ได้เวลา หยุดโรคมะเร็งแล้ว

ได้เวลา หยุดโรคมะเร็งแล้ว
การหยุดมะเร็ง เริ่มต้นที่การดูแลตัวเอง การกินอาหาร การออกกำลังกาย

ได้เวลา หยุดโรคมะเร็งแล้ว

คุณรู้ไหมว่าปีๆ หนึ่งมะเร็งคร่าชีวิตคนไปแล้วกี่ล้านคน? ในแต่ละปีทั่วโลกมีคนตายด้วยโรคมะเร็งหลายล้านคน ไม่เว้นแม้แต่คนไทย คนไทยที่ตายด้วยโรคมะเร็งปีละเกือบแสนคนเชียวนะ เราต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักปีละเกือบแสนคนจากโรคมะเร็ง คุณเคยสูญเสียคนที่รักจากมะเร็งไหม? ดิฉันเป็นหนึ่งคนที่เคยสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักจากโรคมะเร็ง ทั้งคุณตา คุณยาย คุณป้าและคุณลุงอันเป็นที่รักของดิฉันต่างก็ตายด้วยโรคมะเร็งทั้งสิ้น ในวันที่เราสูญเสียบุคคลอันที่รักเรารู้สึกเสียใจ รู้สึกว่าโรคมะเร็งมันช่างร้ายกาจเสียจริง มันเข้ามาพรากบุคคลอันเป็นที่รักของเราไปก่อน วัยอันควร โดยเฉพาะคุณตาอันเป็นที่รักยิ่งของดิฉัน ดิฉันจำได้ว่าตอนเด็กๆ คุณตาจะทำว่าวให้เล่นในหน้าหนาวทุกปี พอลมหนาวพัดมาท่านจะเริ่มตัดต้นไผ่เป็นท่อนยาพอประมาณ ท่านจะค่อยบรรจงใช้มีดกรีดไปบนก้านไผ่ที่เป็นเหลี่ยมค่อยๆ ครูดเบาๆ เหลาจนได้ไม้ไผ่แท่งกลมกลึง นำไม้ไผ่ที่เหลาแล้วมามัดขัดกันเป็นโครงว่าว ติดทับด้วยกระดาษแก้วพร้อมทั้งผูกเชือกกลายเป็นว่าวแบบง่ายให้หลานๆ ได้เล่นกันถ้วนหน้า หน้าหนาวทุกปีดิฉันจะต้องได้ว่าวจากฝีมือคุณตามาเล่นกับพี่ๆ น้องๆ อย่างสนุกสนาน แต่แล้ววันหนึ่งคุณตาเกิดปวดท้องต้องไปโรงพยาบาล แม่บอกว่าคุณตาเป็นมะเร็งตับระยะสุดท้ายเพราะคุณตาดื่มเหล้ามาก หน้าหนาวปีนั้นคุณตาไม่กลับมาทำว่าวให้ดิฉันเล่นอีกแล้ว ไม่มีเสียงเรียกยามที่ดิฉันวิ่งไปไกลเกินไป ไม่มีแล้วสายตาของคุณตาที่มองด้วยความรักและหวังดี ดิฉันต้องสุญเสียคุณตาอันเป็นที่รักไปเพราะโรคมะเร็งตับ

เราต้องสูญเสียคนที่รักเพราะโรคมะเร็งอีกสักเท่าไหร่ เราถึงจะเริ่มหยุดมะเร็งกันเสียที บางคนไม่เคยใส่ใจดูแลตัวเองและคนรอบข้างเลยแม้แต่น้อยด้วยคิดว่ามะเร็งเป็นเรื่องที่ไกลตัว คงไม่มีใครเป็นมะเร็งหรอก วันนี้คุณอาจจะโชคดีที่ยังไม่สูญเสียคนที่รักจากโรคมะเร็ง แต่ในวันหน้าคุณจะแน่ใจได้ยังไงว่าคนที่คุณรักจะไม่ป่วยเป็นโรคมะเร็ง คนที่คุณรักจะไม่เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งหรือแม้แต่ตัวคุณเองจะไม่เป็นโรคมะเร็งจนตาย ในเมื่อสิ่งแวดล้อมรอบตัวเรานั้นมีแต่มลพิษ สารพิษและสารเคมีตกค้าง ขนาดตัวดิฉันเองที่คิดว่าตัวเองไม่มีทางเป็นมะเร็งยังป่วยเป็นมะเร็งได้เลย ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะหยุดมะเร็ง การหยุดมะเร็งนั้นไม่ยาก เริ่มต้นที่ตัวเราโดยดูแลตัวเอง เริ่มจากกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ เลือกกินผักและผลไม้ที่ปลอดสารพิษมากกว่าเนื้อสัตว์ ออกกำลังกายเป็นประจำทุกวันเพื่อร่างกายจะได้แข็งแรงมีภูมิต้านทานโรคได้มากขึ้น ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มของมึนเมาทุกชนิด ไม่กินอาหารที่เป็นสารก่อมะเร็ง ทั้งอาหารหมักดอง อาหารที่ผ่านการถนอมอาหาร อาหารมันๆ อาหารทอด อาหารไหม้ อาหารรมควัน ทำตัวเป็นคนรักเดียวใจเดียวเหมือนกับดิฉันและสามีที่รักกัน ไม่มีชู้ ไม่มีกิ๊ก ไม่มีกั๊ก ไม่มั่ว ไม่ส่ำสอน และที่สำคัญอย่าลืมทำตัวเป็นคิดบวก คิดง่ายๆ ว่าทุกปัญหาย่อมมีทางออกเสมอ ไม่มีปัญหาใดอยู่กับเราไปตลอดชีวิตหรอกค่ะ ปัญหาเปรียบเสมือนคนขี้เบื่อที่ไม่ชอบอยู่กับที่หรืออยู่กับใครนานๆ ปัญหาจะแวะเข้ามาทักทายและอยู่กับเราแค่แป๊บเดียวเดี๋ยวเค้าก็ไปต่อแล้วค่ะ การคิดบวกนี่จะทำให้จิตใจเราสดชื่นแจ่มใส ชีวิตเราก็มีความเครียดน้อยลงเมื่อความเครียดน้อยลงสุขภาพเราก็แข็งแรง ดิฉันเองก็เป็นคนหนึ่งที่เคยคิดลบ ชีวิตมีแต่ความเครียด เครียดทั้งเรื่องของตัวเองไม่พอยังเอาเรื่องคนอื่นมาคิดมาเครียดด้วยนะ พอเครียดก็กินไม่ได้นอนไม่หลับพักผ่อนไม่เพียงพอ แย่ทั้งกายทั้งใจ แต่พอดิฉันกลับมาเป็นคนคิดบวก มองทุกปัญหาเป็นเรื่องเล็กเดี๋ยวก็แก้ได้ ชีวิตมีความสุขมากขึ้น ความเครียดลดลง กินได้นอนหลับร่างกายมีสุขภาพแข็งแรงขึ้น หน้าตาแจ่มใส ตั้งแต่เป็นคนคิดบวกนี่มีคนทักว่าดูสวยขึ้นสาวขึ้นด้วยนะคะ เป็นไงคะ วิธีการหยุดมะเร็งไม่ยากใช่มั้ยคะ ถ้าคุณทำตามแค่นี้เราก็หยุดมะเร็งได้แล้ว ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากหยุดมะเร็ง ขอให้เริ่มที่ตัวคุณเองก่อนแล้วขยายไปยังคนในครอบครัว 

จะเห็นว่าการหยุดมะเร็งไม่ใช่เรื่องยากแต่ก็ต้องอาศัยความตั้งใจจริงและความร่วมมือกันของทุกคนเข้ามาร่วมด้วยช่วยกัน ช่วยกันลด ละ เลิกสิ่งที่ทำเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง ดิฉันไม่อยากเสียใจเพราะต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักด้วยโรคมะเร็งอีก และไม่อยากให้ใครต้องมาเสียใจที่ต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักจากมะเร็งด้วยเช่นกัน ดิฉันจึงอยากที่จะหยุดมะเร็งไว้แค่นี้ ไม่อยากให้มีผู้ป่วยมะเร็งหรือผู้เสียชีวิตจากมะเร็งเพิ่มขึ้นอีก ดังนั้นถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องช่วยกันหยุดมะเร็งร้ายให้หายไปจากโลกนี้ ร่วมกันหยุดมะเร็งเสียตั้งแต่วันนี้ก่อนที่เราจะสูญเสียคนที่รักไปกับมะเร็งมากกว่านี้ ดิฉันเริ่มหยุดมะเร็งแล้ว คุณเริ่มหยุดมะเร็งแล้วหรือยัง?

Content by Amprohealth

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม