คอเลสเตอรอลชนิดที่ต้องควบคุมไม่ให้สูงเกินไป Low-Density Lipoprotein (LDL)

คอเลสเตอรอลชนิดที่ต้องควบคุมไม่ให้สูงเกินไป Low-Density Lipoprotein (LDL)
คอเลสเตอรอลชนิดที่ต้องควบคุมไม่ให้สูงเกินไป Low-Density Lipoprotein (LDL)

คอเลสเตอรอลชนิดที่ต้องควบคุมไม่ให้สูงเกินไป Low-Density Lipoprotein (LDL)

คอเลสเตอรอลชนิดที่ต้องควบคุมไม่ให้สูงเกินไป Low-Density Lipoprotein (LDL) คืออะไร?

นอกจากไขมันชนิดดีอย่าง HDL แล้ว ในร่างกายยังมีไขมันชนิดที่ไม่ดีรวมอยู่ด้วย คือไขมันชนิดที่เรียกว่า LDL ซึ่งย่อมากจาก Low Density Lipoprotein เป็นไขมันที่ความหนาแน่นต่ำชนิดหนึ่งที่จำเป็นต่อร่างกาย ถูกสร้างขึ้นจากตับ จากนั้นจะเข้าสู่กระแสเลือดโดยอาศัยตัวนำอย่าง ไลโปรตีน  จะเรียกว่า  LDL-c หากมี LDL ในร่างกายมากไปจะกลายเป็นไขมันตัวร้ายที่สามารถทำให้เกิดภาวะโรคหลอดเลือดแดงแข็งตัวได้

การตรวจวัดค่า LDL-c

โดยปกติวิธีที่สามารถตรวจหาค่า LDL-c ได้นั้น มี 2 วิธีดังนี้

1. การตรวจโดยตรง Direct LDL-c
การตรวจโดยวิธี Direct LDL-c คือ การตรวจเพื่อหาค่า LDL โดยตรง ซึ่งสามารถตรวจได้โดยการเจาะเลือดไปตรวจโดยแพทย์ วิธีนี้จะให้ผลที่แม่นยำ
2. การคำนวณด้วยค่าของคอเลสเตอรอลตัวอื่นๆ LDL (calc) การตรวจวิธีที่การคำนวณด้วยค่าของคอเลสเตอรอลตัวอื่นๆ คือ การนำผลตรวจของ Total cholesterol (TC), High Density Lipoprotein (HDL) และ Triglyceride (TG) มาเข้าสูตรเพื่อหาค่า LDL การตรวจ LDL ส่วนมากจะใช้วิธีคำนวณโดยอาศัยสูตรวิธีนี้ เนื่องจากสะดวกประหยัด และรวดเร็วซึ่งมีสูตรการคำนวณดังนี้

LDL = TC – HDL – 20% TG

 

คณะผู้เชี่ยวชาญการวิเคราะห์เลือด นำโดย ดร.เต วาย วัง (The Y. Wang, Ph.D.) ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการตรวจ LDL ทั้ง 2 วิธีว่า ค่าที่ตรวจได้จะมีเท่าหรือแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับเงื่อนไข คือ ค่าของ Triglyceride จะต้องไม่สูงเกินกว่า 400 mg/dL หรือไม่ต่ำกว่า 50 mg/dL หากค่าที่ตรวจอยู่ในระหว่างเกณฑ์ ก็ถือว่า LDL ที่ตรวจมีผลที่น่าเชื่อถือได้ แต่หากค่าของ Triglyceride ไม่อยู่ในเกณฑ์ ควรตรวจ LDL ด้วยวิธี Direct LDL-c เท่านั้น จึงจะได้ผลตรวจที่แม่นยำที่สุด

ตัวอย่างการตรวจหาค่า LDL 

ผู้ป่วยรายหนึ่งทำการตรวจวัดค่าของคอเลสเตอรอลต่างๆได้ดังนี้

TC        =    262 mg/dL ,  HDL     =   79 mg/dL , TG       =   55 mg/dL

ดังนั้นผู้ป่วยรายนี้ สามารถตรวจหาค่า LDL ได้ทั้ง 2 วิธี เนื่องจากค่าของ TG   =   55 mg/dL ซึ่งอยู่ในค่ามาตรฐานของ Triglyceride (50 – 400 mg/dL)

จากสูตร LDL = TC – HDL – 20% TG   นำมาแทนค่าเพื่อเข้าสูตรได้ดังนี้   

LDL = 262 – 79 – (55*20/100) = 172 mg/dL

หลักเกณฑ์และวิธีการลดค่า LDL ลง

เนื่องจากค่าของ LDL คือปริมาณของไขมันชนิดที่ไม่ดีที่อยู่ในร่างกาย ดังนั้นจึงมีวิธีในการลดค่า LDL ในร่างกายลง เพื่อให้เป็นผลดีต่อสุขภาพ ซึ่งสามารถทำได้ดังต่อไปนี้

1. เลือกประเภทของอาหารที่จะทาน โดยเน้นทานอาหารครบ 5 หมู่ และหลีกเลี่ยงอาหารที่มีผลเสียต่อร่างกาย เช่น

หลีกเลี่ยงอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง จำพวกอาหารทะเล เช่น กุ้ง ปลาหมึก หรืออหากจำเป็นจะต้องทาน ควรทานในปริมาณที่เหมาะสมไม่มากจนเกินไป

หลีกเหลี่ยงอาหารทีมีไขมันชนิดอิ่มตัว (Saturated Fat) ที่เป็นไขมันชนิดไม่ดี ซึ่งสามารถพบได้ในกลุ่มอาหารดังต่อไปนี้ เช่น เนื้อสัตว์ นม เนยในน้ำมันปาล์มเป็นต้น โดยไขมันประเภทอิ่มตัวนี้ จะเพิ่มค่าทั้ง LDL และ HDL รวมถึงค่า TC ก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย

หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันทรานส์ (Trans Fat) เช่น เนยเทียม มาการีน ผงฟูที่ใส่ในขนม เป็นต้น  ไขมันประเภทนี้ จะไปทำการเพิ่มค่า LDL และลดค่า HDL ในร่างกายลงด้วย

หลีกเลี่ยงอาหารที่ต้องใช้ความร้อนในการปรุงสูงๆ เพราะจะทำให้เกิดไขมันทรานส์ ขึ้นในอาหารชนิดนั้น  เช่น  อาหารในร้านฟาสต์ฟู้ดต่างๆ

ในแต่ละมื้อควรเลือกรับประทานอาหารที่มีกากใยอาหารสูง (Fiber) เช่น ผัก ผลไม้ ทุกชนิด

2. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ  โดยให้ใช้เวลาในการออกกำลังกายติดต่อกันนาน 30 นาทีขึ้นไป จะส่งผลให้ลดปริมาณของ  LDL และเพิ่ม HDL ไปด้วยพร้อมๆ กัน
3. ควบคุมน้ำหนักตนเองให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ไม่มากหรือน้อยเกินไป
4. งดการสูบบุหรี่อย่างถาวร ไม่ใช่การลดปริมาณ
5. ในกรณีที่ค่า LDL สูงกว่าปกติ ควรพบแพทย์  เพื่อรับยาลดปริมาณ LDL ในร่างกาย

การใช้ค่า LDL ในการคำนวณโอกาสความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ

ค่าของ LDL ที่วัดได้ สามารถนำไปใช้ในการประเมินผลถึงค่าความเสี่ยงต่อโอกาสการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Heart Disease) หรือ CHD ได้ โดยวิธีการคำนวณจะใช้อัตราส่วน LDL ต่อ HDL (คล้ายกับอัตราส่วน TC ต่อ HDL) ดังนี้

อัตราส่วน LDL : HDL (หรือ LDL ÷ HDL)

 

ตารางแสดงอัตราส่วน LDL : HDL แสดงความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ

ค่าความเสี่ยง ชาย หญิง
ต่ำกว่าปกติ 1.0 1.5
ปกติ 3.6 3.2
มีความเสี่ยง 6.3 5.0
ความเสี่ยงสูง 8.0 6.1

ค่าปกติของ Direct LDL-c

หลังจากทำการตรวจวัดค่าของ LDL แล้ว ซึ่งสามารถทำได้ทั้ง 2 วิธี  ให้นำค่าที่ได้มาเปรียบเทียบกับตารางดังต่อไปนี้ เพื่อจะได้ทราบว่า สุขภาพของเรานั้นมีปริมาณ LDL อยู่ในหลักเกณฑ์ข้อใด ดังนี้

การจัดค่า ชาย หญิง
Direct LDL-c (mg/dL)
ค่าปกติ (ดีมาก) <100 <110
เกือบดี 100 – 129 110 – 129
เริ่มสูง 130 – 159 >129
สูง 160 – 189
สูงมาก >190

 

จากตารางสามารถสรุปได้ว่า ค่าของ LDL ในร่างกายของผู้ชายไม่ควรให้มีค่าเกิน 129 mg/dL ส่วนในเพศหญิงต้องไม่เกิน 129 mg/dL เท่ากัน  และหากค่าที่วัดได้เกินกว่าค่ามาตรฐาน ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อหาทางรักษาและทางป้องกัน ต่อไป

กรณีค่า LDL-C มีค่าผิดปกติไปจากมาตรฐาน

สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กรณีดังนี้

1. ตรวจวัด LDL-C ได้น้อยกว่าค่ามาตรฐาน อาจแสดงผลว่า

อาจมีสาเหตุมาจากพันธุกรรมจากคนในครอบครัว

อาจเกิดสภาวะร่างกายมีโปรตีนต่ำกว่าปกติ  (Hypoproteinemia) ซึ่งอาจเกิดจาการดูดซึมอาหารของลำไส้ทำได้น้อยกว่าปกติ  โดยอาจมีสาเหตุจากบริโภคอาหารที่มีโปรตีนต่ำเกินไปหรือ เกิดบาดแผลจากไฟลวกอย่างรุนแรง

อาจเกิดสภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานมากเกินปกติ ทำให้เกิดการแยกสลาย Catabolism LDL และ VLDL มากเกินไป ส่งผลให้จำนวน LDL ในกระแสเลือดลดลง

2. ตรวจวัด LDL-C ได้มากกว่าค่ามาตรฐาน อาจแสดงผลว่า

อาจมีสาเหตุมาจากพันธุกรรมจากคนในครอบครัว

อาจเกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณที่มากเกินไป 

อาจมีปัญหาเกี่ยวกับโรคตับเรื้อรัง ทำให้ประสิทธิภาพในการทำลาย LDL ในร่างกายลดลงไปด้วย

อาจเกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่เหมาะสม เช่น  ทานอาหารที่ไขมันสูง สูบบุหรี่จัด หรือเป็นผู้ที่ไม่เคยออกกำลังกายเลย

อาจเกิดจากไตทำงานผิดปกติ โดยปล่อยทิ้งสารอาหารประเภทโปรตีน ออกมามากว่าปกติทางปัสสาวะ จึงมีผลไปกระตุ้นตับให้เร่งผลิต LDL ให้มีขึ้นมากกว่าปกติ

อาจเกิดโรคความผิดปกติของการสะสมไขมัน (Von Gierkdesease) ซึ่งเกิดจากปัญหาที่ร่างกายมีเอนไซม์จากโปรตีนต่ำ ทำให้การสลายไกลโคเจน ที่เป็นน้ำตาล ทำได้แย่ลง

คอเลสเตอรอลในรูปแบบ  LDL  ถือว่าเป็นไขมันชนิดไม่ดี ที่มีผลร้ายต่อร่างกายมากกว่าผลดี ตัวเราเองในฐานะเจ้าของร่างกาย ต้องรู้จักดูแลสุขภาพร่างกายของตนเองให้แข็งแรงเสมอ และต้องรู้จักควบคุมให้มีปริมาณของ  LDL ในร่างกายอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม เพราะหากมีปริมาณ LDL ที่มากเกินไปแล้ว จะเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคร้าย อย่างโรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคอื่นๆได้อีกด้วย

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมตามลิ้งค์ด้านล่าง

เอกสารอ้างอิง

“LDL and HDL: Bad and Good Cholesterol”. Centers for Disease Control and Prevention. CDC. Retrieved 11 September 2017.

Dashty M, Motazacker MM, Levels J, de Vries M, Mahmoudi M, Peppelenbosch MP, Rezaee F (2014). “Proteome of human plasma very low-density lipoprotein and low-density lipoprotein exhibits a link with coagulation and lipid metabolism.”. Thromb Haemost.

Dashti M, Kulik W, Hoek F, Veerman EC, Peppelenbosch MP, Rezaee F (2011). “A phospholipidomic analysis of all defined human plasma lipoproteins.”. Sci Rep. 1 (139). PMC 3216620 Freely accessible. 

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here