ประโยชน์ของ “ข้าวไรซ์เบอร์รี่” มีอะไรบ้าง?

ข้าวไรซ์เบอรี่ มีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระ ชะลอวัย ควบคุมน้ำหนัก และลดการเสี่ยงการเป็นมะเร็ง
ข้าวไรซ์เบอรี่ มีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระ ชะลอวัย ควบคุมน้ำหนัก และลดการเสี่ยงการเป็นมะเร็ง

คุณค่าสารอาหารมากมายมีในข้าวไรซ์เบอร์รี่ (Riceberry Rice)

สำหรับคนรักสุขภาพ ข้าวไรซ์เบอรี่ จัดได้ว่าเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่มีเวลาออกกำลังกายน้อยหรือแทบไม่มีเลย การใส่ใจในอาหารการกินจึงเป็นสิ่งทำได้ง่ายและสะดวกมากที่สุด สำหรับ “ข้าวไรซ์เบอร์รี่” ข้าวเมล็ดสีม่วงที่อุดมไปด้วยสารอาหารและคุณประโยชน์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการช่วยแก้ปัญหาภาวะโรคต่างๆ ให้ทุเลาเบาบางได้อย่างเห็นได้ชัดหรือคุณประโยชน์อื่นๆอีก เรามาลองทำความรู้จักกับข้าวไรซ์เบอรี่กันดีกว่าทำไมจึงมีดีขนาดนี้ และทำไมจึงได้รับความนิยมจากผู้บริโภคเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ข้าวไรซ์เบอรี่ คืออะไร ?

ข้าวไรซ์เบอร์รี่ เป็นข้าวที่เกิดจากการผสมระหว่างข้าวเจ้าหอมนิลและข้าวขาวดอกมะลิ 105 จนทำให้กลายเป็นข้าวเกษตรอินทรีย์สายพันธ์ุใหม่ ที่มีลักษณะเด่นเป็น สีม่วงเข้ม ผิวมันเมล็ดเรียวยาวคล้ายกับข้าวเจ้า สามารถปลูกได้ตลอดปี ที่สำคัญคุณค่าทางอาหารอยู่ครบถ้วน เพราะผ่านการขัดสีแค่บางส่วน

ข้าวหอมนิล มีลักษณะอย่างไร ?

ข้าวหอมนิล มีชื่อเรียกหลายชื่อ ดังนี้ ข้าวสีนิล ข้าวหอมนิล และข้าวก่ำ ข้าวหอมนิลเป็นข้าวสายพันธุ์เดียวกับข้าวกล้อง ซึ่งได้รับการปรับปรุงพันธุ์มาจากข้าวเหนียวดำต้นเตี้ยจากประเทศจีน สารอาหารในข้าวหอมนิลนั้นมีมาก เช่น มีโปรตีนและธาตุเหล็กสูงกว่าข้าวชนิดอื่น และยังให้กลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ข้าวหอมมะลิ 105 หรือข้าวขาวดอกมะลิ 105 คืออะไร?

ข้าวหอมมะลิ ชื่อก็บ่งบอกว่า ข้าวนั้นต้องมีกลิ่นหอมมากเหมือนดอกมะลิส่งกลิ่นยามเช้า ข้าวหอมมะลิมีลักษณะโดดเด่นคือมีเมล็ดเรียวยาวสีขาวสวยและมีกลิ่นหอมจรุงใจ จึงเป็นที่นิยมนำมารับประทาน และเป็นส่วนหนึ่งของสายพันธุ์ข้าวไรซ์เบอร์รี่นั่นเอง

ประโยชน์อันโดดเด่นของข้าวไรซ์เบอรี่คือ ข้าวไรซ์เบอร์รี่มีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าข้าวสายพันธุ์อื่นๆ ช่วยชะลอวัยและบำรุงผิวพรรณให้อ่อนเยาว์ ช่วยลดน้ำหนักและมีสารอาหารบำรุงร่างกาย

สารอาหารในข้าวไรซ์เบอร์รี่ มีอะไรบ้าง?

ข้าวไรซ์เบอร์รี่มีแร่ธาตุและวิตามินหลากหลายชนิด ดังนี้

ข้าวไรซ์เบอร์รี่ มีสารอาหารอะไรบ้าง ?

วิตามินบี จำเป็นต่อการทำงานของสมอง ระบบประสาท ระบบย่อยอาหาร ป้องกันโรคเหน็บชา
เบต้าแคโรทีน ลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง ชะลอความแก่ของเซลล์ และบำรุงสายตา
แกมมาโอไรซานอล ลดระดับคอเรสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ในหลอดเลือด ทำให้เลือดหมุนเวียนไปเลี้ยงอวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกายได้อย่างเป็นปกติ ลดอัตราเสี่ยงของโรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง สมองเสื่อม
กากใยอาหาร ช่วยลดระดับไขมันและคอเลสเตอรอล ป้องกันโรคหัวใจ ช่วยควบคุมน้ำหนัก และช่วยระบบขับถ่าย
โอเมก้า 3 มีความสำคัญต่อโครงสร้างและการทำงานของสมอง ตับและระบบประสาท ทั้งยังลดระดับคอเลสเตอรอล
ธาตุสังกะสี สังเคราะห์โปรตีน สร้างคอลลาเจน รักษาสิว ป้องกันผมร่วง และกระตุ้นรากผม
แทนนิน แก้ท้องร่วง แก้บิด ช่วยสมานแผล
ธาตุเหล็ก สร้างและจ่ายพลังงานในร่างกายเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง และเป็น ส่วนประกอบของเอนไซม์ซึ่งเกี่ยวข้องกับการใช้ออกซิเจนในร่างกายและสมอง
วิตามินอี ชะลอความแก่ บำรุงผิวพรรณ ลดอัตราเสี่ยงของโรคที่เกี่ยวกับหลอดเลือดสมองและหัวใจทำให้ปอดทำงานดีขึ้น
ลูทีน ป้องกันจอประสาทตาเสื่อม เพิ่มการไหลเวียนของเลือดในเส้นเลือดฝอยที่หล่อเลี้ยงตา
โพลิฟีนอล ทำลายฤทธิ์ของอนุมูลอิสระ ป้องกันการเกิดโรคมะเร็งได้

 

ข้าวไรซ์เบอร์รี่เหมาะกับใคร?

ข้าวไรซ์เบอรี่ เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะคนรักสุขภาพ เพราะถือได้ว่าเป็นข้าวที่มีสารอาหารและคุณประโยชน์สูง โดยจำแนกออกเป็นกลุ่มต่างๆ ได้ดังนี้

สตรีมีครรภ์ ข้าวไรซ์เบอร์รี่นี้จะช่วยให้บุตรในครรภ์มีสุขภาพแข็งแรง เพราะในข้าวไรซ์เบอรี่มีธาตุอาหารโฟเลต อีกทั้งยังมีน้ำตาลต่ำ ช่วยให้มารดาควบคุมน้ำหนักไม่ให้ครรภ์เป็นพิษ นอกจากนี้ยังมีธาตุเหล็กสูงซึ่งในหญิงมีครรภ์จะมีความต้องการแร่ธาตุโฟเลตมากกว่าคนปกติ

ผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคอ้วน ที่สามารถเปลี่ยนมารับประทานข้าวไรซ์เบอรี่ที่มีคุณสมบัติช่วยควบคุมน้ำตาลและน้ำหนักได้ เนื่องจากในข้าวสายพันธุ์นี้มีดัชนีน้ำตาลที่ต่ำกว่าข้าวทั่วไป 

ผู้สูงวัย ควรได้รับประทานอาหารที่ดีและมีประโยชน์เพราะข้าวไรซ์เบอรี่มีสารอาหารที่ช่วยบำรุงร่างกายเสริมสร้างประสิทธิภาพในการไหลเวียนของเลือดชะลอความแก่ชราและบำรุงสายตาและระบบประสาทของคุณสูงวัย

ผู้ที่เป็นโรคโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก หากรับประทานข้าวไรซ์เบอรี่เป็นประจำ จะช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหาร โดยเฉพาะธาตุเหล็ก ช่วยในการบำรุงโลหิตและบำรุงร่างกายให้แข็งแรง

ประโยชน์ข้าวไรซ์เบอรี่ ประโยชน์ดีๆที่มากกว่าข้าว

ข้าวไรซ์เบอรี่มีคุณประโยชน์อีกมากมายหากรับประทานแทนข้าวขาวเป็นประจำ ข้าวไรซ์เบอรร์รี่ เปรียบเสมือนเป็นยาที่ทำจากธัญพืช มีคุณประโยชน์เต็มเมล็ด อุดมไปด้วยธาตุอาหารของสารต้านอนุมูลอิสระ

สรรพคุณข้าวไรซ์เบอร์รี่

ข้าวไรซ์เบอร์รี่ช่วยควบคุมน้ำตาลและควบคุมน้ำหนักได้ เนื่องจากข้าวไรซ์เบอร์รี่มีเส้นใยอาหารที่ทำให้คนที่รับประทานข้าวประเภทนี้จะรู้สึกอิ่ม ซึ่งมีสาเหตุมาจากในระบบการย่อยกากเส้นใยนั้นร่างกายจะใช้เวลานาน ทำให้น้ำตาลในแป้งของข้าวค่อยๆย่อย ไม่เร็วจนเกินไป จึงทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่ ข้าวกล้องไรซ์เบอร์รี่ ช่วยลดระดับไขมันและคอเรสเตอรอล เส้นใยจะถูกขับถ่ายออกมาเป็นกากอุจจาระ เมื่อมีกากอุจจาระมากขึ้น ก็ทำให้ช่วยในการขับถ่ายได้ดีขึ้น และยังช่วยลดอาการท้องผูก และป้องกันโรคหัวใจได้อีกด้วยอีก

ไม่เพียงเท่านั้นข้าวไรซ์เบอรี่ยังช่วยลดระดับไขมันและคอเลสเตอรอลได้อย่างดี เนื่องจากมีเส้นใยอาหารหรือ Fiber สูงมากๆ ซึ่งเส้นใยเหล่านี้จะมาช่วยลดไขมันและคอเลสเตอรอลของคุณให้น้อยลง ยิ่งทานแล้วยังขยันออกกำลังกายก็จะยิ่งเห็นผลไวมากขึ้นไปอีก จึงเหมาะมากสำหรับคนที่กำลังอยู่ในช่วงลดน้ำหนัก แถมยังขับถ่ายดีไม่เกิดอาการท้องผูกอีกต่างหาก ดังนั้นเห็นเมล็ดข้าวสีแปลกๆ ม่วงๆ ดำๆ อย่าคิดว่าไม่ขาวไม่สวยและไม่ซื้อ แบบนี้คิดผิดมากๆ เพราะนอกจากประโยชน์เยอะแล้วความอร่อยก็ไม่น้อยหน้าใครทั้งหอมมันและเหนียวนุ่ม

ในส่วนของการหุง เราสามารถหุงได้แบบล้วนๆหรือหุงผสมกับข้าวหอมมะลิหรือข้าวสารที่คุณชื่นชอบ จะใส่มากหรือน้อยก็แล้วแต่ความชอบ สุขภาพดีอยู่ในมือคุณแล้วอย่ามองผ่าน เจอข้าวไรซ์เบอรี่เมื่อไรรีบหาซื้อมาทานได้เลย ยิ่งถ้าเป็นข้าวกล้องไรซ์เบอรี่เพียวๆ สามารถรับประทานเพื่อลดน้ำหนักได้

โทษของข้าวไรซ์เบอรี่

นอกจากประโยชน์ของข้าวไรซ์เบอรี่แล้ว ยังไม่พบโทษของการรับประทานข้าวไรซ์เบอรี่

 

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมตามลิ้งค์ด้านล่าง

เอกสารอ้างอิง

รัชนี คงคาฉุยฉาย และ ริญ เจริญศิริ. โภชนาการกับผัก. กรุงเทพฯ : สารคดี, 2554. 128 หน้า 1.ผัก-แง่โภชนาการ-ไทย. I.ชื่อเรื่อง. 641.303 ISBN 978-974-484-346-3.

แอพเพิลเกต, ลิซ. 101 อาหารรักษาหัวใจ.–กรุงเทพฯ : องค์การค้าของคุรุสภา, 2547. 342 หน้า. 1. อาหารเพื่อสุขภาพ. 2.โภชนบำบัด. I.จงจิต อรรถยุกติ, ผู้แปล. II.ชื่อเรื่อง. 641.56311 ISBN 974-00-8692-6.

Konczak, I.; & Zhang, W. (2004). Anthocyanins-more than natures colours. Journal of
Biomedicine and Biotechnology. 5: 239-240.

Lule, S.U.; & Xia, W. (2005). Food phenolics, pros and cons: A review. Food Reviews
International. 21: 367-388.