ดูดไขมัน Vaser Liposelection

ดูดไขมัน Vaser Liposelection
VASERเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่มีการปล่อยพลังงานคลื่นเสียง (Ultrasound) ซึ่งอยู่ในระดับความถี่ ซึ่งจะไปทำลายเฉพาะเจาะจงกับเซลล์ไขมันในชั้นไขมัน

ดูดไขมัน VASER

ไขมัน เป็นสิ่งที่เลวร้ายที่สุดสำหรับคุณผู้หญิง เพราะไขมันนี้ เรียกว่าเป็นศัตรูตัวร้ายที่ทำให้หุ่นของสาวๆ จากที่สวยดูดีนั้นแปรเปลี่ยนไปเป็นความย้วย อ้วน บอกเลยว่าทำให้ความสวยที่มีนั้นหมดลงไปทันที แต่ทั้งนี้ ด้วยนวัตกรรมที่ทัน สมัยในปัจจุบัน ทำให้คุณสาวๆที่มีไขมันสะสมในตัวนั้นหมดกังวลไป  เพราะเรามีนวัตกรรมการดูดไขมันมาคอยรองรับบริการ เพื่อไม่ให้คุณต้องกังวล นั่นก็คือ การดูดไขมัน แบบ Vaser หรือ การสลายไขมันด้วยอัลตราซาวด์

ดูดไขมัน ในรูปแบบต่างๆ

Vaser คืออะไร

การดูดไขมันแบบเวเซอร์ (Vaser Liposelection ) นั้น ถือเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ใช้ในการจัดการกับไขมันซึ่งบอกเลยว่ามีความปลอดภัยสูง เพราะเป็นการดูดไขมันบางส่วนเพื่อทำให้ร่างกายกระชับได้รูป ซึ่งหลักการของเจ้า Vaser คือการปล่อยพลังงานคลื่นเสียง (Ultrasound) ซึ่งอยู่ในระดับความถี่ ซึ่งจะไปทำลายเฉพาะเจาะจงกับเซลล์ไขมันในชั้นไขมันเท่านั้น ซึ่งจะทำให้ก้อนไขมันกลายเป็นของเหลวแล้วดูดไขมันออก

จากนั้นก็ดูดไขมันที่เหลวแล้วออกมาจากร่างกาย แต่จะไม่ได้ทำให้เนื้อเยื่อข้างเคียงอย่างเส้นเลือดและเซลล์ประสาทบริเวณรอบๆ ได้รับความเสียหายหรือถูกกระทบกระเทือนไปด้วย ซึ่งเป็นการช่วยลดการเกิดรอยฟกช้ำและบวมหลังการรักษา จะทำให้แผลหายเร็ว ทั้งยังช่วยให้คนไข้ฟื้นตัวได้เร็ว เนื่องจากเราทำการดูดเฉพาะเพียงเซลล์ไขมันเท่านั้น แน่นอนว่าเนื้อเยื่อคอลลาเจนที่ทำหน้าที่พยุงผิวเอาไว้จะไม่ได้ถูกทำลายไปด้วย ทำให้เกิดความเสี่ยงการติดเชื้อหรือภาวะแทรกซ้อนน้อยลงด้วย ซึ่งถือว่าให้ผลการรักษาที่รวดเร็วและชัดเจน ซึ่งบางคนสังเกตได้ในระยะ 1-2 วันหลังทำ ว่าสัดส่วนมีการลดลงมาก

ดูดไขมัน VASER เหมาะกับใคร

VASER เป็นการดูดไขมันที่เหมาะกับคนที่มีไขมันส่วนเกิน ที่กำจัดยากมาก เพราะไม่ว่าจะออกกำลังกายเท่าไหร่ก็ไม่มีทางลดลงซักที โดยเฉพาะส่วนหน้าท้อง สะโพก ต้นขา ซึ่ง Vaser สามารถใช้ได้กับทุกส่วนของร่างกาย เช่น บริเวณใต้คาง โหนกบริเวณหลังต้นคอ ท้องแขน หลัง เอว ซึ่งบางคนก็จะมีปัญหาที่บริเวณเข่าที่จะมีก้อนไขมันปูดออกมา ก็สามารถกำจัดได้ด้วย VASER  ซึ่งถือว่าเป็นวิธีการกำจัดไขมันที่ปลอดภัย รวดเร็ว และยังเจ็บปวดน้อย ทั้งยังเห็นผลจากการรักษาในครั้งเดียว บอกเลยว่า VASER นั้น ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาจากประเทศสหรัฐอเมริกา (US FDA) และประเทศไทย (อย.) ว่ามีประสิทธิภาพที่ดีและความปลอดภัย

ซึ่ง VASER นั้นได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยในการแก้ปัญหาเรื่องความร้อนที่อาจจะเผาไหม้ ซึ่งสามารถช่วยโดยการลดพลังงานความร้อนที่เกิดจากการปล่อยคลื่นเสียง (Ulttrasound) ลงประมาณถึง 50 % ซึ่งขั้นตอนการ ดูดไขมันด้วย VASER ก็มีด้วยกันมากมาย โดยเริ่มที่

ในการวินิจฉัยครั้งแรก แพทย์จะสอบถามถึงสิ่งที่คนไข้ต้องการว่าอยากให้รูปร่างออกมาแบบไหน อาจขอดูรูปของคนที่เคยทำมาแล้วเพื่อช่วยในการประกอบการตัดสินใจ จากนั้นแพทย์จะอธิบายถึงวิธีการรวมไปถึงขั้นตอนในการดูดไขมัน รวมไปถึงระบุถึงภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น รวมไปถึงผลลัพธ์หลังการรักษา ข้อจำกัดของการดูดไขมัน รวมไปถึงค่าใช้จ่าย และการเตรียมตัวทั้งก่อนและหลังจากการรักษา จนเมื่อถึงวันนัด ทางทีมแพทย์จะทำการตรวจร่างกายเพื่อตรวจดูสภาพความยืดหยุ่นของผิวหนัง ซึ่งความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ รวมไปถึงตำแหน่งที่ไขมันสะสม คนไข้ควรแจ้งประวัติการเจ็บป่วย ไม่ว่าจะเป็น โรคประจำตัว ประวัติการใช้ยา ฯลฯ ให้แพทย์ทราบ

ซึ่งสำหรับขั้นตอนในการ ดูดไขมันด้วย VASER นั้น โดยบริเวณที่จะทำการสลายไขมันจะถูกเติมด้วยน้ำเกลือชนิดพิเศษและยาชาเข้าไป เพื่อช่วยให้ไม่เจ็บ ทั้งยังลดการช้ำ และการเสียเลือด โดยหลังจากนั้นแพทย์ก็จะใช้เครื่อง VASER ซึ่งจะมีหัวขนาดเล็กประมาณ 2-3 มิลลิเมตรใส่เข้าไปผ่านทางผิวหนัง เพื่อให้หัว VASER นั้นสัมผัสกับก้อนไขมันที่จะสลายโดยตรง จากนั้นปล่อยคลื่นเสียง (Ultrasound) เพื่อทำลายเฉพาะเจาะจงที่เซลล์ไขมัน ซึ่งทำให้ไขมันที่เป็นก้อนนั้นสลายตัวแล้วกลายเป็นของเหลว และเพื่อให้ถูกดูดออกมากอย่างง่ายดาย ซึ่งการดูดไขมันนั้นจะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ต่อ 1 จุด เมื่อทำการดูดออกตามที่ต้องการแล้ว ผิวหนังจะถูกเย็บปิด 1 เข็ม ซึ่งแทบมองไม่เห็นเลย โดยหลังการรักษานั้นจะมีรอยช้ำและบวมเพียงเล็กน้อย ซึ่งคนไข้สามารถกลับบ้านได้ทันที หรือสามารถกลับไปทำงานได้ภายใน 3 – 7 วัน

โดยปกติแล้วนั้น หลังจากดูดไขมันเสร็จ อาจจะมีรอยช้ำบ้าง ซึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จะทำการแนะนำให้ใช้ผ้ายืดพันบริเวณที่ได้ทำการดูดไขมันแล้ว นั่นก็เพื่อช่วยลดอาการบวมและกระชับกล้ามเนื้อ ซึ่งการดูดไขมันด้วย VASER นั้น จะใช้ระยะเวลาพักฟื้นน้อยกว่าการดูดไขมันแบบเดิม ซึ่งหลังจากดูดไขมันด้วย VASER และประมาณ 3 สัปดาห์คนไข้จะเริ่มก็จะเริ่มเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของรูปร่าง และจะทำให้เห็นผลลัพธ์ชัดเจนหลังทำประมาณ 3 – 6 เดือน หลังการดูดไขมันแล้วควรงดออกกำลังกายประมาณ 1 เดือน และให้กลับมาออกกำลังกาย เพื่อช่วยให้ผิวหนังและกล้ามเนื้อในบริเวณที่ดูดไขมันออกไปนั้น มีความแข็งแรงขึ้น เท่านี้ก็จะทำให้รูปร่างกระชับเพรียวสมส่วน แต่สำหรับผิวหนังของคนที่มีอายุมากจะมีความหย่อนยาน ดังนั้น การดูดไขมันในกลุ่มของคนที่อายุยังน้อยจะให้ผลการรักษาที่ดีกว่า

ดูดไขมัน VASER ต้องใช้ยาสลบไหม ?

แล้วแต่ลูกค้าเลย ว่าจะสะดวกแบบไหน จะใช้ยา หรือ จะเป็นยาชาก็ได้ แต่สมัยนี้คนส่วนใหญ่จะเลือกวิธี ฉีดยาชาแทน เพราะว่ามันปลอดภัยมากกว่า แถมไม่เจ็บอีกด้วย

ซึ่งนอกจากเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่เข้ามาจะช่วยทำให้การดูดไขมันนั้น มีประสิทธิภาพดีขึ้น และสิ่งสำคัญที่จะทำให้คุณมีรูปร่างที่สัดส่วนตามที่ต้องการ คือเทคนิคการดูดไขมันซึ่งทำโดยแพทย์ที่มีฝีมือและความชำนาญ ดังนั้น การเลือกศัลยแพทย์จึงทำให้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง พร้อมกันนี้สถานพยาบาลที่มีความพร้อมของเครื่องมือทางการแพทย์ ก็จะทำให้ผลลัพธ์ที่เราได้หลังการรักษาออกมาเป็นที่พึงพอใจ

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

เอกสารอ้างอิง

Stegmann TJ (December 1998). “FGF-1: a human growth factor in the induction of neoangiogenesis”. Expert Opin Investig Drugs. 7 (12 Jitnarin, N.et al. (2009). Risk factors for overweight and obesity among Thai adults.