ทำลายอนุมูลอิสระด้วย ถั่วบราซิลช่วย ( Pinto Peanut )

ถั่วบราซิลช่วยทำลายอนุมูลอิสระได้ (Pinto Peanut)
ถั่วบราซิล หรือ ถั่วลิสงเถา เป็นถั่วที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ป้องกันไม่ให้ผนังของหลอดเลือดโดนทำลายจากสารอนุมูลอิสระและคอเลสเตอรอล

ถั่วบราซิล

ถั่วบราซิล ( Pinto Peanut ) หรือ ถั่วลิสงเถา เป็นที่รู้จักกันดีสำหรับนักแต่งสวน เพราะว่านิยมนำมาปลูกเป็นพืชคลุมดินแทนหญ้าบางชนิดเพื่อความสวยงาม ถั่วบราซิลหรือถั่วปิ่นโต ถั่วลิสงเถา ถั่วเปรู และทางการค้าจะรู้จักกันในชื่อ “ ถั่วอมาริลโล ” มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Arachis Piotoi เป็นพืชตระกูลถั่วที่อยู่ในวงศ์ LEGUMINOSAE PAPILIONOIDEAE ต้นกำเนิดอยู่แถบอเมริกาใต้โดยเฉพาะประเทศบราซิล

โดยมีลักษณะทั่วไปของถั่วบราซิล

ลำต้นของถั่วบราซิล มีความคล้ายคลึงกับต้นถั่วลิสง ลำต้นมีความสูงไม่มากนักคือสูงประมาณ 5 นิ้ว ลำต้นจะเลื้อยไปตามพื้นดินไม่ชอบที่จะเลื้อยขึ้นไปตามต้นไม้หรือที่เลื้อยขึ้นที่สูงจึงสามรถคลุมดินได้ดีและเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็วทีเดียว

ใบของถั่วบราซิล  เหมือนกับใบถั่วลิสงแต่ว่าขนาดเล็กกว่าใบของต้นถั่วลิสงเล็กน้อย เจริญเติบโตได้ดีในดินทุกสภาพที่มีสารอาหารเพียงพอ การที่ถั่วบราซิลนิยมนำมาปลูกเป็นพืชคลุมดินก็เพราะว่าทนทานต่อสภาพอากาศที่แห้งแล้งได้ดี ขึ้นได้ดีแม้ว่าจะมีปลูกในพื้นที่ที่มีร่มเงาและเมื่อโดนเหยียบย่ำอยู่เป็นประจำก็ยังทนได้ไม่ตายและไม่เลื้อยขึ้นตามต้นไม้ยืนต้นที่ขึ้นอยู่บริเวณใกล้เคียง ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าต้นถั่วจะไปรัดไม้ยืนต้นจนตายเหมือนกับต้นถั่วลายหรือถั่วผี เวลาออกดอกจะทำให้พื้นที่ดูสดใสขึ้นจากดอกที่มีสีเหลืองสด ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดและการปักชำ เวลาที่เราเริ่มปลูกในครั้งแรกต้องนำเมล็ดมาเป็นพันธุ์ก่อน เมื่อลำต้นงอกออกมาแล้ว สามารถนำต้นถั่วบราซิลมาปักชำเพื่อขยายพันธุ์ได้ โดยที่ไม่ต้องรอเมล็ดแก่จากต้นพันธุ์ที่นำมาปลูก ทำให้การขยายพันธุ์ทำให้เร็วและประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อเมล็ดพันธุ์ด้วย

การดูแลและการปลูก ถั่วบราซิล ให้ได้ผลดีนั้น ควรเริ่มปลูกในช่วงต้นของฤดูฝนโดยการปลูกในตอนแรกควรปลูกด้วยการหว่านเมล็ดก่อน การหว่านให้ใช้เมล็ดในอัตราส่วนเมล็ดถั่วจำนวน 2 กิโลกรัมต่อพื้นที่ 1 ไร่หรือทำการขุดหลุมที่มีความลึกประมาณ 2-3 เซนติเมตร มีระยะห่างระหว่างหลุมอยู่ที่ประมาณ 50 x 50 เซนติเมตร แล้วค่อยหย่อนเมล็ดพันธุ์แทนการหว่านก็ได้ เพื่อเป็นการประหยัดเมล็ดพันธุ์ถั่วบราซิล แต่ถ้าต้องการนำต้นกล้ามาปลูกแทนการหว่านเมล็ด ให้ทำการเพาะชำต้นกล้าให้มีความสูงประมาณ 10 เซนติเมตรและจัดเตรียมหลุมสำหรับปลูกเหมือนเดิม ผ่านไปประมาณ 2 สัปดาห์เมล็ดถั่วถั่วบราซิลจะเริ่มงอก ในช่วงแรกที่ต้นพันธุ์งอกออกมาจากเมล็ดจะเติบโตช้า แต่ว่าเมื่อผ่านไป 1 อาทิตย์ต้นกล้าเริ่มแข็งแรงอัตราการเจริญเติบโตจะเพิ่มขึ้นเท่าตัว อายุ 1 เดือนขึ้นไปจะเริ่มออกดอกไปเรื่อย โดยเฉพาะในฤดูฝนที่มีการออกมามากที่สุดช่วงเดือน การเก็บเมล็ดพันธุ์ถั่วบราซิลควรจัดเก็บไม่นานเกิน 2-3 เดือนเพราะว่าถ้านานกว่านี้อัตราการงอกจะน้อยกว่า 60-70% ช่วงแรกที่ต้นถั่วบราซิลอาจจะแลดูว่ามีพื้นที่ว่างมาก แต่เมื่อต้นถั่วเจริญเติบโตแล้วต้นถั่วบราซิล จะแผ่ขยายลำต้นไปทั่วพื้นที่เองโดยไม่ต้องนำเมล็ดมาปลูกเพิ่ม

การดูแลรักษา ถั่วบราซิล ช่วง 1-2 เดือนแรกที่ลงต้นกล้าหรือเมื่อเมล็ดพันธุ์เริ่มแทงยอดขึ้นหรือส่วนที่ยื่นออกมาของ Peg ที่มีลักษณะคล้ายเข็มเป็นแท่งเรียวเล็ก และควรทำการกำจัดวัชพืชย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้วัชพืชแย่งสารอาหารในดินไปจนหมดจะทำให้ต้นกล้าไม่เติบโต ประมาณเดือนที่ 3-4 จะเริ่มมีการแทงดอกออกช่ออย่างสวยงามโดยเฉพาะในช่วงเดือนสิงหาคมและเดือนกันยายน ดอกจะเริ่มลดลงในเดือนตุลาคมเป็นต้นไป ส่วนที่เป็นเมล็ดถั่วบราซิลจะอยู่ใต้ดินลึกประมาณ 5-10 เซนติเมตรจากหน้าดิน หนึ่งฝักมีเพียงหนึ่งเมล็ดเท่านั้น

สามารถเก็บเมล็ด ถั่วบราซิล ได้เมื่ออายุประมาณ 8 เดือนเป็นต้นไป การเก็บเมล็ดถั่วที่อยู่ใต้ดินทำได้หลายวิธีขึ้นอยู่กับชนิดของดินที่ทำการปลูก ถ้าปลูกในดินร่วนปนทรายก็ให้ขุดทั้งต้นออกมาทำการร่อนดินและทรายออกจนหมดก็จะได้เมล็ด แต่ถ้าเป็นดินเหนียววิธีการจะยุ่งยากกว่าดินปนทราย นั่นคือต้องนำต้นที่ขุดออกมาจากดินมาแช่น้ำไว้ประมาณ 15-20 นาทีเพื่อให้ดินคลายตัวออกจากเมล็ด แล้วค่อยนำไปร่อนเอาดินที่ดินอยู่ เมล็ดที่ได้ให้นำมาล้างให้สะอาดและนำไปตากให้แห้งอย่างน้อย 3 วันก็จะได้เมล็ดถั่วบราซิลที่พร้อมปลูกหรือไปปรุงอาหารได้

ประโยชน์ของ ถั่วบราซิล

ถั่วบราซิล หรือ ถั่วลิสงเถา คือ ถั่วที่มีเมล็ดของถั่วสะสมสารอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการอยู่มาก คือถั่วหนัก 1 ปอนด์จะให้ 186 แคลอรีซึ่งประมาณ 90% ที่ของแคลลอรีที่ได้รับมาจากไขมันที่มีอยู่ในถั่วนั้นเอง มีธาตุซีลิเนียมที่สูงมาก ซีลิเนียมเป็นธาตุที่ป้องกันไม่ให้ผนังของหลอดเลือดโดนทำลายจากสารอนุมูลอิสระและคอเลสเตอรอล ( Cholesterol )ที่เป็นที่มาของไขมันอุดตันและโรคหัวใจอีกด้วย โดย ซีลิเนียมมีเอนไซม์ กลูตาไธโอน เพอคอรซิเดส ( Glutathione Peroxidase ) ที่สามารถยับยั้งการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่นของไขมันและคอเลสเตอรอลให้กลายเป็นไขมันเลว ทำให้ไขมันเลวลดลงลดการเกิดไขมันอุดตันในเส้นเลือดได้นั่นเอง ร่างกายจึงต้องการธาตุเซเลเนียมจากภายนอกเข้าสู่ร่างกายเพื่อใช้ในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ทำงานได้เป็นปกติ และยังช่วยทำให้ผิวพรรณอ่อนเยาว์กว่าวัย ด้วยการป้องกันไม่ให้เซลล์ผิวหนังโดนทำลายจากอนุมูลอิสระที่มีอยู่ ไขมัน ในถั่วบราซิลส่วนใหญ่เป็นไขมันดี ไม่อิ่มตัว ช่วยบำรุงหัวใจ ซีลิเนียม ซีลิเนียมเป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันและต่มไทรอยด์ ซึ่งในถั่วบราซิล 1 ออนซ์จะได้ซีลิเนียมร้อยละ 774 ของค่าซีลิเนียมที่ร่างกายควรได้รับแมกนีเซียม ช่วยในการทำงานของกล้ามเนื้อ การผลิตโปรตีน และการดูดซึมพลังงานจากสารอาหารทองแดง ช่วยในการรักษากระดูกและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันธ์ ช่วยให้การทำงานของต่อมไทรอยด์ ช่วยผลิตเมลานิน ช่วยปกป้องและซ่อมแซมเนื้อเยื่อ ถั่วบราซิลมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์หลายชนิด แต่ก็มีแคลอรี่และไขมันสูงเช่นกัน

ถั่วบราซิล เป็นถั่วที่สามารถตรึงไนโตรเจนในดินได้เป็นอย่างดี เมื่อนำมาปลูกลงดินแล้วจะมีขยายพันธุ์คลุมดินได้อย่างรวดเร็ว ในสภาวะอากาศที่แห้งแล้งหรือร้อนจัดจะช่วยรักษาความชุ่มชื้นในดินให้คงอยู่ เพิ่มความสวยงามด้วยสีเขียวและเมื่อออกดอกก็จะได้บรรยากาศที่เปลี่ยนไปโดยที่ไม่ต้องปลูกพืชชนิดอื่นใหม่ ซึ่งนอกจากถั่วบราซิลนั้นมีประโยชน์ทั้งต้นและเมล็ดที่อยู่ใต้ดินแล้ว สำหรับใครที่กำลังมองหาไม้คลุมดินที่มีประโยชน์ครบครันแล้ว ถั่วบราซิลนับเป็นตัวเลือกที่ดีมากเพราะนอกจากต้นจะสวยในการจัดสวนแล้ว ยังสามารถนำเมล็ดมารับประทานได้ด้วย ถ้าคุณคิดจะแต่งสวนด้วยหญ้าญี่ปุ่นลองเปลี่ยนมาเป็นการปลูกต้นถั่วบราซิลแทนก็น่าจะดีนะ

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมตามลิ้งค์ด้านล่าง

เอกสารอ้างอิง

รัชนี คงคาฉุยฉาย และ ริญ เจริญศิริ. โภชนาการกับผัก. กรุงเทพฯ : สารคดี, 2554. 1.ผลไม้–แง่โภชนาการ–ไทย. I.ชื่อเรื่อง. 641. ISBN 978-974-484-346-3.

Heuzé V., Tran G., Delagarde R., Bastianelli D., Lebas F., 2017. Pinto peanut (Arachis pintoi). Feedipedia, a programme by INRA, CIRAD, AFZ and FAO.