Home Blog

น้ำมันเมล็ดกระบกสกัดเย็น ( Cold pressed wild almond oil )

น้ำมันกระบกสกัดเย็น ( Cold pressed wild almond oil )
เมล็ดกระบกอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการอย่างมากมาย มีเปลือกแข็ง เนื้อในเมล็ดมีสีขาวอัดแน่นอยู่ และมีน้ำมัน

น้ำมันเมล็ดกระบกสกัดเย็น

กระบก ชื่อสามัญ Barking deer’s mango, Wild almond
กระบก ชื่อวิทยาศาสตร์ Irvingia malayana Oliv. ex A.W.Benn. จัดอยู่ในวงศ์กระบก ( IRVINGIACEAE )

น้ำมันเมล็ดกระบกสกัดเย็น อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการอย่างมากมาย เช่น แคลเซียม ธาตุเหล็ก โปรตีน คาร์โบไฮเดรต กรดไขมันชนิดอิ่มตัว ได้แก่ กรดปาล์มมิติก กรดลอริก ไมริสติก และกรดสเตียริก ส่วนกรดไขมันไม่อิ่มตัว ได้แก่ กรดไลโนเลอิก  กรดโอเลอิก และกรดปาล์มมิโตเลอิก ซึ่งสารอาหารเหล่านี้จะช่วยบำรุงกระดูกและฟัน บำรุงสมอง บำรุงหัวใจ ทำให้เจริญอาหาร ช่วยบำรุงไต ช่วยบำรุงเส้นเอ็นและไขข้อ

ลักษณะผลกระบก หรือ ลูกกระบก ลักษณะของผลเป็นรูปกลมรี เมล็ดโตเป็นรูปไข่ หรือค่อนข้างเป็นรูปไข่ ลักษณะแบนเล็กน้อย คล้ายกับผลมะม่วงขนาดเล็ก โดยผลอ่อนจะมีสีเขียว แต่เมื่อแก่แล้วจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ในผลมีเมล็ดและมีเนื้อหุ้มเมล็ดเละ ๆ เหมือนมะม่วง เป็นเมล็ดเดี่ยว มีเปลือกแข็ง เนื้อในเมล็ดมีสีขาวอัดแน่นอยู่ ลักษณะเป็นเนื้อแป้ง และมีน้ำมัน ติดผลในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนเมษายน กระบกเป็นไม้ยืนต้น นิยมนำเมล็ดมาคั่วกินเป็นของกินเล่น รสชาติมัน

สรรพคุณของน้ำมันเมล็ดกระบกสกัดเย็น

  • น้ำมันเมล็ดกระบกช่วยบำรุงสมอง
  • ช่วยทำให้เจริญอาหาร
  • ช่วยบำรุงหัวใจ
  • ช่วยรักษาริดสีดวงจมูก
  • ช่วยบรรเทาอาการหอบหืด
  • ช่วยให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย
  • ใช้เป็นยาถ่ายพยาธิ
  • ช่วยบำรุงไต
  • ช่วยแก้อาการคันตามผิวหนัง
  • ช่วยบำรุงเส้นเอ็น แก้เส้นเอ็นพิการ บำรุงไขข้อกระดูก แก้ข้อขัดได้ ทำให้ข้อเข่าแข็งแรง

กระบกเป็นพืชพื้นบ้านพบเห็นได้ทั่วไปทั่วบริเวณภาคอีสาน ใช้ประโยชน์กันมาตั้งแต่โบราณด้านสมุนไพรรักษาโรคและอาการต่าง าจนถึงปัจจุบัน นอกจากน้ำมันเมล็ดกระบกสกัดเย็นจะมีประโยชน์ทางโภชนาการที่หลากหลายแล้ว ยังใช้เป็นวัตถุดิบเครื่องสำอางและสบู่ได้อีกด้วย

เอกสารอ้างอิง

https://www.pharmacy.mahidol.ac.th/th/service-research-special-abstract.php

น้ำมันเมล็ดเจียสกัดเย็น ( Cold pressed chia seed oil )

น้ำมันเมล็ดเจีย ( Chia Seed Oil Cold Pressed )
เมล็ดเจีย มีลักษณะคล้ายเม็ดแมงลัก เป็นพืชตระกูลเดียวกันกับมินต์หรือกระเพรา สามารถรับประทานได้โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการแปรรูป

น้ำมันเมล็ดเจียสกัดเย็น

น้ำมันเมล็ดเจียสกัดเย็น มีคุณค่าสารอาหาร เมล็ดเจีย ( Salvia Hispanica L ) มีลักษณะคล้ายเม็ดแมงลักเมล็ดเป็นรูปไข่ มีสีหลากหลาย เช่น สีขาว สีดำ บางครั้งมีลายเป็นจุดสีน้ำตาล น้ำตาลเข้ม สีครีม ดำ และขาว สามารถรับประทานได้โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการแปรรูป มีขนาดลำต้นสูงประมาณ 4 – 6 ฟุต สามารถปลูกได้ดีในบริเวณที่มีอากาศหนาว ปลูกกันมากในแถบทวีปอเมริกา และในประเทศไทยพบปลูกมากในบริเวณจังหวัดลำปาง กาญจนบุรี เป็นพืชตระกูลเดียวกันกับมินต์หรือกระเพรา มีถิ่นกำเนิดที่ประเทศเม็กซิโกในแถบทางตอนกลาง และตอนใต้ของประเทศ

สารอาหารในน้ำมันเมล็ดเจียสกัดเย็น

น้ำมันเมล็ดเจียสกัดเย็น มีสารอาหารหลากหลายชนิด เช่น คาร์โบไฮเดรต ไขมัน โปรตีน ใยอาหาร แคลเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม โซเดียม สังกะสี ทองแดง แมงกานีส และโอเมก้า 3 สูงที่สุดในธรรมชาติ โดยสูงยิ่งกว่าในปลาแซลมอนยังพบสารต้านอนุมูลอิสระที่วัดค่าได้สูงกว่าในบลูเบอร์รี่ถึง 5 เท่า ช่วยป้องกันเซลล์ผิวเสื่อมสภาพ ฟื้นฟูให้เซลล์ผิวกลับมาเต่งตึงอ่อนเยาว์อีกครั้ง

น้ำมันเมล็ดเจียสกัดเย็นมีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกาย

  • มีโอเมก้าสูง
  • มีไฟเบอร์สูง
  • ช่วยปรับสมดุลระบบไหลเวียนโลหิตในร่างกาย
  • ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล และไตรกลีเซอไรด์ในเลือด
  • ช่วยทำให้นอนหลับสนิท และช่วยให้อารมณ์
  • เมล็ดเจียสามารถดูดซึมน้ำได้อย่างดีทำให้ทานแล้วอิ่มนาน
  • ช่วยบำรุงกระดูกให้แข็งแรง
  • ช่วยปรับสมดุลระบบเผาผลาญพลังงานของร่างกาย
  • ช่วยรักษาสมดุลของน้ำตาลในเลือด
  • ช่วยให้ร่างกายซ่อมแซมกล้ามเนื้อส่วนที่สึกหรอได้เร็วขึ้น
  • ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานเป็นปกติ
  • น้ำมันเมล็ดเจียมีคุณสมบัติช่วยในการเคลือบผิวหนัง ป้องกันผิวหนังจากการถูกทำร้ายจากมลภาวะต่าง ๆ ภายนอก
  • และช่วยให้การฟื้นฟูและซ่อมแซมเซลล์ผิวเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • น้ำมันเมล็ดเจียมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดริ้วรอยตีนกาและสิว
  • ช่วยกระตุ้นการทำงายของเซลล์ได้เป็นอย่างดี

นอกจากเมล็ดเจียจะมีประโยชน์แล้วในส่วนน้ำมันเมล็ดเจียสกัดเย็นยังประกอบไปด้วยสารอาหารที่สำคัญมากมาย อย่างไรก็ตามควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับปัจจัยดังต่อไปนี้ เช่น อายุ สุขภาพ และโรคประจำตัวเป็นต้น

ข้อควรระวังในการทานเมล็ดเจียสกัดเย็น

นอกจากเมล็ดเจียจะมีประโยชน์แล้วในส่วนน้ำมันเมล็ดเจียยังประกอบไปด้วยสารอาหารที่สำคัญมากมาย อย่างไรก็ตามควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับปัจจัยดังต่อไปนี้ เช่น อายุ สุขภาพ และโรคประจำตัว ซึ่งมีข้อควรระวังในการทาน ดังนี้

1. สำหรับผู้ที่มีปัญหากระเพาะอาหารและระบบลำไส้ : เมล็ดเจียกระตุ้นให้ตับอ่อนสร้างน้ำย่อยออกมามากกว่าเดิม จึงทำให้อาการต่างๆ รุนแรงขึ้นขึ้น
2. สำหรับผู้หญิงตั้งครรภ์ หรือผู้หญิงช่วงให้นมบุตร : ไม่ควรทานเมล็ดเจีย เพราะสารอาหารในเมล็ดเจียมีผลต่อระบบไหลเวียนโลหิตอาจจะส่งผลกระทบต่อบุตรได้
3. สำหรับผู้ที่ต้องเข้ารับการศัลกรรม : เมล็ดเจียส่งผลให้เลือดเกิดการแข็งตัวช้ามากกว่าปกติ เป็นเหตุให้เกิดอาการเลือดไหลไม่หยุดหากมีบาดแผล
4. สำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคความดันโลหิตต่ำ : ไม่ควรทานเมล็ดเจีย เนื่องจากเมล็ดเจียจะไปส่งผลต่อแรงดันเลือดในขณะที่หัวใจเกิดการคลายตัว ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดอาการช็อก หน้ามืด เป็นลมหมดสติได้

บทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

น้ำมันลูกเดือยสกัดเย็น ( Cold pressed millet oil )

น้ำมันลูกเดือยสกัดเย็น ( Cold pressed millet oil )
ลูกเดือยที่มีคุณค่าทางสารอาหารสูง อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นสำหรับร่างกาย มีกรดอะมิโนหลายชนิดรวมทั้งกรดไขมัน

น้ำมันลูกเดือยสกัดเย็น

ลูกเดือย ชื่อสามัญ Adlay, Adlay millet, Job’s tears
ลูกเดือย ชื่อวิทยาศาสตร์ Coix lacryma-jobi L. จัดอยู่ในวงศ์หญ้า ( POACEAE หรือ GRAMINEAE ) และอยู่ในวงศ์ย่อย PANICOIDE

ลูกเดือย ( Millet ) เป็นธัญพืชในตระกูลเดียวกับข้าวมีต้นกำเนิดมาจากทางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นพืชเศรษฐกิจในประเทศไทยพบว่าปลูกกันมากทางภาพเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของบ้านเรา ลูกเดือยที่มีคุณค่าทางสารอาหารสูง เพราะอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นสำหรับร่างกาย อย่างเช่น วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินอี ธาตุแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส โดยเฉพาะวิตามินบี 1 ที่มีปริมาณสูงมาก นอกจากนี้ยังมีกรดอะมิโนหลายชนิดที่สูงกว่าความต้องตามมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก เช่น กรดกลูตามิก ลิวซีน อะลานีน โปรลีน วาลีน ฟินิลอะลานีน ไอโซลิวซีน อาร์จีนีน เป็นต้น และยังมีกรดไขมันจำเป็นชนิดที่ไม่อิ่มตัว อย่างเช่น กรดลิโนเลอิก กรดโอเลอิก และกรดไขมันชนิดอิ่มตัว อย่างเช่น ปาลมิติกและสเตียริก อีกด้วย

ประโยชน์และสรรพคุณของน้ำมันลูกเดือยสกัดเย็น

  • บำรุงเส้นผมให้ดกดำเป็นเงางาม
  • ช่วยในการขับปัสสาวะ
  • เป็นอาหารบำรุงร่างกาย บำรุงกำลัง
  • ใช้เป็นยาอายุวัฒนะ
  • ช่วยบำรุงสมอง
  • ช่วยแก้อาการนอนไม่หลับ
  • ช่วยแก้อาการอ่อนเพลีย เมื่อยล้า
  • ช่วยลดคอเลสเตอรอลในกระแสเลือด
  • ช่วยป้องกันโรคเบาหวาน
  • ลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคมะเร็ง
  • ช่วยยับยั้งการเกิดเนื้องอก
  • ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย
  • แก้อาการปวดข้อ
  • ช่วยบำรุงไต
  • ช่วยบำรุงปอด
  • ช่วยบำรุงม้าม
  • แก้อาการสตรีตกขาวมากกว่าปกติ
  • ช่วยบำรุงกระดูกให้แข็งแรง ป้องกันโรคกระดูกพรุน
  • ช่วยแก้ร้อนใน
  • ช่วยแก้อาการคลื่นไส้อาเจียน
  • ใช้อมบ้วนปากล้างพิษ
  • ใช้นวดลดอาการปวดเก๊าท์ เอ็นตึง ข้อบวม

ปัจจุบันน้ำมันลูกเดือยสกัดเย็นมีจำหน่ายตามท้องตลาดกันอย่างแพร่หลาย คือ น้ำมันที่ได้สกัดมาจากลูกเดือย โดยไม่ผ่านความร้อนและไม่ผ่านกระบวนการทางเคมีใดๆทั้งสิ้น ซึ่งน้ำมันลูกเดือยที่ผ่านการกรองแล้งจะมีลักษณะใส มีสีเหลือง ไม่มีตะกอน และสามารถรับประทานได้

บทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

น้ำมันเมล็ดองุ่นสกัดเย็น ( Cold pressed grape seed oil )

น้ำมันเมล็ดองุ่นสกัดเย็น ( Cold pressed grape seed oil )
น้ำมันเมล็ดองุ่นสกัดเย็น คือการสกัดด้วยวิธีการบีบอัดแยกน้ำมันออกจากกาก โดยปราศจากความร้อนเพราะจะทำให้สูญเสียสารอาหารสำคัญในน้ำมันไป

น้ำมันเมล็ดองุ่นสกัดเย็น

น้ำมันเมล็ดองุ่นสกัดเย็น คือการนำเมล็ดองุ่นมาผ่านกระบวนการสกัดเย็น เรามาทำความรู้จักกับองุ่นกันให้มากขึ้น องุ่น ( Grape ) ( Vitis vinifera L. ) เป็นไม้ผลที่มีถิ่นกำเนิดแถบเอเชียไมเนอร์บริเวณทางตอนใต้ระหว่างทะเลดำและทะเลแคสเปียน สามารถเจริญเติบโตได้ดีในช่วงละติจูด 15 – 45 องศาเหนือและใต้ อุณหภูมิที่เหมาะสมอยู่ในช่วง 15 – 35 องศาเซลเซียส เป็นพืชเถาเลื้อยชนิดที่มีเนื้อไม้ซึ่งมีอายุยืนยาวได้หลายสิบปีหรือนับร้อยปี องุ่นจัดอยู่ในวงศ์ ( Family ) Vitis โดยทั่วโลกมีอยู่ประมาณ 60 ชนิด รวมถึงประเทศไทยส่วนใหญ่นิยมปลูกอยู่บริเวณภาคกลางแถบจังหวัดนครปฐม ราชบุรี สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม จนกระทั่งปัจจุบันมีการปลูกองุ่นกันอย่างแพร่หลายเกือบทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ

ที่มาของน้ำมันเมล็ดองุ่นสกัดเย็น

น้ำมันจากเมล็ดองุ่น หรือที่เรียกกันว่า ” น้ำมันเมล็ดองุ่นสกัดเย็น ” มาจากกระบวนการสกัดด้วยวิธีการบีบอัดแยกน้ำมันออกจากกาก โดยปราศจากความร้อนเพราะจะทำให้สูญเสียสารอาหารสำคัญในน้ำมันไป น้ำมันจะมีสีเขียวเข้มและมีกลิ่นหอมขององุ่น

ประโยชน์จากเมล็ดองุ่นสกัดเย็น

  • ช่วยเสริมสร้างการทำงานของร่างกายให้สมดุล และแข็งแรง
  • ช่วยเสริมสร้างผิวพรรณให้แลดูกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ
  • เมล็ดองุ่นอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่เข้มข้น และช่วยป้องกันการเกิดมะเร็ง
  • ช่วยลดการเสื่อมสภาพของเซลล์จากมลภาวะภายนอก
  • ช่วยในการป้องกันการเกิดโรคข้ออักเสบ
  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในร่างกาย
  • ช่วยรักษาและคงสภาพความชุ่มชื้นของผิว
  • ช่วยรักษาอาการเลือดออกตามไรฟัน ลดแผลในช่องปาก และโรคเริมในช่องปาก
  • ช่วยลดกระบวนการสร้างเม็ดสีที่ผิดปกติอันเป็นสาเหตุของฝ้า กระ หรือจุดด่างดำ
  • ป้องกันเส้นเลือดขอด
  • ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ
  • ช่วยลดเลือนริ้วรอย
  • ช่วยต่อต้านเชื้อแบคทีเรียและไวรัสต่าง ๆ
  • ช่วยลดอาการปวดศีรษะ
  • เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง
  • ช่วยฟื้นฟูผิวที่แห้งกร้านให้มีสุขภาพดี
  • กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด

ปัจจุบันน้ำมันเมล็ดองุ่นสกัดเย็นกำลังเป็นที่นิยมในพวกคนรักสุขภาพ Oligomeric Proanthocyanidin Complexes เป็นสารสำคัญที่พบในเมล็ดองุ่นสกัดจัดอยู่ในกลุ่มไบโอฟลาโวนอยด์ ซึ่งมีการรับรองจากหน่อยงานต่างๆว่ามีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปรับสมดุลเพิ่มภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกายได้อย่างดีเยี่ยม

บทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

น้ำมันกระเทียมสกัดเย็น ( Cold pressed garlic oil )

น้ำมันกระเทียมสกัดเย็น ( Cold pressed garlic oil )
กระเทียมยังมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ มีฤทธิ์ในการช่วยลดความดันโลหิต

น้ำมันกระเทียมสกัดเย็น

น้ำมันกระเทียม ได้จากการสกัดกระเทียม กระเทียม ( Garlic ) มีชื่อวิทยาศาสตร์คือ Allium sativum Linn เป็นพืชล้มลุกที่มีหัวอยู่ใต้ดินสีขาวแต่ละหัวประกอบด้วยกลีบเรียงซ้อนกันประมาณ 4 -15 กลีบ ซึ่งเป็นตระกูลเดียวกับหอมหัวใหญ่ หอมแดง ส่วนที่ใช้รับประทานคือ ลำต้น ดอก และหัว กระเทียมเป็นทั้งเครื่องเทศ และสมุนไพร สารสำคัญที่พบในกระเทียม คือ เอนไซม์อัลลิเนส ที่เปลี่ยนสารอินทรีย์กำมะถันอัลลิอิน ให้เป็นน้ำมันหอมระเหย อัลลิซิน และเมื่อนำหัวกระเทียมสดมาสกัดเย็น จะได้ น้ำมันกระเทียมสกัดเย็น ไม่ใส่สี ไม่ปรุงแต่งกลิ่น ปราศจากสารเคมีใดๆจะได้น้ำมันกระเทียมสกัดเย็นที่มีประสิทธิภาพสูง

กระเทียมมี อัลลิอิน เป็นสารประกอบของกำมะถันที่ทำให้กระเทียมมีกลิ่นฉุน

กระเทียม ประกอบด้วยสารอาหารหลายชนิด คือ น้ำ กรดไขมัน โปรตีน คาร์โบไฮเดรต น้ำตาล กรดอะมิโน เหล็ก แคลเซียม วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 และวิตามินซี ฯลฯ นอกจากนี้สารประกอบในกระเทียมยังมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ มีฤทธิ์ในการช่วยลดความดันโลหิต ช่วยไม่ให้เลือดจับตัวเป็นลิ่มหรืออุดตันตามผนังหลอดเลือด ลดการเกิดโรคหัวใจและโรคหลอดเลือด

ประโยชน์ของน้ำมันกระเทียมสกัดเย็น

  • ป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน
  • ลดสภาวะความดันโลหิตสูง
  • เสริมภูมิต้านทาน ลดภูมิแพ้
  • ต้านอนุมูลอิสระ และป้องกันโรคมะเร็ง
  • ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
  • ช่วยระบบไหลเวียนโลหิตให้ดีขึ้น
  • ลดโคเรสเตอรอล และไขมันในเลือด
  • ช่วยระบบเผาผลาญของร่างกายดีขึ้น
  • ป้องกันไข้หวัด
  • ป้องกันการเป็นโรคเบาหวาน
  • ลดอาการผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร
  • ช่วยลดการอับเสบและรักษาแผลในกระเพาะอาหาร
  • ลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน หรือสมองขาดเลือด

กระเทียมมีคุณประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย จึงมีผู้ผลิตกระเทียมออกวางจำหน่ายในรูปแบบต่างๆ ขึ้นอยู่กับผู้ผลิตด้วยมีกรรมวิธีการผลิตแตกต่างกันออกไปดังต่อไปนี้ การสกัดกระเทียมด้วยวิธีใช้ความร้อน สกัดเย็น ก็จะได้สารออกมาไม่เหมือนกัน ควรอ่านฉลากประกอบการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ทุกครั้ง

บทความเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้อง

ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง ( SANGYOD RICE )

ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง ( SANGYOD RICE )
ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุงเป็นข้าวเฉพาะถิ่นของจังหวัดพัทลุง เป็นข้าวเจ้า เป็นข้าวนาปีซึ่งจะปลูกได้ปีละ 1 ครั้ง เป็นข้าวที่ปลูกยาก ปักดำกลางเดือนกันยายน

ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง ( SANGYOD RICE )

สุดยอดข้าวดีจากภาคใต้ของประเทศไทย
“ ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง…รับประทานดีไม่มีโรค ”
ไม่เพียงให้พลังงานแต่ยังช่วยบำรุงรักษาสุขภาพ
หนึ่งในบรรดาพันธุ์ข้าวเพื่อสุขภาพที่ดีของเมืองไทย
“ ข้าวสังข์หยด ”
มีถิ่นกำเนิดทางภาคใต้ของไทยในจังหวัดพัทลุง

ข้าวสังข์หยด คืออะไร ?

ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง เป็นข้าวเฉพาะถิ่นของจังหวัดพัทลุง เป็นข้าวที่คนภาคใต้รู้จักกันมานานนับ 100 ปี โดยสมัยก่อน ชาวนานิยมปลูกไว้เป็นของกำนัลแก่ผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือในเทศกาลต่าง ๆ เช่น วันสงกรานต์ วันขึ้นบ้านใหม่ วันตรุษจีน หรือใช้สำหรับทำบุญตักบาตร ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุงเป็นข้าวเจ้า เป็นข้าวนาปีซึ่งจะปลูกได้ปีละ 1 ครั้ง เป็นข้าวที่ปลูกยาก ปักดำกลางเดือนกันยายน อายุเก็บเกี่ยวประมาณเดือนกุมภาพันธ์ ผลิตจากแหล่งปลูกธรรมชาติซึ่งเป็นพื้นที่ราบระหว่างทิวเขาบรรทัดกับทะเลสาบสงขลา–พัทลุง ซึ่งมีแหล่งน้ำและสภาพดินที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยธาตุอาหาร ข้าวสังข์หยดจึงเป็นหนึ่งในผลผลิตที่สะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์สู่เมล็ดพันธุ์ข้าวที่เต็มไปด้วยธาตุอาหาร วิตามินที่มีประโยชน์มากต่อร่างกาย

ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุงเป็นข้าวไทยพันธุ์แรกที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ( GI : Geographical Indications ) เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2549 จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เนื่องจากเป็นข้าวที่มีคุณลักษณะเฉพาะที่มาจากจังหวัดพัทลุงเท่านั้นเป็นพันธุ์ข้าวที่รัฐให้การรับรองโดยมีกระบวนการผลิตภายใต้การควบคุมของคณะกรรมการการรับรองคุณภาพข้าวสังข์หยดพัทลุง ดังนั้นจึงมีความปลอดภัยจากสารพิษตกค้าง

ชื่อ “ ข้าวสังข์หยด ” เพี้ยนมาจากคำว่า “ สั่งหยุด ” เนื่องจากเมื่อหุงสุกเมล็ดข้าวจะนุ่มมาก หอม หุงขึ้นหม้อ แม้ตั้งจนเย็นก็ยังคงนุ่มอยู่ มีความคงตัวของเมล็ดข้าวสูง มีรสชาติอร่อย เพราะความอร่อยของข้าวชนิดนี้เลยหยุดรับประทานกันไม่ได้จนถึงกับต้องสั่งให้หยุดรับประทานจึงเป็นที่มาของคำว่า “ ข้าวสั่งหยุด ” และได้เรียกเพี้ยนมาเป็น “ ข้าวสังข์หยด ” ในปัจจุบัน นอกจากนี้ยังเป็นข้าวที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงกว่าข้าวพันธุ์อื่นๆอีกด้วย

ลักษณะเด่นของข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง จะมีลักษณะเมล็ดเล็ก เรียว ยาว มีเยื่อหุ้มเมล็ดสีขาวปนแดงอ่อนๆ ถึงแดงเข้ม ที่เปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางอาหารสูง คุณสมบัติการหุงต้มดี ลักษณะข้าวหุงสุกมีความนุ่ม มีกลิ่นหอมอ่อนๆและมีความมันอมความหวานในตัวข้าว ซึ่งเกิดจากแร่ธาตุจากดินของ จ.พัทลุงจึงมีรสชาติอร่อย

ขั้นตอนการผลิตข้าวสังข์หยด

1. นำข้าวเปลือกไปตากให้แห้ง
2. นำเข้าเครื่องสี
3. คัดเลือกสิ่งเจือปน
4. นำไปบรรจุถุง
ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง จะนิยมรับประทานเป็นแบบข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ ซึ่งให้ประโยชน์มากกว่าข้าวกล้องและข้าวซ้อมมือทั่วไป
1.ข้าวสังข์หยดกล้อง คือ ข้าวที่สีเอาเฉพาะเปลือกออก ( แกลบ ) โดยยังมีจมูกข้าวและเยื่อหุ้มเมล็ดข้าวอยู่ เยื่อหุ้มเมล็ดข้าวมีสีแดงเข้มซึ่งมีสารอาหารปริมาณสูงทำให้ข้าวกล้องมีประโยชน์มากกว่าข้าวขัดมาก
2.ข้าวสังข์หยดซ้อมมือ คือ ข้าวที่เอาเปลือกออกโดยในอดีตใช้วิธีใส่ครกตำซึ่งยังมีจมูกข้าวและเยื่อหุ้มเมล็ดข้าวอยู่ ปัจจุบันใช้เครื่องจักรสีข้าวแทนเรียกว่า ข้าวกล้อง
ดังนั้น ข้าวสังข์หยดซ้อมมือ ก็คือ ข้าวสังข์หยดกล้องนั่นเอง เพียงแต่นำข้าวกล้องมาขัดสีเยื่อหุ้มเมล็ดข้าวให้ถลอกประมาณ 5 หรือ 10 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ข้าวกล้องจะกระเทาะเอาเปลือกข้าว ( แกลบ ) ออกอย่างเดียวไม่ขัดสี การขัดสีก็เพื่อเวลาหุงข้าวออกมาแล้วข้าวจะนุ่มรับประทานได้ง่ายยิ่งขึ้น และจมูกข้าวก็ยังคงเหลืออยู่เหมือนเดิม รวมทั้งคุณค่าทางอาหารต่างๆก็ยังอยู่ครบถ้วน แต่จะมีเพียงเส้นใยอาหารและเกลือแร่บางส่วนที่ถูกขัดออกไปพร้อมกับเยื่อหุ้มเมล็ด

สารอาหารสําคัญที่อยู่ในข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง

  • ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุงมีวิตามินอีสูงมากกว่าข้าวชนิดอื่นๆ
  • เป็นข้าวที่มีใยอาหารอยู่ในปริมาณมากเป็นเส้นใย ซึ่งช่วยในเรื่องการชะลอวัย เรื่องผิวพรรณ และความกระจ่างใสของผิว
  • ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุงมีโปรตีน เหล็ก และฟอสฟอรัส มากกว่าข้าวพันธุ์อื่นๆ ซึ่งโปรตีนช่วยเสริมสร้างส่วนที่สึกหรอ เหล็กช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง ฟอสฟอรัสช่วยในการเจริญเติบโตของกระดูกและฟัน
  • มีคาร์โบไฮเดรต ให้พลังงานแก่ร่างกาย
  • มีไขมัน ให้พลังงานแก่ร่างกายเป็นไขมันที่ดี ไม่มีโคเรสเตอรอล
  • มีทองแดง สร้างเมล็ดโลหิต และเฮโมโกลบิน
  • มีแคลเซียม ทำให้กระดูกแข็งแรง ช่วยป้องกันไม่ให้เป็นตะคริว
  • ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุงมีไนอาซิน ( B3 ) สูง ซึ่งมีความสำคัญต่อระบบผิวหนังและระบบประสาท ถ้าขาดวิตามินนี้จะทำให้เกิดโรค ” Pellagra ” ทำให้มีอาการผิดปกติทางระบบประสาท ความจำเสื่อม โรคผิวหนังทำให้ผิวที่ถูกแสงแดดอักเสบเป็นผื่นแดงและลอก
  • ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุงมีสาร ASGs ช่วยการทำงานของอินซูลินและการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
  • สีแดงของข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง เป็นรงควัตถุประเภทฟลาวานอยด์ชนิดแอนไซยานิน ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ( antioxidant ) ช่วยชะลอความชรา และลดความเสี่ยงในการเป็นโรคต่างๆ เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดตีบตัน โรคระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ โรคเหน็บชา โรคอัมพฤกษ์ เป็นต้น และมีสารต้านอนุมูลอิสระ ( antioxidant ) พวก oryzanol และมี Gamma Amino Butyric Acid ( GABA ) จะช่วยลดโอกาสในการเป็นโรคมะเร็งได้เป็นอย่างดี
  • มีวิตามินบีรวม ช่วยป้องกันและบรรเทาอาการอ่อนเพลีย แขน ขาไม่มีแรง ปวดกล้ามเนื้อ โรคผิวหนังบางชนิด
  • บำรุงสมองทำให้เจริญอาหาร
  • มีวิตามินบี 1 ช่วยป้องกันโรคเหน็บชา
  • มีวิตามินบี 2 ช่วยป้องกันโรคปากนกกระจอก
  • มีกากใยอาหารสูง ช่วยในการขับถ่ายซึ่งจะทำให้ท้องไม่ผูก และช่วยป้องกันมะเร็งในลำไส้ได้
  • มีฤทธิ์ในการลดความเครียด รักษาอาการผิดปกติของสตรีวัยทองได้
  • ละลายน้ำได้ มีคุณสมบัติลดโคเลสเตอรอลชนิดไม่ดี ( LDL ) ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน ยังมีกรดโฟลิกที่มีประโยชน์ต่อหัวใจและอุดมไปด้วยโพแทสเซียมที่ช่วยควบคุมความดันโลหิต

ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง เหมาะกับใคร ?

เหมาะกับทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะผู้ที่รักสุขภาพเพราะถือได้ว่าเป็นข้าวที่มีสารอาหารและคุณประโยชน์สูงมาก

ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง หุงอย่างไรให้อร่อย ?

เพื่อไม่ให้สูญเสียคุณค่าทางอาหารของข้าว ควรจะซาวข้าวเบาๆเพียงครั้งเดียว และใช้เวลาในการซาวข้าวให้น้อยที่สุด เติมน้ำให้ท่วมสูงจากข้าวประมาณ 1 ข้อนิ้ว หรือ ข้าว 1 ส่วน : น้ำ 1 ส่วน เมื่อข้าวสุกทิ้งไว้ให้ข้าวระอุประมาณ 5-10 นาที สามารถเติมหรือเพิ่มน้ำได้ตามความชอบหากต้องการให้ข้าวแข็งหรือนุ่ม

บทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

เอกสารอ้างอิง

น้ำมันมะรุมสกัดเย็น ( Cold pressed Moringa oil)

มะรุมสกัดเย็น ( Cold pressed Moringa )
มันมะรุมสกัดเย็น อุดมด้วยวิตามิน มอยเจอร์ไรเซอร์ที่ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เนียนนุ่ม ชุ่มชื่น น้ำมันซึมผ่านชั้นผิวหนังได้ง่ายมีฤทธิ์ช่วยลดการอักเสบของสิว

น้ำมันมะรุมสกัดเย็น

น้ำมันมะรุมสกัดเย็น เริ่มมีบทบาทสำคัญกับการแพทย์ทางเลือก เพราะเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ อนึ่ง มะรุม เป็นพืชสมุนไพรท้องถิ่นที่มีสรรพคุณทางยาอยู่แล้ว การทำน้ำมันมะรุมสกัดเย็นจากมะรุม จึงเริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นนั่นเอง

มะรุม คืออะไร

มะรุม ( Moringa ) คือ พืชผักพื้นบ้านของไทยที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการและแร่ธาตุ ส่วนใหญ่จะพบมากในประเทศอินเดีย และประเทศศรีลังกา โดยมักจะโตในพื้นที่เขตร้อนมะรุมถูกนำไปใช้เป็นยาพื้นบ้านใช้ ยังเป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ความงามต่างๆ สามารถประโยชน์ได้ทุกส่วน เช่น ใบ ดอก ผล เมล็ด ราก ลำต้น และเปลือก มะรุมอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุวิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี แคลเซียม โปแตสเซียม และธาตุเหล็กในปริมาณที่สูงมาก

วิธีทำน้ำมันมะรุมสกัดเย็น

1.นำเมล็ดแห้งมะรุมใส่ลงในเครื่องบีบเย็นที่อุณหภูมิห้อง จะได้น้ำมันที่มีสีขุ่นเข้มเพราะมีกากปะปนออกมาด้วย
2.นำน้ำมันมะรุมที่ได้ใส่ภาชนะทรงสูงตั้งทิ้งไว้ให้ตกตะกอน แล้วนำมากรองด้วยกระดาษกรองที่มีความระเอียดสูงน้ำมันจะค่อยๆซึมผ่านกระดาษกรองหยดลงมาทีละหยด จนได้น้ำมันมะรุมที่บริสุทธิ์มีสีเหลืองใสอุดมด้วยวิตามิน มอยเจอร์ไรเซอร์ที่ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เนียนนุ่ม ชุ่มชื่น น้ำมันซึมผ่านชั้นผิวหนังได้ง่ายมีฤทธิ์ช่วยลดการอักเสบของสิว
3.เก็บน้ำมันมะรุมที่ผ่านการสกัดแล้วในภาชนะที่มีฝาปิดมิดชิด

ประโยชน์ที่สำคัญของน้ำมันมะรุมสกัดเย็น

1. น้ำมันมะรุมใช้ทารักษาหูด ตาปลา
2. ช่วยในการสร้างคอลลาเจน
3. ช่วยในการลดเลือดริ้วรอย
4. ช่วยรักษาและบรรเทาอาการผื่นคัน
5. น้ำมันมะรุมช่วยจัดการสิวหัวดำ และสิวหัวหนอง
6. ช่วยลบเลือนจุดด่างดำที่เกิดจากสิว
7. ช่วยเร่งการเติบโตของเซลล์ผิวใหม่ และชะลอความเสื่อมสภาพของเนื้อเยื่อผิวหนัง
8. ช่วยลดการอักเสบของผิว
9. ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวกาย
10. ช่วยบำรุงปลายผมและเล็บให้ดูสุขภาพดี

ปัจจุบันมีการศึกษาค้นคว้าวิจัยมะรุม เนื่องจากมีสรรพคุณมากมายทั้งทางด้านโภชนาการ สารอาหาร การรักษาบรรเทาอาการอาการของโรคต่างๆ รวมถึงนำมาใช้บำรุงผิวพรรณอย่างที่ทุกคนทราบ จึงนิยมนำเมล็ดมะรุมมาทำเป็นน้ำมันมะรุมสกัดเย็นนำไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์

บทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

เอกสารอ้างอิง

C. Gopalan; B. V. Rama Sastri; S. C. Balasubramanian (1971). Nutritive Value of Indian Foods. Hyderabad: National Institute of Nutrition, Indian Council of Medical Research. pp. 66, 78. OCLC 2387900.

“Horseradish-tree, leafy tips, cooked, boiled, drained, without salt”. Nutritiondata.com. Condé Nast. 2012. Retrieved 6 May 2013.

ข้าวขาว น้ำตาลต่ำ ข้าวกข 43 ( RD43 )

ข้าวขาว น้ำตาลต่ำ ข้าวกข 43 ( RD43 )
ข้าวกข 43 ( RD43 ) พันธุ์ข้าวเพื่อสุขภาพที่ดีของเมืองไทยที่ผสมระหว่าง พันธุ์ข้าวเจ้าหอมสุพรรณบุรี ( พันธุ์แม่ ) กับ พันธุ์สุพรรณบุรี 1 ( พันธุ์พ่อ )

ข้าวขาว น้ำตาลต่ำ ข้าวกข 43 ( RD43 )

หนึ่งในบรรดาพันธุ์ข้าวเพื่อสุขภาพที่ดีของเมืองไทย
ข้าวขาว นุ่ม น้ำตาลน้อย อร่อยได้สุขภาพ
ข้าวขาวนํ้าตาลต่ำ หอม นุ่ม น่ารับประทาน
คนเป็นเบาหวานกินได้ คนลดน้ำหนักกินดี

ข้าวกข 43 คืออะไร ?

ข้าวกข 43 เป็นพันธุ์ข้าวที่ผสมระหว่าง พันธุ์ข้าวเจ้าหอมสุพรรณบุรี ( พันธุ์แม่ ) กับ พันธุ์สุพรรณบุรี 1 ( พันธุ์พ่อ ) ที่ศูนย์วิจัยข้าวสุพรรณบุรี ในฤดูนาปรัง พ.ศ. 2542

ปลูกทดสอบผลผลิตในศูนย์วิจัยข้าวและในนาเกษตรกรตั้งแต่ปี 2546 จนถึงปี 2551 กรมการข้าวพิจารณารับรองพันธุ์เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2552 ใช้ชื่อว่า ข้าวเจ้า กข 43 รูปร่างเมล็ดยาวเรียว คุณภาพของเมล็ดทางการหุงต้ม รับประทานดี ข้าวสุก นุ่ม เหนียว มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ( ใกล้เคียงข้าวหอมดอกมะลิ 105 ) ข้าวกข43 ให้ปริมาณน้ำตาลกลูโคสต่ำกว่าข้าวชนิดอื่นๆ

ลักษณะเด่นของข้าวกข 43

มีค่าการแตกตัวเป็นน้ำตาลน้อยทำให้ร่างการสามารถดูดซึมน้ำตาลจากข้าวได้น้อยลง มีค่าดัชนีน้ำตาลระดับปานกลางค่อนข้างต่ำ หมายถึง ค่าการเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดอยู่ในระดับน้อย มีอมิโลสต่ำ ข้าวจะนุ่มและเหนียว ( อะมิโลสในข้าว – Amylose คือ คุณภาพข้าวทางเคมีซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ข้าวสุกแล้วจะมีคุณสมบัติแตกต่างกัน อมิโลสยิ่งสูง ข้าวยิ่งแข็งร่วน อมิโลสต่ำ ข้าวจะนุ่มและเหนียว ) ที่จริงแล้ว จุดเด่นของข้าวพันธุ์กข 43 คือเป็นข้าวไม่ไวต่อช่วงแสงต้านทานโรคไหม้คุณภาพการสีดีสามารถนำมาทำเป็นข้าวขาว 100%

ข้าว กข 43 เหมาะกับใคร ?

เหมาะกับทุกเพศทุกวัยโดยเฉพาะผู้ที่รักสุขภาพเพราะถือได้ว่าเป็นข้าวที่มีคุณประโยชน์สูง

เป็นข้าวของผู้ใส่ใจสุขภาพ และกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคไต รวมถึงผู้ที่กำลังลดน้ำหนักที่ต้องการจะลดปริมาณน้ำตาลจากข้าวและอาหารที่กินในแต่ละวันเพราะเมื่อรับประทานอาหารน้ำตาลต่ำ ( Low Glycemic Index ) อย่างข้าว กข  43 ร่างกายก็จะเปลี่ยนแป้งไปเป็นน้ำตาลได้ช้าลงส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดไม่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและ ช่วยให้เราไม่หิวง่าย

ข้าวกข 43 หุงอย่างไรให้อร่อย ?

ถ้าเป็นชนิดข้าวขัดขาวไม่ใช่ข้าวกล้องก็หุงโดยใช้น้ำปกติประมาณ 1 ข้อนิ้ว หรือ ข้าว 1 ส่วน : น้ำ 1 ส่วน

บทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

เอกสารอ้างอิง

กรมการข้าว; http://www.กข43.com

น้ำมันงาดำสกัดเย็น ( Cold pressed black sesame )

น้ำมันงาดำสกัดเย็น ( Cold pressed black sesame oil )
งาดำ อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุประกอบด้วย สารเซซามิน ไขมันชนิดดี ( HDL) โอเมก้า 3-6-9 วิตามินบี

น้ำมันงาดำสกัดเย็น

งาดำ ชื่อสามัญ Black Sesame Seeds
งาดำ ชื่อวิทยาศาสตร์คือ Sesamum indicum L. (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Sesamum orientale L.)จัดอยู่ในวงศ์งา (PEDALIACEAE)

น้ำมันงาดำ อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุประกอบด้วย สารเซซามิน ไขมันชนิดดี ( HDL) โอเมก้า 3-6-9 วิตามินบี 1 บี 2 บี 3 บี 5 บี 6 บี 9 แคลเซียม แมกนีเซียม โปแตสเซียม โซเดียม ฟอสฟอรัส สังกะสี เหล็ก ในเมล็ดงาดำยังมีส่วนประกอบของน้ำมันอยู่ถึง 70% ในประเทศไทยงาดำถูกนำมาใช้ประโยชน์ทั้งในด้านยารักษาโรค อาหาร และเครื่องสำอาง ไม่ว่าจะเป็นขนม เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ นำไปเติมลงในอาหาร หรือแม้แต่นำไปสกัดเป็นน้ำมันงาดำ เนื่องจากอุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหาร โดยในงาดำปริมาณ 100 กรัม ให้พลังงาน 573 กิโลแคลอรี และมีคุณค่าทางโภชนาการทานน้ำมันงาดำเป็นประจำจะทำให้ร่างกายจะได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน

น้ำมันงาดำมีสารอาหารต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อร่างกายมากมาย

  • งาดำมีสารอาหารที่ช่วยซ่อมแซมและบำรุงผิว ทำให้ผิวไม่เหี่ยวแห้ง
  • ช่วยบำรุงเส้นผมให้ดำเงางามและแข็งแรง ป้องกันการเกิดผมหงอก
  • ช่วยให้ระบบเผาผลาญในร่างกายทำงานได้ดีขึ้น
  • งาดำช่วยป้องกันเส้นเลือดแข็งตัว ช่วยขยายหลอดเลือด
  • ช่วยให้ระบบการทำงานของหัวใจแข็งแรง ป้องกันการเกิดโรคหัวใจ ป้องกันลิ่มเลือด
  • งาดำมีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่สามารถป้องกันการเกิดมะเร็งในส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้
  • ช่วยลดความเครียด บำรุงระบบประสาทและสมอง
  • งาดำมีธาตุเหล็กสูง จึงช่วยบำรุงเลือด ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายและยัง- ช่วยกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดขาว ร่างกายจึงแข็งแรงต่อเชื้อโรค
  • ป้องกันโรคหวัด โรคเหน็บชา ตะคริว

น้ำมันงาดำสกัดเย็นมีสรรพคุณช่วยลดอาการปวดเข่า ปวดข้อและช่วยป้องกันโรคข้อเสื่อม ข้ออักเสบ

จุดเด่นของน้ำมันงาดำ ต่อสุขภาพมีอะไรบ้าง

คือ สารเซซามินที่พบได้เฉพาะแต่ในงาดำมีสรรพคุณช่วยบำรุงหัวใจและไต ส่งเสริมระบบสูบฉีดเลือดให้ภาวะปกติ ส่วนวิตามินอีที่อยู่ในน้ำมันงาดำสกัดเย็น จะช่วยเข้าไปล้างชำระหลอดเลือดให้สะอาด ลดการอุดตันในเส้นเลือดและช่วยป้องกันหลอดเลือดแข็งตัว และตัวไขมันชนิดดี ( HDL ) นั้น จะเข้าไปช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของเส้นเลือดของเรา ส่งผลให้เลือดไหลเวียนได้สะดวก ช่วยลดการอุดตันของเส้นเลือดและหัวใจ

ถ้าจะว่ากันด้วยสรรพคุณของน้ำมันงาดำนั้น ก็มีหลากหลายประการ แต่หนึ่งในสรรพคุณที่ผู้รับประทานน้ำมันงาดำสกัดเย็นแล้วนำมาเล่าขานต่อกันถึงคุณประโยชน์สุดดีก็คือ การใช้น้ำมันงาดำสกัดเย็นเพื่อลดอาการปวด ต้านอักเสบของข้อต่างๆในร่างกาย และช่วยลดความเสี่ยงของโรคข้อเสื่อม สำหรับสารเซซามินที่พบเฉพาะแต่ในงาดำนั้น มีสรรพคุณเด่นในการช่วยบำรุงหัวใจและไต ส่งเสริมระบบสูบฉีดเลือดให้ดำเนินไปอย่างปกติ ส่วนวิตามินอีที่อยู่ในน้ำมันงาดำสกัดเย็น ลดการอุดตันในเส้นเลือดและช่วยป้องกันหลอดเลือดแข็งตัว และตัวไขมันชนิดดีนั้น จะเข้าไปช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของเส้นเลือดของเรา ส่งผลให้เลือดไหลเวียนได้สะดวก ช่วยลดการอุดตันของเส้นเลือดและหัวใจ การรับประทานน้ำมันงาดำสกัดเย็นซึ่งเป็นอาหารเสริมจากธรรมชาตินั้น สามารถช่วยควบคุมและรักษาโรคความดันโลหิตสูงได้ ซึ่งการรับประทานน้ำมันงาดำอย่างสม่ำเสมอพร้อมอาหารที่ครบหมู่ จะช่วยให้หลอดเลือดเราสะอาด มีความยืดหยุ่น จะส่งผลให้การทำงานของระบบเส้นเลือดและหัวใจทำงานได้ดีเป็นปกติ ซึ่งในที่สุดสภาวะความดันโลหิตสูงจะค่อยๆปรับลดลง และจะสามารถปรับมาอยู่ในระดับคงตัวในสภาวะที่ เหมาะสมได้

บทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

เอกสารอ้างอิง

D. Ray Langham. “Phenology of Sesame” (PDF). American Sesame Growers Association.
Small, Ernest (2004). “History and Lore of Sesame in Southwest Asia”. Economic Botany. New York Botanical Garden Press. 58 (3): 329–353.

E.S. Oplinger, D.H. Putnam, A.R. Kaminski, C.V. Hanson, E.A. Oelke, E.E. Schulte, and J.D. Doll (May 1990). “Sesame”. Center for New Crops & Plant Products, Purdue University, Department of Horticulture and Landscape Architecture.

น้ำมันถั่วดาวอินคาสกัดเย็น ( Cold pressed sacha inchi oil )

น้ำมันถั่วดาวอินคาสกัดเย็น ( Cold pressed sacha inchi oil )
น้ำมันถั่วดาวอินคาสกัดเย็น เป็นน้ำมันที่สกัดได้จากเมล็ดดาวอินคา โดยผ่านกระบวนกรรมวิธีการบีบอัดและไม่ผ่านกระบวนการทางเคมีใด ๆ

น้ำมันถั่วดาวอินคาคืออะไร

น้ำมันถั่วดาวอินคา ( Cold pressed sacha inchi oil ) เป็นน้ำมันที่สกัดได้จากเมล็ดดาวอินคา โดยผ่านกระบวนกรรมวิธีการบีบอัดและไม่ผ่านกระบวนการทางเคมีใด ๆ ทำให้ได้น้ำมันดาวอินคาที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงมีไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย และมีกลิ่นรสที่ดี

ถั่วดาวอินคาคืออะไร

ถั่วดาวอินคา ( Sacha Inchi ) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Plukenetia volubilis L. ลักษณะของถั่วดาวอินคามีลำต้นเป็นไม้เถาเลื้อยอายุ 10 – 50 ปี ใบรูปหัวใจปลายแหลม ดอกเล็กๆทรงกลมสีเขียวอมเหลือง เมล็ดออกเป็นพูมีประมาณ 4 – 7 พู เปลือกอ่อนเป็นสีเขียวสด เมื่อฝักแก่เปลือกจะค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ถั่วดาวอินคาจัดเป็นพืชที่ให้น้ำมันเจริญเติบโตตามบริเวณลุ่มน้ำอเมซอนแถบประเทศเปรู และแพร่กระจายทั่วไปในพื้นที่ที่มีความสูงตั้งแต่ 100 – 2,000 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ปัจจุบัน ถูกนำเข้ามาปลูกในแถบประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้น ซึ่งรวมถึงประเทศไทยด้วย ในอดีตจนถึงปัจจุบันเมล็ดของถั่วดาวอินคาจะถูกนำไปสกัดเป็นน้ำมัน เพื่อนำไปใช้ในการประกอบอาหารที่อุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการและสารอาหารสำคัญได้แก่ โปรตีน พลังงาน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต แคลเซียม เหล็ก โซเดียม วิตามิน C วิตามิน A กรดไขมัน โอเมก้า 3

น้ำมันถั่วดาวอินคา สกัดได้จากเมล็ดถั่วดาวอินคา โดยผ่านกระบวนการบีบอัดและไม่ผ่านกระบวนการทางเคมีใด ๆ ทำให้ได้น้ำมันถั่วดาวอินคาที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงมีไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย

สรรพคุณของน้ำมันถั่วดาวอินคากับสุขภาพ

  • ช่วยลดคอเลสเตอรอล
  • ช่วยป้องกันการแข็งตัวของเลือด
  • ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจ
  • ป้องกันโรคความดันโลหิตสูง
  • ช่วยลดไขมันประเภทไตรกลีเซอไรด์ ป้องกันไขมันอุดตันในเส้นเลือด
  • ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และป้องกันโรคเบาหวาน
  • ช่วยลดน้ำหนัก
  • ช่วยลดอาการซึมเศร้า
  • กระตุ้นความจำ ช่วยส่งเสริมพัฒนาการของสมอง
  • ป้องกันโรคสมองเสื่อม
  • เสริมสร้างเซลล์ และรักษาความแข็งแรงของเซลล์
  • ป้องกัน และลดการอักเสบของหลอดเลือด
  • ป้องกัน และลดอาการของโรคไขข้อ
  • ป้องกัน และบรรเทาโรคหอบหืด
  • รักษาโรคไมเกรน
  • ป้องกันโรคต้อหิน ต้อกระจก
  • ต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันการเสื่อมของเซลล์ ช่วยให้ผิวเปล่งปลั่ง แลดูอ่อนวัย
  • ควบคุมความดันในลูกตา และเส้นเลือด
  • กระตุ้น และส่งเสริมภูมิคุ้มกันของร่างกาย
  • ลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
  • ช่วยลดน้ำตาลในเลือด
  • ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด
  • ป้องกันโรคหลอดเลือด และสมอง
  • ป้องกันโรคเบาหวาน

ซึ่งในปัจจุบันถั่วดาวอินคากำลังเป็นที่สนใจและมีการนำมาเพาะปลูกในเชิงพาณิชย์ และนำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารยิ่งได้น้ำมันถั่วดาวอินคาสกัดเย็นอย่างปลอดจากสารเคมีเพื่อให้คงคุณค่าสารสำคัญที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมนุษย์ จะได้น้ำมันสกัดเย็นที่เหมาะสำหรับผู้รักสุขภาพ เช่น ต้องการบำรุงถนอมสายตาและป้องกันโรคต่าง ๆ และผู้ที่มีปัญหาทางสุขภาพแล้ว เช่น ผู้ที่มีโรคประจำตัว หรือผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการมีโรคที่สำคัญ ได้แก่ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง โรคหัวใจ โรคไขข้อกระดูก รวมถึงผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักอย่างปลอดภัย ปริมาณที่แพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญแนะนำ น้ำมันสกัดถั่วดาวอินคาก็ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกเพื่อสุขภาพได้เป็นอย่างดี

บทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

เอกสารอ้างอิง

Fanali C; Dugo L; Cacciola F; Beccaria M; Grasso S; Dachà M; Dugo P; Mondello L. (December 2011). “Chemical characterization of Sacha Inchi (Plukenetia volubilis L.) oil”. J Agric Food Chem. 59 (24): 13043–9. doi:10.1021/jf203184y. PMID 22053706.

Hans-Peter Hanssen; Markus Schmitz Hübsch. Victor R. Preedy; Ronald Ross Watson; Vinood B. Patel, eds. “Sachai Inchi (Plukentia Volubilis L.) Nut Oil and Its Therapeutic and Nutritional Uses”. Nuts and seeds in health and disease prevention. Retrieved 2011-09-07.

Blanka Krivankova; Zbynek Polesny; Bohdan Lojka; Jana Lojkova; Jan Banout; Daniel Preininger (October 2007). “Sacha Inchi (Plukenetia volubilis, Euphorbiaceae): A Promising Oilseed Crop from Peruvian Amazon” (PDF). Tropentag.

มะเร็ง

เบาหวาน

ไขมันในหลอดเลือดและความดันโลหิต

ตรวจเลือดและตรวจเช็คสุขภาพ

ภาวะโรคอ้วน

โรคไตและระบบทางเดินปัสสาวะ

โรคสมองเสื่อม

คุณค่าสารอาหาร

โภชนาการที่ควรรู้

นิตยสารเพื่อสุขภาพ

เรื่องเล่าของฉัน

ศัลยกรรมความงาม

ความงามและผิวพรรณ

เรื่องล่าสุดวันนี้

Danny Amendola Jersey