ประโยชน์ของกะหล่ำปลี (Cabbage)

ประโยชน์ของกะหล่ำปลี (Cabbage)
กะหล่ำปลี เป็นผักที่มีคุณค่าทางอาหารสูงทั้งวิตามินและแร่ธาตุรวมทั้งไฟเบอร์สูง

กะหล่ำปลี ( Cabbage )

กะหล่ำปลี (Cabbage) เป็นพืชในวงศ์เดียวกับผักกาด (Brassicaceae หรือ Cruciferae) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Brassicaca Oleracea Var. Capitata L.มีต้นกำเนิดอยู่แถบเมดิเตอร์เรเนียน กะหล่ำปลี คือ พืชล้มลุกที่มีใบเลี้ยงเดียวกว้าง ใบจะเรียงตัวรอบต้นเป็นวงกลมและจะซ้อนกันเป็นชั้นๆ จึงทำให้กะหล่ำปลีมีลักษณะของต้นเป็นทรงกลม กะหล่ำปลี่เป็นผักที่มีวิตามินซีสูงเมื่อรับประทานแบบดิบ การรับประทานกะหล่ำปลียังช่วยลดอาการเผ็ดร้อนของอาหารได้ โดยการรับประทานเป็นเครื่องเคียงกับอาหารที่มีรสชาติเผ็ดร้อน อย่าง ส้มตำ ลาบ น้ำตก เป็นต้น 

กะหล่ำปลียังสามารถนำมาประยุกต์เป็นเมนูอาหารได้หลากหลาย เช่น ผัดผักใส่กะหล่ำปลี กะหล่ำปลีสดกินกับสลัด กะหล่ำปลีสดกินกับไส้กรอกอีสาน ต้มจับฉ่าย แกงส้มใส่กะหล่ำปลี ต้มจืด กะหล่ำปลียัดไส้หมู กะหล่ำปลีต้มจิ้ม น้ำพริก เป็นต้น แต่ว่าการรับประทานแบบดิบก็ก่อให้เกิดอันตรายได้ เพราะว่ากะหล่ำปลีดิบมีสารพิษ กอยโตรเจน (Goitrogen) ที่สามารถขัดขวางการดูดซึมของไอโอดีน ทำให้ร่างกายขาดสารไอโอดีนเป็นที่มาของโรคคอหอยพอกได้ เมื่อรับประทานกะหล่ำปลีดิบในปริมาณที่มากและต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน

ดังนั้นถ้าเรากินกะหล่ำปลีดิบได้ในปริมาณที่พอเหมาะหรือนานครั้งก็จะไม่เป็นอันตราย และสารพิษตัวนี้ถูกทำลายได้ด้วยความร้อน ดังนั้นเมื่อนำกะหล่ำปลีไปปรุงให้สุกก่อนที่จะรับประทานสารตัวนี้ก็จะไม่มีผลต่อร่างกาย นอกจากนั้นกะหล่ำปลียังมีสารที่เป็นพิษต่อคนที่เป็นไทรอยด์ด้วย สารที่อยู่ในกะหล่ำปลีจะเข้าไปกระตุ้นให้อาหารของโรคไทรอยด์แสดงอาการ คนที่ป่วยเป็นโรคไทรอยด์ไม่ควรรับประทานกะหล่ำปลีทั้งดิบและสุก
กะหล่ำปลีมีอยู่ด้วยกัน 3 ชนิดคือ

1.กะหล่ำปลีธรรมดา ที่เป็นที่รู้จักกันดีก็คือสายพันธ์โกลเด้นเอเคอร์แอละสายพันธุ์โคเปนเฮเกมาร์เก็ต มีใบเป็นสีเขียว เรียบ ลักษณะของต้นเกิดจากการรวมตัวของใบเป็นวงกลม ใบด้านนอกมีสีเขียวอ่อนถึงกลางส่วนใบด้านในมีสีเหลืองอ่อน
2.กะหล่ำปลีแดง สายพันธุ์นี้ลักษณะหัวกลมแต่จะมีใบเป็นสีแดงต่างจากสายพันธุ์ธรรมดาที่มีใบเป็นสีเขียว ใบของกะหล่ำปลีแดงจะหนา กะหล่ำปลีแดงเจริญเติบโตได้ดีในที่ที่มีอากาศหนาวเย็น
3.กะหล่ำปลีใบย่น สายพันธุ์นี้จะใบจะมีสีเขียวเข้มและมีลักษณะพิเศษคือใบย่นเป็นคลื่นหรือหยิกทั้งใบ เจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่ที่มีอากาศหนาวเย็นมาก

กะหล่ำปลีเป็นพืชที่มีแมลงศัตรูพืชหลายชนิด เกษตรกรผู้ปลูกจึงต้องทำการพ่นสารเคมีในการปลูก เป็นเหตุให้กะหล่ำปลีนั้นอยู่ใน 5 อันดับของผักที่มีสารปนเปื้อนมากที่สุด ยาฆ่าแมลงที่ใช้และเกิดการตกค้างในผัก เมื่อเราบริโภคเข้าไปจะเกิดอันตรายต่อร่างกาย ได้รับในปริมาณที่น้อยทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย เวียนหัว ปวดศีรษะ แต่ถ้าได้รับในปริมาณที่มากอาจจะเกิดอาการคลื่นไส้อาเจียน เกิดชักและหมดสติในที่สุด ดังนั้นก่อนที่จะนำกะหล่ำปลีมารับประทานเราควรที่จะทำความสะอาดให้ดีเสียก่อน ด้วยการลอกใบชั้นนอกออกอย่างน้อยสองชั้นและนำไปแช่น้ำสะอาดอย่างน้อย 10 นาที การล้างด้วยน้ำสะอาดก่อนที่จะนำไปประกอบอาหาร เราสามารถล้างสารพิษตกค้างที่ตกค้างอยู่ออกไปได้ถึง 25-75 แต่ถ้าต้องการให้ลดสารเคมีตกค้างให้น้อยลงอีกควรล้างด้วย น้ำปูนใส การแข่ด่างทับทิม การแช่น้ำซาวข้าว แช่ด้วยน้ำส้มสายชู แช่ด้วยน้ำผสมเกลือป่น หรือจะใช้น้ำยาล้างผักที่มีออกมาจำหน่ายก็ช่วยลดสารเคมีตกค้างในกะหล่ำปลีได้ ในปัจจุบันนี้ได้มีการพัฒนาการปลูกผักปลอดสารหรือผักอินทรีย์ กะหล่ำปลีก็เป็นผักที่นำมาปลุกด้วยวิธีการนี้ เพื่อป้องกันสารเคมีตกค้างเราควรเลือกผักอินทรีย์มาปรุงอาหารแทนผักที่ใช้สารเคมี 

สรรพคุณของกะหล่ำปลี

กะหล่ำปลีนอกจากจะมีรสชาติที่หวานกรอบอร่อยแล้ว นำมาปรุงอาหารให้รสชาติที่ดีได้หลากหลายรูปแบบ เช่น ต้ม ผัด หรือกินสดในสลัดก็ได้รับควานิยมไม่แพ้กันแล้ว กะหล่ำปลียังมีสารอาหารที่มีประโยชน์อีก คือ

กรดทาร์ทาริก (Tartaric Acid) เป็นสารอาหารที่ช่วยยังยั้งไม่ให้ร่างกายทำการเปลี่ยนน้ำตาลและแป้งที่ได้รับเข้าไปให้เป็นไขมันที่จะมาสะสมอยู่ในร่างกาย ผลโดยตรงคือช่วยลดคอเลสเตอรอลที่จะเกิดขึ้นจากการสังเคราะห์ของร่างกาย ผลทางอ้อมคือช่วยลดน้ำหนักเนื่องจากร่างกายไม่มีไขมันเพิ่มขึ้นน้ำหนักตัวจึงไม่เพิ่มขึ้น

แคลเซียมและฟอสฟอรัส กะหล่ำปลีมีแคลเซียมและฟอสฟอรัสในปริมาณที่สูง ซึ่งแคลเซียมและฟอสฟอรัสนี้ที่มีส่วนช่วยในการสร้างและบำรุงกระดูกกับฟันของเรา

วิตามินซี กะหล่ำปลีจัดเป็นผักที่มีวิตามินซีสูงอีกชนิดหนึ่ง วิตามินซีที่ได้จากกะหล่ำปลีนอกจากจะช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานของร่างกายแล้ว ป้องกันการเกิดโรคจากการขาดวิตามินซี เช่น โรคเลือดออกตามไรฟัน ป้องกันการเกิดโรคหวัด อาการเจ็บคอ และวิตามินซีที่ได้จากกะหล่ำปลีนี้ยังช่วยเพิ่มน้ำใต้ผิวทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งดูเยาว์วัยกากใยอาหาร กะหล่ำปลีเป็นผักที่มีกากใยอาหารสูง กากใยนี้เป็นตัวที่ช่วยต่อต้านและลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งลำไส้  ช่วยล้างสารพิษตกค้างในลำไส้และยังช่วยให้ระบบขับถ่ายของเสียออกร่างกายทำงานได้มีประสิทธิภาพจึงไม่มีของ เสียตกค้างอยู่ในลำไส้ สูง ลดอาการท้องผูกแน่นท้องเนื่องจากการขับถ่ายที่ผิดปกติ และยังช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็งตับกับมะเร็งต่อมลูกหมากได้อีกด้วย Sulforaphane ที่ช่วยป้องกันการกลายพันธุ์ของ DNA ที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งในร่างกายทุกส่วน 

ซัลเฟอร์ จะมีอยู่ในกะหล่ำปลีดิบ สารตัวนี้มีส่วนช่วยเกี่ยวกับระบบประสาท ช่วยระงับประสาททำให้สมองรู้สึกผ่อนคลายลดความเครียดที่เกิดขึ้น และส่งผลให้หลับสนิทร่างกายผักผ่อนได้อย่างเพียงพอ

กรดโฟลิก ที่มีความสำคัญในการสร้างเซลล์สมองของเด็กทารกในครรภ์

วิตามินบี 5 ช่วยในการกระตุ้นการสร้างโปรตีนเคราติน(keratin) ที่ช่วยบำรุงรากผม และชลอการเปลี่ยนสีผมจากดำเป็นสีขาว

ช่วยรักษาระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกายให้สมดุล ซึ่งเป็นการช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งที่มาจากความผิดปกติของฮอร์โมนนี้ เช่น มะเร็งปากมดลูก มะเร็งเต้านม มะเร็งรังไข่ในผู้หญิง เป็นต้น

ช่วยกระตุ้นการสร้างกลูตาไธโอนที่มีส่วนช่วยในการทำงานของตับ ให้ตับสามารถขับของเสียออกจากร่างกาย เช่น ควันเสีย ไอเสีย ยาหรือสิ่งที่เป็นพิษต่อร่างกาย

ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของไต ให้ทำการขับปัสสาวะได้สะดวกขึ้น

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

I am text block. Click edit button to change this text. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.

เอกสารอ้างอิง

Delahaut, K. A.; Newenhouse, A. C (1997). “Growing broccoli, cauliflower, cabbage and other cole crops in Wisconsin” (PDF). University of Wisconsin. p. 1. Retrieved 2012-08-12.

“Brassica oleracea L. – Cabbage”. United States Department of Agriculture. Retrieved 2012-08-10.

Classification for species Brassica oleracea L.”. PLANTS database. United States Department of Agriculture. Retrieved 2012-08-10.

“Of Cabbages and Celts”. Aggie Horticulture. Texas A&M University. Retrieved 2013-10-19.