเหงื่อออกมาได้ลดลง และได้พัฒนากลไกการออกฤทธิ์เข้ามาช่วยในการรักษาอาการกล้ามเนื้อหดเกร็งที่เกิดขึ้นใน ผู้ป่วยโรคเกี่ยวกับระบบประสาท ระบบสมอง ระบบกล้ามเนื้อที่ทำให้เกิดการชักกระตุก ภาวะกล้ามเนื้อลูกตาหดตัวหรือภาวะตาเข และนายแพทย์ Dr.Alastair Carruthers ชาวแวนคูเวอร์ ในประเทศแคนนาดาได้สังเกตเห็นว่าเมื่อทำการฉีดยาโบทูลินั่ม ท็อกซินเข้าไปเพื่อรักษาโรคกล้ามเนื้อรอบตาที่เกิดอาการหดเกร็ง แล้วริ้วรอยที่มีอยู่ระหว่างคิ้วจางลง จึงได้มีการทดลองนำยาชนิดนี้มาฉีดเข้าสู่บริเวณที่มีริ้วรอยเหี่ยวย่นที่มีอยู่บนใบหน้า พบว่าริ้วรอยที่มีเกิดขึ้นบางส่วนหายไปและบางส่วนจางลงอย่างเห็นได้ชัดเจน ส่งผลให้ผิวหน้าแลอ่อนเยาว์ และได้นำยาชนิดนี้เข้ามาใช้ในการริ้วรอยเหี่ยวย่นที่บริเวณคิ้ว หน้าผาก บริเวณหางตา ต่อมาได้นำมาใช้ในการศัลยกรรมเสริมความงามจนเป็นอันดับหนึ่งที่มีคนนิยมใช้กันมากในปัจจุบัน

ต่อมาได้บริษัทผู้ผลิตยาได้ทำการผลิตและตั้งชื่อทางการค้าของโบทูลินั่ม ท็อกซิน (Botulinum toxin) ว่าBOTOX, DYSPORT, NEURONOX, BOTULAX, MEDITOX เพื่อที่จะได้จดจำได้ง่าย กว่าการเรียกชื่อทางวิทยาศาสตร์หรือชื่อทางการแพทย์ (Generic name) ที่รู้จักเฉพาะในกลุ่มของผู้เชี่ยวชาญอย่างแพทย์ พยาบาลหรือเภสัชกรเท่านั้น แต่ที่คนไทยรู้จักในชื่อของโบท็อกซ์ (BOTOX) เพราะว่าเป็นยี่ห้อแรกที่เป็นที่นำมาจำหน่ายในท้องตลาดก่อนยี่ห้ออื่นนั่นเอง และแต่ละยี่ห้อที่นำออกมาจำหน่ายก็มีการใส่ปริมาณสารหรือคุณสมบัติพิเศษที่แตกต่างกันออกไปเพื่อทำการตลาดให้กับโบทูลินั่ม ท็อกซิน (Botulinum toxin) ของตนเอง ดังนั้นก่อนที่จะเลือกใช้โบทูลินั่ม ท็อกซิน (Botulinum toxin) ของบริษัทใด ผู้ใช้ก็ควรทำการศึกษาคุณสมบัติและองค์ประกอบให้ดีเสียก่อน อย่าคิดว่าของที่มีราคาแพงจะเป็นสินค้าที่มีคุณภาพทั้งหมด เพราะสินค้าบางอย่างราคาปานกลางแต่คุณภาพอาจจะดีกว่าสินค้าที่มีราคาสูงก็เป็นได้

การใช้โบทูลินั่ม ท็อกซิน (Botulinum toxin) สามารถช่วยในการเสริมความงาม

1.การใช้โบทูลินั่ม ท็อกซินเพื่อลดริ้วรอยย่นบนใบหน้า

โบทูลินั่ม ท็อกซิน สามารถช่วยในการลดริ้วรอยเหี่ยวย่นที่เกิดขึ้นที่บริเวณใบหน้า ไม่ว่าจะเป็นรอยตีนกา ริ้วรอยใต้ตา รอยที่บริเวณหน้าผาก หรือการลดการหย่อนคล้อยของผิวหนังส่วนอื่น โดยเมื่อทำการฉีดโบทูลินั่ม ท็อกซินเข้าสู่บริเวณที่ต้องการลดเลือนริ้วรอยหรือรอยเหี่ยวย่น โบทูลินั่ม ท็อกซินจะเข้าไปทำให้กล้ามเนื้อเกิดการคลายตัว ทำให้ริ้วรอยที่เกิดขึ้นหายไป ดังนั้นเมื่อทำการฉีดยาในปริมาณและตำแหน่งที่เหมาะสมแล้วก็จะสามารถทำให้ริ้วรอยจางลงอย่างเห็นได้ชัด จึงนับได้ว่าความเชี่ยวชาญและประสบการของแพทย์ที่ทำการฉีดสารเข้าสู่ร่างกายมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะถ้าฉีดในตำแหน่งที่เหมาะสมจะช่วยลดเลือนริ้วรอยอย่างได้ผล แต่ถ้าฉีดในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม จะทำให้ริ้วรอยหายไปได้น้อยและอาจอาการแทรกซ้อน เช่น คิ้วตก คอห้อย มุมปากเบี้ยว เป็นต้น ซึ่งตำแหน่งที่นิยมทำการฉีดโบทูลินั่ม ท็อกซินเพื่อทำการรักษาริ้วรอย ได้แก่ รอยตีนกา ร่องระหว่างคิ้ว รอยย่นที่บริเวณหน้าผาก ไม่ว่าจะเป็นรอยลึกหรือรอยตีนการฉีดสารชนิดนี้ก็สามารถลดริ้วรอยได้ หลังจากการฉีดโบทูลินั่ม ท็อกซินเพียงแค่ 1 สัปดาห์ริ้วรอยที่ต้องการลบเลือนก็จะหายไป ซึ่งความเรียบเนียนของผิวหน้าจะคงอยู่ประมาณ 3-6 เดือนหลังจากการฉีด ทั้งนี้จะการกลับคืนของริ้วรอยจะเร็วหรือช้า จะขึ้นอยู่กับการแสดงสีหน้า อารมณ์ด้วย ถ้ามีการแสดงอารมณ์และสีหน้ามาก ริ้วรอยก็จะกลับมาเร็ว แต่ถ้ามีการแสดงสีหน้าและอารมณ์ไม่มาก ริ้วรอยที่เกิดขึ้นก็จะกลับมาช้านั่นเอง

2.การใช้โบทูลินั่ม ท็อกซินเพื่อทำการปรับรูปทรงของใบหน้าหรือรูปทรงของอวัยวะบนร่างกาย
ซึ่งสามารถแบ่งการปรับรูปร่างและรูปทรงได้เป็น 2 แบบ คือ

2.1 การปรับปรุงรูปทรงของใบหน้า
โบทูลินั่ม ท็อกซิน สามารถช่วยลดขนาดหรือเนื้อส่วนเกินของกล้ามเนื้อบนใบหน้า นั่นคือ สามารถเปลี่ยนรูปทรงของใบหน้าที่มีลักษณะอวบอิ่ม กลมโต ให้กลายเป็นใบหน้ารูปทรงตัววี (V-shape) หรือทรงตัวยู (U-shape) ที่เป็นรูปทรงใบหน้ายอดนิยมของคนไทยในปัจจุบันตามาดรา นักร้องเกาหลี การที่จะมีใบหน้ารูปทรงทั้งสองแบบได้ ขึ้นอยู่กับลักษณะที่สำคัญ 2 ส่วนด้วยกัน คือ ลักษณะของขากรรไกรและลักษณะของกล้ามเนื้อที่บริเวณมุมกราม ลักษณะของทั้ง 2 ส่วนจะเป็นตัวกำหนดรูปร่างของใบหน้า ถ้าขากรรไกรมีมีขนาดที่ใหญ่และกาง ร่วมกับปริมาณกล้ามเนื้อบริเวณมุมกรามที่มีความหนาจะส่งผลให้ใบหน้าใหญ่ กลม ซึ่งลักษณะที่ได้ส่วนมากจะมีการถ่ายทอดทางพันธุกรรม ลักษณะทางเชื้อชาติ หรืออุปนิสัยในการับประทานอาหารที่ต้องใช้การเคี้ยวที่นาน ส่งผลให้ร่างกายมีการปรับขนาดของกระดูกขากรรไกรและกล้ามเนื้อให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ดังนั้นการผ่าตัดเพื่อลดขนาดของกระดูกขากรรไกรและปริมาณกล้ามเนื้อจะสามารถช่วยสร้างใบหน้าที่มีลักษณะเล็กลงเป็นรูปตัววีได้ และการสร้างในหน้ารูปตัววีจะได้ผลดีมักจะใช้ร่วมกับการฉีดสารโบทูลินั่ม ท็อกซิน เพราะโบทูลินั่ม ท็อกซินจะช่วยกระชับกล้ามเนื้อที่บริเวณคางให้มีขนาดที่เล็กลง

เนื่องจากสารนี้จะเข้าไปยังบริเวณที่กล้ามเนื้อมุมกรามในส่วนที่โป่งนูน ที่ทำให้ใบหน้ามีลักษณะเป็นเหลี่ยม สารจะทำการยับยั้งการทำงานของกล้ามเนื้อที่จุดนี้ เมื่อกล้ามเนื้อหยุดการทำงานกล้ามเนื้อก็จะมีขนาดที่เล็กลงใบหน้าจึงมีลักษณะเป็นเหลี่ยมลดลง ใบหน้าจึงมีลักษณะเป็นรูปทรงตัววีมากขึ้นนั่นเอง โดยที่ไม่กระทบต่อการบดเคี้ยวในชีวิตประจำวัน
การฉีดเพื่อลดขนาดกล้ามเนื้อที่บริเวณมุมกล้ามนี้จะต้องใช้ความระมัดระวังในการฉีดที่คอนข้างสูง เพราะหากว่าทำการฉีดไม่ถูกตำแหน่งหรือตำแหน่งทั้งสองข้างไม่สมมาตรกัน หรือแม้แต่การให้ยาในปริมาณที่ไม่เหมาะสมทำให้กล้ามเนื้อหดตัวในปริมาณที่ไม่เท่ากัน จะส่งผลให้ลักษณะของใบหน้าที่เกิดขึ้นมีการบิดเบี้ยว หรือถ้าทำการฉีดยาในปริมาณที่สูงและลึกมาเกินไปอาจจะส่งผลต่อการบดเคี้ยว และอาจส่งผลให้เกิดอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงเกิดขึ้นได้ ถึงแม้ว่าอาการดังกล่าวจะคงอยู่เพียงแค่ชั่วคราวแต่ก็สามารถสร้างผลกระทบต่อการดำรงชีวิตได้

2.2 การใช้โบทูลินั่ม ท็อกซินเพื่อช่วยลดขนาดของน่อง
อวัยวะของร่างกายบางส่วนจะมีขนาดที่ใหญ่ไม่เป็นที่ต้องการ โดยเฉพาะส่วนของน่องที่เมื่อมีขนาดใหญ่จะส่งผลให้ขาแลดูหนาและเตี้ยไม่สวยงาม ต่างจากน่องที่มีลักษณะเล็กเรียวจะทำให้รูปร่างดูสูงและเพรียวมากขึ้น ซึ่งการฉีดโบทูลินั่ม ท็อกซินสามารถช่วยลดขนาดของน่องได้ โดยโบทูลินั่ม ท็อกซินจะเข้าไปทำให้กล้ามเนื้อมีขนาดที่ลดลงแต่ไม่ส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการเดิน การวิ่ง ต่างจากการผ่าตัดเพื่อลดขนาดของน่องที่อาจสร้างผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวของร่างกายได้ เมื่อทำการฉีดสารนี้เข้าไปยังบริเวณกล้ามเนื้อของน่องที่มีลักษณะปูดหรือนูนออกมามากจนทำให้น่องมีลักษณะใหญ่ โบทูลินั่ม ท็อกซินจะเข้าไปยับยั้งการทำงานของกล้ามเนื้อที่บริเวณดังกล่าว ทำให้กล้ามเนื้อดังกล่าวมีขนาดที่เล็กลง หลังจากทำการฉีดสารเข้าไปประมาณ 1-2 เดือน กล้ามเนื้อจะมีขนาดที่เล็กลงอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้ขนาดของน่องเล็กลงตามขนาดของกล้ามเนื้อที่ลดลง จากน่องใหญ่จึงกลายมาเป็นน่องเล็กเรียวตามต้องการ

โบทูลินั่ม ท็อกซิน หรือ โบท็อกซ์ เป็นโปรตีนที่ทำการสกัดจากแบคทีเรียที่ได้รับความนิยมนำมาใช้ในการศัลยกรรมเสริมความงามในปัจจุบัน

ข้อจำกัดในการฉีดเพื่อลดขนาดของน่อง

1.ฉีดได้เฉพาะบางส่วนเท่านั้น ไม่สามารถทำการฉีดได้ตลอดทั้งขา เพราะโดยโบทูลินั่ม ท็อกซินจะเข้าไปยับยั้งการทำงานของกล้ามเนื้อที่บริเวณดังกล่าว จึงส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของร่างกาย

2.ผลของโดยโบทูลินั่ม ท็อกซินจะไม่คงอยู่ตลอดชีวิต แต่ผลของยาจะสามารถคงอยู่ได้ประมาณ 3-4 เดือนเท่านั้น ขนาดของน่องจะกลับเข้าสู่ขนาดเดิมก่อนที่ทำการฉีดสารเข้าไป ดังนั้นการรักษาขนาดของน่องให้เรียวเล็กจำเป็นต้องทำการฉีดสารโดยโบทูลินั่ม ท็อกซินอย่างต่อเนื่อง

การฉีดสารจะต้องฉีดด้วยแพทย์ผู้ชำนาญและมีประสบการณ์เพื่อที่น่องทั้งสองข้างจะได้มีขนาดเท่ากันทั้งสองข้าง และลักษณะของน่องสามารถสร้างเรียวขาที่เรียวสมดุลกัน ไม่มีรูปร่างที่บิดเบี้ยว ในการฉีดอาจเกิดอาการแทรกซ้อนได้ เช่น อาการกล้ามเนื้อขาอ่อนแรง กล้ามเนื้ออ่อนล้าได้ง่าย แต่อาการดังกล่าวจะหายไปเมื่อผลของโดยโบทูลินั่ม ท็อกซินหมดไป

3.การใช้โบทูลินั่ม ท็อกซินเพื่อช่วยลดปริมาณเหงื่อที่หลั่งออกมาเฉพาะที่ ปัญหาเหงื่ออกมากเป็นปัญหาที่ส่งผลต่อความมั่นใจของใครหลายคน ภาวะเหงื่อที่ออกมากผิดปกติ โดยเฉพาะอาการเหงื่อออกเฉพาะที่ (Hyperhidrosis) มีสาเหตุมาจาการทำงานที่มากผิดปกติ ส่งผลให้ร่างกานมีการสร้างเหงื่อออกมามาก ซึ่งโบทูลินั่ม ท็อกซิน สามารถช่วยลดปริมาณเหงื่อที่ร่างกายหลั่งออกมาตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ เช่น ใต้รักแร้ ฝ่ามือ เป็นต้น แม้จะทาโรลออนระงับกลิ่นกายหรือแป้งเพื่อลดปริมาณและกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์จากเหงื่อ ซึ่งการฉีดโบทูลินั่ม ท็อกซินจะสามารถช่วยลดปริมาณเหงื่อให้มีปริมาณน้อยลงได้ สารโบทูลินั่ม ท็อกซินจะเข้าไปยับยั้งการทำงานของต่อมเหงื่อ โดยจะเข้าไปยับยั้งการหลั่งสารสื่อประสาทของเส้นใยประสาทที่ทำหน้าที่ในการสั่งงานให้ต่อมเหงื่อทำการหลั่งเหงื่อออกมา ซึ่งการฉีดโบทูลินั่ม ท็อกซินเพียงครั้งเดียวจะสามารถยังยั้งการทำงานของต่อมเหงื่อได้ประมาณ 1 ปี ถึงแม้ว่าจะสามารถรักษาอาการเหงื่อออกมากได้ แต่ว่าการฉีดโบทูลินั่ม ท็อกซินจะทำให้เกิดอาการห้อเลือด มีรอยเข็ม และถ้าทำการฉีดเข้าไปในกล้ามเนื้อที่ลึกเกินไปจะทำให้กล้ามเนื้อเกิดอาการกล้ามเนื้อที่บริเวณฝามือหรือรักแร้มีอาการอ่อนแรงได้

ทั้ง 3 หัวข้อนี้เป็นหน้าที่และความสามารถของสารโบทูลินั่ม ท็อกซิน (Botulinum toxin) ที่ใช้ในการเสริมความงาม เพื่อช่วยสร้างรูปร่างที่สมส่วนให้กับร่างกายได้ ซึ่งความสามารถที่นอกเหนือจากนี้จะเป็นเพียงเล็กน้อยเท่านั้นหรือบางครั้งอาจจะไม่เกิดขึ้นเลยก็เป็นได้ ดังนั้นก่อนที่จะตัดสินใจเสริมความงามด้วยการใช้สารชนิดนี้ควรพิจาณาด้วยเหตุและผลอย่างหลงเชื่อคำโฆษณาเพียงอย่างเดียว และควรพิจารณาเลือกแพทย์ที่มีประสบการณ์เพื่อป้องกันอาการแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นกับร่างกายได้ แม้ว่าอาการดังกล่าวจะอยู่เพียงชั่วระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น

จะเห็นว่าสารโบทูลินั่ม ท็อกซินที่นอกจากจะสามารถช่วยรักษาโรคกล้ามเนื้อหดเกร็งได้แล้ว ยังสามารถช่วยสร้างความงามให้กับใบหน้าและเรือนร่างได้ ปัจจุบันพบว่าการนำสารชนิดนี้มาใช้ในการเสริมความงามเป็นที่นิยมกันมากเป็นอันดับต้น ๆ เพราะวิธีการใช้ที่ง่ายและสามารถสร้างความงามอย่างได้ผล

การศัลยกรรมสร้างความงามสามารถความมั่นใจให้กับตนเอง สามารถช่วยเปิดโอกาสทางด้านสังคมและการงานได้ แต่การศัลยกรรมที่ดีผู้ที่เข้ารับการศัลยกรรม ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัด การฉีดสารเข้าสู่ร่างกาย ควรจะต้องทำการศึกษาหาข้อมูลก่อนที่จะตัดสินใจทำการศัลยกรรม เพื่อที่จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของผู้ที่หวังเพียงผลประโยชน์โดยไม่คำนึงถึงผลเสียที่อาจเกิดขึ้นกับผู้เข้ารับการผ่าตัด และควรที่จะเลือกแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ในการฉีดโบทูลินั่ม ท็อกซิน เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอาการข้างเคียง แล้วการฉีดโบทูลินั่ม ท็อกซินจะสามารถสร้างชีวิตที่ดีขึ้นได้อย่างที่ใจต้องการ

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

เอกสารอ้างอิง

“FDA Approves Botox to Treat Chronic Migraines”. WebMD. Retrieved 12 May 2017.
Small R (August 2014). “Botulinum toxin injection for facial wrinkles”. American Family Physician. 90 (3): 168–75. PMID 25077722.

Eisenach JH, Atkinson JL, Fealey RD (May 2005). “Hyperhidrosis: evolving therapies for a well-established phenomenon”. Mayo Clinic Proceedings. 80 (5): 657–66. doi:10.4065/80.5.657. PMID 15887434.