มะเร็งซาร์โคมามดลูก ( Sarcoma ) สาเหตุ อาการเบื้องต้นและวิธีการรักษา

โรคมะเร็งซาร์โคมามดลูก สาเหตุ อาการเบื้องต้นและวิธีการรักษา
มะเร็งซาร์โคมามดลูก เป็นโรคมะเร็งที่เกิดกับกล้ามเนื้อของผนังมดลูก เป็นมะเร็งที่พบในผู้ใหญ่อายุ30 และอายุ50 หรือหลังหมดประจำเดือน

มะเร็งซาร์โคมามดลูก ( Sarcoma )

มะเร็งซาร์โคมามดลูก ( Sarcoma ) คือ มะเร็งที่ส่งผลต่อระบบสืบพันธุ์เพศหญิงซึ่งพบได้มากที่สุด โดยเซลล์ภายในมดลูกเกิดเนื้อร้าย แล้วแพร่กระจาย และทำลายเนื้อเยื่อที่อยู่ใกล้เคียง จากนั้นจะลามไปตามส่วนอื่นของร่างกาย อาจเรียกอีกชื่อว่า มะเร็งมดลูก หรือมะเร็งกล้ามเนื้อมดลูก ( Uterine Sarcoma )

มดลูก เป็นอวัยวะที่อยู่บริเวณตรงกลางช่องท้องน้อยหรืออุ้งเชิงกรานเหนือหัวหน่าว โดยมีหน้าที่สำคัญในระบบการสืบพันธุ์ทางเพศและเป็นอวัยวะที่อยู่ในระบบสูตินรีเวช ซึ่งมดลูกจะประกอบไปด้วยเซลล์หลายชนิด และเซลล์ทุกชนิดของมดลูกก็สามารถเกิดเป็นมะเร็งได้หมด เช่น เซลล์ต่อมน้ำเหลือง กล้ามเนื้อ เยื่อเมือกบุภายในโพรงมดลูก และเส้นเลือด โดยหากเกิดมะเร็งตรงจุดไหนก็จะมีชื่อเรียกที่เฉพาะทางกันไป

สาเหตุของมะเร็งซาร์โคมามดลูก

โรคมะเร็งซาร์โคมามดลูกยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดเช่นเดียวกับโรคมะเร็งชนิดอื่นๆ แต่เชื่อว่าน่าจะเกิดจากหลายปัจจัย ดังนี้

  • โรคอ้วน เพราะความอ้วนจะส่งผลกระทบต่อมดลูกให้เซลล์ต่างๆ เกิดความผิดปกติได้
  • คนที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงหรือโรคเบาหวาน เพราะอาจไปกระตุ้นให้เกิดมะเร็งได้ง่ายเช่นกัน
  • เชื้อชาติ โดยพบว่าโรคมะเร็งซาร์โคมมดลูกจะพบได้ในกลุ่มคนผิวดำมากกว่าคนผิวขาว
  • ผู้ที่เคยรับรังสีรักษาบริเวณมดลูก จะเสี่ยงต่อการกลายพันธุ์ของเซลล์จนเป็นมะเร็งได้สูง
  • อายุ โดยพบว่าผู้ป่วยโรคมะเร็งชนิดนี้ส่วนใหญ่ จะมีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป แต่อย่างไรโรคนี้ก็พบได้ไม่บ่อยมากนักอาการของโรคมะเร็งซาร์โคมามดลูกมะเร็งชนิดนี้จะมีหลายชนิดย่อย ซึ่งก็มีระดับความรุนแรงที่แตกต่างกันไปด้วย แต่อาการที่แสดงออกมาและระยะของโรคจะมีความคล้ายคลึงกัน

โรคมะเร็งซาร์โคมามดลูกยังไม่มีอาการที่ชี้เฉพาะ จึงอาศัยดูจากอาการที่แพทย์มักจะพบบ่อยๆ ในผู้ป่วยดังนี้

  • ประจำเดือนมาไม่ปกติ เช่นมามาก มาน้อย หรือมาไม่ต่อเนื่อง
  • มดลูกมีขนาดโตกว่าปกติ เนื่องจากก้อนมะเร็งโตขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่จะคลำพบบริเวณเหนือหัวหน่าวและในอุ้งเชิงกรานหรือท้องน้อย
  • มีอาการผิดปกติเมื่อปัสสาวะ เช่น ปัสสาวะบ่อยจนเกินไปคล้ายกับผู้ป่วยเบาหวาน หรือปัสสาวะแสบขัด ทั้งนี้เกิดจากการที่มดลูกโตจนไปกดทับกระเพาะปัสสาวะ     
  • มีอาการผิดปกติเมื่อถ่ายอุจจาระ ซึ่งเนื่องมาจากการที่มดลูกโต จนไปกดหรือเบียดทับทวารหนักเช่นกัน เพราะทวารหนักจะอยู่ติดกับด้านหลังของมดลูกพอดี
  • มีอาการปวดในช่องท้องน้อยแบบเรื้อรังและรุนแรงขึ้น เนื่องจากมะเร็งได้ลุกลามไปมากนั่นเองการวินิจฉัยและระยะของโรคสำหรับการวินิจฉัยแพทย์จะสอบถามประวัติอาการของผู้ป่วยเป็นอันดับแรก แล้วจึงตรวจร่างกาย ตรวจภายในตามลำดับ ร้อมกับขูดมดลูกมาตรวจทางพยาธิวิทยา เพื่อผลการตรวจที่แม่นยำว่าผู้ป่วยกำลังเป็นมะเร็งซาร์โคมามดลูกหรือไม่นอกจากนี้ยังสามารถบอกระยะของอาการป่วยได้อีกด้วย

อาการของมะเร็งมดลูก

  • มีเลือดออกจากช่องคลอด โดยผู้ที่เข้าวัยทองจะเริ่มมีเลือดออกจากช่องคลอดเพียงเล็กน้อยปนมากับของเหลว และมักมีเลือดออกมากขึ้น ส่วนผู้ที่ยังไม่เข้าวัยทองจะมีประจำเดือนมากกว่าปกติ รวมทั้งมีเลือดออกจากช่องคลอดในช่วงที่ไม่ได้มีประจำเดือน
  • ปวดท้องน้อยและรู้สึกเจ็บเมื่อมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งเป็นอาการที่ไม่ได้พบทั่วไป
  • คลื่นไส้ รู้สึกเหนื่อย เบื่ออาหาร รวมทั้งปวดหลัง ขา หรืออุ้งเชิงกราน ซึ่งเกิดขึ้นในกรณีที่มะเร็งเข้าระยะที่ 4

ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนที่มีเลือดออกจากช่องคลอด หรือผู้ที่รอบเดือนผิดปกติ ควรพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย เนื่องจากภาวะเลือดออกจากช่องคลอดผิดปกติหลังเข้าวัยทองนั้นมีสาเหตุมาจากมะเร็งมดลูก ซึ่งพบเพียง 1 ใน 10 รายเท่านั้น อาการเลือดออกจากช่องคลอดที่เกิดขึ้นจึงอาจเกิดจากปัญหาสุขภาพอื่น เช่น เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ เนื้องอกในมดลูก หรือติ่งเนื้อในเยื่อบุโพรงมดลูก เป็นต้น

ระยะของมะเร็งซาร์โคมามดลูก

ระยะที่ 1 เป็นระยะที่มะเร็งมีความรุนแรงต่ำและมีการลุกลามเฉพาะในตัวมดลูกเท่านั้น

ระยะที่ 2 เป็นระยะที่มะเร็งเริ่มลุกลามเข้าสู่ปากมดลูก ช่องคลอด ต่อมน้ำเหลืองและรังไข่ มีความรุนแรงในระดับปานกลาง

ระยะที่ 3 เป็นระยะที่มะเร็งได้ลุกลามเข้าสู่เนื้อเยื่อหรืออวัยวะอื่นๆ ในช่องท้อง อาจมีอาการอื่นๆ แสดงออกมาในช่วงนี้ และมีความรุนแรงมาก

ระยะที่ 4 เป็นระยะที่มะเร็งได้ลุกลามและแพร่กระจายไปยังอวัยวะที่อยู่ไกลออกไป ผ่านการแพร่กระจายเข้าสู่ต่อมน้ำเหลืองและกระแสเลือด โดยมีระดับความรุนแรงมากที่สุด

การรักษามะเร็งซาร์โคมามดลูก

การรักษาโรคมะเร็งซาร์โคมามดลูกโดยส่วนใหญ่แล้วแพทย์จะทำการรักษาด้วยการผ่าตัด การทำเคมีบำบัดและให้ยาฮอร์โมน โดยหลังจากการผ่าตัดเรียบร้อยแล้ว แพทย์จะประเมินผลการลุกลามของมะเร็งและพิจารณาการรักษาในลำดับต่อไป ซึ่งจะใช้รังสีรักษา ทำเคมีบำบัดหรือให้ยาฮอร์โมน ก็ขึ้นอยู่กับสภาพความพร้อมทางร่างกายของผู้ป่วยด้วย ส่วนจะทำการรักษาได้หายขาดหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยเช่นกัน โดยเฉพาะระยะของโรค อายุและสุขภาพของผู้ป่วย

นอกจากนี้ในปัจจุบันยังไม่มีวิธีการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งซาร์โคมามดลูกมาให้พบในระยะแรก จึงแนะนำให้ผู้ป่วยสังเกตความผิดปกติของร่างกายตัวเอง โดยหากมีอาการดังที่กล่าวไปข้างต้นก็ควรรีบพบแพทย์ทันทีเพื่อทำการตรวจวินิจฉัยอาการป่วยอย่างเร่งด่วน ส่วนวิธีการป้องกัน ก็ยังไม่มีวิธีที่มีประสิทธิภาพเช่นกัน

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

เอกสารอ้างอิง

De Magalhaes JP (2013). “How ageing processes influence cancer”. Nature Reviews Cancer.