วิธีอ่านค่าผลตรวจสุขภาพ

วิธีอ่านผลตรวจสุขภาพ
วิธีอ่านผลตรวจสุขภาพ

วิธีอ่านผลตรวจสุขภาพ

การตรวจสุขภาพเป็นสิ่งที่ควรทำประจำทุกปี เพื่อรู้และหาวิธีป้องกันรักษาโรคภัยต่างๆ ที่เกิดขึ้นตั้งแต่เนิ่นๆ การทำความเข้าใจและเรียนรู้ วิธีอ่านผลตรวจสุขภาพ อย่างถูกต้องเหมาะสมจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพราะมีการตรวจหลากหลายวิธี และมุ่งเน้นไปยังโรคแต่ละชนิดที่แตกต่างกัน ดังนี้

1. การตรวจนับเม็ดเลือดอย่างสมบูรณ์ เซลล์ที่หมุนเวียนอยู่ในกระแสเลือดของร่างกาย มีด้วยกัน 3 กลุ่ม ได้แก่ เม็ดเลือดแดง (Erythrocytes) เม็ดเลือดขาว (Leukocytes) และเกล็ดเลือด (Thrombocytes) ซึ่งปกติเซลล์ทั้ง 3 กลุ่มจะมีสัดส่วนที่เหมาะสม ดังนั้นหากจำนวนเซลล์ที่นับได้มีมากหรือน้อย หรือมีลักษณะที่ผิดปกติออกไป จะสามารถบ่งชี้อาการของโรคต่างๆ ได้ การตรวจนับเซลล์ในเลือดจึงเป็นวิธีการที่ใช้กันมากในทางการแพทย์ เพราะให้ข้อมูลกว้างๆ เกี่ยวกับสุขภาพของผู้ป่วยได้ ในหลายโรงพยาบาลมักจะบรรจุ การตรวจนับเม็ดเลือด เป็นส่วนหนึ่งของการตรวจสุขภาพประจำปีด้วย เช่น

1.1 การตรวจเม็ดเลือดแดง

1.2 การตรวจเม็ดเลือดขาว

1.3 การตรวจคุณสมบัติพิเศษของเลือด

2. การตรวจมะเร็งจากเลือด การเจาะเลือดหามะเร็ง คือ การเจาะเลือดเพื่อหาสารที่จะพบได้ในคนที่เป็นมะเร็ง (Tumor marker) หรือเรียกว่า การเจาะเลือดเพื่อตรวจหา “สารบ่งชี้มะเร็ง” ซึ่งการตรวจมะเร็งด้วยการเจาะเลือดนี้ มักทำเมื่อแพทย์สั่ง หรือผู้ป่วยมีอาการผิดปกติเท่านั้น อีกทั้งควรตรวจด้วยวิธีการอื่นๆ ร่วมด้วย เพราะการจะวินิจฉัยมะเร็ง จะต้องทำการตรวจคัดกรองด้วยวิธีการตรวจหลายๆแบบ จะไม่มีการวินิจฉัยโรคมะเร็งด้วยการเจาะเลือดเพียงอย่างเดียว ทั้งนี้ การตรวจมะเร็งจากเลือด ไม่ได้เหมาะสำหรับการตรวจหามะเร็งทุกชนิด วิธีที่มักทำกัน คือ CEA, PSA, AFP และ CA-125 ซึ่งใช้ตรวจหามะเร็งได้บางชนิด ได้แก่

2.1 การตรวจมะเร็งลำไส้ใหญ่

2.2 การตรวจมะเร็งตับ

2.3 การตรวจมะเร็งรังไข่

2.4 การตรวจมะเร็งเต้านม

2.5 การตรวจมะเร็งต่อมลูกหมาก

2.6 การตรวจมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ

3. การตรวจสารชีวเคมีในเลือด สารชีวเคมีในเลือด สามารถแบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือ ค่าปกติในช่วงตํ่า (Lower Normal Levels) และค่าปกติในช่วงสูง (Upper Normal Levels) โดยค่า Upper Normal Levels มีนัยสำคัญต่อการเกิดความผิดปกติของอวัยวะและส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น บ่งชี้ภาวะเบาหวาน ความผิดปกติของไต ตับ โรคมะเร็ง และโรคหัวใจ เป็นต้น ดังนั้น การนำค่าของสารชีวเคมีในเลือดระดับ Upper Normal Levels มาใช้ในการประเมินผลตรวจสุขภาพ จะแสดงให้เห็นแนวโน้มของความผิดปกติในแต่ละบุคคลได้ดี และอาจใช้เป็นตัวบ่งชี้ในการป้องกันสุขภาพก่อนเกิดความผิดปกติได้ หากสามารถควบคุมระดับสารชีวเคมีให้อยู่ในระดับ Lower Normal Levels อยู่เสมอ การตรวจสารชีวเคมีในเลือด ได้แก่

3.1 การตรวจน้ำตาลและสารพิเศษ

3.2 การตรวจไขมันในเลือด

3.3 การตรวจสมรรถภาพตับ

3.4 การตรวจแร่ธาตุและสารละลาย

3.5 การตรวจวิเคราะห์ฮอร์โมน

 

เอกสารอ้างอิง

Health Check approval misleading consumers, Canadian doctor alleges”. Global News. Corus Entertainment. Retrieved 18 November 2016.

 

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here