สูตรขนมไข่หงส์ ขนมไข่เหี้ย ขนมโบราณไส้หอมอร่อย
ขนมไข่หงส์ ขนมไข่เหี้ย เป็นขนมที่ทำจากแป้งข้าวเหนียวแป้งข้าวเจ้า มีไส้ถั่วเขียวผัดเค็มด้านใน และมีน้ำตาลเคลือบด้านนอก

ขนมไข่หงส์ ขนมไข่เหี้ย

ขนมไข่หงส์ ขนมไข่เหี้ย (ka-nom-kai-hong) คือ ของหวานชนิดหนึ่งที่มีมาแต่โบราณ ทำจากแป้งข้าวเหนียวแป้งข้าวเจ้า มีไส้ถั่วเขียวผัดเค็มด้านใน และมีน้ำตาลเคลือบด้านนอก

ประวัติขนมไข่หงส์

สมัยก่อนมีตำนานเล่าว่า เจ้าจอมแว่นหรือที่เรียกกันว่า คุณเสือ เป็นต้นคิดทำขนมไข่เหี้ยขึ้นเป็นครั้งแรก คือครั้งหนึ่งพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (ร.1) มีพระประสงค์จะเสวยไข่เหี้ย ซึ่งในสมัยนั้นกินกับมังคุด แต่ว่าไข่เหี้ยในระยะนั้นหายาก เจ้าจอมแว่นจึงได้ประดิษฐ์ขนมไข่เหี้ยขึ้นถวายแทน

ขั้นตอนการเตรียมวัตถุดิบ

ส่วนผสม แป้งขนมไข่หงส์

  • แป้งข้าวเหนียว 250 กรัม
  • แป้งข้าวเจ้า 3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลปี๊บ 1/2 ถ้วย (หรือน้ำตาลทราย 60 กรัม)
  • กะทิสำเร็จรูป 1 กล่องเล็ก

ส่วนผสม ไส้ขนมไข่หงส์

  • ถั่วทองหรือถั่วเขียวซีก บดละเอียด (ปริมาณตามชอบ) หรืออาจใช้มันเทศ หรือมันฝรั่ง ได้
  • เกลือป่น
  • น้ำตาลทราย
  • รากผักชี กระเทียม และพริกไทย (ปริมาณตามชอบ)

ส่วนผสม น้ำตาลสำหรับเคลือบ

  • น้ำ 100 กรัม
  • น้ำตาลทราย 150 กรัม

ขั้นตอนการทำขนมไข่หงส์

วิธีทำตัวแป้ง

1. ผสมน้ำตาลทราย น้ำกะทิ นำไปตั้งไฟพอน้ำตาลทรายละลาย ยกลง
2. ผสมแป้งข้าวเหนียว แป้งข้าวเจ้ารวมกัน แล้วใส่กะทิที่เตรียมไว้ลงไป จากนั้นนวดจนแป้งนุ่มแล้วพักไว้

วิธีทำไส้

1. โขลกรากผักชี พริกไทย กระเทียม ให้ละเอียด (3 เกลอ)
2. ใส่น้ำมันลงในกระทะ นำ 3 เกลอที่เตรียมไว้ลงผัดให้หอม ใส่ถั่วเขียวซีกบด น้ำตาลและเกลือ ถ้าส่วนผสมแห้งเติมน้ำเล็กน้อย ผัดจนน้ำตาลละลาย แล้วยกลง
3. จากนั้นปั้นเป็นก้อนกลม ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1/2 นิ้ว

วิธีปั้นแป้งขนมไข่หงส์

1. แบ่งแป้งแต่ละก้อนให้มีขนาดใหญ่กว่าไส้ แผ่แป้งให้เป็นแผ่นกลมหนาประมาณ 2 – 3 มิลลิเมตร
2. นำไส้ที่ปั้นเตรียมไว้ใส่ตรงกลางแป้ง ห่อหุ้มไส้ให้มิด และทำจนหมดเครื่องที่เตรียม

วิธีทอด

ใส่น้ำมันลงในกระทะ ตั้งไฟพอร้อน ใส่ขนมที่ปั้นไว้ อย่าให้แน่นกระทะ คอยคนขนมเบาๆ ทอดจนขนมเหลือง แล้วตักขึ้นวางบนกระดาษซับน้ำมัน

วิธีเคลือบ

ผสมน้ำตาล น้ำ ใส่ลงในกระทะนำไปตั้งไฟปานกลางเคี่ยวจนเหนียวและเดือดเป็นฟองเล็ก ๆ เต็มกระทะ ยกลงจากเตา ใส่ขนมที่ทอดแล้วลงไปคลุกให้เคลือบทั่วก้อน จนน้ำตาลตกผลึกเคลือบเป็นสีขาวและแห้งสนิท แล้วใจจานเสริฟ

ขั้นตอนการทำดูแล้วอาจจะมีขั้นตอนหลายขั้นสักหน่อย ลองค่อยๆปรับสูตรให้ได้รสที่ต้องการ หรืออยากทำขายก็สามารถปรับเพิ่มส่วนผสมตามสัดส่วนได้ตามต้องการเลยนะคะ

บทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

Previous articleผักชีล้อม ประโยชน์ และเมนูอาหารเพื่อสุขภาพ
Next articleนม ( Milk ) ป้องกันมะเร็ง หลอดเลือดหัวใจได้จริงหรือไม่?