การศัลยกรรมยกกระชับแก้ม และสารเติมเต็มโหนกแก้ม

การศัลยกรรมยกกระชับแก้ม และสารเติมเต็มโหนกแก้ม
การฉีดสารโบทูลินั่ม ท็อกซิน ช่วยยกกระชับแก้มให้เต่งตึง ทำให้กล้ามเนื้อเกิดการหดเกร็งตัวจนริ้วรอยหรือร่องแก้มที่ลึกเกิดการคลายตัว

แก้ม

แก้ม คือส่วนเนื้อที่เป็นกระพุ้งอยู่บริเวณในหน้าทั้ง 2 ข้างถัดจากตาลงมา ซึ่งใบหน้าจะแลดูสวยด้วยองค์ประกอบบนในหน้า เช่น ดวงตา คิ้ว ปาก จมูก แก้ม คาง แล้วยังต้องมีรูปทรงและขนาดที่สวยงามและเหมาะสมกับใบหน้าแล้ว ลักษณะโดยรวมของรูปหน้าก็มีส่วนสำคัญที่ส่งให้ใบหน้าแลดูสวยโดดเด่นขึ้นด้วยเช่นกัน โดยลักษณะของรูปหน้าที่แลดูดีและได้รับความนิยมย่อมเป็นรูปหน้าที่มีลักษณะเรียว ใบหน้ารูปไข่หรือใบหน้าที่มีคางเป็นรูปวีเชฟ (V- Shave) จัดเป็นรูปหน้าที่มีลักษณะที่สวยงาม

ปัญหาที่ทำให้รูปหน้ามีลักษณะไม่สวย

1.แก้มป่องจากไขมัน ลักษณะของแก้มป่องเกิดขึ้นจากการที่บริเวณแก้มมีไขมันสะสมอยู่ ซึ่งลักษณะของไขมันสะสมอยู่ในบริเวณแก้มสามารถแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ
1.1 ไขมันที่บริเวณใต้ผิว เป็นไขมันที่เกิดขึ้นจากการรับประทานอาหาร จะเปลี่ยนแปลงตาปริมาณของน้ำหนักตัว ซึ่งไขมันชนิดนี้จะเพิ่มขึ้นเมื่อน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นและจะลดลงเมื่อน้ำหนักตัวลดลง
1.2ไขมันที่บริเวณใต้กระพุ้งแก้ม (Buccle Fat) เป็นไขมันที่อยู่ในส่วนใต้กล้ามเนื้อของกระพุ้งแก้ม เป็นไขมันที่เกิดขึ้นเองธรรมชาติ ตามลักษณะทางกรรมพันธุ์ เช่น คนที่มีพ่อแม่ใบหน้าอ้วนกลม ลูกก็จะมีไขมันที่บริเวณนี้มากทำให้ใบหน้าอ้วนกลมมาตั้งแต่อายุน้อย ๆ ซึ่งไขมันในส่วนนี้จะเปลี่ยนแปลงตามน้ำหนักตัวน้อยมาก ดังนั้นบางคนมีใบหน้าที่กลมต่อให้ทำการลดน้ำหนักมากขนาดไหน ใบหน้าก็ยังคงกลมเช่นเดิม
การสะสมของไขมันทั้งสองแบบในบริเวณแก้มจะทำให้แก้มป่อง ส่งผลให้ลักษณะโดยรวมของรูปหน้าแลดูกลม แก้มยุ้ย จนรูปหน้าอ้วนกลมเป็นพระจันทร์เต็มดวง

2.แก้มตอบ ร่องแก้มลึก เนื่องจากมีเนื้อและไขมันที่บริเวณแก้มมีปริมาณที่น้อย ทำให้บริเวณแก้มมีการยุบลงไปคล้ายกับมีหลุมขนาดเล็กอยู่บนใบหน้าทั้งสองข้าง ทำให้รูปหน้าแลดูไม่สดใส โทรมไม่น่ามอง

3.แก้มเหี่ยวย่น เนื่องจากการเสื่อมของผิวหนังและชั้นไขมันที่บริเวณแก้มลดลงตามอายุที่เพิ่มขึ้น ทำให้แก้มเกิดการเหี่ยวย้อยลงมาตามแรงโน้มถ่วงของโลก ทำให้ใบหน้าแลดูแก่มีอายุสูง
จะพบว่าแต่ละปัญหาที่เกิดขึ้นส่งผลให้ใบหน้าแลดูไม่น่ามอง ซึ่งการแก้ไขปัญหาแก้มเพื่อให้มีรูปหน้าตามต้องการมีวิธีการที่แตกต่างกัน

วิธีการแก้ปัญหารูปหน้าตามลักษณะของปัญหา

1.แก้มใหญ่จากไขมัน
ไขมันที่สะสมอยู่บริเวณแก้มสามารถทำการศัลยกรรมเพื่อลดขนาดได้ ตามความเหมาะสมซึ่งการศัลยกรรมมีดังนี้
1.1 การฉีดยาสลายไขมัน คือการใช้ยาที่มีคุณสมบัติในการสลายไขมันให้กลายเป็นของเหลว โดยกลไกการทำงานของตัวยา คือ ตัวยาจะมีคุณสมบัติเข้าไปทำลายชั้นผนังเซลล์ของไขมัน ( Fat cell wall) ให้เกิดแตกตัวออกจากกัน ทำให้ของเหลวที่อยู่ด้านในเซลล์ไหลของมาในรูปของของเหลวหรือไขมันเหลว ( Lipid Fat ) ซึ่งไขมันเหลวนี้ร่างกายจะทำการขับออกทางเหงื่อ ปัสสาวะและทางอุจจาระนั่นเอง วิธีการฉีดยาสลายไขมัน แพทย์จะทำการฉีดสารดังกล่าวไปยังบริเวณที่ต้องการลดปริมาณของไขมันด้วยเข็มฉีดยา เรียกเทคนิคนี้ว่า “เมโสเธอราพี (Mesotherapy)” ซึ่งตัวยาที่นิยมนำมาใช้ในการฉีดเพื่อสลายไขมัน เช่น Carboxytherapy, Phosphatidylcholine,Deoxycholate,L-carnitine, Vitamin B complex ,Amino acids ,Minerals เป็นต้น

1.2 การเลเซอร์สลายไขมัน (Laser Lipolysis)
เป็นการสลายไขมันด้วยการฉายแสงเลเซอร์ที่มีความยาวคลื่น 1,444 นาโนเมตร โดยการนำท่อเลเซอร์ขนาดเล็ก ๆ ที่มีขนาดประมาณ 1 นาโนเมตรเข้าไปยังบริเวณที่ต้องการสลายไขมัน แล้วจึงทำการปล่อยแสงเลเซอร์เข้าไปสู่บริเวณไขมันที่อยู่ใต้ชั้นผิวหนัง เพื่อกระตุ้นให้เซลล์ไขมันเกิดการสลายตัวกลายเป็นของไขมันเหลว เมื่อไขมันกลายเป็นของเหลวแล้ว แพทย์จะทำการดูดไขมันเหลวออกมาหรือไม่ทำการดูดออกมาแต่ให้ร่างกายค่อย ๆ ทำการขับออกมาเองตามธรรมชาติก็ได้ การใช้เลเซอร์สามารถช่วยลดไขมันส่วนเกินที่บริเวณใต้กระพุงแก้มได้อย่างถาวร และไม่ทำให้ผิวหนังเป็นคลื่นในบริเวณทำการสลายไขมันไปอีกด้วย
1.3 การผ่าตัดไขมันใต้กระพุ้งแก้ม (Buccal Fat Pad Removal)
การผ่าตัดไขมันเพื่อลดขนาดของแก้ม นับเป็นการแก้ปัญหาสำหรับผู้ที่มีไขมันใต้กระพุงแก้ม(Buccal Fat) ในปริมาณสูง ซึ่งการผ่าตัดจะนำถุงไขมันที่อยู่ในบริเวณใต้กระพุงแก้มออกมา ทำให้กระพุงแก้มมีขนาดที่เล็กลง จึงสามารถเปลี่ยนจากใบหน้ารูปกลมโตให้กลายเป็นใบหน้ารูปตัววีได้ โดยการผ่าตัดจะทำการผ่าตัดเปิดแผลที่ขนาดประมาณ 1-1.5 เซนติเมตรในบริเวณฟันกรามที่ภายในช่องปาก เพื่อนำถุงไขมันที่อยู่ใต้กล้ามเนื้อกระพุงแก้มออกมา แล้วจึงทำการเย็บแผล หลังจากที่ทำการผ่าตัดช่วงแรกใบหน้าอาจจะมีการบวมเล็กน้อย ควรทำการประคบเย็นทันทีหลังการผ่าตัด และหลังจากผ่าตัดประมาณ 1-2 เดือน รูปหน้าก็จะเข้าสู่สภาวะปกติ การผ่าตัดนำไขมันกระพุงแก้มเป็นการทำให้แก้มมีขนาดลดลง และใบหน้าเป็นรูปตัววีได้อย่างถาวร เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาไขมันใต้กระพุงแก้มเนื่องจากพันธุกรรม

การศัลยกรรมเพื่อลดขนาดของไขมันที่บริเวณใต้กระพุงแก้ม เมื่อนำไขมันออกมาแล้วจัดเป็นการศัลยกรรมที่ช่วยให้รูปหน้าเรียวอย่างถาวร แต่การลดปริมาณไขมันใต้ผิวหนังเป็นการขจัดไขมันแบบชั่วคราวเท่านั้น เพราะว่าไขมันที่บริเวณใต้ผิวหนังสามารถเพิ่มขึ้นได้ เนื่องจากการรับประทานอาหาร เช่น แป้ง น้ำตาล คาร์โบไฮเดรต เป็นต้น ซึ่งสามารถสังเกตได้จากเมื่อมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น รูปหน้าจะเปลี่ยนเป็นกลมโตขึ้น แต่เมื่อน้ำหนักลดลงรูปหน้าก็จะเล็กลงตามไปด้วยนั่นเอง

การยกกระชับแก้มจะช่วยทำให้กล้ามเนื้อเกิดการหดเกร็งตัวจนริ้วรอยหรือร่องแก้มที่ลึกคลายตัว และช่วยยกกระชับกล้ามเนื้อให้ตึงทำให้ริ้วรอยเหี่ยวย่นและร่องแก้มลดลง

2.แก้มตอบ ร่องแก้มลึก
ปัญหาแก้มตอบหรือร่องแก้มลึก จะส่งผลให้ใบหน้าแลดูโทรม หน้าแก่กว่าวัย ซึ่งไม่เป็นที่ต้องการของใครหลายคน ซึ่งการแก้ไขปัญหาแก้มตอบหรือร่องแก้มลึก สามารถทำได้ดังนี้
2.1 การฉีดฟิลเลอร์ (Filler)
ฟิลเลอร์หรือสารไฮยาลูรอนิค แอซิด (HA) ที่จัดเป็นสารเติมเต็มที่ช่วยแก้ไขปัญหาร่องแก้มลึกหรือแก้มตอบ ด้วยการฉีดฟิลเลอร์เข้าสู่บริเวณแก้ม แล้วฟิลเลอร์จะทำการรวมกับน้ำและเก็บกักน้ำไว้ ทำให้แก้มเพื่อเติมเต็มร่องแก้มให้ตื้นขึ้น ส่งผลให้ใบหน้าแลดูอวบอิ่ม ผิวเรียบเนียน ซึ่งการฉีดฟิลเลอร์ควรเลือกฉีดแบบชั่วคราวหรือกึ่งถาวร เพราะสามารถเพิ่มและปรับเปลี่ยนลักษณะของแก้มให้เหมาะกับช่วงอายุได้ตลอดเวลา การฉีดฟิลเลอร์เหมาะสำหรับแก้มทที่ตอบไม่มากหรือร่องแก้มตื้น ๆ หรือคนที่ผอมไม่มีไขมันเพียงพอในการนำมาฉีดเติมเต็ม

2.2 การฉีดไขมัน (Lipofilling)
การฉีดไขมันสามารถช่วยแก้ไขปัญหาแก้มตอบหรือร่องลึกได้ ด้วยการนำไขมันจากส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย เช่น หน้าท้อง ต้นขา เป็นต้น มาผ่านกรรมวิธีเตรียมไขมันให้เหลือเฉพาะไขมันที่สามารถนำมาฉีดเข้าสู่ร่างกายได้เท่านั้น แล้วจึงนำไขมันดังกล่าวมาฉีดเข้าสู่บริเวณแก้ม ทำให้แก้มมีความเอิบอิ่ม ใบหน้าแลดูสดใส อ่อนเยาว์ ซึ่งการฉีดไขมันผิวหนังทีแก้มจะเรียบเนียนไม่เป็นผิวส้มอย่างแน่นอน และไม่มีการเกิดอาการแพ้หรืออาการข้างเคียงที่เกิดจากร่างกายได้รับสิ่งแปลกปลอม เนื่องจากไขมันที่นำมาฉีดเป็นไขมันที่มาจากร่างกายของเรานั่นเอง การฉีดไขมันเหมาะสำหรับผู้ที่ไขมันเพียงพอกับขนาดของร่องลึกบนแก้ม เพราะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอาการข้างเคียงได้เป็น
2.3 การศัลยกรรมเสริมแก้มเทียม
การศัลยกรรมเสริมแก้มด้วยการใช้แก้มเทียมเป็นการศัลยกรรมที่สามารถแก้ไขปัญหาแก้มตอบหรือร่องลึกได้อย่างถาวร ซึ่งแก้มเทียมที่นิยมใช้จะทำจากวัสดุที่มีความทนทานและเหมาะสม เช่น ซิลิโคน กระดูกของตัวผู้เข้ารับการศัลยกรรม เช่น กระดูกสะโพก กระดูกหน้าอก เป็นต้น โดยแพทย์จะทำการผ่าตัดเปิดแผลที่ภายในช่องปาก ที่บริเวณเหงือกด้านบนของฟันบนที่เชื่อมกับบริเวณของแก้ม แล้วจึงทำการสอดแก้มเทียมเข้าสู่บริเวณแก้มที่ต้องการเสริม แล้วจึงเย็บปิดแผล

3.แก้มเหี่ยวย่น
เมื่ออายุมากขึ้น ผิวเริ่มมีความเสื่อมส่งผลให้ผิวหนังขาดความชุ่มชื่นและเหี่ยวย่นมากขึ้น โดยเฉพาะคนที่มีแก้มป่องหรือมีเนื้อที่แก้มมาก เมื่อมีอายุมากขึ้นแก้มจะเกิดการหย่อนคล้อย ซึ่งสามารถแก้ไขความหย่อนคล้อยที่เกิดขึ้นได้ดังนี้
3.1 การฉีดโบท็อก (Botulinum toxin)
การฉีดสารโบทูลินั่ม ท็อกซิน (Botulinum toxin) เพื่อยกกระชับแก้มให้เต่งตึง ไม่หย่อนคล้อย โดยโบทูลินั่ม ท็อกซินจะเข้าไปทำให้กล้ามเนื้อที่เกิดการหดเกร็งตัวจนเกิดเป็นริ้วรอยหรือร่องแก้มที่ลึกเกิดการคลายตัว และช่วยยกกระชับกล้ามเนื้อที่มีการหย่อนคล้อยให้เกิดการตึงกระชับจึงสามารถลดริ้วรอยเหี่ยวย่นและร่องแก้มได้ เหมาะสำหรับการแก้ไขปัญหาริ้วรอยเหี่ยวย่นเพียงเล็กน้อย
3.2 การใช้เลเซอร์ (LASER)
การใช้เลเซอรร์สามารถช่วยยกกระชับแก้มให้เต่งตึงได้ เพราะเลเซอร์จะเข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน (Collagn) และอีลาสติน (Elastin) ใต้ผิวหนังให้เพิ่มขึ้น ทำให้ผิวหน้ามีปริมาณคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ผิวที่บริเวณแก้มเพิ่มขึ้น จึงทำให้แก้มแต่งตึง เหมาะสำหรับผู้ที่มีริ้วรอยเพียงเล็กน้อยเพราะการฉายแสงเลเซอร์จะช่วยให้ริ้วรอยดังกล่าวหายได้

3.3 การร้อยไหม (Threadlift)
คือการยกกระชับด้วยการร้อยไหม เพราะไหมที่ร้อยเข้าไปใต้ผิวหนังบริเวณแก้มจะเข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนที่อยู่ใต้ผิวให้เพิ่มมากขึ้น ทำให้แก้มมีความเต่งตึงจึงสามารถช่วยลดริ้วรอยเหี่ยวย่นได้
3.4การผ่าตัดเพื่อยกกรับ (Facelift)
การผ่าตัดเป็นการลดริ้วรอยเหี่ยวย่นหรือความหย่อนคล้อยของแก้มที่ได้ผลมากที่สุด โดยแพทย์จะทำการผ่าตัดเพื่อดึงหน้าให้ตึงและตัดผิวหนังส่วนเกินที่ทำให้เกิดความหย่อนคล้อยออกไป แล้วจึงทำการเย็บปิดแผล ซึ่งแผลจะอยู่บริเวณไรผมหรือหลังหู ซึ่งสังเกตเห็นได้ยาก โดยเหมาะกับผู้ที่มีผิวหน้าเหี่ยวย่นมาก ๆ หรือมีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป เพราะผิวหนังมีความเสื่อมสูงแล้ว อัตราการเปลี่ยนแปลงของผิวน้อย ดังนั้นเมื่อทำการผ่าตัดแล้วผลการดึงจะทำให้แก้มเต่งตึงได้เป็นระยะเวลานานขึ้นนั่นเอง

จะพบว่าศัลยกรรมแก้มมีอยู่ด้วยกันหลายแบบเพื่อสร้างรูปหน้าที่สวยงาม ซึ่งการจะเลือกใช้วิธีการศัลยกรรมแบบใดนั้น ต้องขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์ เพราะนอกจากปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วยังต้องคำนึงถึงความพร้อมของผู้เข้ารับการศัลยกรรมอีกด้วย

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

เอกสารอ้างอิง

Tessier, P. (September 1979). “Facelifting and frontal rhytidectomy”. Transactions of 7th international conference on Plastic and Reconstructive Surgery.

Skoog, Tord Gustav (1974). Plastic Surgery: New Methods and Refinements. Saunders. p. 500. ISBN 978-0721683553.

Mitz, V.; Peyronie M. (July 1976). “The superficial musculo-aponeurotic system (SMAS) in the parotid and cheek area”. Plast Reconstr Surg. 1. 58 (1): 80–8.