สิ่งที่เราเคยสงสัยกับการทำศัลยกรรม

สิ่งที่เราเคยสงสัยกับการทำศัลยกรรม
คำถามเกี่ยวกับการทำศัลยกรรมส่วนใหญ่ก็เกิดจากความกังวลใจของผู้ที่สนใจทำศัลยกรรม ซึ่งตั้งข้อสงสัยกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นกับร่างกาย

การทำศัลยกรรม

แม้ว่า การทำศัลยกรรม จะไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อีกแล้วในปัจจุบัน แถมยังมีนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทำให้การศัลยกรรมไร้ขอบเขตมากขึ้นเรื่อยๆ อีกด้วย จากเดิมที่มีการทำศัยกรรมจากอวัยวะในร่างกายให้ทำการปรับแต่งได้อยู่ไม่กี่แห่ง เช่น เสริมจมูก ตา ริมฝีปาก เป็นต้น ก็เริ่มมีตำแหน่งใหม่ๆ ที่หลายคนไม่เคยคิดถึงเลยด้วยซ้ำว่าจุดเหล่านั้นจะสามารถทำการศัลยกรรมปรับแต่งได้จริง ไล่ไปตั้งแต่สะโพก ผิวพรรณ บั้นท้าย เป็นต้น นอกจากนี้การทำศัลยกรรมก็เข้าถึงได้ง่ายขึ้นหลายเท่า

อ่านสักนิดก่อนทำศัลยกรรม

เพราะ การทำศัลยกรรม ไม่ว่าจะบริเวณใดในร่างกายก็ตามย่อมมีผลข้างเคียงด้วยกันทั้งสิ้นคุณรับสิ่งที่จะตามมาภายหลังได้หรือไม่?

ปัจจุบันการทำศัลยกรรมมีทั้งโรงพยาบาลและคลินิกมากมายให้เลือกใช้บริการ แต่ไม่ว่าอย่างไร เราก็ยังคงมีคำถามเกี่ยวกับการทำศัลยกรรมอยู่เสมอ โดยเฉพาะคนที่เริ่มมีความสนใจอยากจะทำศัลยกรรม ก็จะยิ่งมีคำถามผุดขึ้นมาจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นคำถามคล้ายๆ กันเสมอ เราจะลองมาดูกันว่าคำถามไหนบ้างที่เป็นข้อสงสัยยอดนิยมของคนที่กำลังคิดพิจารณาว่าจะตัดสินใจทำศัลยกรรมดีหรือไม่

1. ผู้หญิงที่ทำศัลยกรรมหน้าอกมาแล้ว จะสามารถให้นมบุตรตามปกติได้หรือไม่

หน้าอกเป็นส่วนที่มีสถิติในการศัลยกรรมอยู่ในอันดับต้นๆ และมีการปรับแต่งหลากหลายรูปแบบด้วย มีทั้งเพิ่มขนาด ลดขนาด และปรับความกระชับเต่งตึง นอกจากเรื่องของขนาดที่สามารถปรับเปลี่ยนได้แล้ว ก็เป็นเรื่องการให้นมบุตรนี่แหละที่หลายคนคาใจกัน เพราะเรารู้กันดีอยู่แล้วว่าถ้าเสริมขนาดหน้าอกให้ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม จะต้องเสริมซิลิโคนหรือวัสดุเสริมอื่นๆ เข้าไป ก็เลยไม่รู้ว่าจะมีผลต่อการให้นมหรือไม่ อย่างไร อันที่จริงการสอดวัสดุเสริมเข้าไปจะเป็นบริเวณใต้กล้ามเนื้ออก ซึ่งไม่มีผลกระทบต่อต่อมน้ำนมเลย หมายความว่าการเสริมหน้าอกไม่ว่าจะยกระดับขึ้นกี่ไซส์ ก็ไม่ทำให้มีปัญหาต่อการให้นมบุตรแต่อย่างใด ร่างกายยังคงสามารถผลิตน้ำนมได้ตามปกติ และสามารถส่งผ่านท่อน้ำนมออกมาได้ตามปกติเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ต้องอยู่บนเงื่อนไขของการผ่าตัดที่ถูกต้องและได้มาตรฐานด้วย แต่ถ้าเป็นการศัลยกรรมในรูปแบบของการลดขนาดหน้าอกให้เล็กลง อันนี้ต้องคิดหนักเพราะหลีกเลี่ยงที่จะทำให้ต่อมน้ำนมเสียหายได้ยาก ก็ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของแพทย์ผู้ดูแลมาช่วยแล้ว ว่าจะทำอย่างไรให้ต่อมน้ำนมเสียหายน้อยที่สุด และสามารถให้นมบุตรได้เช่นเดียวกับคุณแม่ลูกอ่อนทั่วไป

2. ผลข้างเคียงจากการศัลยกรรม ทำยังไงให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด

ไม่ใช่เฉพาะ การทำศัลยกรรม เท่านั้นที่มีผลข้างเคียง การรักษาพยาบาลแทบทุกอย่างมีผลข้างเคียงด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเสริมหน้าอก เสริมคาง หรือแม้แต่เสริมจมูก เพียงแต่ว่าในด้านการศัลยกรรมอาจจะมีผลข้างเคียงที่เห็นได้ชัดเจนมากกว่าเท่านั้นเอง วิธีการลดผลข้างเคียงต้องอาศัยหลายองค์ประกอบร่วมกัน เริ่มตั้งแต่ศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่จะทำ ว่ามีรูปแบบไหนบ้าง การเตรียมตัวการพักฟื้น รายละเอียดปลีกย่อยมีอะไรบ้าง ยิ่งมีข้อมูลมากก็จะยิ่งลดความเสี่ยงได้มากตามไป เพราะเราจะรู้จุดบกพร่องหรือจุดที่ต้องระวังทั้งหมด ถัดมาเป็นการเลือกสถานพยาบาลและทีมแพทย์ผู้ดูแล ต้องยอมรับว่าเรื่องประสบการณ์สำคัญกว่าวุฒิการศึกษาหรือตำแหน่งหน้าที่การงานมากนัก แพทย์ที่มีประสบการณ์เฉพาะทางมามากกว่า หมายความว่า ผ่านเคสการรักษาที่แตกต่างกันมามากกว่า นอกจากจะตรวจวัดและวิเคราะห์วางแผนการทำศัลยกรรมได้ดีกว่าแล้ว ก็ยังแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการทำศัลยกรรมได้ดีกว่าด้วย เรื่องเครื่องมือและอุปกรณ์ก็สำคัญไม่แพ้กัน ไม่ว่าแพทย์จะเก่งแค่ไหน หากขาดเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพก็ทำให้การรักษาด้อยคุณภาพลงอย่างแน่นอน สถานพยาบาลที่มีพร้อมทั้งทีมแพทย์และนวัตกรรมต่างๆ จึงเป็นตัวเลือกที่ดีมากสำหรับการศัลยกรรม
ทุกประเภท

การเสริมหน้าอกยกระดับไซส์ ไม่ได้เกิดปัญหาต่อการให้นมบุตร ร่างกายยังคงสามารถผลิตน้ำนมและส่งผ่านท่อน้ำนมได้ตามปกติ

3. ทำยังไงให้หน้าอกที่เสริมมามีความเป็นธรรมชาติ ทั้งการมองเห็นและการสัมผัส

เมื่อก่อนเรามักจะได้ยินคนพูดกันอยู่บ่อยครั้ง ว่าการศัลยกรรมหน้าอก ต่อให้ทำออกมาสวยแค่ไหน มองดูเป็นธรรมชาติเพียงใด แต่ถ้าได้จับต้องรับรองว่ารู้แน่นอนว่าเป็นของปลอม ก็เลยทำให้หลายคนเกิดความกังวลใจว่าจะได้สัมผัสที่ต่างไปจากเดิมมากเกินกว่าจะรับได้ อย่ามองเป็นเรื่องตลกเชียว เพราะนี่เป็นสาเหตุของความสัมพันธ์ในรูปแบบคู่รักด้วยเหมือนกัน อย่างไรก็ตามเมื่อนวัตกรรมทางการแพทย์ก้าวหน้าไปมาก ก็ไม่จำเป็นต้องกังวลกับเรื่องนี้อีกต่อไป เราสามารถเสริมหน้าอกให้เหมือนกับมีมาตั้งแต่เกิดได้เลย ทั้งรูปร่างและการสัมผัส เพียงแต่ต้องให้ความใส่ใจในขั้นตอนก่อน การทำศัลยกรรม ให้มากๆ หน่อยเท่านั้น ปัจจัยที่จะทำให้หน้าอกดูเป็นธรรมชาติขึ้นอยู่กับขนาดของการเสริม ตำแหน่งที่สอดวัสดุเสริมเข้าไป และเทคนิคในการผ่าตัดของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หากเสริมด้วยวัสดุชั้นดีที่ใต้กล้ามเนื้อหน้าอก โดยให้แผลผ่าตัดอยู่ใต้หน้าอก ก็จะได้ทรวดทรงใหม่ที่สวยงามอย่างที่ใจต้องการแน่นอน แต่เหล่านี้ก็เป็นเพียงข้อมูลคร่าวๆ เท่านั้น ทางที่ดีต้องปรึกษาแพทย์อย่างละเอียด ไม่ต้องเขินอาย เพราะลักษณะหน้าอกของแต่ละคนจะมีเงื่อนไขแตกต่างกันไป และแพทย์ต้องวิเคราะห์เป็นแบบเฉพาะเจาะจงเพื่อให้ได้ผลงานที่ดีที่สุด

4. การเท้าคางทำให้คางยื่นใช่หรือไม่ แล้วจะมีผลอย่างไรหากผ่านการศัลยกรรมมา

อย่างแรกที่ต้องทำความเข้าใจก็คือ หากเราทำสิ่งใดก็ตามกับร่างกายในช่วงของการเจริญเติบโต ร่างกายจะสามารถปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับการกระทำเหล่านั้นได้ง่าย แม้ว่าจะเป็นส่วนแข็งอย่างกระดูกก็ตามทีตัวอย่างที่ชัดเจนมากๆ ก็คือประเพณีพันเท้าของชาวจีนโบราณ ที่ต้องการให้ผู้หญิงมีขนาดเท้าที่เล็กกว่าปกติ โดยมีความเชื่อว่ายิ่งเท้าเล็กมากเท่าไรก็ยิ่งแสดงออกถึงความเป็นกุลสตรีมากขึ้นเท่านั้น เมื่อพันเท้าเอาไว้อย่างแน่นหนาตั้งแต่เด็ก และพันทุกๆ วันเป็นประจำ กระดูกเท้าก็จะปรับรูปไปนั่นเอง กลับมาที่ประเด็นของการเท้าคาง หากเป็นพฤติกรรมที่ชอบทำในช่วงวัยเด็กที่โครงกระดูกยังมีพัฒนาการอยู่ ก็แน่นอนว่าอาจทำให้คางยื่นหรือหน้าเบี้ยวได้ แต่การเท้าคางก็ไม่ใช่สาเหตุเพียงอย่างเดียวที่ทำให้โครงหน้าผิดรูปไปจากที่ควรจะเป็น ส่วนหลักด้านล่างของโครงหน้าจะเป็นขากรรไกรบนและล่างซึ่งมีระยะเวลาการเติบโตต่างกันเล็กน้อย ขากรรไกรบนจะหยุดการเติบโตเมื่ออายุได้ประมาณ 10 ปี ในขณะที่ขากรรไกรล่างจะหยุดที่ราวๆ 14-18 ปี การเจริญที่ผิดปกติของขากรรไกรอันใดอันหนึ่งหรือทั้งสองอันทำให้เกิดโครงหน้าผิดรูปได้ รวมถึงพฤติกรรมเล็กน้อยๆ เช่น การเคี้ยวอาหารด้วยกรามเพียงข้างเดียว การนอนตะแคงเพียงข้างเดียว การทานอาหารไม่ครบถ้วนและไม่เหมาะสม ก็เป็นองค์ประกอบที่ทำให้คางไม่สมส่วนและมีโครงหน้าไม่สวยงามได้ทั้งนั้น แต่ก็ไม่ต้องกังวลมากจนเกินไป เพราะมีการศัลยกรรมโครงหน้าด้วยเช่นกัน สิ่งที่ต้องระวังมีเพียงแค่พฤติกรรมหลัง การทำศัลยกรรม ช่วงแรกๆ ที่กระดูกยังไม่ประสานกันดีเท่านั้นเอง

5. การทำศัลยกรรมตาสองชั้น ดวงตาจะสามารถกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้หรือไม่

การทำตาสองชั้นมีวิธีศัลยกรรมได้หลายรูปแบบ มีทั้งการใช้เลเซอร์ การเย็บหนังตาเป็นจุดๆ การกรีดแผลสั้น การกรีดแผลยาว หากอยากรู้ว่าดวงตาจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม เช่นเดียวกับก่อน การทำศัลยกรรม ได้หรือไม่ ก็คงต้องไปดูวิธีการที่เลือกใช้ว่าปรับแต่งดวงตาให้มีสองชั้นด้วยรูปแบบใด ถ้าเป็นการเย็บหนังตาเป็นจุดๆ แบบนี้จะไม่มีการทำให้เกิดแผล แลดูเป็นธรรมชาติและสามารถตัดจุดที่เย็บติดออกได้ นั่นหมายความว่าเราก็จะได้ดวงตาแบบเดิมกลับมาแน่นอน แต่ถ้าเป็นการทำตาสองชั้นด้วยวิธีอื่นๆ ก็ไม่สามารถทำให้เหมือนเดิมได้ หากต้องการจริงๆ ก็จะเป็นการศัลยกรรมปรับแต่งเพิ่มเติมเพื่อให้คล้ายของเดิมมากกว่า

6. ต้องการลดน้ำหนัก การดูดไขมันเป็นตัวเลือกที่ช่วยได้จริงหรือไม่

เป้าหมายของการดูดไขมันจริงๆ ก็คือการลดปริมาณไขมันส่วนเกินอย่างรวดเร็ว เน้นการกระชับสัดส่วนมากกว่าที่จะลดน้ำหนัก แต่ก็ทำให้น้ำหนักลดลงบ้างเล็กน้อยเท่ากับปริมาณของไขมันที่ดูดออกไปนั่นเอง ตามปกติแล้วการดูดไขมันจะมีข้อจำกัดเกี่ยวกับปริมาณในการดูดแต่ละครั้งอยู่ ราวๆ 5 ลิตร ถ้าจำเป็นต้องดูดออกมากกว่านี้ก็ต้องมาดูดซ้ำในรอบต่อไป ซึ่งต้องเว้นระยะของการดูดไขมันแต่ละครั้ง 2-3 อาทิตย์ นั่นหมายความว่าถ้าเจาะจงมาที่การลดน้ำหนัก เช่น ลดจาก 65 กิโลกรัมให้เหลือเพียง 50 กิโลกรัม การดูดไขมันถือว่าไม่ตอบโจทย์ แต่สามารถใช้เป็นหนึ่งตัวช่วยของกระบวนการลดน้ำหนักได้ คือทำการดูดไขมันส่วนเกินในจุดที่ลดด้วยการบริหารร่างกายได้ยาก ทำร่วมกันไปกับการควบคุมอาหารและออกกำลังกายอย่างเหมาะสม ก็จะเห็นผลได้ดีกว่าการออกกำลังเพียงอย่างเดียวหรือดูดไขมันเพียงอย่างเดียว

7. การเสริมจมูกด้วยการฉีดสารเติมเต็มกับใส่วัสดุเสริมได้ผลลัพธ์เทียบเท่ากันไหม

แต่เดิมเรามีเทคนิคการเสริมจมูกอยู่เพียงไม่กี่แบบ คือการผ่าตัดแล้วสอดวัสดุเสริมเข้าไป ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นแท่งซิลิโคนที่เหลามาให้เหมาะกับรูปทรงจมูกของแต่ละคน ต่อมาจึงได้มีการพัฒนาต่อยอดมาเป็นการเสริมจมูกด้วยสารเติมเต็ม ไม่ว่าจะเป็นฟิลเลอร์หรือไขมันก็ตาม เป็นรูปแบบการปรับแต่งจมูกที่ดูไม่น่ากลัวเท่ากับการผ่าเพื่อเสริมซิลิโคน เหมาะกับคนที่ปรับแก้รูปทรงของจมูกไม่มากนักและกลัวการผ่าตัด โดยที่ฟิลเลอร์ก็จะมีระดับคุณภาพให้เลือกหลายแบบ ไขมันก็จะเป็นการดึงเอาไขมันจากส่วนอื่นๆ ของร่างกายผู้เข้ารับการรักษาเองแล้วมาเติมเข้าที่จมูก ไม่ว่าจะเป็นแบบไหนก็ตอบได้ทันทีว่าไม่อาจเทียบกับการผ่าตัดเพื่อเสริมซิลิโคนได้

เพราะการเสริมซิลิโคนเป็นการปรับเปลี่ยนแบบถาวร ทำครั้งเดียวแล้วไม่ต้องกลับมาทำซ้ำอีก เพียงแค่ต้องมองหาวัสดุชั้นดีกับทีมแพทย์มากประสบการณ์เท่านั้น ในขณะที่บรรดาสารเติมเต็มทั้งหลาย จะมีอายุการใช้งานอยู่ เมื่อครบกำหนดก็จำเป็นต้องมาฉีดเติมซ้ำอีก และเป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ส่วนจะอยู่ได้นานเท่าไรก็ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของสารเติมเต็มแต่ละชนิดนั่นเอง ถ้าจะเทียบกันในเรื่องความเป็นธรรมชาติ เนื่องจากมีหลายข้อมูลกล่าวว่าเสริมด้วยสารเติมเต็มนั้นให้ความเป็นธรรมชาติมากกว่า ก็ต้องบอกว่าอันที่จริงหากเสริมซิลิโคนชั้นเยี่ยมโดยแพทย์ฝีมือดีก็จะได้ความเป็นธรรมชาติไม่ต่างกันเลย

นี่เป็นเพียงบางส่วนของคำถามเกี่ยวกับ การทำศัลยกรรม เท่านั้น ส่วนใหญ่ก็เกิดจากความกังวลใจของผู้ที่สนใจทำศัลยกรรมนั่นเอง ซึ่งถือเป็นเรื่องดีมากๆ ที่เราตั้งข้อสงสัยกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นกับร่างกายของเรา อย่างน้อยที่สุด เราก็จะได้รู้ถึงความเสี่ยงและผลลัพธ์ที่น่าจะได้ สามารถใช้เพื่อชั่งน้ำหนักดูว่าในแต่ละครั้งที่จะทำศัลยกรรม มันคุ้มค่าเทียบเท่ากับสิ่งที่คาดหวังไว้หรือไม่ และในระยะยาวจะมีผลกระทบอะไรที่ต้องเตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้รับมือด้วยหรือไม่ แต่สุดท้ายการศัลยกรรมก็เป็นเรื่องเฉพาะบุคคล จำเป็นต้องปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดอีกครั้งก่อนตัดสินใจเสมอ

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

เอกสารอ้างอิง

The Grand Plastic Surgery. ไบเบิลศัลยกรรมเกาหลี.กรุงเทพฯ:อมรินทร์เอลท์ อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง,2559.