การดูแลตัวเองหลังทำศัลยกรรม

การดูแลตัวเองหลังทำศัลยกรรม
การประคบเย็น คือ การประคบด้วยความเย็นจัดหลังจากที่ทำการศัลยกรรมมาทันที เพราะความเย็นจะเข้าไปทำให้เส้นเลือดหดตัว และเแข็งตัวทำให้ไหลเลือดช้าลด

ศัลยกรรม

ปัจจุบันนี้การ ศัลยกรรม เพื่อเสริมความงามเป็นเรื่องที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ทั้งในกลุ่มของผู้หญิง ผู้ชายและเพศที่สามต่างให้ความสนใจและเข้ารับการศัลยกรรม ไม่ว่าจะเป็นการศัลยกรรมปาก ศัลยกรรมจมูก ศัลยกรรมคิ้ว ศัลยกรรมคาง การทำศัลยกรรมเปลี่ยนรูปทรงทั้งใบหน้าหรือการทำศัลยกรรมตามอวัยวะส่วน ๆ ต่างของร่างกายให้มีรูปทรงตามที่ต้องการ สามารถสร้างความมั่นใจ สร้างบุคลิกภาพที่ดี เป็นการเปิดโอกาสทางด้านสังคม การงานและอาชีพให้กับตนเองได้ ก่อนที่จะทำการศัลยกรรมเราควรที่จะทำการศึกษาข้อมูล เลือกวิธีการทำศัลยกรรม สถานที่ทำศัลยกรรมและแพทย์ผู้ให้การบริการในการทำศัลยกรรมให้ดี เพื่อที่ผลของการศัลยกรรมที่ออกมาตามที่ตนเองต้องการ แต่สิ่งหนึ่งที่สามารถช่วยให้ผลของการศัลยกรรมออกมาดีที่สุดอีกอย่างหนึ่งก็คือ การดูแลตัวเองหลังจากการทำศัลยกรรม

การเตรียมตัวก่อนทำ ศัลยกรรม ก็เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงและพร้อมที่จะรับการผ่าตัดหรือการศัลยกรรมที่เกิดขึ้น ลดความเสี่ยงของอาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นในขณะที่ทำการศัลยกรรม แต่การดูแลตัวเองหลังจากการทำศัลยกรรมที่ถูกต้อง สามารถช่วยให้แผลที่เกิดขึ้นหลังการทำศัลยกรรมหายเร็วขึ้นและผลการศัลยกรรมออกมาสวยตามที่ต้องการ และช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ เกิดการอักเสบ แผลฉีกขาดหรือเกิดรอยแผลเป็นที่สังเกตเห็นชัดเจน แต่ถ้าทำการดูแลตนเองหลังจากการทำศัลยกรรมไม่ถูกต้องเหมาะสมแล้วย่อมทำให้มีความเสี่ยงในการเกิดอาการแทรกซ้อนขึ้นหลังจากการทำศัลยกรรมได้ ซึ่งถ้าเกิดขึ้นเพียงเล็กน้อยย่อมส่งผลเพียงแค่ทำให้แผลที่เกิดขึ้นหายช้าต้องอาศัยเวลาในการผักฟื้นนานขึ้น แต่ถ้าผิดพลาดอย่างมากอาการแทรกซ้อนหลังการทำศัลยกรรมย่อมมีความรุนแรงถึงขนาดต้องทำการศัลยกรรมซ้ำอีกครั้งเพื่อตกแต่งหรือปรับปรุงการศัลยกรรมให้ดีขึ้น หรืออาจร้ายแรงถึงขึ้นเสียชีวิตก็เป็นได้ ดังนั้นการดูแลตัวเองหลังการศัลยกรรมจึงมีความสำคัญมาก

การดูแลตัวเองหลังจากศัลยกรรม

1.การประคบเย็น (Cold compression)
การประคบเย็น คือ การประคบด้วยความเย็นจัด ซึ่งการประคบเย็นควรเริ่มทำหลังจากที่ทำการ ศัลยกรรม มาทันที เพราะความเย็นจากการประคบเย็นจะเข้าไปทำให้เส้นเลือดที่บริเวณดังกล่าวเกิดการหดตัว และเลือดมีการแข็งตัวทำให้ไหลช้าลด จึงสามารถช่วยลดการไหลของเลือดที่บริเวณที่เกิดแผล และยังช่วยลดอาการบวมเนื่องจากเลือดไหลไปยังบริเวณแผลได้น้อย จึงทำให้อาการอักเสบของเม็ดเลือดแดงและเม็ดเลือดขาวเกิดขึ้นน้อยลงนั่นเอง ผิวหนังที่บริเวณดังกล่าวจึงมีอาการบวมน้อย สามารถฟื้นตัวได้เร็ว การศัลยกรรมที่เกิดขึ้นก็จะได้รูปทรงตามที่ต้องการ
วิธีการประคบเย็น เริ่มจากนำอุปกรณ์ให้ความเย็น เช่น ผ้ามาห่อน้ำแข็ง เย็น (Hot cold pack) กระเป๋าน้ำเย็น ผ้าเย็น เป็นต้น นำอุปกรณ์มาประคบที่บริเวณทำศัลยกรรม เช่น คาง แก้ม จมูก เต้านม เป็นต้น การประคบเย็นควรประคบในช่วง 3 วันแรกหรือจนอาการบวมเริ่มลดลง โดยให้ทำการประคบวันละ 4 ครั้ง ครั้งละ 10-20 นาที และในระหว่างที่ทำการประคบเย็นถ้าอุณหภูมิของเริ่มอุ่นขึ้นก็ควรทำการเปลี่ยนให้มีความเย็นคงที่ในการประคบเย็น เพื่อความเย็นจะได้คงที่และได้ผลเต็มที่

2. การประคบร้อน (Warm compression)
การประคบร้อน คือ การประคบด้วยอุณหภูมิประมาณ 40 องศาเซลเซียสแต่ไม่เกิน 45 องสาเซลเซียส เพราะจะทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองหรือเป็นแผลผุพองได้ การประคบร้อนจะประคบหลังจากทำ ศัลยกรรม ประมาณ 4-5 วันหรือหลังจากทำการประคบเย็นแล้วจนแผลและบริเวณทำการศัลยกรรมมีอาการบวมน้อยลง ความร้อนจากการประคบร้อนจะเข้าไปทำการขยายหลอดเลือดส่งผลให้เลือดสามารถหมุนเวียนได้ดีขึ้น ช่วยคลายกล้ามเนื้อ เส้นประสาทและเนื้อเยื่อที่บริเวณทำการศัลยกรรม เมื่อเส้นเลือดมีการขยายตัวเลือดจึงสามารถนำสารอาหารและออกซิเจนเข้าไปหล่อเลี้ยงเนื้อเยื่อที่บริเวณแผล ทำให้เนื้อเยื่อที่มีการซ่อมแซมตัวเองได้เร็วขึ้น แผลจึงหายกลับเข้าสู่สภาวะปกติได้เร็วขึ้น
วิธีการประคบเย็น เริ่มจากการเตรียมอุปกรณ์ประคบร้อน เช่น ถุงน้ำร้อน กระเป๋าน้ำร้อน เป็นต้น นำไปประคบที่บริเวณทำศัลยกรรมควรทำวันละ 2-3 รอบ โดยประคบรอบละประมาณ 20 นาทีต่อครั้ง โดยแบ่งประคบเป็นครั้ง ๆ ละ 5 – 10 นาที อย่าทำการประคบร้อนต่อเนื่อง 20 นาที เพราะความร้อนจะทำให้ผิวหนังเกิดผุพองได้

3.รับประทานอาหารอ่อน
อาหารสำหรับผู้ที่ทำการ ศัลยกรรม ควรเลือกรับประทานอาหารที่มีรสชาติอ่อนไม่เผ็ด ไม่เค็มหรือหวานจัด และควรเลือกรับประทานอาหารที่ไม่ต้องทำการเคลื่อนไหวอวัยวะภายในปากมาก เช่น ต้มจืด โจ๊ก ข้าวต้ม น้ำซุป เป็นต้น เพื่อป้องกันการสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นในขณะที่ทำการเคี้ยวหรือการกระทบกันของฟันจะทำให้บาดแผลที่เกิดขึ้นแรงสะเทือนจนเกิดการอักเสบ หรืออาหารรสจัดโดยเฉพาะรสเผ็ดจัดจะทำให้แผลเกิดความร้อนจากรสเผ็ดจะกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ทำให้แผลจากการผ่าตัดมีโอกาสที่จะบวมมากขึ้น ซึ่งผู้ที่ทำการศัลยกรรมคาง ปาก จมูกที่มีการเปิดแผลภายในปากจะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษอีกด้วย เพราะแผลในปากมีโอกาสที่จะติดเชื้อได้มาก เนื่องจากมีความชื้นและต้องสัมผัสกับน้ำลาย อาหารอยู่ตลอดเวลานั่นเอง

4.นอนให้หัวสูง
ท่านอนที่เหมาะสมกับผู้ที่เข้ารับการ ศัลยกรรม ที่บริเวณส่วนบนของร่างกาย เช่น ใบหน้า คาง คิ้ว เต้านม เป็นต้น ควรนอนให้ศีรษะสูงกว่าส่วนของลำตัวหรือจะนั่งหลับก็ดี เนื่องจากการนอนให้ศีรษะสูงกว่าลำตัวเป็นทำให้เลือดมีการสูบฉีดขึ้นไปยังบริเวณที่ทำการศัลยกรรมได้น้อยลง จึงสามารถช่วยลดอาการบวมให้น้อยลงได้ แต่ถ้านอนราบกับพื้นเลือดจะไหลเข้าสู่บริเวณศีรษะมากขึ้น ทำให้แผลมีอาการบวมมากขึ้น

5.งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
แอลกอฮอล์จะเข้าไปกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดไปทั่วร่างกาย ซึ่งทำให้เลือดไหลเข้าสู่บริเวณแผลของการ ศัลยกรรม ทำให้เกิดการบวมเพิ่มขึ้น ดังนั้นหลังจากทำศัลยกรรมควรงดดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์จนกว่าจะแผลจะหายบวมและปากแผลปิดสนิท

การดูแลตัวเองหลังจากการทำศัลยกรรมสามารถช่วยให้แผลหายเร็วขึ้นและผลการศัลยกรรมออกมาสวยตามที่ต้องการ และช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ

6.งดสูบบุหรี่
สำหรับคนที่สูบบุหรี่เป็นประจำอยู่แล้ว ควรงดสูบบุหรี่หลังการทำ ศัลยกรรม อย่างน้อย 7 วัน เพราะในบุหรี่มีสารนิโคติน (Nicotine) ที่สามารถซึมผ่านทางเนื้อเยื่อผิวหนังเข้าสู่ภายในร่างกายและออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท โดยสารนิดคตินจะทำการกระตุ้นตัวรับสารสื่อประสาทแอเซทิลโคลีนแบบนิโคตินิก (Nicotinic acetylcholine receptors) ให้มีการหลั่งของฮอร์โมนอะดรีนาลีน (Adrenaline) ในปริมาณที่สูงขึ้น ซึ่งฮอร์โมนอะดรีนาลีนจะเข้าไปกระตุ้นการทำงานของหัวใจทำให้หัวใจมีอัตราการเต้นสูงขึ้น จึงทำให้เลือดเกิดการไหลเวียนไปยังบริเวณที่ทำการศัลยกรรม ส่งผลให้เกิดอาการบวมและมีความเสี่ยงในการอักเสบมากขึ้นจากสารพิษที่อยู่ในบุหรี่อีกด้วย

7.ล้างแผลแต่พอดี
แผลที่เกิดขึ้นจากการผ่าตัดเพื่อทำ ศัลยกรรม ความล้างด้วยน้ำเกลือและเช็ดแผลให้แห้งสนิท แล้วทาด้วยยาเบตาดีนหรือยาทาแผลที่แพทย์จ่ายยามาให้ ห้ามให้แผลเปียกหรือโดนน้ำเป็นเวลานานจนกว่าแผลจะแห้งสนิทแล้ว เพราะถ้าน้ำโดนแผลจะทำให้เนื้อเยื่อรอบ ๆ บริเวณปากแผลเกิดการเปื่อยยุ่ยและตาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าน้ำที่โดนแผลมีเชื้อโรคหรือสิ่งสกปรกปนเปื้อนอยู่ เชื้อโรคจะเข้าไปทำจับตัวกับเซลล์ผิวหนังทำให้เซลล์ผิวหนังได้รับออกซิเจนและสารอาหารได้น้อย ส่งผลให้กระบวนการสร้างคอลลาเจน (Collagen) ที่ทำให้แผลเกิดการประสาทตัวช้าจึงทำให้แผลหายช้า และมีความเสี่ยงในการติดเชื้อในกระแสเลือดหากเชื้อโรคมีการแพร่กระจายเข้าสู่เส้นเลือดซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อชีวิต

8.ทานยาตามกำหนด
หลังจากที่ทำการ ศัลยกรรม แพทย์จะให้ยารับประทานเพื่อลดอาการอักเสบ ลดบวมแก่ผู้เข้ารับการศัลยกรรม ดังนั้นให้ผู้ทำศัลยกรรมรับประทานยาตามที่แพทย์กำหนดมาจนหมด เพราะการรับประทานยาตามกำหนดจะช่วยให้แผลหายเร็ว และลดความเสี่ยงในการเกิดอาการแทรกซ้อน ไม่ว่าจะเป็นการติดเชื้อ อาการบวม การต่อต้านสิ่งแลปกปลอมของร่างกาย หรือการเคลื่อนของวัสดุที่ใส่เข้าไป ทำให้ผลการศัลยกรรมออกมาสวยตรงตามความต้องการของคนไข้ และควรไปตามนัดที่แพทย์กำหนดมาทุกครั้ง เพื่อที่แพทย์จะได้ติดตามผลการศัลยกรรม หรือเมื่อเกิดความผดปกติ เช่น แผลบวมมาก มีหนอง หรือวัสดุเคลื่อนที่จากตำแหน่งที่ต้องการ ควรรีบไปพบแพทย์ในทันที เพื่อให้แพทย์ทำการแก้ไขและรักษา อย่าทำการแก้ไขด้วยตนเองหรือหาซื้อยากินเองอย่างเด็ดขาด

นี่คือข้อปฏิบัติหลังจากการทำการ ศัลยกรรม ข้อปฏิบัติแต่ละข้อนั้นปฏิบัติได้ง่ายและต้องต้องปฏิบัติตนอย่างเคร่งครัด เนื่องจากการดูแลตัวเองหลังการทำศัลยกรรมมีความจำเป็นที่ผู้เข้ารับการศัลยกรรม เพราะถ้าปฏิบัติตนไม่ดีแล้วย่อมทำให้แผลหายช้าต้องอาศัยเวลาในการพักฟื้นนานกว่าปกติ และยังมีความเสี่ยงในการติดเชื้ออีกด้วย แต่รับรองได้ว่าเมื่อปฏิบัติตามแล้วผลการศัลยกรรมที่เกิดขึ้นจะส่งผลให้คุณสวยสมใจ

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

เอกสารอ้างอิง

McQueen KA, Ozgediz D, Riviello R, Hsia RY, Jayaraman S, Sullivan SR, et al. Essential surgery: Integral to the right to health. Health and human rights. 2010 Jun 15;12(1):137-52. PubMed PMID 20930260. Epub 2010/10/12. eng

UN General Assembly. International Covenant on Economic, Social and Cultural Rights- United Nations Treaty Series. In: Nations U, editor. 1966.

UN Committee on Economic Social and Cultural Rights. CESCR General Comment No. 14: The Right to the Highest Attainable Standard of Health (Art. 12) 2000.