ผิวเรียบเนียนด้วยเมคอัพเบส

ผิวเรียบเนียนด้วยเมคอัพเบส
เมคอัพเบส ทำหน้าที่คล้ายผิวชั้นที่สองที่ช่วยปรับ แก้ไข และอำพรางจุดบกพร่องของผิวจริงทั้งจุดด่างดำ ริ้วรอย และสีผิวไม่สม่ำเสมอ

เมคอัพเบส

มักพบปัญหาผิวทั้งเล็กและใหญ่อย่างรอยคล้ำรอบดวงตา จุดด่างดำ ความมันบนใบหน้า รูขุมขน และเซลล์ผิวที่ตายแล้ว นั้นไม่ใช่ปัญหาที่เกิดกับคุณแค่คนเดียว คนบันเทิงสวยหล่อต่างกังวลเรื่องนี้เหมือนกัน การแต่งหน้าแบบบางๆ ลงบีบีครีมแล้วตบแป้งตามก็ไม่ช่วยทำให้ดูสดใสอย่างที่คิด ในทางกลับกันผิวที่เนียนและใสกระจ่างด้วย เมคอัพเบส ที่มีคุณภาพจะช่วยเผยภาพลักษณ์ที่ดูสดใสและดูอ่อนกว่าวัย ถึงแม้จะไม่ค่อยมีเทคนิคในการแต่งหน้า แต่ก็ทำให้ดูเหมือนกับว่าแต่งหน้าเก่งได้

ความรู้สึกอึดอัดผิวนั้นค่อนข้างจะเป็นเรื่องทางจิตวิทยา ผลิตภัณฑ์ เมคอัพเบส ที่วางจำหน่ายเมื่อไม่นานมานี้บอกว่า ทาแล้วเบาบางเหมือนขนนกและนุ่มลื่นเหมือนเส้นไหม เปรียบเสมือนการเคลือบผิวชั้นที่ 2 และช่วยขจัดความกังวลว่าแต่งหน้าหนาจนเกินไป หากเป็นมือใหม่เลือกทินต์มอยเจอไรเซอร์ หรือประเภทลิควิดที่มีเนื้อบางเบา และลองใช้รองพื้นให้ชินก่อน แล้วค่อยลองแต่งหน้าจริง

สิ่งที่ขาดไม่ได้ที่จะช่วยให้โชว์ผิวที่เปล่งประกายงดงาม

1.ครีมกันแดด
เป็นไอเท็มที่ต้องทาตลอด 365 วัน ถ้าใช้ชนิดที่ผสมกับ เมคอัพเบส ก็จะสะดวกขึ้น

2.น้ำแร่ (มิสต์)
ป้องกันไม่ให้ผิวแห้งระหว่างวัน และช่วยให้เครื่องสำอางติดทนนาน

3.รองพื้น
ช่วยให้สีผิวดูสม่ำเสมอ และควรต้องเปลี่ยนสีและเนื้อรองพื้นตามฤดูกาลและสภาพผิว

4.เมคอัพเบส
ทำให้รองพื้นติดทน และทำให้ผิววาวฉ่ำ ควรเลือกเมคอัพที่โปร่งใส ถ้าเป็นไปได้ควรเลือกเมคอัพเบสชนิดที่มีเม็ดสีน้อยที่สุด ส่วนผิวที่มีตำหนิเยอะ หรือสีผิวไม่สม่ำเสมอให้เลือกชนิดที่ผสมมุกเล็กน้อย

5.คอนซีลเลอร์
ใช้ปกปิดปัญหาผิวและช่วยเน้นโครงหน้าได้ การเลือกคอนซีลเลอร์สีเดียวกับสีผิวหรือสว่างกว่าสีผิว 1 เบอร์จะดีที่สุด และต้องเตรียมคอนซีลเลอร์ประเภท moisturizer และประเภทครีมหรือแบบแท่งไว้อย่างละ 1 ชิ้นอยู่เสมอ โดยเลือกสีคอนซีลเลอร์ตามบริเวณที่จะปกปิด

6.แป้งฝุ่น
เป็นสิ่งที่ใช้ขั้นตอนสุดท้ายในการแต่งหน้า เพื่อให้ใบหน้าดูสะอาดสะอ้าน

เวลาลง เมคอัพเบส ในแต่ละขั้นตอนควรพยายามทำให้ผิวซึมซับเครื่องสำอางเหล่านั้นให้ได้มากที่สุดแล้วจึงแต่งขั้นตอนต่อไปทั้งนี้การใช้เครื่องสำอางคุณภาพดีก็เป็นสิ่งสำคัญ

วิธีเลือกเมคอัพเบส

หน้าที่พื้นฐานของ เมคอัพเบส คือ ปรับโทนสีผิวเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของรองพื้น มีผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติหลายประการออกมาวางขายมากมายการสังเกตฉลาดจะช่วยให้เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพได้

1.ผิวของเราต้องใช้เคลียร์เบสถึงจะดีที่สุด
ผิวสีแดงต้องใช้เบสสีเขียว ผิวซีดต้องใช้เบสสีชมพู รอยคล้ำใต้ดวงตาต้องใช้เบสสีเหลือง สำหรับผิวที่ไม่สม่ำเสมอและมีตำหนิมากควรใช้เบสสีเนื้อประกายมุก แต่โดยทั่วไปแล้วใช้เคลียร์เบสจะดีกว่าเพื่อตัดความกังวลเรื่องสีผิวและสีเบสไม่เข้ากัน

2.เมคอัพเบสที่ทำให้ใบหน้าดูวาวฉ่ำ (Shimmer, Brightening, Glow)
เป็นผลิตภัณฑ์มีมุกผสมอยู่เล็กน้อย ช่วยทำให้ผิวขรุขระดูเรียบเนียนขึ้นได้ และปรับสภาพผิวที่หมองคล้ำให้ดูเปล่งประกาย อีกทั้งยังช่วยกระจายแสงได้อย่างยอดเยี่ยม

3.เมคอัพเบสที่รักษาความชุ่มชื้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ (Treatment, Moisturizer)
เป็นผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มหน้าที่ในการบำรุงผิวเข้าไปด้วย ทำให้ผิวมีความชุ่มชื้นขึ้น ในขณะเดียวกันก็ทำให้ผิวเรียบเนียนสม่ำเสมอ เวลาแต่งหน้าจึงทำให้แต่งได้สวยและติดทนนานขึ้น

4.เมคอัพเบสที่ปกป้องผิวจากรังสียูวี (SPF 40, PA+++)
เป็นเมคอัพเบสที่ทำหน้าที่ปรับสภาพผิวและป้องกันผิวจากรังสียูวีได้ในเวลาเดียวกัน ทำให้เมคอัพบางเบาและแต่งหน้าได้ง่ายขึ้น

เลือกรองพื้นที่เข้ากับตัวเอง

เมื่อเทียบกับรองพื้นสมัยก่อนแล้วรองพื้นสมัยนี้นอกจากจะมีให้เลือกมากมาย ยังมีประสิทธิภาพขึ้นมาก ทั้งสัมผัสนุ่มและบางเบา มีหน้าที่หลากหลายและปกปิดได้ยอดเยี่ยม สิ่งที่สำคัญคือต้องหมั่นตรวจสอบสภาพผิวและเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา ตามสภาพอากาศด้วย

1.รองพื้นแบบแป้งอัดแข็ง มีความชุ่มชื้น ในขณะเดียวกันก็แห้งสบายเหมือนทาแป้ง เวลาใช้รองพื้นชนิดนี้จึงไม่ต้องใช้แป้งอีกก็ได้ ช่วยแก้ไขการแต่งหน้าที่ผิดพลาดได้อย่างรวดเร็วและไม่ยุ่งยาก

2.รองพื้นแบบลิควิด เป็นเนื้อเหลวซึ่งให้สัมผัสที่บางเบา ใช้ได้ดีเมื่อต้องการเผยผิวใส แต่ไม่ค่อยปกปิดปัญหาผิว แนะนำให้ใช้เวลาแต่งหน้าแบบเบาเบาๆที่ต้องการปรับโทนผิวให้ดูสม่ำเสมอ

3.ทินต์มอยส์เจอไรเซอร์ ทาแล้วให้ความรู้สึกบางเบาและโปร่งใสเหมือนโลชั่น เป็นเทรนที่ใช้ในการแต่งหน้าแบบใสๆ และได้รับความนิยมมากที่สุดในการแต่งหน้าแบบเผยโทนผิวธรรมชาติในช่วงฤดูใบไม้ผลิต หรือฤดูร้อน

4.รองพื้นแบบแท่ง ช่วยให้เครื่องสำอางติดทนนานและยังพกพาสะดวก เหมาะแก่การใช้งานสำหรับทำกิจกรรมกลางแจ้งหรือออกกำลังกาย

5.รองพื้นแบบครีม เป็นเนื้อครีมที่มีความเข้มข้นจึงช่วยรักษาความชุ่มชื้นได้อย่างดี ปกปิดได้ยอดเยี่ยม เหมาะสำหรับผิวแห้งหรือผิวที่มีปัญหากระหรือริ้วรอย

เลือกรองพื้นให้ได้สีเดียวกับผิว

การเลือกสีรองพื้นเป็นเรื่องที่ต้องพิถีพิถันขนาดที่ต้องใช้เวลาเลือกนานจนทำให้รู้สึกรำคาญ แนะนำให้ไปร้านเครื่องสำอางโดยไม่แต่งหน้า แล้วทดลองใช้รองพื้นสีใกล้เคียงกับใบหน้าให้หมด แทนที่จะลองใช้ทีละชิ้นแล้วลบออกเป็นรองทุกชิ้นในเวลาเดียวกันแล้วเปรียบเทียบดูจะดีกว่า ถ้าเลือกรองพื้นตอนที่แต่งหน้าอยู่ให้ลองทารองพื้นบริเวณคอแทนใบหน้า รองพื้นเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำให้สภาพผิวดูดีขึ้น ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผิว รองพื้นที่สมบูรณ์แบบคือรองพื้นสีเดียวกับผิวเรา แต่ถ้าอย่างลองเปลี่ยนสีผิวดูให้เลือกรองพื้นโทนสีต่างจากสีผิวเดิม 1 โทนแล้วเกลี่ยให้ดูแนบเนียน

5 เทคนิคเพื่อไม่ให้หน้าบวมในยามเช้า

1.ถ้าตาบวมปูด มาสคาร่าช่วยได้ ให้ทาอายแชโดว์สีธรรมชาติทั่วเปลือกตา แล้วดัดขนตาให้โค้งงอนขึ้น หลังจากนั้นก็ปัดมาสคาร่าโดยเน้นที่โคนขนตา จะช่วยให้ใบหน้าดูบวมน้อยลง

2.การยืดเส้นยืดสายจะช่วยให้เลือดหมุนเวียนดีขึ้น เวลาที่ใช้สกินแคร์ให้กดจุดใต้คาง โหนกคิ้ว และขมับ เพื่อช่วยลดบวม

3.ใช้รองพื้นแบบเหลวที่สีเข้มกว่าสีปกติที่ใช้ 1 เบอร์ แล้วใช้อายแชโดว์ที่ไม่มีประกายมุกทาบริเวณขอบตา จะช่วยให้ใบหน้าดูบวมน้อยลง

4.ถ้ากินอาหารเค็มในตอนเย็นวันรุ่งขึ้นใบหน้าอาจบวมๆ ในกรณีนี้ให้ลองดื่มนมอุ่นๆ 1 แก้ว จะช่วยปรับปริมาณเกลือในร่างกายให้สมดุลได้

5.ใส่น้ำแข็ง 3-4 ก้อนลงในน้ำเย็นแล้วใช้ล้างหน้า ขัดนวดใบหน้าแล้วตบหน้าเบาๆเพื่อกระตุ้นเรียกความมีชีวิตชีวาบนใบหน้า

เมคอัพเบสคือ ปรับโทนสีผิวเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของรองพื้น และทำให้การแต่งหน้าติดทนนาน

การทำรองพื้นที่เราต้องการใช้แบบต่างๆด้วยตนเอง

เราทำรองพื้นแบบที่เราต้องการได้ด้วยการผสมผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ สำหรับรองพื้นที่ให้ความรู้สึกหนักๆผสมเมคอัพเบสหรือครีมที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์ลงไปในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อปรับความหนาของเนื้อรองพื้นก็ใช้ได้แล้ว ถ้าไม่มีสีที่ต้องการให้ผสมรองพื้น 2 สีขึ้นไปเพื่อทำรองพื้นสีที่ต้องการก็ได้

1.รองพื้น + ครีมมอยส์เจอไรเซอร์
ลองใช้ในเวลาที่ต้องการรักษาความชุ่มชื้นของผิวไว้นานๆ ผสมรองพื้นกับครีมมอยส์เจอไรเซอร์ในอัตราส่วน 2:1 ถ้าอยากทาได้เรียบเนียนไม่เป็นก้อน ให้เลือกครีมมอยส์เจอไรเซอร์ที่บางเบาและชุ่มชื้นเหมือนครีมสดแทนครีมมอยส์เจอไรเซอร์เนื้อหนา

2.รองพื้น + เฟซออยล์
ผสมรองพื้นชนิดครีมกับเฟซออยล์ในอัตราส่วน 7:3 เบาเบาๆในทิศทางจากบริเวณปีกจมูกออกมายังด้านนอกของใบหน้า เฟซออยล์จึงมีประสิทธิภาพในการรักษาความชุ่มชื้นผิวจะช่วยกำจัดเซลล์ผิวหนังที่เสื่อมสภาพ ทำให้ผิวชุ่มชื้นขึ้น

3.รองพื้น + เมคอัพเบส
วิธีแต่งหน้าอย่างรวดเร็ว ผสมเมคอัพเบสกับรองพื้นในอัตราส่วน 2:1 ถ้าใช้ในยามเช้าที่เร่งรีบจะช่วยให้ผิวดูใสขึ้นและลดเวลาแต่งหน้าลงครึ่งหนึ่ง

4.รองพื้น + รองพื้น
ในฤดูร้อนถ้าผิวคล้ำลงเป็นสีแทน ให้ใช้รองพื้นที่สีเข้มกว่าสีผิวตัวเอง 1 หรือ 2 เบอร์ ผสมกับรองพื้นที่เข้ากับผิวตัวเอง ฤดูใบไม้ร่วงหรือฤดูหนาว ผสมรองพื้นสีค่อนข้างสว่างลงในรองพื้นที่คุณใช้ในฤดูนี้ จะช่วยให้ผิวดูสดใสขึ้น

5.รองพื้น + ครีมชิมเมอร์
ใช้ปกปิดตำหนิบนผิวได้อย่างเป็นธรรมชาติแบบไร้ที่ติ ทารองพื้นที่ผสมกับครีมชิมเมอร์ในอัตราส่วน 7:3 ผิวจะมีประกายมุกในปริมาณพอเหมาะ จึงจะช่วยพรางตาทำให้ผิวดูเรียบเนียนและสม่ำเสมอเป็นอย่างมาก ถ้าอยากเน้นส่วนไหนให้ดูระยิบระยับเป็นพิเศษก็ทาครีมชิมเมอร์บริเวณนั้นเพิ่มบางๆ

การทารองพื้นให้เรียบเนียนราวเครื่องเคลือบ

เวลาพูดถึงผิวที่สมบูรณ์แบบ คนเกาหลีมักจะพูดว่า ผิวเครื่องเคลือบ ซึ่งหมายถึงผิวที่มองไม่เห็นตำหนิและรูขุมขน ผิวที่เปล่งประกายอย่างอ่อนโยนและเรียบเนียนอย่างมีระดับ ผิวที่สาวๆทุกคนวาดฝันไว้ ถ้าอยากมีผิวเครื่องเคลือบอย่างนี้ ถึงจะเป็นเมคอัพอาร์ติสท์ที่มีความสามารถแค่ไหน ก็ต้องใช้ทั้งเวลาและความพยายามในการลง เมคอัพเบส ดังนั้นว่าหยุดความคิดที่จะหาทางลัด แล้วมาลองลงรองพื้นอย่างพิถีพิถันและใส่ใจเหมือนช่างฝีมือปั้นเครื่องเคลือบกันดู

1.ทดสอบสี
หาสีที่เข้ากับผิว สีผิวมีการเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูและสภาพผิว จึงต้องหมั่นทดสอบบ่อยๆ

2.แบงค์ลงมือในบริเวณที่พอเหมาะ
แบ่งรองพื้นลงบนฝ่ามือด้านในบปริมาณเท่าเม็ดถั่วเขียว คือแบ่งปริมาณน้อยน้อยไว้ก่อน การแบ่งไว้บนมืออย่างนี้ อุณหภูมิของร่างกายจะทำให้รองพื้นอุ่นขึ้น

3.ถ้าบริเวณที่มีพื้นที่มากๆ
แก้มทั้งสองข้างและหน้าผาก ทาให้ทั่วตั้งแต่รอบจมูกลงมาจนถึงคาง ทาโดยใช้นิ้วนวดเป็นจังหวะ ลักษณะของผิว

4.ทาให้ทั่วบริเวณที่แคบแคบ
เปลือกตา ร่องจมูก รอบริมฝีปาก ยิ้มมุมปากห้ามลืมเป็นอันขาด

5.นวดเบาๆ
นวดคลึงเบาเบาพอประมาณจนรองพื้นซึมซาบเข้าสู่ผิวอย่างทั่วถึง

6.ปิดท้ายด้วยคอนซีลเลอร์
สำหรับบริเวณที่ยังไม่น่าพอใจ เพราะรองพื้นปกปิดได้ไม่เพียงพอนั้น ให้ปกปิดด้วยการใช้คอนซีลเลอร์แต้มเป็นจุดๆ

การใช้แปรงทารองพื้น

แปรงรองพื้นกำลังเป็นที่นิยม แต่น้อยคนนักที่จะใช้แปลงได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม แม้จะใช้มือลงรองพื้นได้อย่างคล่องแคล่วแต่เวลาที่อยากโชว์ผิวที่แวววาวและเปล่งประกายอย่างอ่อนโยนอีกทั้งยังรักษาความชุ่มชื้นไว้ได้ก็ควรจะใช้แปรงโดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่ต้องการปกปิดรอยร่องจมูกและบริเวณที่มีตำหนิแปลงจะมีประโยชน์มากๆเวลาต้องใช้ปกปิดรูขุมขนและเติมเต็มร่องริ้วรอย

เทคนิคการใช้แปรง
ควรผ่อนแรงมือที่ใช้จับแปลง สิ่งสำคัญอยู่ที่การปัดแปรงจากบริเวณกลางใบหน้าออกมาด้านนอกตามทิศทางของผิว เวลาที่ใช้รองพื้นชนิดครีม ต้องใช้แปรงเบลนด์ให้เนื้อรองพื้นซึมเข้าไปในขนแปรงก่อน ไม่ใช่ใช้แปรงแต้มรองพื้นแล้วทับบนใบหน้าเลย สำหรับใบหน้าที่มีขนอ่อนๆเยอะ การใช้แปรงทารองพื้นจะช่วยให้ทาได้ละเอียดทั่วถึงกว่าการใช้มือทา เพราะเนื้อรองพื้นจะแทรกซึมไปยังขนแปรงอย่างทั่วถึง หลังจากทารองพื้นด้วยแปรงแล้วใช้มือทั้งสองทำท่าปิดหน้าแล้วใช้ฝ่ามือกดทับลงไปเบาๆจะยิ่งทำให้ผิวเรียบเนียนขึ้น
บริเวณที่มีสิวหรือตำหนิที่เห็นได้ชัดเจน ให้ใช้ฟองน้ำลงรองพื้นอีกครั้งหนึ่งจะช่วยปกปิดและให้ความรู้สึกชุ่มชื้นได้

เคล็ดลับการใช้คอนซีลเลอร์ของผู้เชี่ยวชาญด้านการแต่งหน้า

คำว่าใช้คอนซิลเลอร์เป็นกับคำว่าใช้ไม่เป็นน้ำแตกต่างกันอย่างมหาศาล ไอเท็ม 1 ชิ้นที่ทำให้แต่งหน้าได้ดีนั้น คือคอนซีลเลอร์ บรรดาผู้เชี่ยววชาญด้านการแต่งหน้าจะใช้คอนซีลเลอร์เพื่อจุดประสงค์หลักหลาย แต่จุดประสงค์ขั้นพื้นฐานคือ ใช้เพื่อปกปิดตำหนิหรือรอยแผลเป็นจางๆ จุดประสงค์อื่นๆคือใช้ลดริ้วรอย ทำให้ใบหน้าดูเล็กลงและดูมีมิติ หรือไม่ก็ใช้ปรับแต่งรูปปากหรือดวงตา

1.ทำผิวที่มีกระและจุดด่างดำให้ดูสม่ำเสมอ
คอนซีลเลอร์ที่แนะนำ : ชนิดครีมหรือแบบแท่งที่ปกปิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือคอนซีลเลอร์ที่มีไวท์เทนนิ่งเป็นส่วนประกอบ ถ้าใช้คอนซีลเลอร์ที่สีสว่างมากเกินไป แทนที่จะปกปิดก็อาจทำให้ตำหนิชัดขึ้น ควรเลือกคอนซีลเลอร์สีเดียวกับโทนสีผิวของเราหรือสีเดียวกับผิวบริเวณที่ต้องการปกปิด ไม่ต้องลงรองพื้นหนาหากมีเพียงกระและจุดด่างดำ เพื่อรักษาความใสของผิวโดยรวมไว้ ใช้คอนซิลเลอร์บนใบหน้าบางส่วนก็โอเคแล้ว หลังจากทาคอนซีลเลอร์ให้ทั่วต้องเบลนด์อีกครั้งเพื่อไม่ให้เห็นคราบคอนซีลเลอร์ หากต้องการปกปิดส่วนที่หมองคล้ำ ถ้าใช้คอนซีลเลอร์สีสว่างมากๆจะทำให้เห็นเป็นรอยด่างได้ จึงต้องใช้คอนซีลเลอร์ทูโทน

2.ปกปิดรอยสิว
คอนซีลเลอร์ ที่แนะนำ : คอนซีลเลอร์สำหรับปกปิดสิวโดยเฉพาะหรือไม่ก็สปอร์ตคอนซีลเลอร์ ให้ใช้คอนซีลเลอร์สำหรับผิวมีสิวซึ่งมีส่วนผสมของสารระงับอาการอักเสบหรือไม่ก็สปอร์ตคอนซีลเลอร์ ทาแต้มเป็นจุดจุดแทน จะช่วยปกปิดรอยตำหนิในขณะเดียวกันก็ช่วยปกป้องผิวจากความหมองคล้ำเนื่องจากแสงแดด อีกทั้งยังรักษาการติดเชื้ออีกด้วย บริเวณที่บวมแดงจากการอักเสบนั้นมีความร้อนสะสมอยู่ จึงทำให้เครื่องสำอางลบเลือนได้ง่าย ใช้แป้งทาทับเพื่อให้ติดทนนาน

3.ลดความหมองคล้ำใต้ดวงตา
คอนซีลเลอร์ที่แนะนำ : คอนซีลเลอร์ชนิดลิควิดที่มีประสิทธิภาพในการรักษาความชุ่มชื้นของผิว
เลือกสีที่สว่างกว่าโทนสีผิวประมาณ 1 โทน ถ้าใต้ดวงตาสว่าง ใบหน้าโดยรวมก็จะดูสว่างด้วย จึงเลือกคอนซีลเลอร์ที่สว่างกว่าสีผิวตนเองเพียงเล็กน้อย คอนซีลเลอร์ที่สามารถทาทับแป้งได้ก็จะยิ่งดี ถ้าหากอยากให้คอนซีลเลอร์ติดทนนานมากขึ้น ทาแป้งไฮไลท์แบบกดกดบางบางให้ใช้ไฮไลต์ที่ไม่มีประกายมุกทาโซนสามเหลี่ยมใต้ดวงตา และใช้ชนิดผสมมุกเล็กน้อยทาบริเวณโซนซีที่มีริ้วรอย เลือกอายแชโดว์สีสว่างสว่างเพื่อทำให้รอบดวงตาดูสว่างสดใส การเน้นความคมชัดของดวงตาด้วยอายไลเนอร์ก็เป็นวิธีการแต่งหน้าที่มีประสิทธิภาพ ผิวหนังรอบดวงตานั้นบอบบางมากๆเวลาทาอายแชโดว์จึงต้องทาอย่างเบามือและนุ่มนวล

รองพื้นคือ ผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ผิวหน้าเรียบเนียนก่อนแต่งหน้า ใช้ลงหลังทาไพรเมอร์และเบส

เทคนิคการปกปิดปัญหาผิว

1.ริ้วรอยที่ต้องเอาใจใส่
เริ่มมองเห็นริ้วรอยที่บริเวณหางตา ใต้ตา กลางหน้าผาก มุมปาก และรอบจมูกแล้ว ลองใช้ เมคอัพเบส รองพื้นหรือแป้งประกายมุกละเอียด ประกายมุกช่วยสะท้อนแสง จึงทำให้เห็นริ้วรอยน้อยลงได้อย่างแน่นอน ริ้วรอยบริเวณโซน C ข้างดวงตาแต้มไฮไลท์ประกายมุกเนื้อชุ่มชื้นแทน แล้ววางมิสต์ไว้ใกล้ตัวเสมอ ผิวหน้าแห้งลงเมื่อไหร่ให้หยิบมาใช้ทันที

2.ใช้คอนซิลเลอร์จัดการเส้นขอบปากที่ไม่ชัดเจน
ในกรณีที่มีขอบปากไม่ชัดเจนหรือดูไม่สะอาดตาเพราะร่องริ้วรอยหรือรูปปากไม่ถูกใจ ถ้าเป็นแต่ก่อนก็จะแก้ไขด้วยการใช้ดินสอเขียนขอบปากแล้วทาลิปสติกสีเข้มทัพ แต่สมัยนี้ต้องใช้คอนซิลเลอร์เสียแล้ว หากใช้คอนซีลเลอร์ชนิดดินสอเขียนขอบปากให้คมสะอาดแล้วเราก็ไม่ว่าลิปสติกเนื้อไหนก็ทาแล้วดูเป็นธรรมชาติได้

3.ประกายมุกเนื้อละเอียดอำพรางรอยแผลเป็นได้อย่างยอดเยี่ยม
บริเวณรอยแผลเป็นลึกนั้นมีสีที่แตกต่างจากผิวบริเวณทั่วไป การใช้เครื่องสำอางปกปิดอย่างแนบเนียนจึงทำได้ยาก แต่คอนซีลเลอร์ที่มีประกายมุกเนื้อละเอียดผสมอยู่จะช่วยเติมเต็มร่องผิวที่ไม่สม่ำเสมอและช่วยสะท้อนแสง จึงช่วยอำพรางตาให้รอยแผลเป็นดูเล็กลงได้บ้าง

4.อยู่ๆเซลล์ผิวที่ตายแล้วก็หลุดลอกออกมา
ถ้าอยู่ๆเซลล์ผิวที่ตายแล้วหลุดลอกออกมาคงจะรบกวนจิตใจไปตลอดทั้งวัน ควรจะเตรียมเอกซ์ โฟลิเอเตอร์ที่สามารถใช้เฉพาะจุดบนใบหน้าที่มีเครื่องสำอางเอาไว้ให้พร้อม ทาให้ทั่วบริเวณที่เซลล์ผิวหลุดลอกออกมาแล้วทิ้งไว้ประมาณ 1 นาที หลังจากนั้นใช้ทิชชู่นุ่มนุ่มๆเช็ดออกมาเบาๆให้หมด แล้วใช้คอนซิลเลอร์ทาปกปิด หลีกเลี่ยงคลอซินเลอเนื้อแมตต์

5.ปกปิดสิวเสี้ยนด้วยแปรงทารองพื้น
แทนที่จะใช้แผ่นลอกสิวเสี้ยนที่เห็นผลทันตา ลองค่อยค่อยใช้เวลาจัดการกับสิวเสี้ยนบนจมูกด้วยสครับนุ่มนุ่มๆและเอสเซนส์กระชับรูขุมขน ใช้แปรงทารองพื้นบนจมูกแทนการใช้มือ แปรงรองพื้นที่บางและมีปลายกลมมนนั้น ใช้ปกปิดส่วนโค้งเว้าเล็กๆและรูขุมขนบนสันจมูกให้ดูเรียบเนียนได้อย่างดี บริเวณสีแดงๆใต้จมูกก็เช่นกัน ควรใช้แปรงหรือฟองน้ำทารองพื้น

6.เปลี่ยนกระบนใบหน้าให้กลายเป็นจุดเสน่ห์
ทารองพื้นเนื้อบางเบาให้ทั่วใบหน้า แล้วทาคอนซีลเลอร์ชนิดปกปิดได้สูงบริเวณที่เป็นกระเท่านั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือ การเลือกรองพื้นที่ถึงแม้จะทาบางมากๆแต่เกาะติดผิวได้ดีเยี่ยม

7.สิวขึ้นก็ดูสดชื่นได้
ถ้าแต่งหน้าหนาหนาเพื่อปกปิดรอยสิว ผิวอาจแย่ลงจนเกิดปัญหาผิวที่รุนแรงกว่าเดิมได้ ผิวที่มีปัญหาสิวอาจไม่ใช่ผิวมันเสมอไป จึงต้องใช้รองพื้นที่ช่วยปรับความสมดุลของน้ำและน้ำมัน และช่วยแก้ไขสภาพผิวเป็นอันดับแรก เลือกใช้รองพื้นชนิดที่ไม่มีสีแดงเจืออยู่อย่างสีเบจอ่อน มีเดียมเบจ หรือสีเหลืองอ่อน และทาอย่างเบามือ

เมคอัพเบส 4 ประการที่ต้องรู้

1.ผิวสะอาดเรียบเนียนไร้จุดด่างดำ
ผิวเพอร์เฟ็กต์ เพียวร์ตีเนียนนุ่มราวใหญ่ไหมและสะอาดบริสุทธิ์ไร้จุดด่างดำไม่ว่าจะแต่งหน้าด้วยเครื่องสำอางสีไหนก็ดูมีระดับและเก๋ได้
1.1 ทาเมคอัพเบสเนื้อละเอียด
ทาเมคอัพประกายมุกเนื้อละเอียดเล็กน้อยและเลือดสีน่ารักๆอย่างสีพีชหรือสีชมพูให้ทั่วใบหน้า
1.2 ทารองพื้นบางๆ
ทารองพื้นชนิดลิควิดที่ชุ่มชื้นแต่ติดทนอย่างบางๆ รวมถึงเปลือกตาจะช่วยให้อายแชโดว์ติดทนและคงสีสันไว้ได้นานขึ้น ถึงแม้จะไม่แต่งตาแต่ก็ทำให้รอบดวงตาดูกระจ่างใสมากขึ้น
1.3 จัดการกับบริเวณรอบจมูกและใต้ดวงตา
ใช้แปรงแต้มลองพื้นเล็กน้อยแล้วทาบริเวณรอบจมูกและใต้ดวงตา ต้องปกปิดบริเวณนี้ให้แนบเนียนจึงจะตกแต่งโทนผิวให้ดูสม่ำเสมอได้มากขึ้น
1.4 ใช้คอนซีลเลอร์ปกปิดรอบดวงตา
ใช้คอนซีลเลอร์ชนิดลิควิดสูตรเนื้อนุ่มเพื่อทำให้บริเวณใต้ดวงตาที่หมองคล้ำดูกระจ่างใสขึ้น ปกปิด ถ้าบริเวณโหนกแก้มมีจุดดำเยอะให้พลังด้วยคอนซีลเลอร์ชนิดไวเทนนิ่ง
1.5 ทาแป้ง
ใช้แปรงทาแป้งอัดแข็งปัดเบาเบาๆให้ทั่วใบหน้า จากนั้นใช้พัฟแต่งแต้มเล็กน้อย ค่อยๆทาแบบกดกดบริเวณรอบจมูก

2.ผิวหน้าชุ่มชื้นดูสุขภาพดี
ผิวที่ชวนให้สัมผัสและการแต่งหน้าที่ดูไม่ออกว่าแต่งหรือไม่ได้แต่ง อย่างเวลาออกเดทแบบกะทันหันแถวๆบ้าน ถึงแม้ว่าจะมัดผมหลวมหลวมๆแต่จัดการให้หน้าสดเป็นประกายจากภายใน ไม่เอาแบบนี้ใช้ประโยชน์ได้สะดวก ไม่ว่าจะเป็นตอนไปประชุมเบาเบาๆช่วงสุดสัปดาห์หรือไม่ก็ตอนเดินทางท่องเที่ยว
2.1 ทาเมคอัพเบส
สำหรับผิวปกติให้ทา เมคอัพเบส ที่มีความชุ่มชื้นมากๆ สำหรับผิวที่มีตำหนิเยอะๆให้ทำเมคอัพเบสประกายมุกเนื้อละเอียด
2.2 ปกปิดรอยคล้ำรอบดวงตา
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการทำให้บริเวณใต้ดวงตาดูสว่างสดใส แต้มคอน ซีลเลอร์แบบลิควิดสามจุดบริเวณใต้ดวงตาที่ดูหมองคล้ำที่สุด แล้วใช้นิ้วมือ
แต้มเบาๆให้ผิวซึมซับคอนซีลเลอร์เข้าไป
2.3 ทำให้ผิวเปล่งประกายเหมือนใบหน้าที่พึ่งล้างหน้า
ถ้าทาครีมไฮไลท์มุกให้ทั่วโซน C และโซน T จะทำให้ทางใบหน้าดูเปล่งประกาย
2.4 ทาแป้งทับอีกครั้งหนึ่ง
ถ้าอยากคงหน้าสดไว้นานๆห้ามพลาดการทาแป้งที่ช่วยให้เมคอัพติดทนนาน
ปิดท้ายด้วยการใช้แปรงใหญ่ทาแป้งเนื้อบางเบามากๆหรือแป้งมิเนอรัลให้ทั่วใบหน้า

3.ผิวแกรมบรอนซ์ลุกฤดูร้อนสุดเซ็กซี่
ผิวบรอนซ์ที่รู้สึกถึงความแวววาวเรียบเนียน เป็นเมคอัพที่ดีที่สุดที่ช่วยเผยความเซ็กซี่ของสาวๆ ฤดูร้อนที่แสงอาทิตย์สาดส่องลงมาช่วยเผยผิวแวววาวได้ดีที่สุด สำหรับหญิงสาวที่ผิวคล้ำอยู่แล้ว ลองแมทกับสีเครื่องสำอางสไตลืทรอปิคัลมู้ด จะยิ่งทำให้ดูสุขภาพดี เหมาะสำหรับการแต่งหน้าแบบคลับลุคอันเจิดจรัส ฤดูกาลอื่นๆก็แต่งลูกนี้ได้เช่นกัน
3.1 ทาเมคอัพเบส
การแต่งหน้าแบบบรอนซ์จะใช้ เมคอัพเบส ที่ระยิบระยับประกายมุกหรือโอปอเป็นหลัก
3.2 ทารองพื้น
เลือกรองพื้นโทนสีเดียวกับผิวตัวเองหรือทนที่เข้มกว่าประมาณหนึ่งธนแล้วถ้าเบาๆให้ทั่ว สิ่งสำคัญคือ การปกปิดร่องรอยและตำหนิรวมทั้งทำให้โทนสีผิวของใบหน้าและร่างกายไม่ดูแตกต่างกันจนเกินไป

3.3 ทาบลัชออน
ทำให้ผิวดูเป็นสีแทนจากธรรมชาติโดยใช้แปรงปัดบริเวณแก้มและโหนกแก้มด้วยบลัชออนสี แซนด์เบจ หรือสีทรอปิคัลออเร้นจ์ ที่มีบรอนเซอร์ผสมอยู่
3.4 เน้นโครงหน้าด้วยไฮไลท์
ถ้าไฮไลท์ที่โซน C และโซน T เพื่อให้โครงหน้าดูมีมิติขึ้นมา

4.ผิวเนียนนุ่มที่มีความแวววาว
เราสามารถใช้เครื่องสำอางสร้างลักษณะผิวได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นผิวเปล่งประกายหรือผิวแวววาว ขึ้นอยู่กับว่าแสงจะส่งมากระทบผิวในลักษณะใด ถ้ายิ่งใช้ เมคอัพเบส ที่มีส่วนผสมของแร่ธาตุธรรมชาติซึ่งเป็นเทรนด์ใหม่ล่าสุดนั้น จะยิ่งทำให้ผิวเนียนนุ่มและเปล่งประกายอย่างอ่อนโยน ผิวเนียนนุ่มแวววาวที่ช่วยเผยผิวสดชื่นของคุณนั้นไม่ใช่สีหรือเทคนิคเฉพาะ ซึงประยุกต์ใช้กับการแต่งหน้าในชีวิตประจำวันได้อย่างง่ายดาย
4.1 ทาเมคอัพเบสให้ใบหน้าดูสดใส
แต่งผิวหน้าให้ดูบางที่สุดโดยใช้ เมคอัพเบส ที่มีความชุ่มชื้นและแวววาว หรือไม่ก็ผลิตภัณฑ์ที่ผสมระหว่างเมคอัพเบสและรองพื้น
4.2 ใช้คอนซิลเลอร์แต่งใต้ตาให้ดูสว่าง
ทาคอนซีลเลอร์ชนิดลิควิดบริเวณโซนสามเหลี่ยมใต้ดวงตาเบาๆให้ทั่วในบริเวณที่ปากยื่นและเบ้าตาลึก ถ้าทำให้บริเวณใต้ดวงตาดูสว่างสดใสจะทำให้ใบหน้าดูกระชับและยืดหยุ่นขึ้น
4.3 ทาแป้งชิมเมอร์
ทาแป้งชิมเมอร์เบาเบาๆให้ทั่วใบหน้าด้วยการปัดลงด้านล่างให้โครงหน้าดูชัดขึ้น
4.4 สายพัฟฟ์ตบแป้ง
ใช้พัฟฟ์ตบแป้งฝุ่นแล้วทาบริเวณขมับข้างดวงตา และบริเวณข้างปีกจมูกที่หลังน้ำมันออกมาได้ง่าย

น้ำแร่คู่หูที่ทำให้เมคอัพที่ชุ่มชื้นและติดทนนาน

ถ้าอยากได้ยินคำพูดที่ว่า แต่งหน้าเหมือนกันหรือนี่ ไอเท็มที่ต้องมีติดไว้ในกระเป๋าเครื่องสำอาง โต๊ะเครื่องแป้ง หรือไม่ก็โต๊ะหนังสือ คือ น้ำแร่ ถ้าใช้น้ำแร่ทันทีหลังแต่งหน้าเสร็จเครื่องสำอางจะติดทนนาน เวลาที่แก้มเมคอัพ ถ้าพ่นน้ำแร่บนผิวบ่อยๆผิวที่เคยแห้งจะกลับมีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้งเหมือนดอกไม้ที่สัมผัสกับความชุ่มชื้น ต้องเลือกน้ำแร่ ให้รอบคอบว่าเวลาพ่นออกมาแล้วเป็นละอองเล็กละเอียดหรือไม่ ผลิตจากสารประกอบธรรมชาติหรือเปล่า เป็นผลิตภัณฑ์ที่รักษาความชุ่มชื้นได้อย่างมีประสิทธิภาพและช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายหรือเปล่า

1.Clarins I Fix’ Make-up Mist
เป็นน้ำแร่ที่ช่วยสร้างความชุ่มชื้น และช่วยให้เครื่องสำอางติดทนนาน ทำให้ผิวผ่อนคลายและเย็นลง และช่วยคงความชุ่มชื้นของผิวไว้ได้นาน

2.Jill Stuart I Fruit & Aroma Mist
โลชั่นชนิดน้ำแร่ที่ทำให้ผิวชุ่มชื้นและลดความมันในเวลาเดียวกัน สารสกัดจากผลไม้ช่วยหล่อเลี้ยงผิวให้ชุ่มชื้นและทำให้ผิวดูใสขึ้น และช่วยป้องกันความมันบนใบหน้า

3.Dior I Hydra Action Deep Hydration Refreshing Spray
ช่วยดูแลและปรับสภาพผิวที่ขาดความชุ่มชื้นให้กลายเป็นผิวที่เปล่งประกายและเนียนนุ่ม ละอองสเปรย์มีขนาดเล็กมาก จึงเหมาะสำหรับใช้หลังแต่งหน้าเสร็จ

4.VIDIVICI I Aloe Soothing Mist
น้ำแร่ที่ผลิตจากว่านหางจระเข้ ช่วยให้ผิวเย็นลงและบรรเทาอาการระคายเคืองผิว เป็นผลิตภัณฑ์ที่จำเป็นในฤดูร้อน

5.Shu Uemura I Depsea Water
น้ำแร่ช่วยรักษาความชุ่มชื้นที่ผลิตจากหญ้าภูเขาของฝรั่งเศส และน้ำจากใต้ทะเลลึกของเมืองมุโระโตะในญี่ปุ่นที่กลั่นจนสะอาด

6.AmorePacific I Mosture Bound Skin Energy Mist
ผสมน้ำเลี้ยงจากต้นไผ่แทนน้ำธรรมดา ช่วยคงความชุ่มชื้นของผิวไว้ได้นาน

7.Jurlique I Rosewater Balancing Mist
มีส่วนประกอบจากต้นมาชเมลโลว์ ว่านหางจระเข้ และกุหลาบจากธรรมชาติ จึงให้ความชุ่มชื่นได้อย่างเพียงพอ และช่วยบรรเทาบริเวณที่เป็นรอยแดง เหมาะสำหรับผิวแห้งหรือผิวแพ้ง่าย

8.La Roche-Posay I Eau Thermale
ซีลีเนียมจากธรรมชาติที่มีความเข้มข้นสูงจะช่วยให้ผิวคงสภาพดีและเพิ่มความมีชีวิตชีวาให้ผิว บำรุงให้สุขภาพดีแบบไร้ปัญหาและทำให้ผิวดูแวววาว

9.Melvita I Orang Blossom Water
เป็นน้ำแร่ที่กลั่นมาจากพันธุ์ไม้ออร์แกนิก เหมาะสำหรับผิวแห้งและผิวที่เป็นรอยแดงได้ง่าย

10.VIDIVICI I Rose Face Mist
ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำดอกกุหลาบจากธรรมชาติและน้ำจากใต้ทะเลลึก กลิ่นกุหลาบละมุนช่วยให้ร่างกายและจิตใจสงบ และเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว

เมคอัพเบส ทำหน้าที่คล้ายผิวชั้นที่สองที่ช่วยปรับ แก้ไข และอำพรางจุดบกพร่องของผิวจริงทั้งจุดด่างดำ ริ้วรอย และสีผิวไม่สม่ำเสมอ

เทคนิคการใช้แปรงอย่างช่างแต่งหน้าผู้เชี่ยวชาญ

1.แปรงอายแชโดว์ทำโครงเบ้าตา
ช่วยวาดโครงเบ้าตาด้วยอายแชโดว์สีเข้มหรือไม่ก็ใช้เบลนด์สีได้สะดวก ทำจากขนแปรงที่มีความยืดหยุ่น จึงรักษาความเข้มของสีเข้มเข้มไว้ได้ดี มีประโยชน์อย่างมากในการวาดโครงเบ้าตาและทำให้ดวงตาดูลึก

2. แปรงหัวเกลียว
สำหรับขนตาที่หนาเป็นแพสามารถแต่งได้ด้วยแปรงนี้อันเดียว โดยการปัดตามทิศทางของคนตา โคนขนตาให้ปัดขึ้น ขนตาช่วงกลางให้ปัดเป็นแนวขนาน ปลายขนตาให้ปัดจากด้านบนแบบตวัด ทั้งยังใช้แทนแปลงมาสคาร่ายามฉุกเฉินได้

3.แปรงทาอายแชโดว์หัวฟองน้ำ
แปรงหัวฟองน้ำแบบปลายแหลมนั้นมีประโยชน์ในการทาอายแชโดว์ที่หางตาหรือขอบตาล่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาทาอายแชโดว์สีเข้ม อายแชโดว์มุกหรือสปาร์คลิ่งที่ฟุ้งกระจายได้ง่าย ส่วนปลายฟองน้ำแบบกลมนั้นใช้เวลาทาอายแชโดว์ที่กระจายเป็นวงกว้าง

4.แปรงทารองพื้น
ช่วยทารองพื้นได้อย่างสม่ำเสมอ หลังจากใช้แปรงทารองพื้นแล้ว ให้ใช้นิ้วกดกดเพื่อให้ผิวซึมซับรองพื้นและทำให้รองพื้นติดทนนานขึ้น

5.แปรงทาแป้ง
แนะนำให้ใช้เป็นอย่างยิ่งสำหรับคนผิวแห้งที่ต้องระมัดระวังในการทารองพื้น แปรงทาแป้งช่วยให้ทาแป้งฝุ่นได้บางและดูเป็นธรรมชาติ หากต้องการเผยผิวสม่ำเสมอเนียนนุ่มโดยแป้งไม่จับตัวเป็นก้อน ให้เลือกขนแปรงที่ผลิตจากวัสดุธรรมชาติและขนอ่อนนุ่มมากที่สุดเท่าที่จะนุ่มได้

6.แปรงลงเฉดดิ้ง
เป็นแปลงที่สาวๆที่ไม่พอใจกับโครงหน้าของตัวเองต้องมีไว้ ขนแปรงต้องใหญ่ นุ่ม และมีความยืดหยุ่น จึงจะ แต่งหน้า ได้อย่างเป็นธรรมชาติโดยเครื่องสำอางไม่จับตัวเป็นก้อน เวลาเศษดิ้งมักจะใช้สีเข้มเป็นหลัก หัวใจสำคัญคือต้องปรับปริมาณเครื่องสำอางให้พอเหมาะเพื่อไม่ให้จับตัวเป็นก้อน

7.แปรงปัดแก้ม
เนื่องจากเป็นแปรงที่ใช้กับบริเวณแก้มซึ่งเป็นส่วนที่ยื่นออกมาจากใบหน้า จึงแนะนำให้ใช้แปรงหัวกลม

8.แปลงรูปพัด
คือแปลงที่ขนแปรงแถบกว้างเป็นรูปพัด ก่อนที่จะแต่งตาให้ใช้แปรงรูปพัดทาแป้งบริเวณใต้ดวงตา หน้าเสร็จก็ใช้ปัดเศษอายแชโดว์ที่ร่วงลงมัดได้อย่างสะอาดสะอ้าน

9.แปรงทาอายไลเนอร์
แปรงทาอายไลเนอร์มีขนแปรงแข็งแรง ลักษณะแบนและสั้น พัฒนามาให้เข้ากับอายไลเนอร์ชนิดลิควิดหรือเจล แปลงชนิดนี้ออกแบบมาเพื่อให้สามารถปรับทิศทาง องศา และความหนาของอายไลเนอร์ได้อย่างง่ายดาย

10. แปรงทาลิปสติก
ใช้ได้ดีเวลาทาลิปสติกสีแดงๆหรือลิปสติกเนื้อแมตต์ ควรเลือกชนิดขนแปรงสังเคราะห์ ขนแปรงที่บางและยาวจนเกินไปจะทำให้ จับแปลงลำบาก

11.แปรงทาจมูก
ถึงแม้จะไม่ใช่แปรงที่จำเป็นต้องใช้ใน การแต่งหน้า ขั้นพื้นฐาน แต่ถ้าอยากปรับรูปทรงหรือความยาวของจมูก ต้องเลือกอันที่ขนแปรงนุ่ม มีความยืดหยุ่น จึงจะแต่งจมูกให้สวยเนี๊ยบได้

12.แปรงทาไฮไลท์
ใช้ทาแป้งมุกหรือไฮไลท์ที่โซน C และโซน T เพื่อเน้นโครงหน้าให้ดูชัดเจน แปรงชนิดปลายตัดเป็นเหลี่ยม จะทาเข้าถึงซอกมุมต่างๆบนใบหน้าได้อย่างง่ายดาย และเมื่อใช้บริเวณใต้ดวงตา เครื่องสำอางก็จะไม่ค่อยฟุ้งกระจาย

13.แปรงทาคอนซีลเลอร์
ช่วยปกปิดจุดด่างดำและตำหนิบนใบหน้าได้อย่างละเอียด สำหรับแปรงคอนซีลเลอร์นั้น ขนแปรงสังเคราะห์ดีกว่าขนแปรงธรรมชาติ และขนาดแปลงที่พอเหมาะ (ขนาดเท่านิ้วก้อย) ดีกว่าแปรงที่ขนหนาจนเกินไป

14.แปรงทาคิ้ว
ทาสีขนคิ้วไปตามรูปคิ้ว ต้องเลือกแปรงที่เป็นขนธรรมชาติผสมกับขนสังเคราะห์จึงจะแต่งคิ้วได้อย่างใจชอบ

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

เอกสารอ้างอิง

ลีคยองมิน : เขียน; ชนามาศ เพ็งสมบูรณ์: แปล จาก My sweet makeup recipes อยากสวยต้องกล้าแต่ง : กรุงเทพฯ : Steps อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง, 2558.