สาเหตุ อาการ วิธีรักษาโรคมะเร็งรังไข่ (Ovarian Cancer)

สาเหตุ อาการ วิธีรักษาโรคมะเร็งรังไข่ (Ovarian Cancer)
สาเหตุ อาการ วิธีรักษาโรคมะเร็งรังไข่ (Ovarian Cancer)

โรคมะเร็งรังไข่

รังไข่ เป็นอวัยวะในเพศหญิงที่อยู่บริเวณอุ้งเชิงกรานหรือช่องท้องน้อย ติดกับส่วนปลายเปิดของปีกมดลูก โดยรังไข่จะทำหน้าที่ในการผลิตเซลล์ไข่ออกมาเพื่อรอการผสมพันธุ์กับตัวอสุจิของผู้ชาย และเกิดการปฏิสนธิจนเป็นทารกในที่สุด รวมถึงมีหน้าที่ในการสร้างฮอร์โมนเพศหญิงอีกด้วย ซึ่งรังไข่นั้นจะมี 2 ข้างซ้ายขวา และมีโอกาสเป็นมะเร็งรังไข่ได้ทั้งสองข้าง โดยอาจพบมะเร็งรังไข่ข้างเดียวหรือพร้อมกับทีเดียวทั้งสองข้างเลยก็ได้ อย่างไรก็ขึ้นอยู่กับชนิดของเซลล์มะเร็งและระยะของโรคอีกด้วย

นอกจากนี้รังไข่ก็ประกอบไปด้วยเซลล์หลายชนิด โดยทุกชนิดสามารถเกิดมะเร็งได้ทั้งหมด เช่น เซลล์สร้างไข่ เซลล์สร้างฮอร์โมน เซลล์เนื้อเยื่อบุผิว (Epitthlium) เซลล์ต่อมน้ำเหลือง เส้นเลือดและเจิร์มเซลล์ (Germ Cell) เป็นต้น แต่ทั้งนี้ที่มักจะพบได้มากที่สุด ก็คือมะเร็งรังไข่ที่เกิดจากเซลล์เนื้อเยื่อบุผิว ยกเว้นในวัยเด็กจนถึงวัยรุ่น มักจะพบมะเร็งรังไข่จากเจิร์มเซลล์ได้มากที่สุด แต่อย่างไรโอกาสที่จะพบมะเร็งรังไข่ในวัยเด็กก็มีน้อยมากเช่นกัน

สาเหตุของโรคมะเร็งรัง

โรคมะเร็งรังไข่ เป็นโรคที่ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดเช่นเดียวกับมะเร็งชนิดอื่นๆ แต่เชื่อว่าน่าจะเกิดจากหลายปัจจัยรวมกัน โดยปัจจัยที่ทางแพทย์ชี้ว่าน่าจะเป็นสาเหตุของมะเร็งรังไข่ มีดังนี้

ความผิดปกติทางพันธุกรรมบางชนิด ที่เกี่ยวข้องกับการแบ่งตัวหรือการตายของเซลล์ปกติทั้งชนิดที่ถ่ายทอดได้และไม่สามารถถ่ายทอดได้

โรคอ้วน เป็นผลให้ฮอร์โมนเกิดการแปรปรวนและส่งผลให้เป็นมะเร็งรังไข่ได้ง่ายเช่นกัน

คนที่มีลูกน้อย มีลูกยากหรือไม่มีเลย

คนที่ประจำเดือนมาเร็วตั้งแต่อายุยังน้อย และประจำเดือนหมดช้ากว่าปกติ

เคยเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่หรือมะเร็งเต้านมมาก่อน จะทำให้มีโอกาสเป็นมะเร็งรังไข่ได้สูง

การทานฮอร์โมนเพศบางชนิดอย่างต่อเนื่อง เป็นเวลานาน

การสูบบุหรี่ เพราะสารพิษในบุหรี่อาจไปกระตุ้นให้เกิดเป็นมะเร็งได้นอกจากนี้มะเร็งรังไข่ยังพบได้บ่อยทั้งในวัยเด็ก จนถึงวันสูงอายุเลยทีเดียว แต่มักจะพบในวัยใกล้หมดประจำเดือนมากที่สุด ซึ่งชนิดของมะเร็งรังไข่ก็จะแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ ดังนี้

1. เจิร์มเซลล์ เป็นกลุ่มที่พบได้มากในวัยเด็กและวัยสาว

2. เซลล์เนื้อเยื่อบุผิว โดยจะมี 2 ชนิดย่อยคือ อีพีทีเลียมคาร์ซิโนมา หรือ อะดีโนคาร์ซิโนมา (Epithelial Carcinoma, Adenocarcinoma) มักจะพบในวัยผู้ใหญ่มากที่สุด และมีความรุนแรงกว่ากลามแรกเป็นอย่างมาก

อาการของมะเร็งรังไข่

มะเร็งรังไข่ส่วนใหญ่จะมีอาการเมื่อโรคได้ลุกลามไประดับหนึ่งแล้ว แต่ไม่ใช่อาการเฉพาะ ซึ่งจะมีอาการคล้ายกับโรคทั่วๆไป โดยต้องลองสังเกตตัวเองดู อย่างไรก็ตามมะเร็งรังไข่ก็ถือเป็นโรคที่ทำการวินิจฉัยได้ยากที่สุด โดยมีอาการที่สามารถสังเกตได้ดังนี้

– อึดอัดและแน่นท้อง โดยอาจเป็นขึ้นมาเฉยๆ หรือเป็นหลังจากการทานอาการก็ได้

– ประจำเดือนมาผิดปกติ ที่มักจะพบบ่อยที่สุดก็คือ มามาก มาบ่อยและมาแบบขาดๆ หายๆ คือมาบ้างไม่มาบ้างนั่นเอง

– มีอาการปวดถ่ายปัสสาวะบ่อยและอาจติดขัดบ้าง นั่นก็เพราะมะเร็งได้ลุกลามเข้าสู่อุ้งเชิงกราน หรือก้อนเนื้อมะเร็งมีขนาดโตมากจนเบียดทับกระเพาะปัสสาวะ

– มีอาการท้องผูก ขับถ่ายลำบาก โดยเกิดจากการที่มะเร็งได้ลุกลามเข้าสู่อุ้งเชิงกรานหรือก้อนเนื้อมีขนาดโตมากจนไปเบียดทับทวารหนัก

– คลำเจอก้อนเนื้อผิดปกติในอุ้งเชิงกราน เนื่องจากก้อนมะเร็งมีขนาดโตจนคลำเจอได้

– มีอาการท้องบวม เพราะมะเร็งได้ลุกลามเข้าสู่เยื่อบุช่องท้อง ทำให้มีน้ำมะเร็งในช่องท้อง และส่งผลให้ท้องบวมออกมามากขึ้น

สำหรับการวินิจฉัย นอกจากแพทย์จะสอบถามประวัติอาการของผู้ป่วยตามนี้แล้ว ก็จะทำการตรวจร่างกายและตรวจดูสารทูเมอร์มาร์กเกอร์ของมะเร็งรังไข่ รวมถึงอัลตราซาวด์และทำการผ่าตัดเอาชิ้นเนื้อมาตรวจทางพยาธิวิทยา ซึ่งจะทำให้ทราบผลการตรวจที่แน่ชัดมากขึ้น โดยเหตุผลที่จะต้องผ่าตัดนำชิ้นเนื้อมาตรวจเท่านั้น เป็นเพราะหากทำการตรวจชิ้นเนื้อจากภายนอกโดยไม่ผ่าตัด จะเสี่ยงต่อการเกิดลำไส้ทะลุ และทำให้มะเร็งลุกลามเข้าช่องท้องอย่างรวดเร็วได้นั่นเอง

ระยะของมะเร็งรังไข่

การตรวจหาระยะของโรคมะเร็งรังไข่ จะทำเช่นเดียวกับการตรวจหามะเร็งรังไข่ โดยส่วนใหญ่ตรวจเพียงครั้งเดียวก็จะทราบระยะของโรคในทันที

ซึ่งโรคมะเร็งรังไข่ก็มีทั้งหมด 4 ระยะดังนี้

ระยะที่ 1 เป็นระยะที่มะเร็งยังคงลุกลามอยู่เฉพาะในรังไข่เท่านั้น แต่ก็อาจลุกลามเข้าสู่เยื่อบุช่องท้องได้เหมือนกัน โดยระยะนี้จะตรวจพบได้ด้วยวิธีทางเซลล์วิทยาและพยาธิวิทยา

ระยะที่ 2 เป็นระยะที่มะเร็งได้ลุกลามเข้าไปในเนื้อเยื่อ ต่อมน้ำเหลืองในอ้งเชิงกรานและอวัยวะใกล้เคียง

ระยะที่ 3 เป็นระยะที่มะเร็งได้ลุกลามไปสู่เนื้อเยื่อ ต่อมน้ำเหลือง อวัยวะใกล้เคียง และเข้าสู่เยื่อบุช่องท้องจนทำให้มีน้ำมะเร็งในท้อง และมีอาการท้องบวมผิดปกติ

ระยะที่ 4 เป็นระยะที่มีความรุนแรงที่สุด โดยมะเร็งได้แพร่กระจายไปยังอวัยวะที่อยู่ไกลออกไป ผ่านทางการแพร่เข้าสู่กระแสเลือด ซึ่งที่พบบ่อยๆ ได้แก่ ปอดและตับ

การรักษาโรคมะเร็งรังไข่

การรักษาโรคมะเร็งรังไข่ หลังจากที่แพทย์ได้ทำการผ่าตัดนำเอาชิ้นเนื้อไปตรวจเรียบร้อยแล้ว แพทย์จะพิจารณาดูว่าผู้ป่วยควรจะทำการรักษาด้วยวิธีใด ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับระยะของโรคและสุขภาพของผู้ป่วยด้วย โดยส่วนใหญ่แล้วก็จะนิยมรักษาด้วยการทำเคมีบำบัดอย่างต่อเนื่อง การใช้รังสีรักษา การรักษาโดยใช้ความร้อน (Hyperthermia) หรือการใช้ยารักษาตรงเป้า ซึ่ง 2 วิธีสุดท้ายนี้ยังคงอยู่ในระหว่างการศึกษา และมีราคาค่ารักษาแพงมากพอสมควรเลยทีเดียว

ส่วนจะรักษาได้หายสนิทหรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับระยะของอาการป่วย ชนิดของมะเร็งและความสามารถในการผ่าตัดเอาก้อนเนื้อมะเร็งออกมาได้หมดหรือไม่ รวมถึงสุขภาพและอายุของผู้ป่วยด้วย โดยส่วนใหญ่พบว่าหากเป็นมะเร็งรังไข่ในระยะที่ 1-2 ก็จะมีโอกาสรักษาให้หายขาดได้สูง มากกว่าระยะที่ 3-4

และสำหรับการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งรังไข่ในระยะเริ่มแรกเป็น ยังไม่มีวิธีที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งในปัจจุบันก็กำลังมีการศึกษากันอย่างกว้างขวาง เพื่อให้ได้วิธีการตรวจคัดกรองในระยะเริ่มแรกที่ดีที่สุด และสำหรับการป้องกันก็ยังไม่มีวิธีที่ชี้เฉพาะเช่นกัน ดังนั้นแพทย์จึงแนะนำให้พยายามหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงทั้งหมด ส่วนในคนที่มีความผิดปกติทางพันธุกรรมจะต้องผ่าตัดรังไข่ทั้งสองข้างออกหลังจากมีบุตรตามต้องการแล้วเพื่อป้องกันไม่ให้เป็นมะเร็งรังไข่ได้ นอกจากนี้ผู้ที่คนในครอบครัวมีประวัติการเป็นมะเร็งรังไข่ก็ต้องระมัดระวังสูงกว่าปกติเช่นกัน เพราะพบว่าจะมีโอกาสเป็นมะเร็งรังไข่ได้สูงกว่าคนปกติทั่วไป

เอกสารอ้างอิง

“Genetics of Breast and Ovarian Cancer”. National Cancer Institute. 2 October 2014. Archived from the original on 22 October 2014. Retrieved 27 October 2014.

Moll HD, Garrett PD (1987). “Diagonal paramedian approach for removal of ovarian tumors in the mare”. Vet Surg. 16

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here