ศัลยกรรมใบหน้าเพื่อคงความอ่อนเยาว์

ศัลยกรรมใบหน้าเพื่อคงความอ่อนเยาว์
HiFU/Ulthera เป็นเครื่องมือที่มีการใช้คลื่นเสียงที่มีความถี่สูงกระตุ้นที่ใต้ผิวหนังทำให้เกิดความร้อนทำให้เนื้อโดนเผาผลาญและหดตัวลง และเนื้อเกิดการยกกระชับ

ศัลยกรรมใบหน้าเพื่อคงความอ่อนเยาว์

อวัยวะของคนเราเมื่อมีอายุเพิ่มขึ้นย่อมมีความเสื่อมเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกระดูก ข้อต่อกระดูก ดวงตาหรือแม้แต่ใบหน้า เมื่อมีอายุมากขึ้นผิวหนังเกิดการเสื่อมของเซลล์ผิวที่อยู่บนใบหน้า ทำให้ใบหน้าเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่น ผิวหนังหย่อนคล้อย ใบหน้าแลดูแก่ ปัจจุบันนี้การเกิดริ้วรอยไม่ได้เกิดขึ้นในเฉพาะผู้สูงอายุเท่านั้น แต่สามารถเกิดขึ้นได้กับคนหนุ่มสาว

ที่เรียกว่าริ้วรอยก่อนวัย ซึ่งการเกิดริ้วรอยก่อนวัยได้สร้างความกังวลและลดความมั่นใจจนบางครั้งกระทบกับการทำงานและการดำรงชีวิตไม่น้อยเลยทีเดียว แม้ว่าการดูแลใบหน้าให้แลดูอ่อนเยาว์สามารถดูแลเบื้องต้นได้ด้วยการทำให้สุขภาพร่างกายมีความแข็งแรง ทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบทั้ง 5 หมู่และเน้นผักผลไม้ที่เป็นแหล่งวิตามินและการพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อให้ร่างกายสามารถสร้างฮอร์โมนที่ช่วยในการกระตุ้นการซ่อมแซมที่แข็งแรงและสร้างเซลล์ผิวขึ้นมาใหม่ทดแทนเซลล์ผิวที่ตายไป รวมถึงการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องเพื่อกระตุ้นการทำงานของเซลล์ผิวให้มีประสิทธิภาพ วิธีการเหล่านี้สามารถช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอยอย่างได้ผลก็จริง แต่ทว่าในปัจจุบันสิ่งที่เข้ามาทำลายเซลล์ผิวมีมากมายจนบางครั้งการดูแลผิวด้วยวิธีนี้ไม่สามารถช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอยที่เกิดขึ้นได้ จึงเป็นที่มาของการใช้เครื่องมือหรือการศัลยกรรมตกแต่งเพื่อยกกระชับใบหน้าให้มีความอ่อนเยาว์อย่างได้ผล หลักการคงใบหน้าเพื่อกระชากวัย เรียกว่า “หลักการ 4R”

หลักการ 4R เป็นหลักการที่ช่วยดูแลและแก้ไขปัญหาการเกิดริ้วรอย ประกอบด้วย

1.Resurface คือ การดูแลผิวสำหรับผู้ที่กำลังเข้าสู่วัยกลางคนที่เริ่มมีปัญหา เช่น ผิวแห้ง รอยด่างดำ กระ ซึ่งการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นสามารถทำได้ด้วยการทาครีมบำรุงผิว ครีมกันแดดหรือการใช้มอยส์เจอไรเซอร์(Moisturizer) หรือการใช้เครื่องมือที่เรียกว่า IPL (Intense Pulse Light) ที่เป็นใช้เทคนิคการยิงคลื่นแสงที่มีความกว้างตั้งแต่ 420 นาโนเมตรถึง 1200 นาโนเมตรเข้าสู่ผิวหนัง เพื่อแก้ไขปัญหารอยสิว รูขุมขนกว้าง ฝ้า กระ รอยแผลเป็นเล็ก จุดด่างดำอย่างได้ผล การใช้ความยาวคลื่นในช่วงที่มีความกว้างทำให้สามารถแก้ไขปัญหาผิวบนใบหน้าหลายชนิดได้ในเวลาเดียวกัน จึงช่วยลดระยะเวลาในการรักษา

2.Relax คือ การแก้ไขปัญหาริ้วรอยเหี่ยวย่นของผิวหนังที่มีลักษณะการเหี่ยวย่นเพียงเล็กน้อยหรือริ้วรอยเหี่ยวย่นที่เกิดเนื่องจากการหดเกร็งตัวของกล้ามเนื้อจากการแสดงอารมณ์มากกว่าปกติ เช่น การขมวดคิ้ว ริ้วรอยตีนกาจากการยิ้ม การหัวเราะ ริ้วรอยย่นบนหน้าผาก เป็นต้น ซึ่งการรักษาจะใช้การเติมโบทูลินัมท็อกซิน (Botulium Toxin) หรือโบท็อกซ์ (Botox) เข้าสู่ใต้ผิวหนังในบริเวณที่ต้องการลดริ้วรอย เพื่อช่วยยกกระชับผิวหนังในบริเวณดังกล่าว และยังสามารถช่วยลดการทำงานของต่อมเหงื่อที่บริเวณรักแร้ได้อีกด้วย โดยที่ตัวโบท็อกซ์ (Botox) จะเข้าไปยับยั้งการส่งกระแสประสาทไปยังส่วนของกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อเกิดการคลายตัว ส่งผลให้ผิวหนังที่อยู่ด้านบนของกล้ามเนื้อบริเวณนั้นกลับมาเรียบตึงและรอยเหี่ยวก็จะหายไปนั่นเอง แต่ถ้าทำการฉีดโบท็อกซ์มาเกินไปอาจจะส่งผลให้ใบหน้าแข็งไม่สามารถแสดงความรู้สึกใดออกมาได้

3.Resuspension คือ การรักษาริ้วรอยเหี่ยวย่นที่เกิดเนื่องจากผิวหนังสูญเสียความชุ่มชื่นจนเกิดการหย่อนคล้อยตามแรงโน้มถ่วงของโลกทั่วทั้งใบหน้าจรดบริเวณคอ ซึ่งเมื่อทำการฉีดโบท็อกไม่สามารถช่วยลดริ้วรอยดังกล่าวได้ การรักษาริ้วรอยแบบนี้จะทำได้ด้วยการผ่าตัดเอาหนังออกไปบางส่วนเพื่อให้ใบหน้าตึงกระชับเหมือนเดิม แต่การผ่าตัดเพื่อยกกระชับใบหน้าพบว่าผู้ป่วยจะต้องพักฟื้นเป็นเวลานานกว่าที่จะหายเป็นปกติ จึงได้มีการคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ ๆ ขึ้นมาเพื่อทำการยกกระชับใบหน้า ซึ่งมีวิธีดังนี้

3.1 การใช้คลื่นพลังงาน
เป็นการใช้คลื่นพลังงานยิงตรงเข้าไปในผิวหนังชั้นใน เพื่อให้คลื่นพลังงานทำการเผาผลาญเนื้อที่อยู่ในบริเวณดังกล่าว ทำให้เนื้อเกิดการหดตัวพร้อมทั้งช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวให้มีการสร้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ใบหน้าจึงกลับมาตึงกระชับ เครื่องมือที่ใช้ในการยิงคลื่นพลังงาน เช่น
Fraxel Laser เป็นเครื่องมือที่สามารถยิงลำแสงไปในผิวหนังเป็นจุดเล็กๆ ไปยังบริเวณที่ต้องการกระตุ้นผิวหนังได้โดยตรง โดยที่ผิวในบริเวณข้างเคียงไม่เกิดความเสียหายและไม่ทำให้เกิดรอยแผลเป็นที่บริเวณผิวหนังด้านนอกด้วย
Thermage เป็นเครื่องมือที่ทำการยิงคลื่นวิทยุ ( Monopolar RF) ส่งผลให้มีความร้อนเกิดขึ้นที่บริเวณชั้นผิวหนังด้านล่าง
HiFU/Ulthera เป็นเครื่องมือที่มีการใช้คลื่นเสียงที่มีความถี่สูง (High focus ultrasound) ทำการยิงเข้าไปยังบริเวณที่ต้องการยกกระชับ เมื่อยิงเข้าไปแล้วคลื่นเสียงจะเข้าไปกระตุ้นที่ใต้ผิวหนังทำให้เกิดความร้อนที่บริเวณดังกล่าวทำให้เนื้อโดนเผาผลาญและหดตัวลง ส่งผลให้เนื้อเกิดการยกกระชับ
ซึ่งการทำศัลยกรรมด้วยวิธีนี้ผิวที่อยู่ด้านนอกจะไม่ได้รับอันตรายจากการเผาผลาญที่เกิดขึ้น ไม่มีรอยแผลที่เกิดจากการเผาผลาญด้วยความร้อนแต่จะทำให้กล้ามเนื้อหดตัวอย่างได้ผล แต่เนื้อที่เกิดการหดตัวจากการยิงคลื่นพลังงานเข้าไปจะคงอยู่ได้ในระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของเครื่องมือที่ใช้ว่าดีมากแค่ไหนและถ้าต้องการให้ใบหน้าเรียบตึงอยู่ตลอดจะต้องทำอย่างต่อเนื่อง

3.2 การใช้ไหมเพื่อยกกระชับ
เป็นการศัลยกรรมเพื่อยกกระชับใบหน้าด้วยการร้อยไหมเข้าไปในใบหน้า การใช้ไหมที่มีขนาดเล็กนับร้อยเส้นมาทำการร้อยเป็นเครือข่าย เพื่อให้เส้นไหมเข้าไปทำการกระตุ้นให้เกิดการอักเสบที่บริเวณใต้ผิวหนัง ร่างกายจึงจะทำการสร้างเส้นเลือดขึ้นมาเพื่อทดแทนเส้นเลือดที่เกิดการอักเสบ จึงช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนบริเวณโดยรอบของเส้นไหมที่รอยเข้าไปทำให้ผิวหน้าเต่งตึงและกระชับและยังช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดให้ดีขึ้น ผิวหนังจึงมีความชุ่มชื่นและแข็งแรงมากขึ้นด้วย ซึ่งไหมที่ใช้ในการร้อยเรียกว่าไหมก้างปลาซึ่งแพทย์ชาวรัสเซียเป็นผู้นำมาใช้ยกกระชับใบหน้า ต่อมาได้มีการพัฒนาไหมอย่างต่อเนื่องเพื่อลดข้อด้อยและเพิ่มข้อเด่นของไหมในการยกกระชับให้มากขึ้น อย่างเช่น ไหมรูปกรวยไอศกรีม ไหมชนิดตาข่าย(Mesh thread) ไหมOPD ที่สามารถละลายได้คล้ายกับไหมละลายที่ใช้ในการเย็บแผล ซึ่งการร้อยไหมสามารถแบ่งได้ 2 แบบตามชนิดของการเกาะเกี่ยวคือ
1.ชนิดที่มีการเกาะเกี่ยวทางเดียว เป็นการร้อยไหมที่ความแข็งแรงที่สุด เพราะว่าการยุดเส้นไหมจะยึดที่ด้ายบนเพียงด้านเดียวจึงไม่มีแรงยึดรั้งจากอีกทางหนึ่งของเส้นไหม แต่ต้องทำการผ่าตัดเพื่อยึดเส้นไหม ทำให้ต้องใช้เวลาในการพักฟื้นที่นาน
2.ชนิดที่มีการเกาะเกี่ยวสองทาง เป็นการร้อยไหมที่มีการผูกยึดทั้งสองด้านของปลายไหม การร้อยไหมวิธีนี้ง่ายไม่จำเป็นต้องเปิดแผลในการรอยไหมทำให้ผู้ป่วยเห็นผลทันทีหลังจากทำการร้อยไหม
หรืออีกวิธีหนึ่งในการร้อยไหมที่นิยมทำกันคือ การใช้วัสดุเอ็นไทน์ (Endotine) เป็นวัสดุที่ได้รับการออกแบบมาพิเศษสำหรับการยกกระชับผิวหนัง ซึ่งวัสดุเอ็นไทน์ (Endotine) จะสามารถสลายตัวไปหลังจากที่เข้าสู่ผิวหนังประมาณ 1 ปี และผลการยกกระชับจะยังคงอยู่ต่อไปได้อีกประมาณ 5-6 ปีขึ้นอยู่กับสภาวะร่างกายของแต่ละบุคคล โดยจะทำการผ่าตัดและวางวัสดุเอ็นไทน์ (Endotine) ไปยังใต้ผิวหนัง ซึ่งหลักการทำงานเพื่อยกกระชับของวัสดุเอ็นไทน์ (Endotine) จะเหมือนกับหลักการของการร้อยไหมทุกอย่าง

3.3 การผ่าตัดดึงหน้า (Face Lift)
เป็นการผ่าตัดเพื่อยกกระชับใบหน้าอย่างได้ผลที่สุด โดยการผ่าตัดจะแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบคือ
1.การผ่าตัดดึงหน้าเฉพาะส่วน คือ การผ่าตัดดึงหน้าในบริเวณที่มีริ้วรอยเหี่ยวย่นเท่านั้น เพื่อตัดและดึงกระชับใบหน้าส่วนนั้นให้กระชับ ซึ่งการผ่าตัดแบบนี้รอยผลที่เกิดขึ้นจะมีขนาดที่เล็กมาก จึงใช้ระยะเวลาในการพักฟื้นน้อย เหมาะสำหรับผู้ที่มีริ้วรอยไม่มากหรือมีริ้วรอยเฉพาะจุดเท่านั้น
2.การผ่าตัดดึงหน้าทั้งใบหน้า คือ การผ่าตัดตั้งแต่ขมับลงมาผ่านหน้าหูลงมาจนถึงบริเวณติ่งหู บางครั้งอาจจะมีการผ่าลงมายังบริเวณหลังหูในรายที่ต้องการยกกระชับบริเวณคอด้วย เมื่อผ่าตัดเปิดแผลแล้วจะทำการดึงใบหน้าให้ตึง ทำการตัดหนังส่วนที่เกินออกไปและเย็บติดกลับเข้าสู่ที่เดิม ซึ่งการยกกระชับใบหน้าด้วยการผ่าตัดทั้งใบหน้าเป็นการยกกระชับที่ได้ผลดีและคงอยู่ประมาณ 5-6 ปีโดยประมาณ เนื่องจากสภาพผิวหนังของคนเราจะมีการเสื่อมเกิดขึ้นทำให้ผิวหนังเกิดการหย่อนยานอยู่ตลอดเวลานั้นเอง

การศัลยกรรมยกกระชับใบหน้าเป็นทางเลือกที่จะช่วยแก้ปัญหาการมีใบหน้าที่แก่ชราหรือมีริ้วรอยเหี่ยวย่นด้วยการสร้างใบหน้าที่แลดูอ่อนเยาว์

4.Refill หรือการเติมเต็ม เป็นแนวคิดในการยกกระชับใบหน้าที่ได้รับการพัฒนามาจากเทคโนโลยีทางการแพทย์ซึ่งนับเป็นวิธีการยกกระชับที่เกิดขึ้นหลังสุด เนื่องจากสาเหตุของการเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้านั้น นอกจากจะเกิดจากการเสื่อมของเซลล์ผิวหนังแล้วยังมีอีกสาเหตุหนึ่ง คือการฟ่อของไขมันที่อยู่ใต้ผิวหนัง โดยเฉพาะบริเวณรอบดวงตา ร่องแก้ม ขมับ ที่เมื่อไขมันฟ่อจะส่งผลให้ผิวหนังมีความหย่อนคล้อยอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้นเติมสารเข้าไปทดแทนไขมันที่เกิดการฟ่อตัวจึงสามารถช่วยยกกระชับใบหน้า ซึ่งสารที่นิยมนำมาเติมเต็มที่บริเวณดังกล่าว คือ

4.1 ฟิวเลอร์ (Filler) หรือสารไฮยาลูโรนิค แอซิต ( Hyaluronic acid หรือ HA) เป็นสารสกัดจากธรรมชาติ หลักการการทำงานของสารสารไฮยาลูโรนิค แอซิต (Hyaluronic acid) ในการยกกระชับใบหน้า โดยที่สารนี้จะเข้าไปช่วยให้ชั้นผิวหนังด้านในมีการกักเก็บน้ำได้ดีขึ้น และช่วยเติมเต็มช่องว่างที่อยู่ใต้ผิวซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ผิวหนังหย่อนคล้อย จึงทำให้ใบหน้าอ่อนเยาว์และผิวหน้ามีความยืดหยุ่นเพิ่มขึ้น ซึ่งสารนี้จะสามารถสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ ดังนั้นการเติมเต็มด้วยสารนี้จึงไม่คงอยู่อย่างถาวร

4.2ไขมันจากส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย ซึ่งไขมันจัดเป็นสารเติมเต็มที่ดีที่สุดสำหรับคนเรา เนื่องจากไขมันที่นำมาใช้เป็นไขมันเติมเต็มนั้นเป็นไขมันที่อยู่ภายในร่างกายของตัวผู้เข้ารับการยกกระชับใบหน้าเอง ดังนั้นไขมันจึงไม่ใช่สิ่งแปลกปลอมของร่างกาย โอกาสที่ร่างกายจะเกิดปฏิกิริยาการต่อต้านย่อมไม่มี นอกจากนั้นยังพบว่าไขมันสามารถช่วยสร้างสเต็มเซลล์ (Stem Cell) หรือเซลล์ต้นกำเนิดที่ช่วยในการกระตุ้นการฟื้นฟูผิวได้ การฉีดไขมันเข้าสู่ร่างกายเพื่อเติมเต็มรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้านับเป็นวิธีที่ได้ผลดีและคงอยู่ได้นานกว่าการฉีดฟิวเลอร์ โดยการฉีดไขมันจะคงอยู่ประมาณ 3 เดือน

จะพบว่าการศัลยกรรมใบหน้าเพื่อสร้างความอ่อนเยาว์ให้กับใบหน้านั้นมีอยู่ด้วยกันหลายวิธีด้วยกัน แล้วเราจะเลือกวิธีไหนในการยกกระชับใบหน้า

หลักการเลือกวิธีการยกกระชับใบหน้า

1.ลักษณะของริ้วรอยเหี่ยวย่น
ลักษณะของริ้วรอยเหี่ยวย่นที่เกิดขึ้นบนใบหน้ามีอยู่ด้วยกันหลายแบบ ซึ่งการลดเลือนริ้วรอยดังกล่าวจะแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้เข้ารับการยกกระชับว่าต้องการให้ใบหน้าที่อ่อนเยาว์นี้คงอยู่นานแค่ไหน เพราะการศัลยกรรมยกกระชับแต่ละวิธีก็สามารถคงอยู่ได้ไม่เท่ากัน

2.ระยะเวลาในการพักฟื้น
การผ่าตัดเพื่อทำการศัลยกรรมยกกระชับใบหน้าบางวิธีต้องใช้ระยะเวลาในการพักฟื้นที่นานหลายเดือนกว่าใบหน้าจะกลับเข้าสู่ปกติ เพื่อป้องกันไม่ให้แผลเกิดการติดเชื้อหรือเกิดความกระทบเทือนจนผลการยกกระชับไม่ได้ผล ดังนั้นถ้าไม่มีเวลาที่จะพักฟื้นก็ไม่ควรเลือกวิธีที่เมื่อทำเสร็จแล้วต้องใช้ระยะเวลาในการพักฟื้นนานให้เลือกวิธีที่ไม่ต้องใช้เวลาในการพักฟื้นหรือใช้เวลาน้อยแทน

3.แพทย์ผู้ทำการศัลยกรรม
การศัลยกรรมทุกชนิดเพื่อยกกระชับใบหน้าต้องทำด้วยแพทย์ผู้มีความชำนาญและมีประสบการณ์ แพทย์มีการฝึกอบรมการใช้เครื่องมือมาเป็นอย่างดี เพื่อผลการยกกระชับที่ยอดเยี่ยมและลดความผิดพลาดหรือความเสี่ยงในการเกิดอาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ และแพทย์ผู้มีประสบการณ์จะสามารถวินิจฉัยได้อย่างถูกต้องและแม่นยำว่าต้องทำการยกกระชับในหน้าด้วยวิธีการใบจึงจะเหมาะสมกับร่างกายของผู้เข้ารับบริการอีกด้วย

4.สถานบริการ
การเลือกสถานบริการมีความสำคัญไม่น้อย ควรเลือกทำการศัลยกรรมใบหน้าเพื่อความอ่อนเยาว์กับสถานบริการที่ได้มาตรฐาน มีการรับรองจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ มีเครื่องมือที่สะอาดทันสมัย
นี้คือหลักในการพิจารณาเลือกวิธีการศัลยกรรมใบหน้า สำหรับผู้ที่ต้องการศัลยกรรมใบหน้าเพื่อสร้างใบหน้าที่แลดูอ่อนเยาว์ ผู้ที่ต้องการทำศัลยกรรมควรศึกษาหาข้อมูลให้ดีก่อนอย่าเชื่อคำโฆษณาของสถานเสริมความงามทุกอย่าง เพราะบางครั้งคำโฆษณาดังกล่าวอาจเป็นคำโฆษณาที่เกินความจริงไปมาก และอย่าเห็นแก่ของถูกด้วย เนื่องจากการที่สถาบันเสริมความงามบางแห่งหรือคลินิกเสริมความงามลดราคาถูกจนน่าตกใจ ต้องฉุกคิดก่อนว่าการทำธุรกิจต้องได้กำไร ถ้าราคาค่าบริการถูกเช่นนี้แล้ววัสดุที่นำมาใช้ในการยกกระชับย่อมเป็นวัสดุราคาถูกด้วยเช่นกัน ซึ่งบางครั้งวัสดุดังกล่าวอาจมีการปนเปื้อนสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย เมื่อนำเข้าสู่ร่างกายแล้วย่อมก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายอย่างแน่นอน ดังนั้นควรเลือกราคาที่สมเหตุสมผลจะดีกว่า

การมีใบหน้าที่แก่ชราหรือมีริ้วรอยเหี่ยวย่นย่อมเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นบนใบหน้าของตน การศัลยกรรมยกกระชับใบหน้าเป็นทางเลือกที่จะช่วยสร้างใบหน้าที่แลดูอ่อนเยาว์อย่างได้ผล ตามศัลยกรรมตามหลักการ 4R จะช่วยให้คุณคงใบหน้าที่อ่อนเยาว์ไว้ได้ยาวนานตามที่ต้องการ

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

เอกสารอ้างอิง

สมาคมแพทย์ตกแต่งเสริมสวยแห่งประเทศไทย. สวยให้สุด หยุดที่ศัลยแพทย์ตกแต่ง : กรุงเทพฯ: ไอดี ออล ดิจิตอล พริ้น จำกัด,2561.