มะเร็งกระเพาะอาหาร ( Gastric Cancer )

โรคมะเร็งกระเพาะอาหาร (Gastric Cancer)
มะเร็งกระเพาะอาหาร เกิดขึ้นได้ทุกส่วนของกระเพาะอาหาร อาการคล้ายโรคอื่นๆ เช่น โรคแผลในกระเพาะอาหาร โรคไวรัสลงกระเพาะได้

มะเร็งกระเพาะอาหาร

มะเร็งกระเพาะอาหาร ( Gastric Cancer ) เป็นเนื้อร้ายที่เกิดขึ้นในเยื่อบุกระเพาะอาหาร อาการในระยะเริ่มต้นอาจไม่รุนแรง มีอาการอาหารไม่ย่อย เรอบ่อย แสบร้อนกลางอก ปวดท้อง แน่นท้อง กลืนอาหารลำบาก ซึ่งเป็นโรคที่พบได้บ่อยมากเนื่องจากกระเพาะอาหารของคนเรามีขนาดใหญ่ อยู่ในช่วงบนของช่องท้องด้านหน้า ติดกับลิ้นปี่ ดังนั้นเมื่อป่วยด้วยมะเร็งกระเพาะอาหารในระยะที่มีการ ลุกลาม ก็อาจจะพบได้ว่ามีก้อนเนื้อที่คลำเจออยู่บริเวณหน้าท้องตรงลิ้นปี่นั่นเอง กระเพาะอาหารของคนเราก็ประกอบไปด้วยเซลล์หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นเส้นเลือด กล้ามเนื้อ เยื่อเมือกบุภายในหรือเซลล์ต่อมน้ำเหลือง ซึ่งเซลล์เหล่านี้ล้วนสามารถเป็นมะเร็งในกระเพาะอาหารได้ทั้งหมด แต่ที่มักจะพบได้มากและบ่อยที่สุดก็คือมะเร็งที่เกิดจากเซลล์ของเยื่อเมือกบุภายในกระเพาะอาหารนั่นเอง

มะเร็งกระเพาะอาหาร เกิดจากอะไร?

มะเร็งกระเพาะอาหาร สำหรับสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งในกระเพาะอาหารนั้นยังไม่พบสาเหตุที่แน่ชัด แต่เชื่อว่าน่าจะเกิดขึ้นจากหลายปัจจัยด้วยกัน เช่น อาจมีสาเหตุจากการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดเอซไพโลโร การสูบบุหรี่จัด การทานผักผลไม้น้อยจนเกินไป อาการแทรกซ้อนจากโรคโลหิตจางบางชนิด การทานอาหารรสเค็มจัด โดยเฉพาะอาหารหมักดองเป็นประจำ และเกิดจากความผิดปกติของพันธุกรรมที่มีหน้าที่ในการแบ่งตัวและการตายของเซลล์ปกติ

มะเร็งกระเพาะอาหาร พบได้บ่อยมากแค่ไหน?

โรคมะเร็งในกระเพาะอาหาร เรียกได้ว่าเป็นโรคที่พบติดอันดับ 10 ของมะเร็งที่พบบ่อยมากในชายไทยเลยทีเดียว แต่ในผู้หญิงจะไม่ค่อยพบมากนัก และพบมากในผู้ที่มีอายุอยู่ในช่วง 60 ปี ในขณะที่พบต่ำมากในคนที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีอีกด้วย จึงสรุปได้ว่าโรคนี้จะพบได้บ่อยในผู้ชายมากกว่าผู้และพบได้มากเป็นอันดับต้นๆ

อาการของ มะเร็งกระเพาะอาหาร

อาการของโรคนี้ไม่มีอาการที่ชี้ชัดหรืออาการเฉพาะ โดยอาการส่วนใหญ่จะคล้ายกับอาการของโรคกระเพาะอาหารทั่วไปนั่นเอง ดังนั้นจึงต้องสังเกตตัวเองให้ดีและอย่านิ่งนอนใจเมื่อมีอาการผิดปกติเด็ดขาด และนอกจากสังเกตจากอาการผิดปกติแล้ว เพื่อให้มีความแน่ชัดมากขึ้นว่ากำลังป่วยด้วยโรคมะเร็งในกระเพาะอาหารอยู่หรือไม่ จะต้องทำการตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์ ซึ่งแพทย์จะเริ่มจากการสอบถามประวัติอาการของผู้ป่วยก่อน ตามด้วยตรวจร่างกายและส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหาร รวมถึงตัดชิ้นเนื้อเพื่อนำไปตรวจทางพยาธิวิทยา โดยจะให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและมีความแน่ชัดมากกว่า โดยอาการที่พบได้บ่อยที่สุด ได้แก่ 

  • ปวดท้องบริเวณกระเพาะอาหาร และมักจะปวดแบบเป็นๆ หายๆ มีอาการจุกเสียดคล้ายกับอาหารไม่ย่อย ทั้งยังมีอาการป่วยที่รุงแรงมากขึ้นอย่างต่อเนื่องอีกด้วย
  • มีอาการคลื่นไส้อาเจียน ซึ่งหากอาการอยู่ในระยะที่เริ่มรุนแรง ก็อาจจะอาเจียนออกมาเป็นเลือดได้
  • มีอาการกลืนติด หรือเจ็บบริเวณที่เป็นโรค
  • มีอุจจาระออกมาเป็นสีดำเหมือนกับยางมะตอย ซึ่งเกิดจากภาวะเลือดออกจากก้อนเนื้อมะเร็งในตำแหน่งที่เป็นนั่นเอง

มะเร็งกระเพาะอาหารในระยะที่มีการลุกลาม จะคลำพบก้อนเนื้อผิดปกติบริเวณลิ้นปี่ หรือบริเวณกระเพาะอาหาร

ระยะของมะเร็งกระเพาะอาหาร

การจะที่จะทราบว่าเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารระยะไหนนั้นจะใช้วิธีการตรวจเช่นเดียวกันการตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็งนั่นเอง ซึ่งส่วนใหญ่ในการตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็งว่าผู้ป่วยเป็นมะเร็งในกระเพาะอาหารหรือไม่ จะทราบได้ในทันทีว่าผู้ป่วยกำลังอยู่ในระยะไหน เพราะใช้วิธีการตรวจเดียวกัน มะเร็งกระเพาะอาหารมีทั้งหมด 4 ระยะ โดยแต่ละระยะก็จะมีอาการค่อยๆ รุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ คือ

มะเร็งกระเพาะอาหาร ระยะที่ 1 เป็นระยะที่มะเร็งลุกลามไปยังกล้ามเนื้อของกระเพาะอาหารและลุกลามเข้าต้อมน้ำเหลือแต่ยังไม่เกิน 2 ต่อม ซึ่งยังไม่อันตรายมาก

มะเร็งกระเพาะอาหาร ระยะที่ 2 เป็นระยะที่มะเร็งได้ลุกลามเข้าไปยังเนื้อเยื่อคุ้มกระเพาะอาหาร และลุกลามเข้าสู่ต่อมน้ำเหลืองใกล้เคียงมากกว่า 2ต่อมขึ้นไป

มะเร็งกระเพาะอาหาร ระยะที่ 3 เป็นระยะที่มะเร็งได้ลุกลามโดยทะลุออกไปนอกเยื่อหุ้มกระเพาะอาหารและอวัยวะข้างเคียง รวมถึงลุกลามไปยังต่อมน้ำเหลืองใกล้เคียงเป็นจำนวนมากเช่นกัน

มะเร็งกระเพาะอาหาร ระยะที่ 4 เป็นระยะที่มะเร็งได้แพร่กระจายเข้าสู่กระแสเลือด และลุกลามไปยังอวัยวะที่อยู่ไกลออกไปแล้ว โดยส่วนใหญ่ก็จะเริ่มจากตับและปอดนั่นเอง

การรักษา มะเร็งกระเพาะอาหาร

การรักษา มะเร็งกระเพาะอาหารจะใช้วิธีการผ่าตัด และประเมินระยะของโรคเพื่อพิจารณาการรักษาเพิ่มเติม โดยส่วนใหญ่ก็จะใช้วิธีการรักษาด้วยรังสีรักษาและการทำเคมีบำบัดควบคู่ไปกับการผ่าตัดด้วย แต่ทั้งนี้จะเลือกวิธีไหนดีนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับอายุและสุขภาพของผู้ป่วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม โรคนี้เป็นโรคที่มีความรุนแรงสูงมากทีเดียวตามระยะของโรค การรักษาให้หายขาดจึงอาจเป็นเรื่องยากสักนิด ซึ่งพบว่ามีโอกาสในการรักษาให้หายขาดน้อยมาก โดยจะขึ้นอยู่กับว่าได้ผ่าตัดเอาก้อนเนื้อมะเร็งออกไปหมดหรือไม่นั่นเอง

มะเร็งกระเพาะอาหาร สามารถตรวจคัดกรองได้ไหม

เนื่องจากโรคนี้ยังไม่มีวิธีการคัดกรองทีมีประสิทธิภาพ จึงไม่สามารถตรวจคัดกรองเพื่อป้องกันตั้งแต่เนิ่นๆ ได้ ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดก็คือการสังเกตความผิดปกติของตัวเอง หากพบให้รีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยทันที

มะเร็งกระเพาะอาหาร สามารถป้องกันได้อย่างไร

ในปัจจุบันยังไม่มีวิธีการป้องกัน มะเร็งกระเพาะอาหาร ที่มีประสิทธิภาพ เพราะยังไม่พบสาเหตุที่แน่ชัด จึงไม่สามารถหาวิธีป้องกันอย่างตรงจุดได้นั่นเอง อย่างไรก็ตามสามารถดูแลตัวเองให้ห่างไกลจากโรคนี้ได้ ด้วยการหลีกเลี่ยงปัจจัยที่มีความเสี่ยง ก็จะช่วยลดความเสี่ยงการเป็นโรคมะเร็งในกระเพาะอาหารไปได้มากทีเดียว

ร่วมตอบคำถามกับเรา

เชื้อแบคทีเรียเอช.ไพโลไร ( H. Pylori ) คือ แบคทีเรียร้ายในกระเพาะอาหารปัจจุบันพบว่ามากกว่า 50% ของประชากรโลกมีการติดเชื้อเอช.ไพโลไรซึ่งติดต่อผ่านทางการบริโภคอาหารและน้ำที่มีการปนเปื้อนเชื้อ การติดเชื้อนี้จะก่อให้เกิดการอักเสบของเนื้อเยื้อกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กนำไปสู่การเกิดอาการปวดท้อง อืดแน่นท้อง และโรคในกระเพาะอาหารและเป็นสาเหตุหนึ่งที่สำคัญของการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหารการป้องกันการติดเชื้อเอช.ไพโลไรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารและน้ำที่ไม่สะอาดรวมทั้งอาหารที่ปรุงไม่สุกล้างมือให้สะอาดทุกครั้งเมื่อรับประทานอาหารปกติแล้วท่านชอบรับประทานอาหารแบบใด ?

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมตามลิ้งค์ด้านล่าง

เอกสารอ้างอิง

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ แพทย์หญิงพวงทอง ไกรพิบูลย์. รู้ก่อนเข้าใจการตรวจรักษามะเร็ง. กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชั่น, 2557.

World Cancer Report 2014. World Health Organization. 2014. pp. Chapter 5.4. ISBN 9283204298.

Chang, A. H.; Parsonnet, J. (2010). “Role of Bacteria in Oncogenesis”. Clinical Microbiology Reviews. 23 (4): 837–857. doi:10.1128/CMR.00012-10. ISSN 0893-8512. PMC 2952975 Freely accessible. PMID 20930075.

González CA, Sala N, Rokkas T; Sala; Rokkas (2013). “Gastric cancer: epidemiologic aspects”. Helicobacter. 18 (Supplement 1): 34–38. doi:10.1111/hel.12082. PMID 24011243.