เมโสหน้าใส สปาบำบัดเพื่อใบหน้าที่สมบูรณ์แบบ

เมโสหน้าใส สปาบำบัดเพื่อใบหน้าที่สมบูรณ์แบบ
เมโสหน้าใส เป็นวิธีการสปาบำบัด เพื่อการเสริมความสมบูรณ์แบบบนใบหน้า ไม่ใช้การผ่าตัด  ไม่มีการเย็บ

เมโสหน้าใส Meso

เมโสหน้าใส หรือจะเรียกแบบคลินิกความงามทางฝั่งซีกโลกตะวันตกว่า Mesotherapy  เป็นวิธีหนึ่งของการสปาบำบัด เพื่อการเสริมความสมบูรณ์แบบบนใบหน้า  ผู้เขียนชอบใช้คำว่าความสมบูรณ์แบบ  เพราะมันสามารถให้ความ หมายได้ดีกว่าคำว่าความสวย  เพราะปัญหาที่พบบนผิวหน้า  ไม่ใช่แค่เรื่องของสวยหรือไม่สวย  แต่มันมีเงื่อนไขอื่นๆอีกมากมายที่เป็นปัญหาหนักอกให้ต้องหาทางแก้ไขกันอยู่บ่อยๆ  ซึ่งความสวยอาจไม่ใช่คำตอบที่สาวๆเหล่านั้นต้องการ 

เมโสหน้าใส เป็นนวัตกรรมที่เกิดขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่ดูแลรายละเอียดอยู่บนใบหน้าให้สมบูรณ์แบบที่สุด  มันเป็นเทคนิคที่ประสพความสำเร็จอย่างมากในแถบยุโรป  นั่นเป็นเพราะมันเป็นวิธีการทำงานที่มีประสิทธิภาพสูงมาก  ไม่ใช่แค่ลดปัญหาความไม่สมบูรณ์บนใบหน้า  แต่มันยังช่วยลดเซลลูไลท์ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของความหย่อนยานบนใบหน้า  ช่วยฟื้นฟูผิวในจุดที่เป็นปัญหา  และยังช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของเส้นผมได้อย่างดีอีกด้วย

เมโสหน้าใส เป็นการเสริมความสมบูรณ์บนใบหน้า ไม่ใช้การผ่าตัด  ไม่มีการเย็บ  หรือการกระทำใดใดที่เกี่ยวข้องการการศัลยกรรมแม้แต่น้อย  การเลือกใช้คำว่า “สปาบำบัด” จะให้ความรู้สึกในทางบวก  เน้นการปรนนิบัติต่ออวัยวะเป้าหมาย  ซึ่งตรงกับหน้าที่หลักของเมโสหน้าใสคือการเข้าไปทำหน้าที่แก้ไขความบกพร่องบนใบหน้าอย่างตรงจุด  มันจะช่วยฟื้นฟูสภาพผิวแก้ไขทุกปัญหาด้วยส่วนผสมที่มีประสิทธิภาพสูงสุด  โดยการฉีดสารเคมีประสิทธิภาพสูงเข้าไปบริเวณผิวหนังชั้นกลาง (Meso)ตรงจุดที่เป็นปัญหา  ซึ่งหากปัญหาที่พบเจอบนใบหน้า  มันมีความซับซ้อนมาก  ก็อาจจะต้องมีการฉีดหลายขั้นตอน  เพราะสารที่ฉีดเข้าใบแต่ละตัวจะทำหน้าที่ต่างกัน  และยังให้ผลที่แตกต่างกันอีกด้วย

ส่วนผสมของ Meso หน้าใส เป็นความลับของแต่ละคลินิกและได้ถูกปกปิดมาโดยตลอด  จนกระทั่งผ่านมากว่า 50 ปีความลับนี้จึงถูกตีแผ่ออกมา  เพื่อให้ชาวโลกได้รับรู้ว่าสารเคมีที่ฉีดเข้าไปในการทำสปาบำบัดวิธีนี้  ไม่ได้เป็นสารอันตรายอย่างที่ใครกล่าวหา  และทุกส่วนผสมต้องได้รับการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (FDA) เพื่อวัตถุประสงค์ในการบำบัดด้วยวิธี Mesotherapy และผู้มีใบประกอบวิชาชีพเฉพาะทางต้องเป็นผู้ผสมเองเท่านั้น  ที่สำคัญส่วนผสมที่ใช้ในการทำเมโสหน้าใสจะถูกปรับแต่งเพื่อรักษาสภาพที่แตกต่างกันเช่นลดริ้วรอยและความหย่อนคล้อย   ลดความแตกต่างของสีผิว  ทำให้ผิวขาวขึ้น  ผิวหนังมีความยืดหยุ่นมากขึ้น

เมโสหน้าใส มีทั้งหมด 2  ประเภท

เมโสหน้าใสแบบฉีด  อันนี้บอกเลยว่า ค่อนข้างที่จะอันตรายนะครับในกรณีที่นำไปฉีดเองที่บ้าน ทางที่ดีควรฉีดกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญนะครับ

อันนี้เป็น เมโสหน้าใส แบบทา หรือแบบ หยด บนใบหน้า สามารถสั่งซื้อได้ตามเว็บไซต์ทั่วๆ ไป

วิธีนี้เป็นการทำที่นิยมมากที่สุด เพราะว่า สามารถทำได้ง่ายมากๆ เพียงแค่หยดบนใบหน้า

 

บุคคลที่ห้ามทำการรักษาด้วย Meso Collagen  

·       สตรีมีครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร 

·       คนที่มีประวัติโรคระบบหลอดเลือดผิดปกติในสมอง เช่น เส้นเลือดสมองตีบ หรืออุดตัน

·       คนที่มีประวัติภาวะความดันโลหิตต่ำ

·       คนที่มีประวัติโรคหัวใจและการรักษาด้วยยาหลายแขนง

·       คนที่มีประวัติโรคเลือดผิดปกติ โรคมะเร็ง

·       คนที่เป็นโรคเบาหวานที่ต้องฉีดอินซูลินเป็นประจำ

ขั้นตอนในการบำบัดผิวหน้าด้วยเมโสหน้าใส 

เราจะต้องไปพบแพทย์และพูดคุยถึงปัญหาที่เราเจอ  และสิ่งที่ต้องการแก้ไข   จากนั้นผู้เชี่ยวชาญจะทำการตรวจสอบสภาพของผิวหน้า  สภาพปัญหา  และเสนอวิธีการแก้ไขบำบัด  จากนั้นก็นำไปสู่การคัดเลือกส่วนผสมต่างๆ  และคำนวณปริมาณการใช้ให้พอเหมาะกับสภาพผิวและสภาพปัญหาของแต่ละคน

เมโสหน้าใส ราคาเท่าไร 

เรื่องนี้ก็จะบอกไม่ได้ เพราะว่า เมโสหน้าใส แต่ละคลินิก ต่างก็มีราคาที่ไม่เท่ากัน แต่ถ้าหากว่าเป็นราคาแบบกลางๆ ก็จะอยู่ที่ 1500- 3000 บาท

ส่วนผสมเมโสหน้าใส

ส่วนผสมที่นิยมใช้กันมากที่สุดในการ ทำเมโสหน้าใส ได้แก่สารคาเฟอีน กรดไฮยาลูโรนิก แอลคาร์นิทีน วิตามินหลายชนิด  และสารสกัดจากอาติโช๊ค(แก่นตะวัน) ซึ่งจุดร่วมของส่วนผสมเหล่านี้ที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ  เป็นสารสกัดจากธรรมชาติล้วนๆ  และเป็นสารสกัดจากวัตถุดิบที่เราใช้ได้การรับประทานแทบทั้งสิ้น  หรือพูดให้เห็นภาพได้ชัดเจนว่า  ส่วนผสมเหล่านี้  เป็นสิ่งที่เรารับประทานกันเป็นปกติในชีวิตประจำวันแต่เราแค่เปลี่ยนวิธีการนำเข้าสู่ร่างกาย  จากการกินมาเป็นการฉีดโดยการสกัด  เอาเฉพาะส่วนที่เป็นประโยชน์ต่อผิวที่เด่นชัดที่สุด  เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพต่อการบำรุงเฉพาะจุดที่ดีที่สุดนั่นเอง 

เอนไซม์ Hyaluronidase ที่ใช้เป็นส่วนผสมเป็นเอนไซม์ที่เราพบตามธรรมชาติในร่างกายมนุษย์  มันทำหน้าที่ทำลายกรดไฮยาลูโรนิคซึ่งเป็นเป็นส่วนประกอบหลักในเซลลูไลท์  ฉะนั้นหน้าที่หลักของสารตัวนี้คือ  การเข้าไปทำลายชั้นเซลลูไลท์ในผิวหนังส่งผลให้ผิวหนังเรียบเนียนขึ้นและยังช่วยให้เนื่อเยื่อส่วนอื่นบนผิวหน้าสามารถรับสารอาหารที่กำลังจะฉีดเข้าสู่ชั้นผิว

L-Carnitine ช่วยทำหน้าที่ดึงเอาไขมันส่วนเกินออกจากเซลล์ไขมัน  และนำส่งไปยัง ไมโตคอนเดรียที่อยู่ภายในเซลล์  เพื่อนำไปสร้างเป็นพลังงานต่อไป ไขมันส่วนเกินจึงถูกกำจัดออกจากร่างกาย  ผิวส่วนนั้นจึงกระชับขึ้น

Phosphatidylcholine (PC) – เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ  มีคุณสมบัติพิเศษคล้ายอิมัลซิไฟเออร์ที่สามารถทำให้ไขมันแตกตัวและเปลี่ยนสภาพเป็นไขมันที่สารมารถละลายน้ำได้  จึงถูกกำจัดออกจากร่างกายทางอุจจาระ ปัสสาวะ  และเหงื่อได้อย่างง่ายดาย

Deoxycholate (DC) เป็นเอนไซม์ของร่างกาย ซึ่งปะปนอยู่ในน้ำดี ทำหน้าที่ย่อยไขมันที่รับประทานเข้าไปพร้อมอาหาร เมื่อฉีดเข้าสู่ร่างกายก็มักส่งผลให้  ร่างกายสามารถย่อยไขมันได้ดีขึ้น

Aminophylline  ส่วนผสมตัวนี้  ทำงานคล้ายกับคาเฟอีน  ใช้เพื่อกระตุ้นการทำลายไขมัน  และยังช่วยขยายเส้นเลือดฝอยให้กว้างขึ้น  เพื่อให้สามารถส่งผ่านออกซิเจนและสารอาหารสู่เซลล์ต่างๆได้ดีขึ้น  ถึงแม้ว่าจะใช้งานได้ดี  แต่ก็มีข้อจำกัดในการใช้ไม่เกิน 20 mg / ml  เพราะอาจส่งผลให้เกิดอาการท้องเสียและคลื่นไส้อาเจียนได้

สารเหล่านี้จะถูกจัดส่งเข้าสู่ผิวหนังและร่างกายด้วยระบบนาโนแคปซูล  ซึ่งหมายความว่าส่วนประกอบเหล่านี้จะได้รับการปล่อยออกมาก็ต่อเมื่อ มันเดินทางไปถึงเซลล์เป้าหมายเท่านั้น  เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพที่ดีที่สุดในการรักษา

ขั้นตอนการทำงานของเมโสหน้าใส

หลังจากที่มีการตรวจสภาพความพร้อมของผิวหนังและร่างกายแล้ว  ผู้เชี่ยวชาญจะ ฉีดเมโสหน้าใส สูตรเริ่มต้น ด้วยเข้มที่มีขนาดเล็กมาก เพื่อจัดการกับเซลลูไลท์ในขั้นตอนแรก  เป็นการเตรียมผิวเพื่อให้เปิดรับสารอาหารที่จะฉีดในขั้นตอนต่อไป โดยสูตรเริ่มต้นนี้นอกจากจะช่วยในการแก้ไขปัญหาเรื่องเซลลูไลท์ที่ทำให้ผิวหน้าหย่อนคล้อยแล้ว

มันยังช่วยในเรื่องของการหมุนเวียนโลหิต  และช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่ถูกทำร้ายเช่น  ส่วนที่เป็นสิว  เป็นฝ้า  หรือผิวหน้าหมองคล้ำ  ในขั้นตอนนี้ สาวๆแทบจะไม่มีความรู้สึกอะไรเลย ใช้เวลาประมาณ 45 นาที ผลข้างเคียงที่รุนแรงที่สุดที่เคยพบคืออาการแสบนิดๆ  เพราะสารเคมีกำลังทำงาน  แต่อาการนี้จะหายไปภายใน 20 นาที  และผลการรักษาจะเห็นได้ชัดเจนหลังจากทำการ ฉีดเมโสหน้าใส ไปประมาณ 5 วัน  ในรายที่มีปัญหาผิวเพียงเล็กน้อยเช่น  หน้าหย่อนคล้อยเพียงเล็กน้อย มาตึงกระชับ หรือปัญหาฝ้าและกระที่ไม่มากนัก 

แค่เพียงขั้นตอนแรกนี้  ก็ช่วยปรับสภาพผิวได้ดีในระดับหนึ่ง การทำซ้ำในครั้งที่ 2 จะช่วยให้เห็นผลได้ชัดเจนขึ้น ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า  ควรทำอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง  เพื่อสุขภาพผิวที่ดีขึ้น

แต่ถ้าเป็นรายที่มีปัญหาค่อนข้างมาก  ผู้เชี่ยวชาญอาจจะต้องลำดับความสำคัญของปัญหาและวางแนวทางการรักษาอย่างเป็นขั้นเป็นตอน  เพื่อการรักษาที่ต่อเนื่องและเห็นผลการรักษาได้อย่างชัดเจน  การแก้ไขปัญหาผิวหน้าอย่างถูกจุด  จะช่วยให้ผิวหน้าที่สมบูรณ์แบบและจะคงสภาพเช่นนั้นไปได้ในระยะยาว  ไม่ต้องทำซ้ำบ่อยๆ  เพราะนั่นคือ เงินที่เราจะต้องจ่ายเพิ่มแบบไม่สิ้นสุด   เป็นยังไงกันบ้างคะ สำหรับความรู้เกี่ยวกับเรื่อง Meso หวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทความนี้คงจะมีประโยชน์กับผู้ที่สนใจ หรือ กำลังตัดสินใจที่จะไป ฉีดเมโสหน้าใส กันนะคะ

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมตามลิ้งค์ด้านล่าง

เอกสารอ้างอิง

Rittes, PG; Rittes, JC; Carriel, Amary MF (2006). “Injection of phosphatidylcholine in fat tissue: experimental study of local action in rabbits”.

Rotunda, Adam; Kolodney, Michael (April 2006). “Mesotherapy and Phosphatidylcholine Injections: Historical